เดิมทีเฉียนตัวตัวทำท่าทางราวกับมีความมั่นใจที่จะรับมือการโจมตีของคู่ต่อสู้ได้ และเซี่ยฮุยก็คิดว่าครั้งนี้คงไม่ต้องถึงมือของเขา
แต่หลังจากที่เจินเจินปล่อยการโจมตีครั้งใหญ่ออกมา เฉียนตัวตัวก็กลับลำแทบไม่ทัน
ช่างมาถูกจังหวะดีจริง ๆ!
เขาแอบถอนหายใจอยู่ภายในใจ แน่นอนว่าเขาไม่มีทางยืนดูเฉียนตัวตัวถูกโจมตีโดยไม่คิดจะทำอะไรอยู่แล้ว
เขากระทืบเท้าลงบนพื้น จากนั้นร่างก็ทะยานออกไปด้านหน้าอย่างรวดเร็ว
ซัดหมัด!
เขาพุ่งทะยานปะทะเข้ากับระลอกคลื่นวายุที่กำลังม้วนตัวเข้ามา
“พี่ฮุยผู้องอาจ!”
เฉียนตัวตัวเห็นเซี่ยฮุยที่กำลังพุ่งทะยานเข้าใส่คลื่นวายุ อีกฝ่ายก็รีบตะโกนเสียงดังเพื่อให้กำลังใจ
แน่นอนว่าคนอื่น ๆ ที่เหลือก็ไม่ได้ยืนเป็นผู้ชมโดยไม่คิดจะทำอะไร
ตอนที่เซี่ยฮุยพุ่งตัวเข้าใส่ระลอกคลื่นวายุ เฉียนตั๋วตั่วก็เรียกเถาวัลย์ออกมาและเปลี่ยนพวกมันให้กลายเป็นแส้ยาวฟาดเข้าใส่ร่างของเจินเจินอย่างรุนแรง
หลี่เหมยดึงดาบออกมาจากฝัก ร่างของเธอพุ่งเข้าใส่เจินเจินด้วยความเร็วขั้นสุด โดยไม่ได้เปิดใช้ทักษะใหญ่แม้แต่ทักษะเดียว
เจี่ยปิงอวี่เรียกเสาน้ำแข็งออกมาสามต้นเพื่อกระแทกเข้าใส่ร่างของเจินเจินโดยตรง
ในเวลาเดียวกันฝ่ามือทั้งสองข้างของป๋ายเสียวเสี่ยวก็มีแสงสว่างสีขาวสว่างวาบขึ้น ป๋ายเสียวเสี่ยวปล่อยแสงเหล่านั้นบนแผ่นหลังของเจี่ยปิงอวี่เพื่อเพิ่มพลังงานให้กับเธอ
เซี่ยฮุยเข้าใกล้คลื่นวายุมากขึ้นเรื่อย ๆ เขารู้สึกได้ว่าพลังที่ซ่อนอยู่ในคลื่นวายุเหล่านี้ทรงพลังเป็นอย่างมาก
พลังขั้น 7 ที่ถูกส่งออกมาด้วยพลังทั้งหมดที่มี ไม่มีอ่อนข้อแม้แต่น้อย มันคือพลังของขอบเขตพิเศษขั้น 7
เซี่ยฮุยไม่กล้าประมาท การเปิดใช้พลังลมปราณทั้งหมดที่มีภายในเวลาอันรวดเร็ว หมัดขวาของเขาพุ่งเข้าใส่ระลอกคลื่นวายุที่กำลังเข้าประชิดตัวอย่างสุดกำลัง
ฟูม!
หมัดที่ถูกส่งออกไปเป็นรูปหมัดวายุขนาดใหญ่ หมัดวายุฝ่าทะลุอากาศและปะทะเข้าใส่คลื่นวายุอย่างดุเดือด
“ผัวะ~”
ไม่ได้เกิดแรงสั่นสะเทือนอย่างที่เขาคิดไว้ พลังจากสองฝั่งปะทะเข้าใส่กันราวกับเม็ดฝนที่กระทบลงบนแม่น้ำ วินาทีต่อมาทุกอย่างก็หายไป
อีกด้านหนึ่ง...หลี่เหมยกระโดดลอยตัวขึ้นสูงและย้ายมาอยู่ด้านหลังของเจินเจินเพื่อโจมตีเป้าหมาย ส่วนด้านหน้าของเจินเจินในเวลานี้กำลังเผชิญหน้าอยู่กับเสาน้ำแข็งสามแท่งที่ถูกส่งมาจากเจี่ยปิงอวี่
หลี่เหมยมองเจินเจินที่อยู่ตรงหน้า เธอรวบรวมพลังไปที่ปลายดาบก่อนหน้านี้แล้ว และตอนนี้ดาบในมือก็เต็มไปด้วยพลังที่อัดแน่นอยู่ในนั้น
“ชิ้ง~”
วินาทีต่อมา หลี่เหมยบิดข้อมือขวาของเธอและแทงปลายดาบแหวกอากาศออกไป
ร่องรอยจากปลายดาบของเธอฝ่าอากาศไร้รูปทรงและปาดไปที่กลางลำคอของเจินเจิน
แต่ก่อนที่เธอจะได้ตัดหัวของเจินเจิน จู่ ๆ หลี่เหมยก็รู้สึกว่าภาพตรงหน้าแกว่งไปมาพร้อมกับร่างของเจินเจินที่หายไป ตอนนี้สิ่งที่เธอกำลังเผชิญหน้าอยู่ก็คือเสาน้ำแข็งของเจี่ยปิงอวี่
เธอรีบบิดข้อมือและใช้ดาบฟาดเข้าใส่เสาน้ำแข็งของเจี่ยปิงอวี่อย่างต่อเนื่องจนมลายหายไปทีละแท่ง
พูดไปอาจจะดูเหมือนนาน แต่จริง ๆ แล้วทุกอย่างเกิดขึ้นภายในระยะเวลาไม่กี่วินาทีเท่านั้น สายตาของหลี่เหมยกวาดมองไปรอบ ๆ เพื่อหาเจินเจินที่หายตัวไป
เธอมองซ้าย ขวา หน้า หลังแต่กลับไม่พบแม้แต่เงาของอีกฝ่าย
ถ้าเช่นนั้นก็คงจะ...
“เหมยเหมยระวังด้านหลัง”
ตอนที่เจี่ยปิงอวี่ตะโกนเตือนเธอ หลี่เหมยก็ตระหนักได้แล้วว่าเจินเจินน่าจะอยู่ด้านหลังของเธอ
เธอไม่กล้าหันหลังกลับไป เพราะหลังจากที่หลี่เหมยรู้สึกถึงตำแหน่งของเจินเจิน เธอก็พบว่ามีระลอกคลื่นวายุกำลังพุ่งเข้าใส่ร่างของเธออย่างรุนแรง
หลี่เหมยไม่ได้ตื่นตระหนก เธอย่อตัวลงและเพิ่มความเร็วเพื่อพุ่งตัวลงไปด้านล่าง
ในเวลานี้เอง เถาวัลย์ขนาดใหญ่หนึ่งเส้นก็พุ่งผ่านศีรษะของเธอไป และปะทะเข้าใส่ระลอกคลื่นวายุที่อยู่ด้านหลัง
เถาวัลย์เหล่านั้นไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่สมน้ำสมเนื้อสำหรับระลอกคลื่นของเจินเจิน หลังจากปะทะเข้าใส่กัน เถาวัลย์เหล่านั้นก็แยกออกจากกันและร่วงกราวลงสู่พื้น
เซี่ยฮุยเห็นเช่นนั้นก็รีบซัดหมัดตามออกไปอีกครั้งเพื่อกำจัดระลอกคลื่นวายุที่ถูกส่งออกมา
วินาทีที่ร่างตกลงสู่พื้น หลี่เหมยก็หมุนตัวกลับมาและพบว่าเจินเจินกำลังลอยตัวอยู่กลางอากาศด้านหลังเธอ
เธอขบฟัน เท้าข้างหนึ่งกระทืบลงบนพื้นเพื่อลอยตัวขึ้นจากพื้นดินอีกครั้ง
“อยู่ห่างจากพวกเขามากเกินไปแล้ว!”
หลี่เหมยใช้พลังทั้งหมดที่มีรวบรวมไปที่ปลายดาบในมือและพุ่งทะยานออกไป
เพียงชั่วอึดใจเดียว
“สะบั้นแตกหัก!”
หลี่เหมยลอยตัวอยู่กลางอากาศและปล่อยการโจมตีครั้งใหญ่ออกมา
การโจมตีของเธอปะทะเข้ากับพลังปราณระลอกคลื่นวายุ ใบมีดแห่งปราณดาบสีพุ่งเข้าใส่ร่างของเจินเจินเพื่อบดขยี้อีกฝ่าย
มีดแห่งปราณดาบโปร่งแสงช่างดูทรงพลังจนน่าตกใจ
อากาศที่ถูกใบมีดแหวกไม่สามารถกลับคืนสู่สภาพเดิมได้เป็นเวลานาน
นี่เป็นเรื่องปกติที่จะเกิดร่องรอยที่น่าตกใจ หลังจากที่ปลายดาบถูกส่งออกไปและแหวกกลางอากาศ
ใบมีดแห่งปราณดาบที่ลอบโจมตีเมื่อครู่ นอกจากจะไม่ได้ทำให้เจินเจินรู้สึกหวาดกลัวแล้ว เธอกลับมองด้วยสีหน้าและแววตาดูหมิ่น เพราะนอกจากเซี่ยฮุยแล้ว คนอื่น ๆ ที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกหวาดกลัว
ความแข็งแกร่งของคนเหล่านั้นเป็นเพียงแค่ของเล่นชิ้นใหญ่ไว้ให้เธอเล่นเท่านั้น
แต่คนเหล่านี้จะมีความสามารถแค่นี้จริง ๆ เหรอ?
เจินเจินไม่ได้อ่อนข้อให้ เธอปล่อยระลอกคลื่นวายุออกไปอีกครั้งเพื่อสู้กับใบมีดปราณดาบ
วินาทีต่อมา ดวงตาทั้งคู่ของเจินเจินก็เบิกกว้าง ระลอกคลื่นวายุของเธอถูกสับราวกับแตงโม ใบมีดแห่งปราณดาบของหลี่เหมยสามารถแหวกคลื่นพลังได้อย่างง่ายดาย
ทรงพลังขนาดนี้เลยเหรอ?
เธอมองด้วยความประหลาดใจเล็ก ๆ เจินเจินเปิดใช้ความสามารถจากพรสวรรค์ของเธออีกครั้ง ตอนที่ใบมีดแห่งปราณดาบถูกส่งมาที่เธอ ร่างของเธอก็หายไปจากจุดเดิม
“ใช้วิธีนี้อีกแล้ว”
หลี่เหมยเห็นเจินเจินหายตัวไปและปรากฏตัวขึ้นที่อีกมุมหนึ่งในเวลาต่อมา
หลี่เหมยแอบรู้สึกหงุดหงิด ไม่ใช่เรี่องง่ายเลยที่เธอจะเรียกใช้ทักษะในแต่ละครั้ง แต่เป้าหมายของเธอกลับหนีหายไปอีกแล้ว!
เธอกระชับดาบในมือขณะรู้สึกลังเลเล็กน้อย ต่อให้เธอปล่อยทักษะใหญ่ออกไปอีกครั้ง แต่ถ้าหากเธอไม่สามารถโจมตีอีกฝ่ายได้ทัน มันก็เปล่าประโยชน์อยู่ดี
รอโอกาสก็แล้วกัน!
วินาทีต่อมา หลี่เหมยจึงล้มเลิกความคิดที่จะโจมตีต่อ เธอรีบถอยกลับมายืนข้าง ๆ เจี่ยปิงอวี่อย่างไม่ลังเล
เจี่ยปิงอวี่ ป๋ายเสียวเสี่ยวและเฉียนตัวตัวต่างก็เป็นผู้มีทักษะการโจมตีระยะไกล ถ้าหากศัตรูเข้าใกล้พวกเธอในระยะประชิด เฉียนตัวตัวที่ไม่ได้อยู่ในโหมดกลายร่างคงไม่สามารถคุ้มกันพวกเธอได้
ดังนั้นหลี่เหมยจึงขยับมาอยู่ข้าง ๆ สามสาวเพื่อช่วยคุ้มกันพวกเธออีกแรง ถ้าหากเจินเจินคิดจะลอบโจมตีพวกเธอที่นี่ อย่างน้อย ๆ เธอก็น่าจะหาโอกาสโจมตีเจินเจินเพื่อปลิดชีพเธอได้
เซี่ยฮุยเห็นหลี่เหมยถอยออกไปแล้ว เขาก็แอบชื่นชมความเฉลียวฉลาดของเธออยู่ภายในใจ
หลังจากนั้นเขาก็หันไปมองเจินเจินที่ยังลอยอยู่กลางอากาศและซัดหมัดเข้าใส่อีกครั้ง
เมื่อเห็นเซี่ยฮุยกำลังโผทะยานเข้ามาใกล้ เจินเจินจึงเตรียมใช้ทักษะเดิมเพื่อหลบหมัดของเขา
แต่เซี่ยฮุยสามารถโต้ตอบได้อย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นว่าเจินเจินกำลังจะหายตัว เขาก็เปลี่ยนทิศการปล่อยหมัดของตัวเองและย้ายไปยังตำแหน่งที่เขาคาดการณ์ว่าเจินเจินน่าจะอยู่ที่นั่น
“ปัง!”
เสียงกระแทกดังขึ้น เจินเจินที่เพิ่งจะปรากฏตัวได้ไม่นานถูกหมัดของเซี่ยฮุยซัดเข้าอย่างจังจนกระเด็นลอยออกไป
“เป็นไปไม่ได้!”
หลังจากที่เจินเจินยืนนิ่งอยู่กับที่ เธอก็หันมามองเซี่ยฮุยด้วยความตกตะลึง
เธอตะโกนเสียงดั่งสนั่นหวั่นไหว “นายไม่มีทางรู้ตำแหน่งของฉัน เป็นไปได้ยังไง...เว้นเสียแต่ว่านาย...”
หลังจากที่เธอคาดเดาความเป็นไปได้ จู่ ๆ ดวงตาของเธอก็เบิกกว้าง
“เว้นเสียแต่ว่านายจะเป็นผู้อยู่ขอบเขตพิเศษสูงกว่าขั้น 7”
เซี่ยฮุยเก็บหมัดของตัวเอง เขามองเจินเจินที่ไม่กล้าโจมตีเขา และไม่คิดจะปฏิเสธอีกฝ่าย
เมื่อเห็นว่าเซี่ยฮุยไม่ปฏิเสธ เจินเจินก็แผดเสียงคำรามออกมาจนดังก้องไปทั่ว
ในเวลาเดียวกันคลื่นเสียงดังแสบแก้วหูก็พุ่งเข้ามาข้างลำตัวของเขา
“พวกมันหลอกฉัน พวกมันหลอกฉัน...”
เจินเจินตะโกนซ้ำไปซ้ำมาราวกับคนสติแตก
แต่เซี่ยฮุยไม่สามารถปล่อยให้เธอตะโกนโหวกเหวกได้อีกต่อไป เพราะเขาค้นพบว่าคลื่นเสียงที่ออกมาจากปากของเธอมีพลังที่แปลกประหลาดถูกส่งออกมาด้วย
ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เป็นการโจมตี แต่เมื่อเห็นปฏิกิริยาของเจี่ยปิงอวี่และคนอื่น ๆ เซี่ยฮุยก็รับรู้ได้ในทันทีว่ามันคือสกิลโจมตีภายในร่างกาย
เพื่อไม่ให้เสียเวลามากไปกว่านี้ เขายกหมัดขึ้นมาและโผทะยานขึ้นจากพื้นดินอีกครั้ง
เขาพุ่งเข้าใส่ร่างของเจินเจินที่กำลังแผดเสียงตะโกนอย่างบ้าคลั่ง วินาทีต่อมาเจินเจินที่ไม่ทันได้ระวังตัวก็ถูกหมัดของเซี่ยฮุยกระแทกเข้าใส่ร่าง
?
เมื่อเห็นร่างของเจินเจินหายไปภายในชั่วพริบตา ความงุนงงก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา
เซี่ยฮุยมั่นใจได้ว่าเจินเจินไม่ได้เปิดใช้สกิลหายตัวตอนที่ถูกเขาโจมตีเข้าใส่ แต่หลังจากที่หมัดของเขากระแทกเข้ากับร่างของเธอ ร่างของเจินเจินก็หายไปในอากาศทันที
“ตายแล้วเหรอ?”
หลังจากที่ร่างของเจินเจินหายไป บรรยากาศที่อยู่รอบตัวก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง
พวกเขายืนอยู่ด้านบนชั้นดาดฟ้า บรรยากาศที่อยู่รอบตัวของพวกเขาไร้ซึ่งสิ่งกีดขวาง แต่เซี่ยฮุยกลับรู้สึกสงสัยเป็นอย่างมาก
เจินเจินที่เป็นถึงราชันผีขั้น 7 จะถูกเขาฆ่าตายได้อย่างง่ายดายด้วยหมัดเพียงครั้งเดียวได้อย่างไรกัน?