ยอดมนุษย์ทะลุเกมกลายพันธุ์

    บทที่ 40 ปลิดชีพเจินเจินด้วยหมัดเดียว

     

    เดิมทีเฉียนตัวตัวทำท่าทางราวกับมีความมั่นใจที่จะรับมือการโจมตีของคู่ต่อสู้ได้ และเซี่ยฮุยก็คิดว่าครั้งนี้คงไม่ต้องถึงมือของเขา

     

    แต่หลังจากที่เจินเจินปล่อยการโจมตีครั้งใหญ่ออกมา เฉียนตัวตัวก็กลับลำแทบไม่ทัน

     

    ช่างมาถูกจังหวะดีจริง ๆ!

     

    เขาแอบถอนหายใจอยู่ภายในใจ แน่นอนว่าเขาไม่มีทางยืนดูเฉียนตัวตัวถูกโจมตีโดยไม่คิดจะทำอะไรอยู่แล้ว

     

    เขากระทืบเท้าลงบนพื้น จากนั้นร่างก็ทะยานออกไปด้านหน้าอย่างรวดเร็ว

     

    ซัดหมัด!

     

    เขาพุ่งทะยานปะทะเข้ากับระลอกคลื่นวายุที่กำลังม้วนตัวเข้ามา

     

    “พี่ฮุยผู้องอาจ!”

     

    เฉียนตัวตัวเห็นเซี่ยฮุยที่กำลังพุ่งทะยานเข้าใส่คลื่นวายุ อีกฝ่ายก็รีบตะโกนเสียงดังเพื่อให้กำลังใจ

     

    แน่นอนว่าคนอื่น ๆ ที่เหลือก็ไม่ได้ยืนเป็นผู้ชมโดยไม่คิดจะทำอะไร

     

    ตอนที่เซี่ยฮุยพุ่งตัวเข้าใส่ระลอกคลื่นวายุ เฉียนตั๋วตั่วก็เรียกเถาวัลย์ออกมาและเปลี่ยนพวกมันให้กลายเป็นแส้ยาวฟาดเข้าใส่ร่างของเจินเจินอย่างรุนแรง

     

    หลี่เหมยดึงดาบออกมาจากฝัก ร่างของเธอพุ่งเข้าใส่เจินเจินด้วยความเร็วขั้นสุด โดยไม่ได้เปิดใช้ทักษะใหญ่แม้แต่ทักษะเดียว

     

    เจี่ยปิงอวี่เรียกเสาน้ำแข็งออกมาสามต้นเพื่อกระแทกเข้าใส่ร่างของเจินเจินโดยตรง

     

    ในเวลาเดียวกันฝ่ามือทั้งสองข้างของป๋ายเสียวเสี่ยวก็มีแสงสว่างสีขาวสว่างวาบขึ้น ป๋ายเสียวเสี่ยวปล่อยแสงเหล่านั้นบนแผ่นหลังของเจี่ยปิงอวี่เพื่อเพิ่มพลังงานให้กับเธอ

     

    เซี่ยฮุยเข้าใกล้คลื่นวายุมากขึ้นเรื่อย ๆ เขารู้สึกได้ว่าพลังที่ซ่อนอยู่ในคลื่นวายุเหล่านี้ทรงพลังเป็นอย่างมาก

     

    พลังขั้น 7 ที่ถูกส่งออกมาด้วยพลังทั้งหมดที่มี ไม่มีอ่อนข้อแม้แต่น้อย มันคือพลังของขอบเขตพิเศษขั้น 7

     

    เซี่ยฮุยไม่กล้าประมาท การเปิดใช้พลังลมปราณทั้งหมดที่มีภายในเวลาอันรวดเร็ว หมัดขวาของเขาพุ่งเข้าใส่ระลอกคลื่นวายุที่กำลังเข้าประชิดตัวอย่างสุดกำลัง

     

    ฟูม!

     

    หมัดที่ถูกส่งออกไปเป็นรูปหมัดวายุขนาดใหญ่ หมัดวายุฝ่าทะลุอากาศและปะทะเข้าใส่คลื่นวายุอย่างดุเดือด

     

    “ผัวะ~”

     

    ไม่ได้เกิดแรงสั่นสะเทือนอย่างที่เขาคิดไว้ พลังจากสองฝั่งปะทะเข้าใส่กันราวกับเม็ดฝนที่กระทบลงบนแม่น้ำ วินาทีต่อมาทุกอย่างก็หายไป

     

    อีกด้านหนึ่ง...หลี่เหมยกระโดดลอยตัวขึ้นสูงและย้ายมาอยู่ด้านหลังของเจินเจินเพื่อโจมตีเป้าหมาย ส่วนด้านหน้าของเจินเจินในเวลานี้กำลังเผชิญหน้าอยู่กับเสาน้ำแข็งสามแท่งที่ถูกส่งมาจากเจี่ยปิงอวี่

     

    หลี่เหมยมองเจินเจินที่อยู่ตรงหน้า เธอรวบรวมพลังไปที่ปลายดาบก่อนหน้านี้แล้ว และตอนนี้ดาบในมือก็เต็มไปด้วยพลังที่อัดแน่นอยู่ในนั้น

     

    “ชิ้ง~”

     

    วินาทีต่อมา หลี่เหมยบิดข้อมือขวาของเธอและแทงปลายดาบแหวกอากาศออกไป

     

    ร่องรอยจากปลายดาบของเธอฝ่าอากาศไร้รูปทรงและปาดไปที่กลางลำคอของเจินเจิน

     

    แต่ก่อนที่เธอจะได้ตัดหัวของเจินเจิน จู่ ๆ หลี่เหมยก็รู้สึกว่าภาพตรงหน้าแกว่งไปมาพร้อมกับร่างของเจินเจินที่หายไป ตอนนี้สิ่งที่เธอกำลังเผชิญหน้าอยู่ก็คือเสาน้ำแข็งของเจี่ยปิงอวี่

     

    เธอรีบบิดข้อมือและใช้ดาบฟาดเข้าใส่เสาน้ำแข็งของเจี่ยปิงอวี่อย่างต่อเนื่องจนมลายหายไปทีละแท่ง

     

    พูดไปอาจจะดูเหมือนนาน แต่จริง ๆ แล้วทุกอย่างเกิดขึ้นภายในระยะเวลาไม่กี่วินาทีเท่านั้น สายตาของหลี่เหมยกวาดมองไปรอบ ๆ เพื่อหาเจินเจินที่หายตัวไป

     

    เธอมองซ้าย ขวา หน้า หลังแต่กลับไม่พบแม้แต่เงาของอีกฝ่าย

     

    ถ้าเช่นนั้นก็คงจะ...

     

    “เหมยเหมยระวังด้านหลัง”

     

    ตอนที่เจี่ยปิงอวี่ตะโกนเตือนเธอ หลี่เหมยก็ตระหนักได้แล้วว่าเจินเจินน่าจะอยู่ด้านหลังของเธอ

     

    เธอไม่กล้าหันหลังกลับไป เพราะหลังจากที่หลี่เหมยรู้สึกถึงตำแหน่งของเจินเจิน เธอก็พบว่ามีระลอกคลื่นวายุกำลังพุ่งเข้าใส่ร่างของเธออย่างรุนแรง

     

    หลี่เหมยไม่ได้ตื่นตระหนก เธอย่อตัวลงและเพิ่มความเร็วเพื่อพุ่งตัวลงไปด้านล่าง

     

    ในเวลานี้เอง เถาวัลย์ขนาดใหญ่หนึ่งเส้นก็พุ่งผ่านศีรษะของเธอไป และปะทะเข้าใส่ระลอกคลื่นวายุที่อยู่ด้านหลัง

     

    เถาวัลย์เหล่านั้นไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่สมน้ำสมเนื้อสำหรับระลอกคลื่นของเจินเจิน หลังจากปะทะเข้าใส่กัน เถาวัลย์เหล่านั้นก็แยกออกจากกันและร่วงกราวลงสู่พื้น

     

    เซี่ยฮุยเห็นเช่นนั้นก็รีบซัดหมัดตามออกไปอีกครั้งเพื่อกำจัดระลอกคลื่นวายุที่ถูกส่งออกมา

     

    วินาทีที่ร่างตกลงสู่พื้น หลี่เหมยก็หมุนตัวกลับมาและพบว่าเจินเจินกำลังลอยตัวอยู่กลางอากาศด้านหลังเธอ

     

    เธอขบฟัน เท้าข้างหนึ่งกระทืบลงบนพื้นเพื่อลอยตัวขึ้นจากพื้นดินอีกครั้ง

     

    “อยู่ห่างจากพวกเขามากเกินไปแล้ว!”

     

    หลี่เหมยใช้พลังทั้งหมดที่มีรวบรวมไปที่ปลายดาบในมือและพุ่งทะยานออกไป

     

    เพียงชั่วอึดใจเดียว

     

    “สะบั้นแตกหัก!”

     

    หลี่เหมยลอยตัวอยู่กลางอากาศและปล่อยการโจมตีครั้งใหญ่ออกมา

     

    การโจมตีของเธอปะทะเข้ากับพลังปราณระลอกคลื่นวายุ ใบมีดแห่งปราณดาบสีพุ่งเข้าใส่ร่างของเจินเจินเพื่อบดขยี้อีกฝ่าย

     

    มีดแห่งปราณดาบโปร่งแสงช่างดูทรงพลังจนน่าตกใจ

     

    อากาศที่ถูกใบมีดแหวกไม่สามารถกลับคืนสู่สภาพเดิมได้เป็นเวลานาน

     

    นี่เป็นเรื่องปกติที่จะเกิดร่องรอยที่น่าตกใจ หลังจากที่ปลายดาบถูกส่งออกไปและแหวกกลางอากาศ

     

    ใบมีดแห่งปราณดาบที่ลอบโจมตีเมื่อครู่ นอกจากจะไม่ได้ทำให้เจินเจินรู้สึกหวาดกลัวแล้ว เธอกลับมองด้วยสีหน้าและแววตาดูหมิ่น เพราะนอกจากเซี่ยฮุยแล้ว คนอื่น ๆ ที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกหวาดกลัว

     

    ความแข็งแกร่งของคนเหล่านั้นเป็นเพียงแค่ของเล่นชิ้นใหญ่ไว้ให้เธอเล่นเท่านั้น

     

    แต่คนเหล่านี้จะมีความสามารถแค่นี้จริง ๆ เหรอ?

     

    เจินเจินไม่ได้อ่อนข้อให้ เธอปล่อยระลอกคลื่นวายุออกไปอีกครั้งเพื่อสู้กับใบมีดปราณดาบ

     

    วินาทีต่อมา ดวงตาทั้งคู่ของเจินเจินก็เบิกกว้าง ระลอกคลื่นวายุของเธอถูกสับราวกับแตงโม ใบมีดแห่งปราณดาบของหลี่เหมยสามารถแหวกคลื่นพลังได้อย่างง่ายดาย

     

    ทรงพลังขนาดนี้เลยเหรอ?

     

    เธอมองด้วยความประหลาดใจเล็ก ๆ เจินเจินเปิดใช้ความสามารถจากพรสวรรค์ของเธออีกครั้ง ตอนที่ใบมีดแห่งปราณดาบถูกส่งมาที่เธอ ร่างของเธอก็หายไปจากจุดเดิม

     

    “ใช้วิธีนี้อีกแล้ว”

     

    หลี่เหมยเห็นเจินเจินหายตัวไปและปรากฏตัวขึ้นที่อีกมุมหนึ่งในเวลาต่อมา

     

    หลี่เหมยแอบรู้สึกหงุดหงิด ไม่ใช่เรี่องง่ายเลยที่เธอจะเรียกใช้ทักษะในแต่ละครั้ง แต่เป้าหมายของเธอกลับหนีหายไปอีกแล้ว!

     

    เธอกระชับดาบในมือขณะรู้สึกลังเลเล็กน้อย ต่อให้เธอปล่อยทักษะใหญ่ออกไปอีกครั้ง แต่ถ้าหากเธอไม่สามารถโจมตีอีกฝ่ายได้ทัน มันก็เปล่าประโยชน์อยู่ดี

     

    รอโอกาสก็แล้วกัน!

     

    วินาทีต่อมา หลี่เหมยจึงล้มเลิกความคิดที่จะโจมตีต่อ เธอรีบถอยกลับมายืนข้าง ๆ เจี่ยปิงอวี่อย่างไม่ลังเล

     

    เจี่ยปิงอวี่ ป๋ายเสียวเสี่ยวและเฉียนตัวตัวต่างก็เป็นผู้มีทักษะการโจมตีระยะไกล ถ้าหากศัตรูเข้าใกล้พวกเธอในระยะประชิด เฉียนตัวตัวที่ไม่ได้อยู่ในโหมดกลายร่างคงไม่สามารถคุ้มกันพวกเธอได้

     

    ดังนั้นหลี่เหมยจึงขยับมาอยู่ข้าง ๆ สามสาวเพื่อช่วยคุ้มกันพวกเธออีกแรง ถ้าหากเจินเจินคิดจะลอบโจมตีพวกเธอที่นี่ อย่างน้อย ๆ เธอก็น่าจะหาโอกาสโจมตีเจินเจินเพื่อปลิดชีพเธอได้

     

    เซี่ยฮุยเห็นหลี่เหมยถอยออกไปแล้ว เขาก็แอบชื่นชมความเฉลียวฉลาดของเธออยู่ภายในใจ

     

    หลังจากนั้นเขาก็หันไปมองเจินเจินที่ยังลอยอยู่กลางอากาศและซัดหมัดเข้าใส่อีกครั้ง

     

    เมื่อเห็นเซี่ยฮุยกำลังโผทะยานเข้ามาใกล้ เจินเจินจึงเตรียมใช้ทักษะเดิมเพื่อหลบหมัดของเขา

     

    แต่เซี่ยฮุยสามารถโต้ตอบได้อย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นว่าเจินเจินกำลังจะหายตัว เขาก็เปลี่ยนทิศการปล่อยหมัดของตัวเองและย้ายไปยังตำแหน่งที่เขาคาดการณ์ว่าเจินเจินน่าจะอยู่ที่นั่น

     

    “ปัง!”

     

    เสียงกระแทกดังขึ้น เจินเจินที่เพิ่งจะปรากฏตัวได้ไม่นานถูกหมัดของเซี่ยฮุยซัดเข้าอย่างจังจนกระเด็นลอยออกไป

     

    “เป็นไปไม่ได้!”

     

    หลังจากที่เจินเจินยืนนิ่งอยู่กับที่ เธอก็หันมามองเซี่ยฮุยด้วยความตกตะลึง

     

    เธอตะโกนเสียงดั่งสนั่นหวั่นไหว “นายไม่มีทางรู้ตำแหน่งของฉัน เป็นไปได้ยังไง...เว้นเสียแต่ว่านาย...”

     

    หลังจากที่เธอคาดเดาความเป็นไปได้ จู่ ๆ ดวงตาของเธอก็เบิกกว้าง

     

    “เว้นเสียแต่ว่านายจะเป็นผู้อยู่ขอบเขตพิเศษสูงกว่าขั้น 7”

     

    เซี่ยฮุยเก็บหมัดของตัวเอง เขามองเจินเจินที่ไม่กล้าโจมตีเขา และไม่คิดจะปฏิเสธอีกฝ่าย

     

    เมื่อเห็นว่าเซี่ยฮุยไม่ปฏิเสธ เจินเจินก็แผดเสียงคำรามออกมาจนดังก้องไปทั่ว

     

    ในเวลาเดียวกันคลื่นเสียงดังแสบแก้วหูก็พุ่งเข้ามาข้างลำตัวของเขา

     

    “พวกมันหลอกฉัน พวกมันหลอกฉัน...”

     

    เจินเจินตะโกนซ้ำไปซ้ำมาราวกับคนสติแตก

     

    แต่เซี่ยฮุยไม่สามารถปล่อยให้เธอตะโกนโหวกเหวกได้อีกต่อไป เพราะเขาค้นพบว่าคลื่นเสียงที่ออกมาจากปากของเธอมีพลังที่แปลกประหลาดถูกส่งออกมาด้วย

     

    ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เป็นการโจมตี แต่เมื่อเห็นปฏิกิริยาของเจี่ยปิงอวี่และคนอื่น ๆ เซี่ยฮุยก็รับรู้ได้ในทันทีว่ามันคือสกิลโจมตีภายในร่างกาย

     

    เพื่อไม่ให้เสียเวลามากไปกว่านี้ เขายกหมัดขึ้นมาและโผทะยานขึ้นจากพื้นดินอีกครั้ง

     

    เขาพุ่งเข้าใส่ร่างของเจินเจินที่กำลังแผดเสียงตะโกนอย่างบ้าคลั่ง วินาทีต่อมาเจินเจินที่ไม่ทันได้ระวังตัวก็ถูกหมัดของเซี่ยฮุยกระแทกเข้าใส่ร่าง

     

    ?

     

    เมื่อเห็นร่างของเจินเจินหายไปภายในชั่วพริบตา ความงุนงงก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา

     

    เซี่ยฮุยมั่นใจได้ว่าเจินเจินไม่ได้เปิดใช้สกิลหายตัวตอนที่ถูกเขาโจมตีเข้าใส่ แต่หลังจากที่หมัดของเขากระแทกเข้ากับร่างของเธอ ร่างของเจินเจินก็หายไปในอากาศทันที

     

    “ตายแล้วเหรอ?”

     

    หลังจากที่ร่างของเจินเจินหายไป บรรยากาศที่อยู่รอบตัวก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง

     

    พวกเขายืนอยู่ด้านบนชั้นดาดฟ้า บรรยากาศที่อยู่รอบตัวของพวกเขาไร้ซึ่งสิ่งกีดขวาง แต่เซี่ยฮุยกลับรู้สึกสงสัยเป็นอย่างมาก

     

    เจินเจินที่เป็นถึงราชันผีขั้น 7 จะถูกเขาฆ่าตายได้อย่างง่ายดายด้วยหมัดเพียงครั้งเดียวได้อย่างไรกัน?

    คล้ายกับเรื่องยอดมนุษย์ทะลุเกมกลายพันธุ์ ที่คุณอ่าน