ป้านชา
ป้านชาที่เดินมาพร้อมกับอาจารย์เเม่เพราะต้องไปส่งงานสเก็ตภาพเเต่สายตาดันเหลือบไปเห็นกลุ่มคนที่กำลังมีเื่กันอยู่เเต่ที่เด่นสะดุดตาเห็นจะเป็เขียนฝันที่กำลังโดนทำลายอยู่กลางวงนั้นเอง
ป้านชาเลยสะกิดอาจารย์เเม่แล้วชี้ให้ดูว่าเกิดอะไรขึ้นพออาจารย์แม่เห็นดังนั้นก็รีบไปหยุดการทะเลาะวิวาทที่เกิดขึ้นทันที
“น้องเป็ไงบ้าง?” ป้านชาเอ่ยถามน้องคนที่ถูกทำลายทันทีที่การทะเลาะวิวาทยุติลงเเต่สิ่งที่ได้กลับมาคือความเงียบ
“อาจารย์แม่ครับเดี๋ยวผมพาคนเจ็บไปที่ห้องพยาบาลก่อนดีกว่าครับ” เขารีบหันไปบอกอาจารย์แม่ทันทีเพราะคนที่อยู่ในอ้อมกอดของเขาตอนนี้ท่าทางจะไม่ไหวแล้ว
“อืมไปเถอะ” หลังจากที่อาจารย์แม่เอ่ยอนุญาตเสร็จแล้ว ก็หันไปลงโทษและปรับทัศนคตินักศึกษากลุ่มนั้นต่อทันที
ป้านชารีบอุ้มคนเจ็บเดินมาที่ห้องพยาบาลของคณะวิศวกรรมศาสตร์เพราะที่ใกล้ที่สุดซึ่งตอนนี้ใกล้จะปิดทำการเเล้วดังนั้นเขาเลยต้องรีบซักหน่อย
เมื่อป้านชามาถึงห้องพยาบาลแล้วเขาค่อย ๆ วางคนเจ็บลงบนเตียงอย่างเบามือ หลังจากที่วางคนเจ็บเสร็จแล้วเขาก็เดินไปหาอุปกรณ์มาทำแผลทันทีโดยได้ความช่วยเหลือจากอาจารย์ที่ประจำอยู่ในห้องพยาบาลในตอนนี้
“ซื๊ด”เสียงปวดแสบดังขึ้นจากคนเจ็บเมื่อเขาเริ่มทำแผลโดยที่มือของอีกฝ่ายก็คว้าจับมือของเขาอย่างแรงส่งผลให้หัวใจของเขากระตุกวูบเเบบที่ไม่เคยเป็มาก่อน
“เจ็บเหรอ?”เขาถามออกไปเบา ๆ
พร้อมกับใช้มืออีกข้างรวบมือของคนเจ็บออกจากมือของเขาก่อนจะเริ่มทำแผลต่ออย่างเบามือที่สุดเพราะกลัวอีกฝ่ายเจ็บ
“อืม”เสียงครางของอีกฝ่ายดังขึ้นเหมือนเป็การตอบคำถามของเขาที่ถามออกไป
“ทนหน่อยเดี๋ยวก็หายเจ็บแล้ว”
เขาพูดขึ้นเพื่อปลอบใจคนเจ็บหลังจากนั้นก็ค่อย ๆ ทำแผลต่อจนเสร็จ ก่อนที่เขาจะลุกจากเก้าอี้เพื่อไปหยิบกะละมังและผ้าที่อาจารย์ประจำห้องพยาบาลเตรียมไว้ให้ก่อนออกไปเมื่อได้ของที่้าแล้วเขาก็เดินกลับมาที่เตียงเพื่อเช็คตัวให้คนเจ็บที่นอนอยู่บนเตียงอย่างเบามือ
“ขอบคุณนะ”เพียงเเค่คำว่าขอบคุณจากปากของคนเจ็บก็ทำให้ป้านชากระตุกยิ้มขึ้นมาทันทีโดยไม่รู้ตัว
เขาเช็ดตัวให้คนเจ็บจนเสร็จก่อนจะล้มตัวลงนอนข้าง ๆ เพราะไม่อยากปล่อยให้คนเจ็บนอนอยู่ในห้องพยาบาลคนเดียวแต่ในห้องนั้นกลับมีเตียงแค่เตียงเดียวคือเตียงที่คนเจ็บนอนอยู่เท่านั้นทำให้เข้าต้องล้มตัวนอนข้างๆคนเจ็บอย่างช่วยไม่ได้ แต่กลับโดยคนเจ็บสวมกอดซะงั้นและก็ไม่รู้ว่าเพราะความสบายตัวหรืออะไรทำให้เขาเผลอหลับไปทั้งอย่างนั้น
รุ่งเช้าของวันใหม่ที่แสงแดดสาดส่องไปทั่วทั้งท้องฟ้าหน้าต่างกระจกใสที่มีม่านปกคลุมถูกแสงส่องลอดเข้ามากระทบใบหน้าใสของชายหนุ่มทั้งสองที่กำลังนอนกอดกันอย่างมีความสุขอยู่บนเตียงพยาบาล
เสียงนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์มือถือของป้านชาดังขึ้นปลุกให้เขาตื่นป้านชาลืมตาขึ้นช้าๆเพื่อปรับระดับแสงที่ส่องเข้ามาภายในห้อง เเต่สายตาเ้ากรรมดันไปหยุดอยู่ตรงหน้าของอีกคนที่นอนอยู่ข้างกายแม้เขาจะใในทีแรกแต่พอได้เรียบเรียงเหตุการณ์จึงรู้ว่าตนเองหลับไปนั่นเอง
เขามองสำรวจใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างละเอียดและพบว่าคนข้างกายของเขานั้นมีใบหน้าที่เกลียงเกลาราวกับผิวเด็กที่ไม่จำเป็ต้องแต่งเติมอะไรก็สามารถทำให้ผู้คนหลงใหลได้อย่างง่ายดายไม่เว้นแม้แต่ตัวเขาเองที่ตอนนี้ก็กำลังนอนมองคนข้างกายอยู่เช่นกัน
ป้านชายืดมือออกไปลูบไล้ใบหน้าของคนข้างกายอย่างหลงใหลก่อนที่เขาจะขยับหน้าเข้าไปใกล้อีกฝ่ายอย่างช้า ๆ ด้วยความลืมตัวแต่ก็ต้องชะงักเมื่อคนตรงหน้าขยับตัวเพื่อหาท่านอนที่สบายเห็นดังนั้นเขาจึงละความสนใจจากคนตรงหน้าแล้วหันมามองมือถือที่กำลังส่งเสียงแจ้งเตือนแทนทำให้เขาเห็นว่าตอนนี้เวลาเท่าไร เมื่อเขาปิดเสียงโทรศัพท์แล้วเขาก็หันกลับมาปลุกคนเจ็บที่ยังคงหลับอยู่ทันทีเพื่อไปส่งบ้าน
“ตื่นได้เเล้วครับเช้าเเล้วนะ”เสียงของเขาดังขึ้นเพื่อปลุกคนเจ็บให้ลุกขึ้น
“อืม”เสียงของคนเจ็บดังขึ้นทันทีที่มีคนว่ารบกวนเวลานอนของเขาก่อนที่จะลืมตาขึ้นช้าๆเพื่อปรับระดับแสงเมื่อภาพตรงหน้าชัดเจนขึ้นก็ทำให้อีกฝ่ายถึงกับสะดุ้งเเต่ก็ไม่ได้มีทีท่าว่าจะโวยวายอะไรแค่มีสีหน้าแปลกใจเล็กน้อยเท่านั้น
“เจ็บแผลเหรอ”เขาถามออกไปเพราะสีหน้าของอีกฝ่ายดูไม่ดีเลย
“ครับ”
“ไปโรงพยาบาลไหมเดี๋ยวพาไป”เขาถามพร้อมกับยืดมือไปแตะที่หน้าผากของอีกฝ่ายเพื่อวัดอุณหภูมิ
“ไม่เป็ไรครับไปส่งผมที่บ้านก็พอ ถ้าไม่เป็การรบกวนคุณเกินไปนะ”อีกฝ่ายไม่ได้จับมือเขาออกเเต่อย่างใดเพียงเเค่ตอบคำถามของเขาเเล้วก็ขอให้เขาไปส่งที่บ้านเท่านั้น
เเต่เขายังไม่ทันได้ตอบตกลงก็มีเสียงแจ้งเตือนเสียก่อนเขาจึงเอามือที่ยืดออกไปเพื่อวัดอุณหภูมิอีกฝ่ายกลับมาเพื่อหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงเเทนข้อความที่ปรากฏขึ้นมาคือข้อความของแฟนสาวที่เขาคบมานานกว่าสองปีนั้นเอง
[มอนิ่งค่ะ]
เขาส่งสติเกอร์มอนิ่งกลับไปก่อนที่จะลดหน้าจอโทรศัพท์ลงเพื่อจะตอบคำถามของเขียนฝันแต่เสียงแจ้งเตือนก็ดังขึ้นอีกครั้งทำให้เขาต้องยกโทรศัพท์ขึ้นมาพิมพ์ตอบกลับโดยไม่สังเกตเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปของเขียนฝันเลยสักนิด
[ทำไม่วันนี้ตื่นเช้าจังเลยคะ]
“พอดีพี่มีธุระเเต่เช้านะครับก็เลยตื่นเช้า”
[อ๋อเเล้ววันนี้จะมารับพลอยที่บ้านหรือเปล่าคะ พลอยจะได้แต่งตัวรอ]
“พี่ยังไม่รู้เลยครับว่าจะทำธุระเสร็จตอนกี่โมง เเล้ววันนี้พลอยมีเรียนตอนเก้าโมงใช่ไหมครับ”
[ใช่ค่ะ]
“งั้นวันนี้พลอยไปมหา'ลัยเองนะครับไว้วันหน้าพี่จะพาไปเลี้ยงข้าวเป็การไถ่โทษนะ”
[ก็ได้ค่ะเเต่เื่เลี้ยงข้าวเป็การไถ่โทษพี่ห้ามลืมนะคะ ไม่งั้นพลอยจะงอนพี่ให้หนักๆเลยคอยดู]
“พี่ไม่ลืมแน่นอนครับ”เขาพิมพ์ตอบกลับไปเเค่นั้นก่อนที่จะเก็บโทรศัพท์ไว้ในกระเป๋ากางเกงเช่นเดิมเขียนฝันเห็นดังนั้นก็รีบก้มหน้าลงทันที
“ถ้าพี่มีธุระผมกลับเองก็ได้นะครับ”เขียนฝันพูดขึ้นเมื่อสามารถปรับสีหน้าให้เป็ปกติได้แล้ว
“ไม่เป็ไรหรอกเดี๋ยวพี่ไปส่ง”
“ครับ”
หลังจากนั้นป้านชาก็พยุงเขียนฝันลงมาจากเตียงอย่างช้าๆเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้วทั้งสองคนก็เดินไปรถของเขาที่จอดอยู่หน้าตึก
“ค่อยๆ นะ”
เมื่อป้านชาและเขียนฝันเดินมาถึงรถแล้วเขาก็เปิดประตูรถให้อีกฝ่ายเข้าไปนั่งก่อนจะเอียงตัวไปรัดเข็มขัดให้อีกฝ่ายทันทีทำให้ทั้งสองได้สบตากันแต่ทุกอย่างกับช้าในความคิดของทั้งสองคน
ตาสบตาที่ทำให้ทั้งคู่ชะงักอย่างงวยงงเพราะฉากแบบนี้ไม่ใช่ฉากอย่างที่ตัวเอกในละครเจอกันงั้นเหรอ?
เป็เขียนฝันที่ละสายตาออกก่อนเพราะความรู้สึกแปลกๆในใจส่วนป้านชากลับยังคงนิ่งงันอยู่ที่เดิมพักหนึ่งก่อนจะคาดเข็มขัดให้เข้าที่ เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้วเขาก็ปิดประตูรถพร้อมกับเดินอ้อมไปนั่งอีกฝั่งด้วยหัวใจที่ยังคงเต้นแรงอยู่อย่างนั้น
มันดูเต้นแรงกว่าตอนที่เขาจูบกับแฟนสาวเสียอีก
หลังจากที่ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วป้านชาก็สตาร์ทรถเพื่อขับไปส่งอีกฝ่ายทันที เมื่อรถเคลื่อนตัวออกไปแล้วกลับปรากฏหญิงสาวกลุ่มหนึ่งกำลังอัดวิดิโอของชายหนุ่มทั้งสองอยู่ด้วยหน้าตาที่แสดงออกถึงรอยยิ้มแห่งความสุข
ทางด้านป้านชาตอนนี้เขาก็ขับรถออกจากมหา'ลัยแล้ว
“บ้านเราอยู่ไหนครับพี่จะได้ไปส่งถูก” เขาเอ่ยถามขึ้นมาทันทีที่รถเริ่มขับเข้าถนนเส้นหลักแล้ว
“อยู่ซอยxxx บ้านหลังที่xx ครับ” เขียนฝันตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
ป้านชาขับรถไปเรื่อยๆบนถนนตามทางที่เขียนฝันบอก ใช้เวลาไม่นานเขาก็สามารถมาส่งอีกฝ่ายที่บ้านได้เพราะตอนนี้ยังเช้าอยู่ทำให้การจราจรไม่ติดขัดมากนักเขาค่อย ๆ ชะลอความเร็วของรถเมื่อมาถึงหน้าบ้านที่อีกฝ่ายบอกว่าเป็บ้านที่ตัวเองอาศัยอยู่กับครอบครัว
“บ้านหลังนี้ใช่ไหมครับ”เขาถามอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ
“ครับ”อีกฝ่ายตอบกลับทันทีพร้อมกับเปิดประตูรถเเล้วค่อยๆพยุงตัวเองลงมาจากรถอย่างช้าๆ
ป้านชาที่เห็นเช่นนั้นก็ลงมาจากรถเพื่อมาช่วยพยุงอีกฝ่ายทันทีเมื่อเขาพยุงอีกฝ่ายลงจากรถเรียบร้อยแล้วก็กดล็อกรถพร้อมกับพาอีกฝ่ายเดินไปกดกริ่งหน้าบ้านเพื่อให้คนในบ้านออกมาเปิดประตูให้พวกเขา
กริ่งๆ
“ไม่มีคนอยู่บ้านเหรอครับ?” เขาถามขึ้นด้วยความสงสัยเพราะเขากดกริ่งแล้วแต่ก็ไม่มีคนออกมาเปิดประตูให้เลย
“สงสัยจะออกไปกับหมดแล้วมั้งครับ”
“เเล้วนี้น้องมีกุญแจไหมครับ”ป้านชาถามขึ้นอีกครั้งเพื่อที่เขาจะได้พาอีกฝ่ายเข้าไปนั่งในบ้าน
“อยู่ตรงกระถางต้นไม้ตรงนั้นครับ”เขียนฝันพูดขึ้นหลังจากที่เขาเอ่ยจบพร้อมกับชี้ไปที่กระถางต้นไม้ตรงหน้าบ้านทันทีเพื่อบอกว่ากุญแจบ้านอยู่ตรงนั้น
“น้องยืนเองไหวไหม”ป้านชาเอ่ยถามอีกฝ่ายออกไปด้วยความเป็ห่วง
“ได้อยู่ครับ”อีกฝ่ายตอบกลับทันทีพร้อมกับเอียงตัวไปพิงกรอบประตูแทนการพยุงของป้านชา
ป้านชาที่เห็นดังนั้นก็เดินไปหยิบกุญแจมาเปิดประตูบ้านเมื่อเปิดได้แล้วเขาก็หันมาพยุงอีกฝ่ายเดินเข้าไปในบ้านทันทีหลังจากอีกฝ่ายนั่งเรียบร้อยดีแล้วป้านชาก็มองไปรอบๆบ้าน
พบว่าบ้านหลังนี้เป็บ้านครึ่งไม้ครึ่งปูนมีสวนหน้าบ้านและกองทรายเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยของเล่นเด็ก มีต้นไม้รอบบ้านคอยให้ร่มเงาทำให้บ้านหลังนี้ดูร่มเย็นและอบอุ่นขึ้นมา
“บ้านหลังนี้ดูร่มรื่นดีนะครับ”ป้านชาเอ่ยถามอีกฝ่ายหลังจากที่มองสำรวจบ้านหลังนี้จนหมดแล้ว
“ขอบคุณครับ”
“งั้นพี่ไม่รบกวนเราแล้วอยู่คนเดียวได้ใช่ไหมครับ” ป้านชาเอ่ยถามด้วยความเป็ห่วง
“ครับ”เขียนฝันตอบกับอีกฝ่ายทันที
ก่อนที่เขาจะล้มตัวลงนอนพร้อมกับเปลือกตาที่หนักขึ้นเรื่อยๆ ผ่านไปซักพักเสียงลมหายใจของเขียนฝันก็สม่ำเสมอบ่งบอกว่าอีกฝ่ายได้เข้าสู้ห้วงแห่งความฝันแล้ว
ป้านชาที่เห็นดังนั้นก็เตรียมตัวจะกลับทันทีแต่กลับสะดุดตาที่รูปใบหนึ่งทำให้เขาต้องเดินเข้าไปดูใกล้ๆ
ภาพนั้นเป็ภาพครอบครัวที่มีพ่อแม่ลูกอยู่ในรูปนั้นดูเป็ครอบครัวที่สุขสันต์ดีโดยในรูปผู้หญิงคนนั้นกำลังอุ้มเด็กชายหันไปทางเขียนฝันทำให้เขาเห็นใบหน้าของเด็กคนนั้นแค่ครึ่งหน้าเท่านั้นแต่ประเด็นกลับอยู่ที่หน้าของเด็กคนนั้นมากกว่าที่ทำให้เขาสะดุดตาจนต้องหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปเก็บไว้เพราะเขารู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาเด็กคนนี้เหมือนเคยเห็นที่ไหนแต่ก็คิดไม่ออกเขาจึงสลัดความคิดออกจากหัวไป
เขาวางรูปไว้ที่เดิมครุ่นคิดว่าชายหนุ่มคนนี้ดูแล้วมีครอบครัวที่อบอุ่นไม่น้อยอยู่กันพร้อมหน้าทั้งพ่อแม่ลูกแต่พอคิดได้ว่าเด็กน้อยในรูปดูมีอายุได้สองสามปีแล้ว ชายหนุ่มคนนี้คงมีลูกตอนเพิ่งเข้ามหา’ลัยได้ไม่นานแน่ๆ
เมื่อคิดถึงปฏิกิริยาของตนเองตอนเมื่อเช้าก็รู้สึกละอาย
เขาเดินจากไปพร้อมกับไม่ลืมล็อกประตูบ้านให้กับอีกฝ่ายเพื่อความปลอดภัยในหัวสลัดภาพเ่าั้ออกก่อนจะเปิดประตูรถแล้วหลับออกไป
...