จู่ๆ เขาก็เอ่ยปากพูดกับนาง ทำเอาเถียนฮวนใสะดุ้งเฮือก
แต่ไม่นานก็ได้สติ ใบหน้าของนางก็ปรากฏรอยยิ้มเขินอายจางๆ
“ข้าปฏิบัติต่อท่านดี ท่านก็ต้องดีกับข้าเหมือนกันนะ ดีหรือไม่”
ภายใต้แสงไฟที่วูบไหว นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขาด้วยดวงตาที่ฉ่ำวาวดั่งสายน้ำในฤดูใบไม้ผลิมองเขาเขม็งไม่กะพริบแม้แต่น้อย หัวใจของกู้ฉางสุ่ยก็พลันเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ
“แน่นอน ข้าต้องดีกับเ้าอยู่แล้ว” เขาพยักหน้าตอบอย่างหนักแน่น
เถียนฮวนยิ้มหวานทันที แล้วก็ใช้มือนวดฝ่าเท้าทั้งสองข้างของเขาต่ออย่างตั้งอกตั้งใจ
น้ำเริ่มเย็นแล้ว นางจึงให้กู้ฉางสุ่ยเอาเท้าขึ้นแล้วเช็ดให้แห้ง จากนั้นนางก็เติมน้ำร้อนลงในอ่างน้ำแล้วแช่เท้าของตนเองบ้าง
พอแช่จนเท้าอุ่นสบายดีแล้ว นางก็เอาเท้าออกมาเช็ดให้แห้ง
กู้ฉางสุ่ยเทน้ำแช่เท้าทิ้ง จากนั้นดับไฟ หยิบห่อสัมภาระของเถียนฮวน แล้วพานางเดินเข้าไปในห้องของเขา
ห้องนี้เป็ห้องของบุรุษโดยแท้จริง
ภายในห้องโล่งๆ มีเพียงเตียงไม้แข็งๆ หนึ่งหลังกับตู้เสื้อผ้าอย่างง่ายๆ หนึ่งใบไม่มีข้าวของอื่นใดอีกเลย
กู้ฉางสุ่ยวางห่อสัมภาระไว้บนตู้เสื้อผ้า แล้วก็พยักหน้าให้ “ดึกมากแล้ว นอนได้แล้ว”
“อ้อ ได้เลย” เถียนฮวนรีบพยักหน้ารับคำ แล้วก็เห็นเขาล้มตัวลงนอนเสียก่อน
นางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถอดเสื้อคลุมด้านนอก แล้วขึ้นเตียงตามไป
เคราะห์ดีที่แม้ห้องนี้จะดูแร้นแค้น ผ้าปูที่นอนและผ้าห่มจะขาวจนซีด แต่ภายในผ้าห่มก็ไม่ได้เหม็นอับชื้นเหงื่อเหมือนที่คิดไว้ทั้งยังมีกลิ่นแสงแดดที่แห้งสะอาดติดอยู่
เมื่อคืนนี้นางยังนอนกับมารดาอยู่เลย แต่วันนี้กลับมาอยู่ในบ้านที่ไม่คุ้นเคย ห้องที่ไม่คุ้นเคยและข้างกายยังมีบุรุษที่ไม่คุ้นเคยนอนอยู่ด้วย
โดยเฉพาะเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้พวกเขาเป็สามีภรรยากันแล้ว คืนนี้...ก็น่าจะถือเป็คืนเข้าหอของพวกเขาใช่หรือไม่
แบบนี้พวกเขาก็...
หัวใจของเถียนฮวนพลันกระตุกวูบขึ้นมาอีกครั้ง นางเริ่มรู้สึกประหม่า แต่เพิ่งเขินอายเพียงไม่นานนักก็ได้ยินเสียงลมหายใจที่สม่ำเสมอมั่นคงดังมาจากข้างกาย
กู้ฉางสุ่ย สามีหมาดๆ ของนาง หลับไปแล้วอย่างนั้นหรือ
เป็คนซื่อบื้ออะไรเช่นนี้!
เถียนฮวนยิ้ม หัวเราะไม่ออกร้องไห้ก็ไม่ได้ แต่แบบนี้ก็ดีแล้ว
จนถึงตอนนี้ราวกับเื่ที่ต้องแต่งงานแทนญาติผู้พี่ทำให้นางสติพร่าเลือน หากจะให้นางกับเขามีสัมพันธ์ฉันสามีภรรยานางคงมิอาจรับได้เป็แน่
พอรู้ว่าเขาหลับแล้ว หัวใจที่บีบรัดด้วยความกังวลก็พลันคลายลง ไม่ทันรู้ตัว ความง่วงก็เริ่มเข้าครอบงำนางจึงหลับตาลงจมสู่ห้วงนิทรา
แต่สิ่งที่เถียนฮวนไม่รู้ก็คือ หลังจากนางหลับไปได้ไม่นาน ชายหนุ่มที่ควรจะหลับใหลไปก่อนหน้าแล้วกลับลืมตาขึ้นอย่างฉับพลัน
ดวงตาใสกระจ่างจ้องมองมายังนาง...หญิงสาวตัวเล็กๆ ข้างกายที่แม้ยามหลับยังขมวดคิ้วอยู่บ้างเขามองอยู่นาน ก่อนจะยื่นนิ้วหยาบกร้านไปจิ้มแก้มนางเบาๆ มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย
“นิ่มดี”
จากนั้นจึงหลับตาลงอีกครั้ง เข้าสู่ห้วงนิทราด้วยความพึงพอใจ
เดิมคิดว่าเปลี่ยนสถานที่นอนแล้วตนคงจะนอนไม่หลับ หรือไม่ก็ฝันร้าย
แต่สุดท้าย เถียนฮวนกลับรู้สึกว่าคืนนี้นอนหลับสบายอย่างประหลาด!
เช้าตรู่ เมื่อไก่ในลานบ้านเริ่มขัน นางก็ยังี้เีเกินกว่าจะลืมตาขึ้น
อุ่นจัง...สบายเหลือเกิน...
นางไม่ได้รู้สึกว่าอบอุ่นยามนอนหลับมานานแล้ว สบายจนอยากจะนอนต่ออีกสักหน่อยค่อยลุกขึ้นแต่ทันใดนั้นก็รู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง
นางจำได้ว่า ผ้าห่มที่ป้าสะใภ้ให้ใช้เป็ของเหลือจากพี่หรูอี้ เนื่องจากใช้มาหลายปีแล้วแม้จะตากแดดไว้หลายวัน แต่ก็ยังแข็งกระด้างและไม่อบอุ่นเท่าไรนัก ทว่าในตอนนี้กลับรู้สึกนุ่มนวลอบอุ่นเป็พิเศษ...
และแล้วเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นที่บ้านตระกูลถังและบ้านตระกูลกู้เมื่อวานก็ไหลบ่ากลับเข้าสู่ความทรงจำ
นางนึกขึ้นได้แล้ว!
นางแต่งงานแล้วนี่นา!
เถียนฮวนใจนลืมตาขึ้นทันที พลันผงะเมื่อเห็นใบหน้าชายหนุ่มเบื้องหน้า
แต่ก็ดีที่นางจำได้ว่าใบหน้านี้คือสามีของตน จึงไม่ร้องออกมา ค่อยๆ ดันแขนที่พาดอยู่บนไหล่ของนางออกก่อนจะดึงผ้าห่มออกลุกจากเตียงทันที
นางก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่า...เมื่อครู่หรือว่านางนอนพิงอยู่ในอ้อมอกของบุรุษผู้นี้? ถ้าไม่ใช่ แล้วเหตุใดจึงรู้สึกอบอุ่นและสบายถึงเพียงนี้
แก้มของเถียนฮวนร้อนวูบขึ้นมาทันที
ขณะนั้นเอง ชายหนุ่มบนเตียงก็ลืมตาขึ้นช้าๆ
เขาลุกขึ้นนั่ง หันไปมองเถียนฮวน จากนั้นมองออกไปยังแสงสว่างนอกหน้าต่าง เขาลุกขึ้นอย่างเงียบงันเพื่อไปแต่งตัว
เถียนฮวนเห็นดังนั้นก็รีบหันไปเก็บผ้าห่มด้วยใบหน้าแดงซ่าน
เมื่อนางเก็บเรียบร้อย กู้ฉางสุ่ยก็แต่งตัวเสร็จพอดี ก่อนจะออกจากห้องไป
เขาไม่อยู่ก็ดีแล้ว เถียนฮวนรีบหยิบห่อผ้าจากบนตู้เสื้อผ้าลงมาเปิดออก แล้วหยิบชุดตัวเก่าที่เคยใส่เป็ประจำมาสวมอย่างลวกๆจากนั้นก็รวบผมมวยง่ายๆ เดินออกจากห้อง
เมื่อเดินออกมาก็เห็นว่ากู้ฉางสุ่ยกำลังถือไม้กวาดกวาดลานบ้านอยู่
เถียนฮวนหยุดชั่วครู่ ก่อนจะหันกลับเข้าไปในครัว
บ้านตระกูลกู้ดูจะฐานะดีกว่าบ้านตระกูลถัง เพราะในครัวมีทั้งข้าวสารและแป้งครบถ้วนในอ่างไม้ยังมีแป้งที่ผสมไว้แล้วอยู่ครึ่งหนึ่งด้วย!
เถียนฮวนนวดแป้งจนได้ที่ แล้วนึ่งหมั่นโถวบนซึ้งนึ่ง
หญิงสาวเดินหาของในครัวอยู่ครู่หนึ่ง ก็เจอหัวไชเท้าหนึ่งหัวกับไก่พะโล้ครึ่งตัวนางจึงปอกเปลือกหัวไชเท้าแล้วซอยเป็เส้นเล็กๆ คลุกเกลือเล็กน้อย ราดน้ำมันงาลงไปหน่อยโรยด้วยต้นหอมซอย ก็ได้เป็ยำหัวไชเท้ากรุบกรอบหอมสดชื่นหนึ่งจาน จากนั้นจึงหั่นไก่พะโล้เป็ชิ้นๆตั้งกระทะใส่น้ำมันช่ายจื่อ[1] พอร้อนนิดหน่อยก็นำไปราดลงบนไก่ ไก่พะโล้ก็พลันส่งกลิ่นหอมฉุย หนังไก่เปล่งสีมันวาวน่ารับประทาน
เมื่ออาหารปรุงเสร็จเรียบร้อย ก็มีคนผลักประตูห้องวิ่งออกมา
“เช้านี้มีอะไรให้กินหรือ กลิ่นหอมมากเลย ข้าหิวแล้ว!”
เถียนฮวนรีบยกอาหารออกไป กู้ฉางสุ่ยก็เข้ามาช่วยยกโต๊ะอาหารจากในครัวไปตั้งไว้ที่ลานบ้าน
พอวางอาหารเรียบร้อย หมั่นโถวบนซึ้งก็นึ่งจนสุกพอดี เถียนฮวนจึงหยิบใส่ชามใหญ่แล้วยกออกไป
เมื่อกู้ฉางเจี๋ยเห็นว่าเถียนฮวนเป็คนนำอาหารออกมา เขาก็ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มพยักหน้ารับ
“มีสะใภ้ใหม่แต่งเข้าบ้านทำให้บ้านเปลี่ยนไปจริงๆ มื้อไม้คล่องแคล่วใช้ได้แต่ไหนๆ ท่านก็แต่งเข้าตระกูลกู้ของพวกเราแล้ว ต่อไปนี้เื่กินเื่ใช้ไม่ต้องลำบากทุกมื้อได้กินเนื้ออย่างกินดีอยู่ดี ท่านก็ควรขยันให้มากขึ้นหน่อย”
พูดจบเขาก็นั่งลงทันที หยิบหมั่นโถวมาฉีกครึ่ง เลือกชิ้นไก่ไม่มีกระดูกมายัดใส่ในหมั่นโถวแล้วก็กินเข้าไปคำโต
“ท่านพ่อท่านแม่ยังไม่มากัน เ้าเริ่มกินก่อนแล้วหรือ” เถียนฮวนเห็นดังนั้นก็เผลอพูดออกมาอย่างไม่รู้ตัว
ั้แ่เล็กจนโตนางถูกสอนมาว่า คนไม่ครบห้ามกินข้าว โดยเฉพาะถ้าผู้ใหญ่ยังไม่มาคนที่เด็กกว่าต้องนั่งรอให้เรียบร้อย!
แต่พ่อแม่สามีของนางยังไม่โผล่หน้า กู้ฉางเจี๋ยที่เป็ลูกคนเล็กกลับกินข้าวหน้าตาเฉย
ได้ยินนางพูด กู้ฉางเจี๋ยก็กลอกตาใส่นางหนึ่งที แต่ก็ยังเคี้ยวไม่หยุด
ในตอนนั้นเอง เจียงซื่อก็เดินออกมา ได้ยินคำพูดของเถียนฮวนเข้า นางก็เบิกตาโพลงใส่ทันที
“ลูกข้าต้องลำบากเรียนหนังสือ อีกเดี๋ยวก็ต้องไปโรงสอนตำรา หากเขาหิวก็ต้องให้เขากินก่อนพวกเรากินทีหลังก็ไม่เป็ไร!”
พูดจบนางก็หันไปมองบุตรชายด้วยสายตาเอ็นดู “นานๆ ทีลูกแม่จะมีอารมณ์กินข้าวตอนเช้า รีบกินเถอะลูก อยากกินเท่าไหร่ก็กินเลย”
จากนั้น น้องสาวทั้งสองของกู้ฉางสุ่ย กู้ฮวาจือกับกู้ฮวาเย่ว์ก็เดินออกมาด้วย
กู้ฮวาจือหัวเราะเย้ยหยัน “พี่สะใภ้ใหญ่แต่งเข้าบ้านไม่เหมือนผู้ใดจริงๆ กล้าตักเตือนน้องสามีแต่เช้า ถ้าไม่รู้มาก่อน คงนึกว่าพี่สะใภ้ใหญ่มีอำนาจดูแลบ้าน!”
[1] น้ำมันช่ายจื่อ เป็น้ำมันที่สกัดจากเมล็ดช่ายจื่อ นิยมใช้ประกอบอาหาร