วิวัฒนาการของวิชา
ภายใต้การสนับสนุนของคริสตัลกัสพบว่าการฝึกฝนของเขาราบรื่นกว่าที่เคยมากความเจ็บปวดทรมานเองก็แทบไม่มีให้เห็น ความร้อนที่ถูกดูดออกไปตลอดเวลานั้นทำให้กัสสามารถรักษาระดับความร้อนที่เหมาะสมต่อการปรับสภาพร่างกายได้เป็นอย่างดี
ความดีความชอบนี้กัสจดไว้ในชื่อของคริสตัลทันทีและรีบตั้งสมาธิเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับเคล็ดวิชาต่อ
เขาพยายามอย่างเต็มที่และจมลงสู่ภวังค์ของการฝึกฝนโดยไม่รู้ตัวเคล็ดวิชาร่างวชิระถูกกระตุ้นจนถึงขีดสุดอย่างที่ไม่เคยทำได้มาก่อน
เช่นเดียวกับวิชาประจำตัวของเขาที่จนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่สามารถคิดชื่อให้มันได้ซึ่งกำลังถูกขับเคลื่อนอย่างเต็มที่
สองวิชาทำงานประสานกันอย่างลงตัวส่งผลให้วิชาร่างวชิระมีประสิทธิภาพสูงขึ้นหลายสิบเท่า
เพียงช่วงเวลาสั้นๆไม่กี่สิบนาทีกัสก็สัมผัสได้ถึงจุดเปลี่ยนที่กำลังจะเกิดขึ้นและทันทีที่เขาสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงนี้กัสก็ตัดสินใจบุกฝ่าเข้าไปในทันที
การตัดสินใจครั้งนี้นับว่าเป็นการตัดสินใจที่เร็วไปบ้างแต่มันก็มาจากความไว้ใจที่เขามีต่อคริสตัล
ความรู้สึกของการฝากแผ่นหลังเอาไว้กับสตรีที่รักมันทำให้กัสรู้สึกเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังและความมุ่งมั่นจนไม่มีความคิดว่าการบุกฝ่าครั้งนี้จะเกิดความผิดพลาดเลย
ทั้งหมดนี้เป็นความมุ่งมั่นที่เกิดจากความไว้ใจทว่าตัวเขานั้นไม่ได้ตระหนักถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นภายในจิตใจของคริสตัลเลยสักนิด
หากกัสเลือกที่จะหยุดและหันกลับไปมองคริสตัลสักหน่อยแล้วละก็บางทีเขาอาจจะได้เห็นใบหน้าที่ซีดขาวของคริสตัลและความตื่นตระหนกในดวงตาของเธอ
ทว่ากัสเลือกที่จะบุกฝ่าไปโดยมอบความไว้วางใจให้คริสตัลจนหมดสิ้นและจมลงสู่ภวังค์ของการฝึกฝนอย่างเต็มตัว
ทันทีที่กัสจมลงสู่ภวังค์ของกัสฝึกฝนนั้นใบหน้าของคริสตัลก็ซีดขาวลงในทันทีเธอสัมผัสได้ถึงความลึกล้ำของพลังเวทที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกายของกัสและตระหนักได้อย่างรวดเร็วว่าตัวเขานั้นได้จมลงสู่ภวังค์ของการฝึกฝนแล้วและไม่อาจรับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นภายนอกได้อีก
ความเปลี่ยนแปลงนี้ได้บอกให้คริสตัลรู้ถึงช่วงเวลาที่สำคัญของกัสและทำให้เธอตระหนักว่าตัวเขานั้นกำลังจะก้าวผ่านคอขวดของวิชาและทะลุผ่านไปยังขั้นต่อไป
ช่วงเวลานั้นคริสตัลรู้สึกสับสนเพราะเธอรู้แล้วว่าความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับร่างกายของเธอนั้นมีบางส่วนที่ไม่ถูกต้อง
ความเย็นที่หดตัวลงนั้นมันมีรูปแบบการหดตัวที่ไม่ตรงกับคำอธิบายในบันทึกของวิชากายาน้ำแข็ง
ตามบันทึกของวิชากายาน้ำแข็งเมื่อผู้ฝึกสะสมความเย็นเอาไว้ได้จนถึงจุดหนึ่งพลังความเย็นนี่ก็จะเริ่มกลั่นตัวจนกลายเป็นผลึกน้ำแข็งและจะก่อตัวขึ้นที่หัวใจของผู้ฝึกซึ่งจะเปลี่ยนให้หัวใจเลือดเนื้อให้กลายสภาพเป็นหัวใจน้ำแข็ง
เมื่อผู้ฝึกสำเร็จถึงขั้นนี้ก็จะถือว่าคนผู้นั้นได้ก้าวสู่ขั้นเตรียมครึ่งเทพแล้วและนับเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างกายาน้ำแข็งที่แท้จริง
ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับคริสตัลในตอนนี้มันต่างจากที่บันทึกกล่าวเอาไว้ความเย็นในร่างกายของเธอนั้นไม่ได้หดตัวเข้าสู่หัวใจ
หากแต่หดตัวลงในทุกๆส่วนของร่างกาย ราวกับว่ามันบีบอัดตัวเองเพราะความร้อนจนเกิดเป็นผลึกน้ำแข็งจำนวนนับไม่ถ้วนแฝงอยู่ในร่างกายของเธอ
ความผิดปกติที่เกิดขึ้นนี้ทำให้คริสตัลตื่นตระหนกถึงขีดสุดเธอแทบจะชักมือกลับในทันทีด้วยซ้ำหากไม่ตระหนักว่ากัสได้ฝากทุกสิ่งเอาไว้กับเธอและจมลงสู่ภวังค์ของการฝึกฝนไปแล้ว
สำหรับคริสตัลความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับตัวเธอนั้นไม่สำคัญเท่ากับความไว้วางใจที่กัสมอบให้เธอจึงตัดสินใจเมินเฉยต่อความผิดปกตินี้และทำหน้าที่ของเธอต่อไปอย่างตั้งใจ
แต่ยิ่งเธอฝืนทำต่อไปเท่าไหร่เธอก็ยิ่งรู้สึกเหมือนกำลังจะละลาย ความเย็นที่เธอสะสมเอาไว้หดตัวลงทุกขณะจนทำให้มันเกิดเป็นสิ่งที่ดูคล้ายกับทรายเยือกแข็งในร่างกายของเธอ
สิ่งนี้มีความเย็นที่สูงกว่าปกติมากหากแต่มีขนาดเล็กจนน่าทึ่งจนทำให้คริสตัลรู้สึกว่าบางทีมันอาจจะไม่เลวร้ายอย่างที่เธอคิด
ชั่วขณะนั้นเธอนึกถึงความเป็นไปได้บางอย่างขึ้นมา
‘หรือว่า..วิชากายาน้ำแข็งของข้าจะเกิดการพัฒนา’
ความคิดนี้เกิดขึ้นได้เพียงชั่วครู่ก็ถูกคริสตัลปัดทิ้งไปเพราะโอกาสที่มันจะเกิดเหตุการณ์อย่างที่ว่ามันน้อยจนเกินไปและเธอเองก็ไม่ใช่คนที่ชอบคิดอะไรเข้าข้างตัวเองจนเมินเฉยต่อความเป็นจริง
การที่คริสตัลคิดแบบนี้ก็ไม่นับว่าแปลกอะไรเพราะเป็นที่รู้กันดีว่าหากเกิดความเปลี่ยนแปลงที่เหนือจากคำอธิบายในบันทึกวิชาขึ้นมาผลลัพธ์ของความเปลี่ยนแปลงนั้นก็มักจะจบลงที่ผลลัพธ์ 3 รูปแบบใหญ่ๆ
หนึ่งคือการพังทลายของวิชาหรือก็คือการที่วิชาที่ฝึกฝนมาเกิดการสูญสลายเพราะความผิดพลาดในการฝึก
ผลลัพธ์นี้กล่าวได้ว่าเป็นผลลัพธ์ที่ทุกคนวาดหวังหากเกิดความผิดพลาดเพราะมันเป็นผลร้ายที่มีความรุนแรงน้อยที่สุด
ขณะที่ผลลัพธ์อีกรูปแบบคือการฝึกฝนผิดแนวทางจนสูญเสียการควบคุมวิชาไปจนส่งผลให้วิชาเกิดผลลัพธ์ที่ไม่ถูกต้องและเปลี่ยนไปแบบที่ยากจะคาดเดาได้
ผลลัพธ์นี้คือผลลัพธ์ที่ไม่มีใครคาดหวังว่าจะเกิดและหวาดกลัวที่สุดเวลาฝึกฝนวิชาที่มีระดับความยากสูงเนื่องจากผลลัพธ์นี้โดยมากมักจะจบลงที่ความพิการ สถานเบาก็สูญเสียพลังทั้งหมดสถานหนักก็อาจจะถึงชีวิต
สุดท้ายคือผลลัพธ์ที่ทุกคนต้องแอบวาดหวังแต่ไม่มีใครกล้าที่จะมุ่งหวังนั่นคือการวิวัฒนาการของวิชา ผลลัพธ์นี้มักจะเกิดขึ้นภายใต้ปัจจัยที่พิเศษและบุคคลที่พิเศษเท่านั้น
พูดได้ว่ามีเพียงอัจฉริยะที่แท้จริงเท่านั้นที่จะได้สัมผัสกับผลลัพธ์นี้
เหตุผลที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะวิชาที่มีการบันทึกเอาไว้นั้นล้วนแล้วแต่เป็นวิชาที่ถูกคิดค้นโดยผู้อื่นซึ่งคนที่คิดมันขึ้นมาก็มักจะคิดค้นวิชาขึ้นมาเพื่อตัวเองพัฒนาขึ้นมาโดยอาศัยปัจจัยของตนเองในการฝึกฝนจึงส่งผลให้วิชานั้นๆมีความเหมาะสมกับผู้ที่คิดค้นมากที่สุด
ด้วยเหตุนี้เองการที่คนรุ่นเยาว์มาฝึกฝนวิชาที่รุ่นก่อนคิดค้นขึ้นมันก็มักจะมีความเข้ากันได้ไม่มากนักบ้างอาจจะแค่ครึ่งเดียว บ้างก็อาจจะสัก 70 เปอร์เซ็นต์ หรือ 80 เปอร์เซ็นต์
แต่ก็คงไม่มีใครที่จะมีความเข้ากันได้กับวิชาของผู้อื่นได้ถึง100 เปอร์เซ็นต์เพราะต่อให้เป็นลูกแท้ๆ ก็ยากที่จะสืบทอดจุดเด่นจุดด้อยทั้งหมดของพ่อหรือแม่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมาเพียงฝ่ายเดียว
ด้วยเหตุนี้วิชาที่ฝึกนั้นจึงมีช่องว่างที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ซึ่งปกติแล้วหากผู้ฝึกไม่ได้มีประสบการณ์ในการฝึกฝนที่มากพอก็คงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะปรับปรุงวิชานั้นๆให้เข้ากับตัวเองโดยสมบูรณ์
ผลลัพธ์สุดท้ายที่กล่าวว่าเป็นการวิวัฒนาการของวิชาจึงเป็นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากการปรับปรุงวิชาโดยไม่ได้ตั้งใจจนเปลี่ยนแปลงไปในรูปแบบที่เหมาะสมกับผู้ฝึกโดยสมบูรณ์
แต่ก็อย่างที่กล่าวมาในขั้นต้นว่าผลลัพธ์สุดท้ายนี้ยากที่จะเกิดขึ้นที่สุดจนเรียกได้ว่าคิดได้หวังไม่ได้
เนื่องจากของอัจฉริยะเกือบทุกคนที่ประสบความสำเร็จในรูปแบบนี้แทบจะเกิดขึ้นเพราะการพบเจอกับความผิดพลาดในการฝึกฝนจนต้องพยายามปรับแก้อย่างสุดกำลังจนเกิดเป็นผลลัพธ์ที่เหนือความคาดหมายขึ้นมา
ในตอนนี้คริสตัลก็แอบคิดถึงผลลัพธ์นี้เช่นกันแต่เธอไม่ใช่คนที่ชอบฝันหวานแบบนั้นเธอจึงสลัดความคิดนี้ทิ้งไปในทันทีที่เริ่มคิดและพยายามกระตุ้นวิชากายาน้ำแข็งของเธออย่างเต็มที่โดยหวังว่าจะลดความสูญเสียที่เกิดขึ้นให้ได้มากที่สุดเพียงเท่านั้น
‘ยังหรอก..ยังไม่เป็นไร ข้าไม่ได้รู้สึกเจ็บปวด..ถ้าเป็นแบบนี้ก็คงไม่น่ากลัวแล้วละ’
คริสตัลปลอบโยนตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าขณะที่พยายามดูดซับความเย็นจากอากาศภายในเหมืองน้ำแข็งและพยายามรักษาสิ่งที่ดูคล้ายกับทรายน้ำแข็งในร่างกายของเธอไว้โดยไม่ให้ความร้อนจากร่างกายของกัสหลอมละลายมันจนหมด
ภายใต้ความพยายามของคริสตัลเหมืองน้ำแข็งที่เย็นเยียบก็ค่อยๆ มีอุณหภูมิสูงขึ้นเล็กน้อยเพราะความเย็นทั้งหมดในระดับความลึก20 เมตรนี้ถูกคริสตัลดูดกลืนเข้าไปราวกับหลุมดำ
ความเร็วในการดูดซับความเย็นที่เหนือความคาดหมายนี้ทำให้คริสตัลตกตะลึงไปชั่วครู่ก่อนจะยิ้มออกมาด้วยความดีใจที่เธอสามารถดูดซับความเย็นได้เร็วขนาดนี้
‘สุดยอดเลย!! ทั้งๆ ที่ปกติทำไม่ได้แท้ๆแต่ทำไมตอนนี้ถึงทำได้ขนาดนี้นะ’
ผลลัพธ์ที่น่าทึ่งนี้คริสตัลไม่ได้เห็นมานานแล้วหรืออาจจะต้องบอกว่าหลังจากเริ่มฝึกฝนวิชากายาน้ำแข็งเธอก็ไม่ได้พบเจอกับเหตุการณ์แบบนี้อีกเลย
มีเพียงช่วงเริ่มต้นของการฝึกฝนเท่านั้นที่ร่างกายของเธอจะสามารถดูดซับความเย็นได้อย่างรวดเร็วแบบนี้
แต่ถ้าเทียบกับตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นความเร็วในการดูดซับหรือระยะเวลาในการดูดซับล้วนแล้วแต่เหนือกว่าสมัยที่เริ่มฝึกฝนมากนัก
‘เข้าใจแล้ว!! เพราะว่าร่างกายของข้ามีพื้นที่ว่างมากขึ้น!!ยิ่งไปกว่านั้นข้ายังคุ้นเคยกับความเย็นนี้แล้วทำให้สามารถดูดซับได้อย่างไม่มีปัญหา’
เมื่อตระหนักถึงเหตุผลที่ทำให้เธอทำอะไรแบบนี้ได้คริสตัลก็เบาใจลงมากและเร่งความเร็วในการดูดซับความเย็นต่อไปโดยหวังว่าจะสามารถใช้ความเย็นจากภายนอกมารักษาทรายน้ำแข็งในร่างกายของเธอได้
โดยไม่รู้ตัวคริสตัลที่พยายามรักษาความเย็นในร่างกายของเธอไว้พร้อมๆกับการดูดซับความร้อนจากร่างกายของกัสไปด้วยก็ได้ทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่เหนือประสิทธิภาพของวิชากายาน้ำแข็งของเธอขึ้น
ความเย็นในร่างกายของคริสตัลถูกความร้อนจากร่างกายของกัสหลอมละลายไปความเย็นที่เป็นเพียงความเย็นเยือกของอุณหภูมินั้นถูกความร้อนทำลายทิ้งไป
ขณะที่ส่วนสำคัญที่เป็นแก่นแท้ของวิชากายาน้ำแข็งอย่างพลังธาตุน้ำแข็งกลับคงอยู่
เหตุผลที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะพลังธาตุนั้นเป็นองค์ประกอบสำคัญของธรรมชาติมันเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์ต่างๆ จึงเป็นสิ่งที่ไม่สามารถทำลายได้ด้วยสิ่งอื่นนอกจากพลังธาตุด้วยกันเอง
ซึ่งความร้อนจากร่างกายของกัสก็ไม่ใช่ความร้อนที่เกิดจากพลังธาตุไฟแต่เป็นความร้อนที่เกิดจากพลังชีวิต เรียกได้ว่าเป็นเปลวเพลิงแห่งชีวิตที่เกิดขึ้นจากการกระตุ้นวิชาของกัส
ความร้อนนี้เพียงส่งผลกระทบต่อความเย็นทั่วไปแต่กลับไม่ทำอันตรายใดๆ ต่อพลังธาตุน้ำแข็งจึงส่งผลให้ความเย็นที่สะสมอยู่ในร่างกายของคริสตัลหลอมละลายหายไปจนเหลือเพียงแก่นแท้ของความเย็นที่เป็นพลังธาตุน้ำแข็ง
ผลลัพธ์นี้บอกได้เลยว่าเป็นดังปาฏิหาริย์ที่ไม่มีใครคิดฝันคริสตัลเองก็ไม่เข้าใจมัน กัสยิ่งไม่รู้ว่าเกิดอะไรแบบนี้ขึ้น
ทว่าคริสตัลที่พยายามสนับสนุนกัสโดยไม่สนใจอันตรายของตัวเองก็ได้พบเจอกับประสบการณ์ที่ใกล้เคียงกับปาฏิหาริย์นี้โดยไม่รู้ตัว
ความเย็นที่คริสตัลพยายามดูดซับเข้าไปนั้นเป็นความเย็นเยือกที่เป็นเพียงอุณหภูมิกับความเย็นเยือกที่เป็นพลังธาตุน้ำแข็ง
เธอดูดซับความเย็นทั้งสองรูปแบบนี้เข้าไปโดยที่ไม่สามารถเลือกได้ซึ่งปกติมันก็จะถูกเก็บรักษาไว้ภายในร่างกายของเธอ
ตามธรรมชาติแล้วมนุษย์นั้นเป็นสัตว์เลือดอุ่นด้วยเหตุนี้แม้ว่าคริสตัลจะฝึกฝนวิชากายาน้ำแข็ง ทว่าร่างกายของเธอก็ยังอุ่นกว่าน้ำแข็งส่งผลให้ความเย็นเยือกที่เกิดจากอุณหภูมิสลายหายไปเพราะความอุ่นนี้และเหลือพลังธาตุน้ำแข็งเอาไว้ในร่างกายของเธอ
เมื่อการสลายตัวเกิดขึ้นมันก็จะเกิดช่องว่างขึ้น คริสตัลก็จะสามารถดูดซับความเย็นเข้าไปได้อีกนี่จึงนับว่าเป็นวิธีการฝึกตามปกติของวิชากายาน้ำแข็ง
ทว่าตอนนี้เธอทำสิ่งนี้ลงไปโดยไม่ได้ตั้งใจและทำให้ความเย็นถูกความร้อนของกัสหลอมละลายสิ่งที่เหลืออยู่ในร่างกายของเธอจึงเหลือเพียงพลังธาตุน้ำแข็ง
ผลลัพธ์ที่น่าทึ่งนี้คริสตัลไม่มีทางรู้ได้เลยเพราะปริมาณของพลังธาตุน้ำแข็งที่เพิ่มขึ้นนั้นมีน้อยเกินไปและตัวเธอเองก็ไม่อาจแยกความเย็นจากพลังธาตุและความเย็นจากอุณหภูมิได้อีกด้วย
ในสายตาของคริสตัลสิ่งที่เธอสัมผัสได้จึงมีแค่ความเย็นเยือกโดยไม่รู้ว่าสิ่งไหนคือความเย็นทั่วไป สิ่งไหนคือพลังธาตุน้ำแข็ง
ทว่าเธอก็พยายามดิ้นรนตามสัญชาตญาณเพื่อรักษาความเย็นที่เธอสะสมเอาไว้เท่านั้น
ในตอนที่คนเราจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากๆเวลาก็มักจะผ่านไปเร็วเสมอ ช่วงเวลานี้เองก็เช่นกัน กัสที่จมลงสู่ภวังค์ของการฝึกฝนก็ได้สัมผัสถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในที่สุด
วินาทีนั้นยามที่เขาสำเร็จขั้นกลางของวิชาร่างวชิระบทที่2 กล้ามเนื้อทั่วร่างของเขาก็เกิดการหดและขยายตัวอย่างเป็นจังหวะ
มันสั่นกระตุกอย่างต่อเนื่องพร้อมๆกับความเปลี่ยนแปลงในขั้นสุดท้าย เส้นใยกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่งของกัส อยู่ๆก็เกิดสิ่งที่คล้ายกับบาดแผลขึ้น
เริ่มต้นจากจุดเล็กๆจุดหนึ่ง จากนั้นก็เกิดขึ้นกับกล้ามเนื้อทุกส่วน มันค่อยๆ เกิดขึ้นที่เส้นใยกล้ามเนื้อและทำให้มันแบ่งตัวออกเป็นสอง
อย่างช้าๆความร้อนได้เพิ่มสูงขึ้นจนถึงจุดที่คริสตัลก็ไม่อาจดูดซับได้ไหว
กัสที่ฝึกฝนวิชาอยู่อย่างตั้งใจก็ได้สติกลับมาอีกครั้งเพราะความทรมานจากความร้อนที่เขาได้รับ
ทว่าครั้งนี้มันไม่ทรมานเท่ากับครั้งก่อนเพราะเขาสัมผัสได้ถึงเหงื่อที่ไหลทะลักออกมาจากร่างกายไม่หยุดเขารู้สึกเหมือนกำลังแช่อยู่ในน้ำเดือดที่เกิดจากเหงื่อของเขาเอง
ในเวลาเดียวกันนั้นคริสตัลก็ได้ลืมตาขึ้นเพราะสัมผัสได้ถึงความเปียกชื้นในอากาศซึ่งพอเธอลืมตาขึ้นมาก็ได้เห็นเหงื่อของกัสที่ระเหยกลายเป็นไอเพราะความร้อน
ขณะเดียวกันคริสตัลก็ตระหนักว่าจุดที่เธอยืนอยู่นั้นไม่ใช่น้ำแข็งอีกต่อไปแต่กลายเป็นบ่อน้ำและตัวเธอนั้นก็ได้ยืนอยู่ในบ่อโดยมีกัสที่เป็นจุดศูนย์กลางของบ่อน้ำที่อยู่ในสภาพจมน้ำลงไปครึ่งตัวแล้ว
ในตอนนี้น้ำในบ่อกำลังเดือดได้ที่เลยทีเดียวจึงเกิดเป็นไอน้ำจำนวนมากลอยขึ้นไปด้านบนและทำให้น้ำแข็งด้านบนหลอมละลายจนกลายเป็นโพรงซึ่งเกือบจะทะลุไปด้านนอกแล้วด้วยซ้ำ
ภาพที่น่าทึ่งนี้ทำเอาคริสตัลตกตะลึงไปชั่วขณะก่อนจะรู้สึกตัวว่าอุณหภูมิรอบตัวของเธอมันสูงผิดปกติทั้งนี้ก็เป็นเพราะเธอดูดซับความเย็นจากพื้นที่โดยรอบเข้ามามากจนเกินไปจึงทำให้พลังธาตุน้ำแข็งในพื้นที่ลดลง
ผลลัพธ์จึงกลายเป็นอย่างที่เห็นซึ่งคริสตัลไม่อาจเข้าใจได้ในขณะนั้น
ทว่าเธอก็รู้อยู่อย่างหนึ่งนั่นคือเธอต้องรีบดึงความเย็นจากพื้นที่รอบๆมาเสริมไม่เช่นนั้นความเย็นที่เธอสะสมมานานหลายปีอาจจะสูญสลายหายไปเพราะความร้อนที่เกิดขึ้น
ทันทีที่คิดได้คริสตัลก็รีบร่ายเวทน้ำแข็งในทันทีเพื่อดึงดูดความเย็นจากพื้นที่ที่ห่างออกไปให้เข้ามาใกล้
พริบตานั้นเธอก็ตระหนักถึงความผิดปกติเวทมนตร์ที่เธอร่ายก่อตัวขึ้นด้วยความเร็วที่มากกว่าเดิมจนสัมผัสได้ทว่าขนาดของน้ำแข็งที่สร้างได้กลับเล็กลง แต่มันกลับแข็งแกร่งกว่าเดิมมาก
‘นี่มัน..เกิดอะไรขึ้นกันแน่..’
คริสตัลสับสนไปชั่วขณะ แต่ก็ตั้งสติได้อย่างรวดเร็วจึงรีบร่ายเวทซ้ำและดึงน้ำแข็งจากภายในเหมืองเข้ามาใกล้ๆเพื่อดูดซับความเย็นจากน้ำแข็ง
ภายใต้การขยายพื้นที่ดูดซับความเย็นบ่อน้ำก็กลายเป็นแอ่งน้ำ จากนั้นก็ขยายตัวเป็นทะเลสาบเล็กๆ ใต้เหมืองน้ำแข็ง ขณะที่ด้านบนนั้นในที่สุดก็ทะลุออกไปนอกเหมืองจนส่งผลให้โครงสร้างบางส่วนของเหมืองถล่มลงไปเพราะขาดน้ำแข็งค้ำจุน
เหมืองเกือบครึ่งหนึ่งถล่มลงมาเพราะเหตุการณ์ในครั้งนี้ส่งผลให้เหล่าข้ารับใช้ของคริสตัลตื่นตระหนกจนกระทั่งพวกเธอสังเกตเห็นจุดกึ่งกลางของการพังทลายที่มีคุณหนูของเธอยืนอยู่ข้างๆตัวกัส
คริสตัลสังเกตเห็นข้ารับใช้ของเธอก่อนและรีบส่ายหน้าให้พวกเธอเพื่อบอกเป็นนัยๆว่าอย่าเพิ่งรบกวนเธอในขณะนี้
เหล่าข้ารับใช้เมื่อได้เห็นคริสตัลส่ายหน้าพวกเธอก็ตระหนักว่าสถานการณ์ในปัจจุบันนั้นไม่ปกติจึงพากันปิดปากและค่อยๆ เดินลงมาตามเส้นทางที่ยังไม่พังทลายเพื่อลงมาหาคุณหนูของเธอ
เมื่อเหล่าสาวใช้มาถึงคริสตัลก็ส่งสัญญาณมือและร่ายเวทออกมาเพื่อดึงน้ำแข็งจากพื้นที่ที่อยู่ห่างออกไปให้เข้ามาใกล้ก่อนจะดูดซับความเย็นเข้าไป
สิ่งที่คริสตัลทำนั้นสร้างความตกตะลึงให้กับเหล่าสาวใช้อย่างมากแต่หลังจากนั้นไม่นานพวกเธอก็เข้าใจว่าคุณหนูของเธอต้องการอะไรจึงรีบสนับสนุนในทันที
เมื่อเห็นข้ารับใช้ของเธอยอมทำตามที่สั่งคริสตัลก็ยิ้มได้ พลางคิดในใจว่าไม่เสียทีที่อยู่กับเธอมานานจนรู้ใจเธอได้ขนาดนี้
หลังจากที่มีข้ารับใช้มาช่วยเสริมน้ำแข็งภายในเหมืองก็ถูกดึงเข้ามาจนทำให้โพรงถ้ำขยายตัวใหญ่ขึ้น ทะเลสาบเล็กๆก็ขยายตัวขึ้นซึ่งส่งผลให้น้ำมีปริมาณมากขึ้นเช่นกัน
ในจุดนี้คริสตัลส่งสายตาบอกให้คนของเธอช่วยนำน้ำออกไปเพื่อไม่ให้น้ำท่วมถึงใบหน้าของกัสจนกลายเป็นการขัดขวางการฝึกของเขา
สถานการณ์ในตอนนี้อยู่ในจุดที่มีความละเอียดอ่อนมากกัสกำลังอยู่ในช่วงสำคัญของการข้ามผ่านและกำลังจะสำเร็จในอีกไม่กี่อึดใจแล้ว
คริสตัลสัมผัสได้ถึงความร้อนที่พุ่งสูงขึ้นจากร่างกายของกัสเช่นเดียวกับกล้ามเนื้อที่สั่นกระตุกไม่หยุดของเขา
‘ใกล้แล้ว!! อีกนิดเดียว..ข้าข้าต้องอดทนเอาไว้’
คริสตัลร่ายเวทออกไปอีกครั้งและอีกครั้งจนทำให้พลังเวทของเธอลดลงอย่างต่อเนื่องขณะที่สาวใช้ของเธอเองก็พยายามเต็มที่จนหลั่งเหงื่อออกมากันชุ่มโชกไปหมดเพราะความเย็นในเหมืองน้ำแข็งณ เวลานี้ไม่ได้มีมากเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว
ถึงพวกเธอจะประหลาดใจแต่พวกเธอก็ทราบดีว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลามาถามหากแต่พยายามเต็มที่ที่จะควบคุมน้ำแข็งจากพื้นที่อื่นและส่งมายังคริสตัลเพื่อให้เธอดูดซับความเย็นจากมันมาต่อสู้กับความร้อนในร่างกาย
มาถึงตอนนี้คริสตัลก็พอจะมีตัวช่วยเพิ่มมากขึ้นนั่นคือน้ำที่ท่วมไปครึ่งตัวแล้วเธอตัดสินใจส่งความร้อนส่วนเกินที่รับไม่ไหวออกไปกับน้ำจึงทำให้เธอพอจะรักษาปริมาณความเย็นในร่างกายเอาไว้ได้ในระดับหนึ่ง
ซึ่งหลังจากเห็นแบบนั้นคริสตัลก็เบาใจลงมากและเร่งขับความร้อนออกอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งร่างกายของกัสส่งเสียงปริแตกดังออกมา
พริบตานั้นภาพที่น่าทึ่งก็เกิดขึ้นขนาดตัวของกัสอยู่ๆ ก็หดลง ร่างกายที่สูงใหญ่กำยำของเขา อยู่ๆ ก็หดตัวลงกล้ามเนื้อทุกมัดหดตัวจนทำให้บุรุษหนุ่มร่างสูงใหญ่ดูผอมเพรียวลงในทันที
ทั้งใบหน้าที่คมเข้มของเขาก็ดูกลมมนมากขึ้นรูปร่างดูผอมบางลง แต่กลับให้ความรู้สึกถึงความแข็งแกร่งที่มากยิ่งกว่าเดิม
ชั่วอึดใจต่อมากัสที่หลับตาทำสมาธิมานานหลายชั่วโมงก็ลืมตาขึ้นมาอย่างช้าๆก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อพบว่าตัวเขากำลังแช่อยู่ในน้ำ
“อะไรกันเนี่ย!!”
กัสอุทานออกมาด้วยความตกใจ ก่อนจะหันหลังกลับไปและรับตัวคริสตัลที่ล้มลงได้ทัน
“ท่านกัส..ในที่สุดก็..สำเร็จแล้วสินะคะ”
“อ่า..ขอบใจเจ้ามากนะคริสตัล..ขอบใจมาก”
กัสอมยิ้มน้อยๆ ขณะที่โอบกอดคริสตัลเอาไว้แน่นโดยไม่สนใจเลยสักนิดว่าสายตาของข้ารับใช้ที่มองอยู่นั้นดูแปลกไปยังไง
พวกเธอนั้นอยู่กับคุณหนูของพวกเธอมานานย่อมมองออกว่าบรรยากาศระหว่างกัสกับคุณหนูของเธอในตอนนี้ไม่ถูกต้อง
ทว่าพวกเธอก็ตัดสินใจไม่พูดและเฝ้ามองพวกเขาสองคนต่อไปอย่างใจเย็นจนกระทั่งกัสอุ้มคริสตัลออกไปข้างนอกก่อนจะหันกลับมามองเหมืองน้ำแข็งที่กลายเป็นบ่อขนาดใหญ่
“พังยับเลยแฮะ..ความร้อนที่ข้าสร้างขึ้นมันมากขนาดนี้เลยหรอ”
“ไม่ใช่หรอกค่ะท่านกัส..ส่วนหนึ่งเป็นเพราะข้าพยายามดูดซับความเย็นเข้าไปด้วย..พูดแล้วก็น่าดีใจนะคะท่านกัสท่านรู้ไหมว่าไม่ใช่แค่ท่านหรอกนะที่ได้ประโยชน์ ข้าเองก็ได้อะไรดีๆ มาเหมือนกัน”
กัสมองดูคริสตัลแบบทึ่งๆ ขณะที่หญิงสาวยิ้มหวานให้ราวกับกำลังบอกว่าตัวเธอเองก็ได้อะไรดีๆกลับมาเหมือนกันเพราะงั้นไม่ต้องเกรงใจเธอขนาดนั้นก็ได้
“งั้นหรือ..ดูเหมือนว่าเจ้าจะได้ประโยชน์ไปไม่น้อยเหมือนกันสินะเช่นนี้ก็ดีข้าจะได้รู้สึกผิดน้อยลงหน่อยที่ทำให้เจ้าต้องลำบาก”