บทที่ 26 ปีศาจสาวผู้นั้นที่แท้คือวีรสตรี (รีไรต์)
หัวใจของลั่วฉิงเทียนพลันเต้นแรง ไม่คิดเลยว่าในสถานที่แบบนี้ยังจะมีคนที่มีปืนซุ่มยิงอยู่
น่าโมโหที่สุดคือพวกนั้นกลับเล็งปืนมาที่เธอ!
มีคนซ่อนตัวอยู่บนูเาไม่ไกล ลั่วฉิงเทียนเปิดใช้ทักษะที่สามของเธออยู่ตลอดเวลา
เธอสามารถมองเห็นูเาที่ไม่ได้ถูกน้ำท่วมได้อย่างชัดเจน ชายคนหนึ่งสวมชุดพรางตัว กำลังซ่อนอยู่หลังก้อนหิน
เมื่อเห็นนิ้วของชายคนนั้นขยับเหมือนกำลังจะลั่นไก ลั่วฉิงเทียนก็หายตัวไปทันที
ชายคนนั้นที่กำลังจะยิงใมากที่เห็นลั่วฉิงเทียนหายไป เขาเงยหน้าขึ้นมองไปยังตำแหน่งที่เธอหายไป
ตอนนี้เหลือเพียงเรือยางอยู่ที่นั่น ส่วนตัวเธอกลับหายวับไปแล้ว
“เกิดอะไรขึ้น?”
เขาจ้องมองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความใ ผู้หญิงคนนั้นะโลงน้ำไปแล้วเหรอ?
“ดีเลย เรือยางนี้เป็ของฉันแล้ว!” ชายคนนั้นพูดพร้อมกับยิ้มเยาะ เขาลุกขึ้นยืนและวิ่งตรงไปที่เรือยาง แต่เขาวิ่งไปได้เพียงครึ่งทาง ความรู้สึกเจ็บแปล๊บก็ปรากฏขึ้นที่กลางหลัง
เขาค่อย ๆ ก้มลงไปมองก็เห็นลูกธนูพุ่งทะลุหัวใจของเขา เขาค่อย ๆ หันกลับมาขณะที่ร่างกายแข็งทื่อ และพบว่าหญิงสาวที่หายไปตอนไหนก็ไม่รู้ ได้มายืนอยู่ข้างหลังเขาแล้ว
เมื่อครู่นี้ ตอนที่ลั่วฉิงเทียนสังเกตเห็นว่าชายคนนั้นกำลังจะยิงปืน เธอก็รีบเข้าไปในพื้นที่ว่างทันที จากนั้นในขณะที่ชายคนนั้นลุกขึ้นยืน เธอถือโอกาสออกมาจากพื้นที่ว่าง โดยใช้เถาวัลย์ะโขึ้นไปบนูเาโดยตรง
ทำให้ดูเหมือนลิงโหนเถาวัลย์ โดยใช้ทักษะที่สี่ะโไปอยู่ข้างหลังชายคนนั้นโดยตรง
ชายคนนั้นจนกระทั่งตายแล้วก็ยังไม่รู้ว่าตัวเองถูกฆ่าตายได้อย่างไร
หลังจากฆ่าชายคนนั้นแล้ว ลั่วฉิงเทียนก็เตะร่างของเขาลงไปในน้ำ จากนั้นก็โยนปืนไรเฟิลของเขาเข้าไปในพื้นที่ว่าง เธอกลับไปที่ริมน้ำและโยนเรือยางเข้าไปในพื้นที่ว่างด้วยเช่นกัน
ลั่วฉิงเทียนมุ่งหน้าไปยังยอดเขาโดยตรง
ในเมื่อมันมีพวกซุ่มยิงอยู่ที่นี่ แสดงว่าก็ต้องมีคนอื่นอยู่ใกล้ ๆ ด้วยใช่ไหม?
ทักษะจิตััของลั่วฉิงเทียนเปิดใช้งานอยู่ตลอดเวลา เธอสังเกตสภาพแวดล้อมโดยรอบ จนกระทั่งเธอพบกลุ่มคนที่อาศัยอยู่ในถ้ำบนูเา
“ดูเหมือนว่าจะยังไม่มีใครมาสร้างฐานทัพบนูเานี้ หรือว่าเพิ่งจะเริ่มสร้างฐานทัพนี้เมื่อไม่นานมานี้กันนะ? แต่ในชีวิตก่อน เธอได้ยินมาว่าหลังจากฝนหยุดตกไม่กี่วันก็มีคนมาแล้วนี่นา”
“หรือว่าการเกิดใหม่ของฉันจะเปลี่ยนแปลงหลายสิ่งหลายอย่างไปขนาดนี้?”
ลั่วฉิงเทียนไม่คิดจะค้นหาต่อไปอีกแล้ว เพราะเธอรู้สึกได้ถึงสายลมหนาวที่กำลังพัดมา
เธอต้องรีบกลับไปก่อนที่อุณหภูมิจะลดลงมากกว่านี้ ลั่วฉิงเทียนกลับไปที่ริมน้ำ เธอปล่อยเรือยางออกไปแล้วเร่งเครื่องมุ่งหน้าไปยังที่พักของตัวเอง
ระหว่างทาง เธอพบกับผู้คนมากมายที่ไม่เป็มิตร บางคนถึงกับขว้างก้อนหินใส่เรือยางของเธอ
ลั่วฉิงเทียนไม่คิดจะยอม เธอคว้าปืนพกที่ยึดมาได้จากสี่พี่น้องตระกูลเจียง เล็งไปที่กลุ่มคนที่ขว้างก้อนหินใส่เธอ ก่อนจะยิงสวนกลับไป
เสียงปืนดังขึ้นสี่ห้านัด ทำให้คนพวกนั้นรู้สึกหวาดกลัว พวกเขาคงจะคาดไม่ถึงว่าลั่วฉิงเทียนไม่ใช่คนที่ใครจะมาล้อเล่นด้วยได้ง่าย ๆ
พวกเขาจึงพยายามหลีกทางให้เธอ ลั่วฉิงเทียนจึงสามารถมุ่งหน้าไปยังที่พักของเธอได้อย่างราบรื่น
เมื่อไปถึงบริเวณใกล้เคียงกับที่พัก เธอก็ได้ยินเสียงทะเลาะวิวาทดังขึ้น
“พวกเราเป็คนเจอ ทำไมพวกแกถึงแย่งไป?”
“หึ! ใครเห็นก่อนก็เป็ของคนนั้น พวกแกรีบเอามันออกมาซะ!”
“ไม่ได้! นี่เป็อาหารของพวกเรา! แทนที่พวกแกจะมาแย่งของพวกเรา ไปหาเอาสิ!”
แต่เดิมลั่วฉิงเทียนไม่ได้ตั้งใจจะยุ่งเื่ชาวบ้าน แต่พอได้ยินเสียงนั้น เธอก็หันไปมองทันที
เธอพบว่ามีผู้ชายร่างใหญ่สิบกว่าคนล้อมเหอเสี่ยวและคนอื่น ๆ ไว้ พาหนะของพวกเขามีหลากหลายรูปแบบ
ทั้งอ่างไม้ แผ่นไม้ มีครบทุกอย่าง
พวกเขามองเรือเร็วของเหอเสี่ยวและคนอื่น ๆ ด้วยสายตาโลภมาก ตอนนี้มีคนหนึ่งจ้องเสิ่นอวิ๋นหรานแล้วพูดว่า
“เธอกอดอะไรไว้น่ะ? เอาออกมา!”
เสิ่นอวิ๋นหรานรีบกอดห่อของในอ้อมแขนแน่นขึ้นทันที
“พวกแกอย่าแตะต้องของนี้จะดีกว่า นี่เป็ของที่พวกเราเตรียมไว้ให้พี่สาวชั้นสามสิบสาม! เธอน่ากลัวมาก ยังไงพวกแกก็รู้กันดีอยู่แล้วนี่”
ลั่วฉิงเทียนที่อยู่ไม่ไกลได้ยินบทสนทนาของเหอเสี่ยวและเสิ่นอวิ๋นหราน มุมปากของเธอกระตุกสองสามที
‘ฉันน่ากลัวขนาดนั้นเชียว?’
ชายตัวผอมที่ยืนประจันหน้าะโด่าเสิ่นอวิ๋นหราน
“สามสิบสามบ้าอะไร! มาหลอกใครที่นี่ ฉันไม่สนหรอกว่าชั้นสามสิบสามของพวกแกจะน่ากลัวแค่ไหน ของที่ฉันเห็นแล้วมันก็คือของของฉัน!”
ชายตัวผอมพูดพลางยื่นมือจะเข้ามาแย่งชิง แต่พอกลุ่มคนที่เหลือได้ยินคำว่า
‘ชั้นสามสิบสาม’ ต่างก็พากันถอยกรูดไปด้านหลัง
บางคนถึงขั้นรีบพายเรือหนีไปเลยก็มี เหลือเพียงแค่ไม่กี่คนที่ไม่ใช่คนจากชั้นสอง จึงไม่รู้จักวีรกรรมอันเลื่องลือของลั่วฉิงเทียน
ชายตัวผอมเห็นคนอื่นหนีก็หันไปถ่มน้ำลายไล่หลัง
“เหอะ! พวกขี้ขลาด!”
จากนั้นมันก็พาลูกสมุนกรูกันขึ้นเรือยาง เสิ่นอวิ๋นหรานกำค้อนในมือแน่น จ้องกลุ่มคนตรงหน้าเขม็ง
“ถ้าพวกแกยังขึ้นมาอีก ฉันจะฆ่าพวกแกให้หมด!”
ส่วนทางด้านชายหญิงสองคนที่อยู่บนชั้นสามสิบเอ็ดและสามสิบก็กำข้าวของในมือแน่น เตรียมพร้อมที่จะต่อสู้ทุกเมื่อ
ชายร่างเตี้ยไม่สนใจตอนนี้มันรู้แค่ว่าคนพวกนี้มีของกิน มันหิวมาเป็ชาติแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอ้อมกอดของเสิ่นอวิ๋นหราน มันเห็นชัด ๆ เลยว่าห่อที่อยู่ในอ้อมกอดของเสิ่นอวิ๋นหรานน่ะ คือช็อกโกแลต
แม้จะอยู่บนเรือ แต่เด็กนั่นก็ยังเข้ามาแย่งเสิ่นอวิ๋นหราน เหอเสี่ยวเลยก้าวขึ้นมาผลักมันออกไป แต่แล้วเพื่อนของมันก็เข้ามาจับเหอเสี่ยวเอาไว้
เรือเล็กแค่นี้ พอมีคนมาเพิ่มก็ใกล้จะจมแล้ว
เสิ่นอวิ๋นหรานร้อนรนจนะโออกมา
“ของของฉัน แกจะมาเอาไปได้ยังไง ฉันจะฆ่าแก ฆ่าแก!”
เสิ่นอวิ๋นหรานคว้าค้อนในมือ ฟาดใส่ชายร่างเตี้ยอย่างบ้าคลั่ง แต่มันมีทักษะการต่อสู้ติดตัว พอเห็นค้อนฟาดมาก็หลบทันอย่างว่องไว
แถมยังเล่นงานเสิ่นอวิ๋นหรานกลับ มือของมันก็ยังเอื้อมไปที่หน้าอกของเสิ่นอวิ๋นหรานเป็ระยะ
ทันใดนั้นเอง ลูกธนูพุ่งทะลุหัวชายร่างเตี้ย มันร่วงลงน้ำไปโดยไม่ทันรู้ตัว
ทุกคนต่างตกตะลึง มองไปยังที่ไกล ๆ ก็เห็นลั่วฉิงเทียนยืนอยู่บนเรืออีกลำ
“พี่สาว!” เสิ่นอวิ๋นหรานไม่รู้จักชื่อของลั่วฉิงเทียน จึงได้แต่โบกมือให้ลั่วฉิงเทียนไม่หยุด
ส่วนทางด้านเหอเสี่ยวตอนนี้ช็อกไปแล้ว ลูกธนู พละกำลัง และท่วงท่าที่ดูสง่าผ่าเผยนี้ ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็หญิงแกร่งที่เจอในวอลมาร์ตวันนั้นนี่เอง
“ที่แท้ปีศาจสาวแห่งชั้นสามสิบสามก็คือวีรสตรีคนนั้นนี่เอง” เหอเสี่ยวยังไม่ทันหายใ ก็ได้ยินลั่วฉิงเทียนเอ่ยขึ้นว่า
“พวกเธอไม่ได้บอกเหรอ ว่ามีของของฉัน เอามานี่”
ลั่วฉิงเทียนยื่นมือออกไปหาพวกเขา เสิ่นอวิ๋นหรานจึงได้สติ
“อยู่ที่ฉัน มันอยู่ที่ฉัน” เสิ่นอวิ๋นหรานพูดพลางหยิบห่อเล็ก ๆ ออกมาโยนไปที่เรือยางของลั่วฉิงเทียน
ลั่วฉิงเทียนรับมันไว้ด้วยมือข้างเดียว พบว่าข้างในเป็ช็อกโกแลตและสนิกเกอร์ส
เธอเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มองไปที่พวกเขา ไม่คิดว่าพวกเขาจะเอาของมาให้เธอจริง ๆ เธอมองไปยังกลุ่มคนที่จ้องมองพวกเขามาจากที่ไกล ๆ ด้วยสายตาอาฆาต
ลั่วฉิงเทียนหยิบอาวุธออกมาสองสามอันแล้วโยนไปให้พวกเธอ
“เอาไปสิ ถ้าอยากมีชีวิตรอด ก็พึ่งสิ่งนี้แล้วกลับไปซะ”
หลังจากลั่วฉิงเทียนพูดจบ เธอก็ออกเรือเร็วตรงไปยังที่พัก