เหล่าเงาและทหารองครักษ์ที่ได้ยินคำสั่งต่างกระจายตัวกันออกไปตามไล่ล่าเหล่าคนชุดดำที่ลอบโจมตี ส่วนทหารในค่ายต่างพากันแยกย้ายทำหน้าที่ของตน บ้างก็พาคนที่โดนลูกหลงได้รับาเ็ไปรักษาที่กระโจมแพทย์ เพราะพวกตนหาได้มีวรยุทธสูงส่งพอที่จะตามคนเ่าั้ไปได้ จึงถูกสั่งให้เก็บกวาด ณ บริเวณที่เกิดการต่อสู้และจัดเวรยามหรือทหารล่าตระเวนเพิ่มเป็เท่าตัวระหว่างรอการสร้างค่ายกล
ส่วนทางฝั่งของคนสกุลเยว่และชินอ๋องต่างอยู่รวมกันในกระโจมที่พักของชิงเซียน โดยหลงเทียนเป็คนอุ้มชิงเซียนที่หมดสติมายังที่พัก ก่อนจะว่างร่างที่ไม่ได้สติของชิงเซียนอย่างถนุถนอมและแ่เบาที่สุด เพราะไม่้าให้ะเืถึงแผลที่ยังมีลูกศรสีทองปักอยู่กลางอก
ทางด้านฝั่งคนในครอบครัวต่างพากันร้องไห้มองร่างของคนอันเป็ที่รักและคนสำคัญของครอบครัวนอนแน่นิ่งพร้อมกับมีลูกศรปักกลางอกด้วยความเสียใจเ็ปและหมดหวัง เพราะพวกเขาไม่รู้ว่าชิงเซียนเพียงหมดสติไปหาได้ตายไม่ ด้วยตอนนี้ร่างของชิงเซียนกำลังเข้าสู่กระบวนการรอซ้อมแซมและฟื้นฟู แค่เพียงเอาลูกศรออกเท่านั้นแต่การจะเอาออกนั้นต้องค่อยๆใช้ลมปราณค่อยๆดันลูกศรออกและไม่ให้าแเปิดกว้างกว่านี้
หลงเทียนนั้นทราบดีกว่าใครว่ากระบวนการฟื้นฟูซ้อมแซมเ็ปมากเพียงใด ถึงแม้แผลจะเล็กเท่าใดแต่ก็ขึ้นอยู่กับความอันตรายของชีวิตด้วยว่ามากน้อยเพียงใด
"พวกท่านอย่าได้เสียใจไปเลย...นางหาได้ตายอย่างที่พวกท่านคิดไม่นาวเพียงไม่ได้สติเพียงเท่านั้น...."หลงเทียน
"แล้วถ้าเซียนเออร์ไม่เป็อะไรทำไมนางถึงนอนแน่นิ่งแบบนี้ แล้วทำท่านไม่พานางไปรักษา ทำไมถึงพามาที่นี่?"ชิงหลง
"ทำแบบนั้นไม่ได้ เพราะว่าข้าไม่สามารถให้ใครเห็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้...."
"ทำไม? แล้วอะไรที่เห็นไม่ได้"ฉางอี้กล่าวถามด้วยความสงสัย
"เดี๋ยวข้าจะเล่าให้ฟัง แต่ตอนนี้พวกท่านมาช่วยกันจับนางและเอาลูกศรออกก่อน และระวังด้วยห้ามพวกท่านต้องโลหิตของนางเป็อันขาดระหว่างที่เอาลูกศรออกให้พวกท่านชักนำปราณมาห่อหุ่มร่างกายเอาไว้ด้วยเพราะหากมีโลหิตพุ่งออกมามันอาจจะโดนพวกท่านได้และอย่าพึ่งถามว่าทำไม โปรดทำอย่างระมัดระวังด้วย ส่วนข้าจะต้องลงอักขระรอบๆกระโจมไว้ก่อน"
"ได้...."
หลังจากทั้งสี่สงบสติอารมณ์ของตนได้แล้วก็ทำตามที่หลงเทียนบอกเอาไว้ถึงแม้ทุกคนต่างก็สงสัยแต่ก็อดทนรอไปก่อน เพราะตอนนี้การกระทำตรงหน้าต้องมาก่อน เเล้วการจะเอาลูกศรออกโดยไม่ให้แผลเปิดกว้างเพิ่มอีกมันทำได้ยากมากเพราะไม่สามารถตัดหัวลูกศรได้ ถึงจะบอกว่าทะลุแต่ก็เป็เพียงปลายของหัวลูกศรเท่านั้นหาได้ทะลุทั้งหัวไม่!
ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี ่ตอนแรกที่ลูกศรสีทองถูกนำออกมาเืของชิงเซียนก็พุ่งออกมาตามคาดและนั้นทำให้ทั้งสี่รู้ว่าทำไมชินอ๋องถึงกล่าวแบบนั้น เพราะทันทีที่เืกระเด็นโดนดอกไม้ในแจกันบริเวณปลายเตียงที่ชิงเซียนหันหน้าไปพอดีถึงกับทำให้ดอกไม้สดที่มีสีขาวเหี่ยวเฉาและเปลี่ยนเป็สีม่วงดำก่อนจะแห้งกรอบสลายหายไป ทั้งสี่ต่างมองหน้ากันและเข้าใจแล้วว่าทำไมเืของชิงเซียนถึงไม่ควรโดนตัวพวกเขา!
"ตอนนี้เอาลูกศรออกแล้ว จับนางนอนหงายและถอยออกมาข้าจะทำการตรึงร่างของนางเอาไว้กับเตียงก่อน เพราะขั้นตอนต่อไปมันจะทำให้นางเ็ปมาก และไม่อาจจับต้องตัวนางได้" พอหลงเทียนเห็นทุกคนถอยออกมาจึงทำการวาดอักขระทันที
"พันธนาการ"
หลังจากจัดการตรึงร่างของชิงเซียนเสร็จเรียบร้อย ร่างของชิงเซียนก็เริ่มกระบวนการรักษาฟื้นฟู บนใบหน้างามล้ำเริ่มปรากฏเม็ดเหงื่อขึ้นสีหน้าแสดงถึงความเ็ปที่มากล้น ไม่นานชิงเซียนเริ่มได้สติจากความเ็ปทรมาณที่ได้รับและความอดทนอดกลั้นของร่างบางก็หมดลง เสียงกรีดร้องที่ดังขึ้นอย่างต่อเนื่องแสดงให้เห็นว่านางตอนนี้ได้รับความทรมาณจากการรักษามากเพียงใด! ต่อให้ชิงเซียนจะมีของวิเศษที่สามารถช่วยรักษาได้เช่นน้ำทิพย์
คนที่ตายไปแล้วอะไรก็ช่วยไม่ได้ แต่เป็เพราะวิชาที่ฝึกนั้นทำให้นางมีชีวิตราวกับเป็' ะ' เพียงแค่นางตายก็จะฟื้นคืนมาใหม่แต่ไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ เพราะการกลับมามีชีวิตใหม่ก็ต้องแลกด้วยความเ็ปที่ร่างกายต้องทนรันเช่นกัน
"พวกท่านคงจะได้เห็นอะไรหลายๆอย่างแล้วด้วยเหตุนี้ข้าจึงไม่สามารถพานางไปให้คนอื่นรักษาได้ เพราะข้ากับนางต่างฝึกวิชาที่ทุกคนในดินแดนนี้ต่างก็้า คงไม่ต้องบอกสินะว่ามันคือวิชาอะไรท่านแม่ทัพ? ส่วนเื่อื่นๆท่านควรรอถามนางเอง ข้าคิดว่าทุกอย่างที่พวกท่านควรจะรู้ต้องออกมาจากปากนางเอง ส่วนนางจะฟื้นตอนไหนนั้นข้าก็ไม่มั่นใจเพราะข้ายังไม่เคยลองตายเช่นกัน..." ข้าว่าจบก็เดินจากไปทันที เพราะข้ามีเื่ที่สำคัญจะต้องไปจัดการโดยเฉพาะคนที่ทำร้ายนาง!
"มันคืออะไรท่านพ่อ วิชาที่ชินอ๋องกล่าวถึง?"ชิงเทียน
"เฮ้อ....พวกเ้าไม่รู้คงไม่แปลกเพราะมันหายสาบสูญไปนานแล้วมีเพียงคนในราชวงศ์ หรือสำนักใหญ่ๆเท่านั้นที่รู้ ส่วนคนอื่นๆถึงรู้ก็คิดว่าเป็ข่าวลือเท่านั้นพวกเ้าก็เคยได้ยินใช่ไหมเื่ของวิชาที่ทำให้ไม่แก่ไม่ตายใช่ไหม? มันเป็วิชาที่เ้าสำนักจันทราโลหิตถือครองอยู่และตอนนี้ทั้งสำนักก็เร้นกายหายไปจากยุทธภพแล้ว แต่ที่ทุกคนคิดว่าเป็ข่าวลือเพราะไม่มีใครเคยเห็นคนที่ฝึกวิชานี้เลย แต่คนวงในจะรู้ว่าวิชานี้มีอยู่จริงและคนที่ฝึกสำเร็จก็มีเพียงเ้าสำนักจันทราโลหิตเท่านั้น "
"ทะ ถ้าเช่นนั้น...ซะ เซียนเออร์ได้ฝึกวิชานั้นจริงๆ สะ แสดงว่าเซียนเออร์ของเราจะต้อง....." ชิงเทียนด้วยน้ำเสียงติดๆขัดๆหายใจแท่บไม่ทั่วท้องเลยทีเดียวเมื่อนึกอะไรบางอย่างออก
"ใช่....น้องของพวกเ้าจะไม่แก่และไม่ตาย!"
"ละ แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าชินอ๋องไม่ได้โกหก อาจจะคนละวิชาก็ได้นะขอรับ...." ชิงหลง
"ไม่หรอกจากข่าวที่ได้ยินมาคนที่ฝึกวิชานี้ผมจะเปลี่ยนเป็สีขาว หน้าตาจะปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็วและไม่เปลี่ยนแปลงอีก เืในร่างกายเป็พิษ และที่ยืนยันแน่ชัดคือแม้จะาเ็เท่าใดมีาแสาหัสแค่ไหนมันจะรักษาตัวของมันเอง แล้วอย่างนี้พวกเ้ายังคิดเป็วิชาใดได้อีกล่ะ ทีแรกพ่อก็ไม่เอะใจอันใดด้วยเพราะไม่คิดถึงมันเพียงคิดว่าเป็ผลจากการรักษาและเลื่อนขั้นลมปราณตามที่น้องเ้าบอกกล่าว และไม่คิดว่านางจะได้ฝึกวิชาที่หายสาบสูญไปแล้ว"
"แล้วเซียนเออร์กับชินอ๋องฝึกวิชานี้ได้อย่างไรเ้าคะท่านพี่? ในเมื่อท่านบอกว่าวิชานี้อยู่กับเ้าสำนักจันทราโลหิตที่เร้นกายไปแล้ว และอีกอย่างนางพึ่งออกไปรักษาตัวได้ไม่นานและมีเพียงหมอเทวดาเท่านั้นที่เป็อาจารย์...เอ๊ะ...หรือว่า...."
"ข้าก็คิดเช่นเดียวกันกับเ้าน้องหญิง....ทั้งรูปลักษณ์ภายนอกและระดับพลังความสามารถ หมอเทวดาที่ทุกคนรู้จักน่าจะเป็เ้าสำนักจันทราโลหิตไม่ผิดแน่นอน พวกเราต้องเก็บความลับนี้ไว้ให้มันตายไปพร้อมกับพวกเราเลยได้ยิ่งดี จงลืมมันไปซะไม่เช่นนั้นหายนะจะมาเยือนตระกูลของเราและตระกูลหยางของไอ้เ้าบ้าหยางหลงแน่นอน!"
"เอ่อ.....ท่านพ่อขอรับ ไอ้บ้าที่ท่านกล่าวถึงนั้นมันฮ่องเต้แคว้นเรานะขอรับ!"ชิงหลงเตือนบิดาตน
"ช่างหัวมันสิใครจะสน! คิดว่าเป็ฮ่องเต้แล้วข้าจะกลัวรึ ฝันไปเถอะ ถ้าไม่ใช่เพราะเป็เพื่อนและเยว่ฮองเฮาขอไว้ข้าลาออกจากการเป็แม่ทัพไปนานแล้ว จะได้ใช้ชีวิตสงบๆกว่านี้ไม่ต้องมาโดนลอบฆ่าทุกวันแบบนี้...ฮึ่ย...พูดแล้วของมันขึ้น! เมื่อไหร่เ้านั่นมันจะยอมแต่ตั้งรัชทายาทสักทีมันจะได้จบๆไปเสียที.... "
ยามอิ๋น (03.00น.-04.59น.)
ร่างบางที่นอนอยู่บนเตียงคนเดียวภายในกระโจมที่พักก็ลืมตาตื่นขึ้นม่ท่ามกลางความมืด มองไปรอบๆและทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากร่างกายรักษาตัวเองเรียบร้อยอาการเ็ปก็หายไปราวกับไม่เคยมีความรู้สึกนั้นเกิดขึ้นแม้แต่น้อย ร่างกายกลับมาพร้อมใช้งานได้ปกติไม่หลงเหลืออาการใดๆไว้เลยแม้แต่อาการเหนื่อยล้า
หลังจากข้าทบทวนเหตุการณ์แล้วก็รู้สึกโล่งใจที่ไม่มีใครเป็อะไร แต่ใครกันที่ส่งพวกนั้นมาไหนจะลูกธนูสีทองนั้นอีก การที่จะมีใช้นั้นจะต้องเป็พวกในเชื้อพระวงศ์เท่านั้นแล้วใครกันที่กล้าเอามาใช้ทั้งที่มันอาจจะเชื่อมโยงไปถึงตัวของตัวเองได้ แสดงว่าถ้าไม่้าใส่ร้ายป้ายสีก็เป็การประกาศจุดยืนสินะ งั้นตอนนี้ข้าคงขอตรวจสอบรอบๆค่ายก่อนแล้วกัน
"ว้าว....ลงอักขระรอบที่พักข้าด้วยแหะ..."
ชิงเซียนแม้จะทะยานไปตามกิ่งไม้ แต่ก็ตรวจสอบบริเวณที่ผ่านไปแล้วบ่นพึมพำไปกับตัวเอง จนมาถึงด้านหลังค่ายที่ห่างจากผู้คนและที่พักประมาณ2ลี้ (1ลี้=500เมตร)ก็พบกับบุรุษที่มีร่างอันคุ้นตากำลังนั่งมองคนของตัวเองทรมาณพวกคนชุดดำอยู่และ คาดว่าจะเป็พวกที่จับมาได้ครั้งแรกและพวกที่ลอบโจมตีเมื่อตอนกลางวัน
ชิงเซียนได้หาที่นั่งเหมาะๆอยู่บนยอดไม้ไม่ไกลจากตรงนั้นมากนัก เพื่อรอดูวิธีการเค้นเอาความลับของศัตรูในยุคนี้จะทำเช่นไรบ้าง แต่ข้าก็ใช้ความสามารถของต่างหูไว้ก่อนเผื่อมันไม่ยอมบอกความจริงหรือพวกมันอาจจะโดนทรมาณจนตายไปเสียก่อนที่จะได้ความ!
"อ่าา....เป็ลูกหลานของหมูสกปรกนั่นเอง ดียิ่ง! ข้าจะได้กำจัดพวกมันทีเดียว รอข้ากลับไปที่เมืองหลวงก่อนเถอะนะ หึหึ...." ข้านั่งรอดูการรีดข้อมูลแต่ก็เหมือนๆกันแต่จะต่างกันแค่อุปกรณ์ และดูจะเบากว่าด้วยซ้ำแถมไม่ได้อะไรเลยจนพวกมันตายหมด
ข้ามองดูพี่หลงเทียนที่ออกจะดูไม่สบอารมณ์เอามากๆเพราะบรรยากาศรอบตัวน่ากลัวพิลึก ข้าจึงรีบเข้าไปหาไม่เช่นนั้นคนผู้นี้คงได้ะเิอารมณ์ใส่คนของตัวเองแน่!
ฟิ้ววว
พรึบบ
"ท่านจะหัวเสียไปใยเ้าคะ พี่หลงเทียน"
"หือ??....เ้าหายแล้วรึ?"
"เ้าค่ะ ข้าหายแล้วเลยมาเดินเล่น แล้วทำไมต้องหัวเสียด้วยล่ะเ้าคะ ในเมื่อท่านก็รู้อยู่เเก่ใจดีว่าผู้ใดเป็คนส่งพวกมันมา...หึ"
"เ้ารู้? แล้วเ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าคิดอันใด"
"ความลับเ้าค่ะ หึหึหึ"
"แล้วเ้าคิดว่ามันเป็ใครล่ะ บอกมาเถิดข้าจะได้รู้ว่าเป็เหมือนดั่งที่ข้าคิดหรือไม่ แล้วเ้ารู้อะไรมาบ้าง?"
"ได้เ้าค่ะแต่....ข้ามีข้อแลกเปลี่ยนนะ"
"ว่ามาสิ..."
"ถ้าข้าตอบถูก.....ข้าขอโรงเตี้ยมตรงข้ามร้านน้ำชาของคุณชายเหิงเยว่ได้หรือไม่เ้าคะ...หึหึหึ"
"เ้า! เ้ารู้ได้อย่างไรว่ามันเป็ของข้า?"
"ก็ความลับอีกแล้วเ้าค่ะ...คิกคิกคิก"
"เฮ้อ...ช่างเถอะ ข้าตกลง"
"อย่ามาถอนหายใจเลยเ้าค่ะ แค่นี้กิจการของเครือข่ายพยัคฆ์ทมิฬไม่ขาดทุนหรอกเ้าค่ะ เสียแค่โรงเตี้ยมเอง ยังมีกิจการอื่นๆแถมไม่ได้มีแค่โรงเตี้ยมแค่แห่งเดียวสักหน่อยใช่ไหมเ้าคะ? คิกคิกคิก"
"เ้า! เ้ามันเป็ปีศาจน้อยดั่งอาจารย์ท่านว่าจริงๆทั้งที่ข้าไม่เคยให้ใครรู้หรือเปิดเผยให้ใครรู้มาก่อนแท้ๆ...เฮ้อ...แล้วก็ตอบมาได้แล้วไม่ต้องมานับจำนวนกิจการของข้าอีก...ฮึ่ย"อ่าา ข้าทำให้คนหน้าตายเปลี่ยนสีหน้าได้ด้วยล่ะ คิกคิก
"เ้าค่ะๆ ข้าตอบแล้วก็ได้! ก็พวกหมูสกปรกที่อยู่ในเมืองหลวงนั้นแหละเ้าค่ะ พวกมันคิดจะกำจัดพวกเราเพราะเราเป็ก้างปลาชิ้นใหญ่ที่ขวางคอมันอยู่อย่างไรเล่าเ้าคะ สำหรับข้าน่ะก็แค่คำทำนายเพ้อฝันนั่นเท่านั้น แต่ส่วนท่านด้วยตำแหน่งชินอ๋องที่มีอยู่มันก็มีอำนาจมากแล้วเพราะฮ่องเต้ไม่ยอมแต่งตั้งรัชทายาทจึงเปรียบดั่งท่านมีอำนาจเหนือองค์ชายพระองค์อื่นๆ และที่สำคัญท่านอย่าคิดว่าไม่มีใครรู้ว่าท่านเป็'หัวหน้าหน่วยลับของราชวงศ์ 'ท่านลองตรองดูดีๆสิว่าถ้าได้ท่านเป็พวกมันจะเอื่ออำนวยต่อการได้ครองตำแหน่งรัชทายาทมากขนาดไหน แต่เพราะพวกมันรู้ว่าถึงจะทำเช่นไรท่านก็ไม่มีทางเข้าร่วมจึงคิดกำจัดทิ้งเสีย! พวกแรกที่เราจับได้คือคนของเสนาบดีหวังและหวงกุ้ยเฟย และล่าสุดเป็คนของ องค์ชายสามหยางเฉิน ข้ายอมรับเลยว่าตระกูลนี้มักใหญ่ใฝ่สูงกันทั้งตระกูลเลยจริงๆ!...แล้วอย่าลืมสัญญานะเพค่ะชินอ๋อง...หึหึ"กล่าวจบข้าก็หันหลังกลับไปยังที่พักทันที
หลงเทียนอดจะทึ่งกับคำพูดของนางไม่ได้ ทั้งที่เขาสืบหาความตั้งนานกว่าจะรู้ว่าเป็ใคร แต่นางกลับมาพูดออกมาราวกับว่าไอ้เื่พวกนี้ใครๆเขาก็รู้? ไหนจะกิจการต่างๆของเขาและตำแหน่งต่างๆของเขาอีก?ไม่ใช่ว่านางรู้ว่าแล้วรึว่าเขาเป็คู่หมั้นคู่หมายของนางด้วย แต่ทำไมนางยังทำตัวปกติเหมือนกับว่าเราเป็แค่ศิษย์พี่ศิษย์น้องเหมือนเดิมหาได้มีสถานะพิเศษใดๆไปกว่านั้นหรือว่านางจะยังไม่รู้? เป็ไปไม่ได้ ถ้านางรู้ถึงตำแหน่งหน้าที่การงานของเขาขนาดนี้นางก็ต้องรู้สิ ไม่ได้การแล้วข้าต้องไปถามนางให้รู้เื่!
พรึบ~~~