เมื่อหลี่ลั่วอ่านหนังสือตรงหน้าจนจบทุกเล่มแล้วเวลาก็ผ่านไปแล้วถึงห้าชั่วโมง เขาถอนหายใจยาวๆ ออกมา บิดคอที่แข็งทื่อหมดแล้วไปมา
เหยียนหลิงชิงและไช่เวยกำลังพูดคุยกันเสียงเบาๆอยู่ด้านข้าง เมื่อได้ยินเสียงถอนหายใจของหลี่ลั่ว ทั้งสองจึงหยุดพูดคุยแล้วหันมามอง
“ไม่เลวถือว่ามีความอดทนอยู่บ้าง” เหยียนหลิงชิงประเมินด้วยเสียงเรียบ แต่ก็ดูออกได้ว่านางค่อนข้างพอใจกับสิ่งที่หลี่ลั่วแสดงให้เห็นเลย
การจะเป็นักเกลาอัตลักษณ์ได้นั้นความอดทนถือเป็สิ่งสำคัญมาก เพราะพวกเขาจำเป็ต้องผสมผสานวัตถุดิบมากมายเข้าด้วยกันซ้ำแล้วซ้ำเล่าอีกทั้งปริมาณของส่วนผสมแต่ละอย่างก็ต้องแม่นยำอย่างมาก ไม่อาจผิดพลาดได้แม้แต่น้อยซึ่งเพียงแค่จุดนี้จุดเดียวก็อาจต้องใช้เวลาฝึกฝนนานพอสมควรเลย
เหยียนหลิงชิงลุกขึ้นยืนเดินมาที่โต๊ะทำงาน จากนั้นก็กวักมือเรียกหลี่ลั่ว ซึ่งหลี่ลั่วก็รีบเดินเข้าไปหา
บนโต๊ะทำงานมีขวดแก้วใสจำนวนมากวางเรียงราย ภายในนั้นบรรจุวัตถุดิบแปลกประหลาดมากมายเอาไว้
“การหลอมสร้างน้ำยาแสงวิเศษพูดง่ายๆ ก็คือการผสมผสานวัตถุดิบหลากหลายชนิดเข้าด้วยกันในปริมาณที่สมบูรณ์แบบตามสูตรอาศัยคุณสมบัติของวัตถุดิบที่แตกต่างกันมาสลายสิ่งเจือปนของกันและกัน ซึ่งสิ่งที่ได้มาในท้ายที่สุดก็คือน้ำยาแสงวิเศษ”
เหยียนหลิงชิงหยิบขวดแก้วใสขวดหนึ่งขึ้นมาภายในบรรจุดอกไม้สีน้ำเงินเอาไว้ ดอกไม้นั้นมีระลอกคลื่นแผ่ออกมารางๆ “นี่คือบุปผาวารีสามกลีบ”
นิ้วเรียวยาวของนางกำขวดแก้วใสเอาไว้เพียงเขย่าเบาๆ ก็สามารถทำให้กลีบดอกไม้นั้นกลายเป็ผงละเอียด ขณะเดียวกันหลี่ลั่วก็เห็นว่ามีพลังอัตลักษณ์สีน้ำเงินแผ่ออกมาจากร่างกายของนางไหลตามท่อนแขนเข้าไปในขวดแก้วใส จากนั้นก็ไปผสมเข้ากับผงของบุปผาวารีสามกลีบ
“ตอนหลอมพวกเราจำเป็ต้องใช้พลังอัตลักษณ์น้ำหรือพลังอัตลักษณ์แสงของตัวเองมาผสานเข้ากับวัตถุดิบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของวัตถุดิบขึ้นแต่ระหว่างนั้นก็ต้องควบคุมความแรงของพลังอัตลักษณ์ที่ใส่ลงไปด้วย หากแรงเกินไปก็จะไปทำลายวัตถุดิบถ้าอ่อนเกินไปก็จะทำให้การหลอมผิดพลาดได้เหมือนกัน”
หลังจากที่พลังอัตลักษณ์น้ำไหลเข้าไปแล้วเพียงครู่เดียว สิ่งที่อยู่ภายในขวดแก้วใสก็ค่อยๆ รวมตัวกันกลายเป็ของเหลวสีน้ำเงินเข้มที่ดูข้นเหนียวเล็กน้อย
หลังจากนั้นเหยียนหลิงชิงก็ใช้วิธีการเดิมจัดการหลอมวัตถุดิบอีกประมาณสิบกว่าชนิดอย่างรวดเร็วสุดท้ายนางก็ใช้ทักษะที่เชี่ยวชาญของนาง เทส่วนผสมเ่าั้ลงไปตามลำดับที่กำหนดเอาไว้
ครึ่งชั่วโมงต่อมาของเหลวที่เป็ส่วนผสมทั้งหมดก็ได้ผสมเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์ จากนั้นก็เกิดปฏิกิริยาที่รุนแรงขึ้นมาทันทีถึงกับเดือดพล่านขึ้นมาเลยทีเดียว
“ขั้นตอนต่อไปจะเป็ขั้นตอนสุดท้ายและก็เป็ขั้นตอนที่สำคัญมากที่สุดด้วย หาก้าทำให้ส่วนผสมทั้งหมดนี้หลอมรวมเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์จำเป็ต้องใช้พลังชนิดหนึ่งมาควบคุม ซึ่งพลังชนิดนี้จะเป็ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อระดับพลังของน้ำยาแสงวิเศษที่หลอมขึ้นมาด้วย”
“พลังชนิดนี้ถูกเรียกว่า น้ำต้นกำเนิด หรือแสงต้นกำเนิด”
“พูดง่ายๆก็คือพลังที่เกิดจากการนำพลังอัตลักษณ์น้ำหรือพลังอัตลักษณ์แสงของตัวเองมาบีบอัดเข้าด้วยกันจนเข้มข้นถึงขีดสุด”
เหยียนหลิงชิงหยิบผลึกแก้วรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนก้อนหนึ่งมาจากด้านข้างด้านล่างของผลึกแก้วนั้นมีขวดแก้วใสแขวนเอาไว้อยู่ด้วย
นางกำผลึกแก้วเอาไว้ในมือจากนั้นก็เห็นว่ามีพลังอัตลักษณ์สีน้ำเงินทะลักออกมา ไหลเข้าไปในผลึกแก้วนั้น บนผลึกแก้วมีระลอกคลื่นแผ่ออกมาเป็วงๆเพียงครู่เดียวหลี่ลั่วก็เห็นหยดน้ำสีน้ำเงินเข้มค่อยๆ หยดลงมาจากปลายแหลมด้านล่างของผลึกแก้วตกลงไปในขวดแก้วใส
“นี่คือผลึกบีบลักษณ์บทบาทของมันก็คือใช้บีบอัดพลังอัตลักษณ์จนเข้มข้น สุดท้ายก็จะกลายเป็น้ำต้นกำเนิด”
เหยียนหลิงชิงหยดน้ำต้นกำเนิดหยดนี้ลงไปในขวดแก้วใสที่กำลังเดือดพล่านอยู่จากนั้นก็เกิดเื่มหัศจรรย์ขึ้นทันที ความเดือดพล่านนั้นได้สงบลงในพริบตา ความวุ่นวายภายในนั้นเองก็หายไปสุดท้ายก็มีแสงสีน้ำเงินสว่างวาบขึ้นมาอย่างกะทันหัน
น้ำยาแสงวิเศษหนึ่งขวดได้ถูกหลอมสำเร็จแล้ว
หลี่ลั่วมองไปยังของเหลวที่เปล่งประกายสีน้ำเงินจางๆภายในขวดแก้วใสนั้นด้วยความทึ่ง
“นี่เป็แค่น้ำยาแสงวิเศษระดับหนึ่งเท่านั้นดังนั้นมันจึงง่ายมาก การหลอมสร้างจึงไม่ได้ยุ่งยากอะไร” เหยียนหลิงชิงกล่าวอย่างไม่ใส่ใจนางเป็ถึงนักเกลาอัตลักษณ์ระดับสี่ น้ำยาแสงวิเศษระดับหนึ่งสำหรับนางแล้ว ก็เป็เื่ง่ายจริงๆ
แต่หลี่ลั่วนั้นรู้จักประมาณตนอย่างมากถึงแม้ว่าเหยียนหลิงชิงจะหลอมออกมาโดยไม่มีข้อผิดพลาดแม้แต่น้อย ราบรื่นราวกับปอกกล้วยเข้าปากแต่สำหรับเขาที่พอจะมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับนักเกลาอัตลักษณ์อยู่บ้างกลับรู้ดีว่าความราบรื่นเช่นนี้มันถูกสร้างขึ้นมาจากความล้มเหลวนับครั้งไม่ถ้วน
หลี่ลั่วมองไปยังผลึกบีบลักษณ์ก้อนนั้นแล้วถามว่า“คุณภาพของน้ำต้นกำเนิดกับแสงต้นกำเนิดสามารถเพิ่มพลังเกลาอัตลักษณ์ของน้ำยาแสงวิเศษได้เช่นนั้นคุณภาพของพวกมันขึ้นอยู่กับอะไร?”
เหยียนหลิงชิงกล่าวเสียงเรียบว่า“ระดับคุณภาพของน้ำต้นกำเนิดกับแสงต้นกำเนิด ขึ้นอยู่กับระดับของอัตลักษณ์น้ำหรืออัตลักษณ์แสงของแต่ละคนเท่านั้นยิ่งระดับของอัตลักษณ์น้ำหรืออัตลักษณ์แสงสูงมากเท่าใด คุณภาพของน้ำต้นกำเนิดกับแสงต้นกำเนิดที่บีบอัดออกมาได้ก็จะยิ่งสูงมากขึ้นเท่านั้น”
“ดังนั้นหากผู้ที่มีอัตลักษณ์น้ำหรืออัตลักษณ์แสงระดับสูงมาเป็นักเกลาอัตลักษณ์ จะมีข้อได้เปรียบมากกว่าคนทั่วไป”
“อย่างเช่นเจียงชิงเอ๋อร์หากนางยอมเป็นักเกลาอัตลักษณ์ละก็ น้ำยาแสงวิเศษที่นางหลอมออกมาในอนาคตจะมีพลังเกลาอัตลักษณ์เหนือกว่าคนอื่นอย่างมากแต่น่าเสียดายที่นางไม่ได้สนใจที่จะเป็นักเกลาอัตลักษณ์เลยแม้แต่น้อย ถึงแม้ว่าผู้อำนวยการของสาขาเกลาอัตลักษณ์แห่งวิทยาลัยศักดิ์สิทธิ์เสวียนซิงจะพยายามขอร้องนางมาตลอดหนึ่งปีเต็มแล้วก็ตาม...”
หลี่ลั่วพยักหน้าเจียงชิงเอ๋อร์มีอัตลักษณ์แสงระดับเก้าที่หาได้ยาก นับว่าเป็เงื่อนไขที่ได้เปรียบอย่างมากแต่ตัวนางกลับไม่ได้สนใจเื่นี้ ไม่้าเสียเวลาไปกับการเป็นักเกลาอัตลักษณ์
“ถ้าอย่างนั้นหากให้พี่ชิงเอ๋อร์ช่วยสร้างแสงต้นกำเนิดคุณภาพสูงเอาไว้ล่วงหน้าเล่า? แบบนี้จะสามารถยกระดับพลังเกลาอัตลักษณ์ของน้ำยาแสงวิเศษที่เรือนซีหยางผลิตออกมาได้หรือไม่?”
เหยียนหลิงชิงส่ายหน้าแล้วกล่าวว่า“ถึงแม้ว่าจะเป็คนที่มีอัตลักษณ์เหมือนกัน แต่น้ำต้นกำเนิดกับแสงต้นกำเนิดที่บีบอัดขึ้นมาได้อันที่จริงแล้วมันก็ยังมีเอกลักษณ์กับเจตจำนงของแต่ละคนที่ยากจะััได้แตกต่างกันอยู่ดีอย่างเช่นวัตถุดิบที่ข้าหลอมเมื่อครู่นี้ ภายในนั้นก็มีพลังอัตลักษณ์ของข้าผสมอยู่แล้วหากนำน้ำต้นกำเนิดที่คนอื่นบีบอัดขึ้นมาใส่ลงไปละก็ จะทำให้เกิดความขัดแย้งกันขึ้นมาทำให้การหลอมผิดพลาดได้”
“แต่ในโลกนี้ก็ยังมีศาสตร์ลับบางอย่างที่สามารถใช้สร้างน้ำต้นกำเนิดกับแสงต้นกำเนิดชนิดพิเศษขึ้นมาได้อยู่จริงๆซึ่งมันสามารถใช้เพื่อยกระดับพลังเกลาอัตลักษณ์ของน้ำยาแสงวิเศษได้ มันถูกเรียกว่าน้ำต้นกำเนิดลับหรือแสงต้นกำเนิดลับแต่นี่ถือเป็ความลับสุดยอดของแทบทุกขุมอำนาจ เรือนซีหยางของเรายังไม่มีหรอก”
หลี่ลั่วได้ยินเช่นนั้นก็ครุ่นคิดอย่างอดไม่ได้เขาไร้อัตลักษณ์แต่กำเนิด ถึงแม้ว่าหลังจากนั้นจะสามารถหลอมสร้าง “อัตลักษณ์น้ำแสง”หลังกำเนิดขึ้นมาได้ แต่คุณสมบัติ “ว่างเปล่า” ของอัตลักษณ์ไร้ลักษณ์ของเขาก็ยังคงอยู่เหมือนเดิมเหมือนกับที่วิหารอัตลักษณ์ของเขาสามารถรับมือกับการกัดกร่อนของสิ่งเจือปนในน้ำยาแสงวิเศษได้อย่างไร้ขีดจำกัดน้ำต้นกำเนิดกับแสงต้นกำเนิดที่เขาบีบอัดขึ้นมานั้นก็น่าจะมีคุณสมบัติ “ว่างเปล่า”ที่สามารถรองรับทุกสิ่งได้เช่นกัน ดังนั้น มันจะสามารถมอบให้นักเกลาอัตลักษณ์คนอื่นใช้ได้หรือไม่?
ถึงแม้ว่าตอนนี้อัตลักษณ์“น้ำแสง” ของเขาจะเป็แค่ระดับห้า แต่การผสมผสานระหว่างอัตลักษณ์น้ำและอัตลักษณ์แสงนั้นทำให้ความสามารถในการเกลาอัตลักษณ์ของมันจะไม่ใช่แค่หนึ่งบวกหนึ่งกลายเป็สองแน่นอน
หลี่ลั่วมั่นใจว่าหากเปรียบเทียบกันที่ความสามารถในการเกลาอัตลักษณ์ของพลังอัตลักษณ์เพียงอย่างเดียวละก็อัตลักษณ์น้ำแสงระดับห้าของเขาก็อาจจะไม่ด้อยไปกว่าอัตลักษณ์น้ำหรืออัตลักษณ์แสงระดับเจ็ดแบบปกติเลย
โดยทั่วไปแล้วนักเกลาอัตลักษณ์ที่มีอัตลักษณ์น้ำหรืออัตลักษณ์แสงระดับเจ็ดนั้นก็ใช่ว่าจะพบเห็นกันได้ง่าย
แต่ว่าเื่นี้ก็ยังไม่ต้องรีบร้อนมากก็ได้เอาไว้รอให้เขาเริ่มต้นฝึกฝนวิชานักเกลาอัตลักษณ์จนเชี่ยวชาญในระดับหนึ่งแล้วค่อยลองดูก็ยังไม่สาย
ในขณะที่หลี่ลั่วกำลังครุ่นคิดอยู่นั้นเหยียนหลิงชิงก็ดันแว่นตาขึ้นมาก่อนจะกล่าวว่า “หากเ้าอยากจะเป็นักเกลาอัตลักษณ์จริงๆละก็ หลังจากนี้ถ้ามีเวลาก็พยายามแวะมาที่นี่ทุกวันก็ได้ ข้าจะสอนพื้นฐานให้เ้าเองรอให้ถึงวันที่เ้าสามารถหลอมน้ำยาแสงวิเศษระดับหนึ่งออกมาได้ด้วยตัวเองเมื่อไร เมื่อนั้นเ้าก็จะถือเป็นักเกลาอัตลักษณ์ระดับหนึ่งแล้ว”
“เช่นนั้นก็ต้องขอขอบคุณพี่หลิงชิงแล้ว”วันนี้เขาบรรลุเป้าหมายแล้ว หลี่ลั่วจึงยิ้มออกมาอย่างอดไม่ได้ ขอบคุณจากใจจริง
เหยียนหลิงชิงโบกมืออย่างเ็าจากนั้นก็สวมเสื้อคลุมตัวนอกแล้วดึงไช่เวยออกจากห้องหลอมไป
...
หลังจากนั้นเป็ต้นมาชีวิตของหลี่ลั่วก็ยุ่งขึ้นไม่น้อย
ตอนกลางวันจะบำเพ็ญที่วิทยาลัยหนานเฟิงหลังจากนั้นก็กลับไปที่บ้านเก่าเพื่อใช้ห้องบำเพ็ญลับต่ออยู่พักหนึ่ง จากนั้นก็ฝึกฝนวิชาอัตลักษณ์สักหน่อยสุดท้ายก็จะไปที่เรือนซีหยาง เริ่มต้นเรียนรู้วิธีการเป็นักเกลาอัตลักษณ์อย่างจริงจังภายใต้การชี้แนะสั่งสอนของเหยียนหลิงชิง
ส่วนน้ำยาแสงวิเศษระดับห้าที่เขาฝากไช่เวยซื้อนั้นตอนนี้ก็ได้มาก่อนชุดหนึ่งแล้ว ดังนั้นเขาจึงต้องแบ่งเวลาออกมาดูดกลืนน้ำยาแสงวิเศษด้วย
เมื่อเวลาผ่านไปหลี่ลั่วก็ััได้ว่า ตัวเขานั้นแข็งแกร่งขึ้นในทุกๆ วัน
จนกระทั่งก่อนวันสอบซ้อมของวิทยาลัยหนานเฟิงหนึ่งวันในที่สุดระดับพลังอัตลักษณ์ของหลี่ลั่วก็ก้าวขึ้นสู่ระดับหกตราอย่างที่หวังเอาไว้