บทที่ 29 ลงไปทำงานในทุ่งนา
จางชุนฮวาพูดไปโมโหไป "ิเยว่ ลูกไม่รู้หรอก เจิ้งลี่ลี่คนนี้ไม่ยอมปล่อยเื่นี้ไปง่าย ๆ แม่โมโหจนต้องโต้กลับไปตรง ๆ เลยว่า ลูกสาวของฉันเอง ฉันไม่รังเกียจที่เธอกินข้าวฟรี แกจะมายุ่งทำไม ถ้าข้าวที่ครอบครัวฉันต้องส่งให้รัฐไม่พอ พวกเราก็จะใช้เงินชดเชย"
"เฮ้อ เจิ้งลี่ลี่คนนี้เห็นผู้ใหญ่บ้านจ้าวไม่พูดอะไรสักคำ ก็เลยบอกว่าผู้ใหญ่บ้านจ้าวปกป้องชาวบ้าน แล้วก็เริ่มปลุกระดมทุกคน บอกว่างานมีกำหนดตายตัว ถ้ามีคนไม่ทำ ทุกคนก็ต้องช่วยกันแบ่งเบาภาระแทน"
สวี่ิเยว่ไม่เข้าใจว่าตัวเองไปทำอะไรให้เจิ้งลี่ลี่โกรธ นี่มันเท่ากับสร้างความเกลียดชังให้ตัวเองต่อหน้าทั้งเด็กและผู้ใหญ่ในหมู่บ้านไม่ใช่เหรอ?
"บ้านเราก็ยังต้องอยู่ในหมู่บ้าน ไม่อยากมีศัตรูมากนักหรอก"
เห็นจางชุนฮวาโมโหเื่วันนี้มาก สวี่ิเยว่จึงลูบหลังปลอบใจเธอพลางพูดว่า "แม่ อย่าโกรธเลย คนแบบนี้ไม่น่าโกรธด้วยหรอก พรุ่งนี้ฉันจะไปทำงานที่ทุ่งนาด้วยเอง พวกเราก็อย่าทำให้ผู้ใหญ่บ้านลำบากใจเลย"
"งานที่ทุ่งนาแบบนั้นลูกจะทำไหวเหรอ ไม่เคยลงทุ่งนาเลยนี่นา" จางชุนฮวามองสวี่ิเยว่ที่นอนเฉย ๆ บนเตียงอย่างกังวล
ส่วนเื่งานที่ทุ่งนา สวี่ิเยว่มีแผนในใจ คิดว่าตัวเองเก็บเห็ดได้ งานที่ทุ่งนาคงไม่ยากอะไร
แต่สวี่ิเยว่ลืมคิดไปอย่างหนึ่งว่า การเก็บเห็ดกับเก็บลูกสนคือการทำเพื่อตัวเอง เหมือนมีแคร์รอตล่ออยู่ข้างหน้า ทำให้ฮึดสู้
…
วันที่สอง เมื่อไก่ขันครั้งแรก จางชุนฮวาก็มาเคาะประตูห้องของสวี่ิเยว่ "ิเยว่ ถึงเวลาตื่นนอนและลงไปทำงานแล้วนะ"
"แม่ ฉันรู้แล้วค่ะ" สวี่ิเยว่ไม่อยากลุกจากเตียงจริง ๆ เมื่อวานเก็บลูกสนจนเหนื่อยมาก ตอนนี้แค่ขยับตัวก็ปวดเมื่อยไปทั้งตัว
จางชุนฮวาเห็นว่าสวี่ิเยว่ยังไม่เปิดประตู ก็รู้ว่าลูกสาวคงเหนื่อยมากเมื่อวาน "ิเยว่ ถ้าลูกไม่ไหว พักอยู่บ้านสักวันก็ได้นะ พรุ่งนี้ค่อยลงไปทำงานก็ได้"
สวี่ิเยว่คิดว่าในเมื่อเจิ้งลี่ลี่จับผิดเธออยู่ การลงไปทำงานคงหนีไม่พ้น เร็วหรือช้าก็ต้องทำ เธอจึงลุกขึ้นนั่งบนเตียงและรีบแต่งตัว
พอเปิดประตูออกมา จางชุนฮวาก็ถือเคียวเตรียมออกจากบ้านแล้ว
"แม่ พวกเราออกเดินทางกันเถอะ!" สวี่ิเยว่พูดจบก็เกาะแขนจางชุนฮวา แม่ลูกทั้งสองเดินตามหลังสวี่อวี้เฉิงและสวี่เซี่ยงหยางไปยังท้องทุ่ง
ที่ท้องทุ่งมีชาวบ้านมารวมตัวกันไม่น้อย หนิวไคว่จี้ถือสมุดเล่มเล็กจดบันทึกรายชื่อชาวบ้านที่มาทำงานวันนี้ทีละคน
จางชุนฮวาจูงมือสวี่ิเยว่เดินไปหาหนิวไคว่จี้ "หนิวไคว่จี้ วันนี้ลูกสาวฉันิเยว่ก็มาทำงานด้วย ช่วยจดชื่อให้ฉันด้วยนะ"
หนิวไคว่จี้พยักหน้าแล้วจดชื่อจางชุนฮวาและสวี่ิเยว่ลงในสมุดรายชื่อ จางชุนฮวายังไม่วางใจจึงตรวจสอบอีกครั้งว่าหนิวไคว่จี้จดชื่อลงไปจริง ๆ ก่อนจะจูงมือสวี่ิเยว่ไปทำงาน
พืชผลหลักของหมู่บ้านหยวนเป่าคือข้าวโพด ตอนนี้เป็ฤดูที่ข้าวโพดสุก ทั้งหมู่บ้านหยวนเป่าต่างยุ่งกับการเก็บเกี่ยวข้าวโพด หากฝนตกก็จะทำงานในทุ่งลำบาก
ภารกิจของสวี่ิเยว่คือการเด็ดข้าวโพดตามจางชุนฮวา ส่วนสวี่อวี้เฉิงและสวี่เซี่ยงหยางเดินตามหลังแม่ลูกคู่นั้น ใช้เคียวตัดต้นข้าวโพดที่เด็ดฝักแล้วให้ล้มลง สุดท้ายจึงรวบรวมต้นข้าวโพดมัดเป็ฟ่อน
หลังจากเด็ดข้าวโพดไปสักพัก สวี่ิเยว่รู้สึกเจ็บมือ เมื่อมองดูคนอื่นทำงานได้เร็วกว่าตัวเอง เธอก็ได้แต่กัดฟันทำต่อไป
ตอนแรกสวี่ิเยว่คิดว่าทำงานแล้วจะได้เอาเปรียบี้เีได้ แต่พอมาถึงที่นาจึงรู้ว่า แต่ละคนมีงานที่ต้องทำในแต่ละวันแบ่งไว้ชัดเจน ถ้าทำไม่เสร็จก็ต้องหาคนมาช่วย
พอมองดูพ่อแม่ของตัวเอง ก็เห็นว่าเหงื่อท่วมตัวแล้ว จะไปขอให้พวกเขาช่วยทำงานได้อย่างไร จึงได้แต่กัดฟันเด็ดข้าวโพดต่อไป
สวี่ิเยว่พยายามสะกดจิตตัวเองว่า ฉันไม่เหนื่อย ฉันเป็แค่เครื่องจักรเด็ดข้าวโพดที่ไม่มีความคิด ไม่มีความรู้สึก
ตอนเช้าตอนทำงาน สวี่ิเยว่ยังไม่รู้สึกว่ามันยากลำบาก
พอถึงเที่ยงวัน แดดร้อนแรงมาก ทำให้สวี่ิเยว่รู้สึกมึนงงและตาพร่า
จางชุนฮวาเห็นสวี่ิเยว่มีสีหน้าไม่ค่อยดี จึงรีบให้สวี่ิเยว่ไปหาที่เย็น ๆ พักผ่อน
วันนี้สวี่ิเยว่ไม่รู้ว่าตัวเองทนมาได้อย่างไร
ตอนเย็นเลิกงานกลับถึงบ้าน รู้สึกว่าทั้งตัวนอกจากเส้นผมที่ไม่เจ็บแล้ว ส่วนอื่น ๆ ล้วนเจ็บไปหมด
ระหว่างรับประทานอาหารเย็น มือที่ถือตะเกียบของสวี่ิเยว่สั่นไปหมด จางชุนฮวาเห็นแล้วรู้สึกเ็ปใจอย่างมาก
"ิเยว่ พรุ่งนี้ลูกไม่ต้องไปนะ ลูกขายเห็ดและเห็ดหูหนูก็ได้เงินมาไม่น้อยแล้ว ตอนนี้ครอบครัวเราก็ไม่ได้ขาดแคลนคะแนนงานนี้แล้ว ลูกอยู่บ้านทำอาหารและดูแลคุณปู่เถอะ"
วันนี้สวี่ิเยว่เหนื่อยมากจริง ๆ และรู้ดีถึงสภาพร่างกายของตัวเอง จึงตกลงตามข้อเสนอของจางชุนฮวา
วันต่อมา สวี่ิเยว่ไม่ต้องลงไปทำงานในทุ่ง ตอนเช้าเธอจึงไม่ได้ตื่นนอน และนอนหลับยาวจนตื่นเองตามธรรมชาติ
พอตื่นขึ้นมาดูเวลาก็เกินสิบโมงแล้ว เธอรีบแต่งตัวและเตรียมทำอาหารกลางวันทันที
พอเปิดฝาหม้อ ในหม้อมีหมั่นโถวที่จางชุนฮวานึ่งไว้ล่วงหน้า สวี่ิเยว่แค่ทำอาหารจานเดียวก็พอ
สวี่ิเยว่ไปหยิบมันฝรั่งขนาดใหญ่หลายหัวจากห้องใต้ดิน แล้วปอกเปลือกและหั่นเป็เส้นอย่างคล่องแคล่ว
แต่เดิมตั้งใจจะผัดมันฝรั่งเส้น แต่พอเห็นว่าขวดน้ำมันในบ้านว่างเปล่า จึงต้องเปลี่ยนเป็ยำมันฝรั่งเส้นแทน
ก่อนอื่นลวกมันฝรั่งเส้นในน้ำเดือด แล้วใส่ลงในชามใหญ่ เติมเกลือ ซีอิ๊ว และน้ำส้มสายชูในปริมาณที่เหมาะสม จากนั้นหยิบพริกแห้งมาสองสามเม็ด นำไปย่างบนเตาไฟให้กรอบ
สุดท้ายหักพริกแห้งที่ย่างกรอบแล้วใส่ลงในมันฝรั่งเส้น คลุกเคล้าสองสามครั้งก็พร้อมจัดใส่จาน
หลังจากคลุกเคล้าเสร็จ สวี่ิเยว่ตั้งใจชิมดูหนึ่งคำ เดิมทีคิดว่าทำออกมาโดยไม่ใส่น้ำมันและใช้เครื่องปรุงน้อยคงจะไม่อร่อย แต่ไม่คิดว่ารสชาติจะใช้ได้ทีเดียว
สวี่ิเยว่ตักมันฝรั่งเส้นใส่ชาม แล้วหยิบหมั่นโถวมาหนึ่งลูก นำไปวางข้างเตียงของสวี่ฟู่กุ้ย "คุณปู่ ฉันทำมันฝรั่งเส้นมาให้ ถ้าหิวก็กินนะคะ ฉันจะไปส่งอาหารให้พ่อแม่ที่ทุ่งนาก่อน"
"ิเยว่ไปเถอะ ไม่ต้องห่วงปู่" หลังจากกินยาสองวันและฉีดยาสองวัน สวี่ฟู่กุ้ยรู้สึกชัดเจนว่าไอน้อยลง และมีแรงพูดมากขึ้น
จากนั้นสวี่ิเยว่ก็ไปหาตะกร้าในลานบ้าน ใส่อาหารลงในตะกร้า แล้วหากระติกน้ำมาเติมน้ำผึ้งจนเต็ม
พอเดินมาถึงทุ่งนา สวี่ิเยว่ก็เห็นว่าบางครอบครัวนั่งกินข้าวกันแล้ว
"พ่อ แม่" สวี่ิเยว่ยืนอยู่ที่ริมทุ่งนาะโเรียก
เมื่อเห็นลูกสาวมาส่งอาหาร สามีภรรยาก็รีบวางงานในมือลง
ครั้นเห็นสวี่ิเยว่มาส่งอาหาร สวี่เซี่ยงหยางวิ่งมาเป็คนแรก "ิเยว่ เธอทำอะไรอร่อย ๆ มาบ้างล่ะ ฉันทำงานมาทั้งเช้าหิวแล้ว"
สวี่ิเยว่ส่งกระติกน้ำให้สวี่เซี่ยงหยาง "พี่ดื่มน้ำก่อนนะ เดี๋ยวรอพ่อแม่มาแล้วค่อยกินด้วยกัน"
ทำงานมาทั้งเช้า สวี่เซี่ยงหยางปากแห้งคอแห้งมานานแล้ว เขารับกระติกน้ำที่สวี่ิเยว่ส่งให้ แล้วดื่มอย่างกระหายน้ำ
เขาดื่มน้ำครึ่งกระติกในอึกเดียว แล้วกระซิบข้างหูสวี่ิเยว่เบา ๆ ว่า "น้ำนี่หวานจริง ๆ น้องสาวของฉันใส่ใจมาก"
ในขณะที่กำลังพูดอยู่นั้น สวี่อวี้เฉิงและจางชุนฮวาก็เดินเข้ามา สวี่ิเยว่เปิดตะกร้าแล้ววางอาหารลง "พ่อแม่ กินข้าวกันเถอะค่ะ"
สวี่อวี้เฉิงรับตะเกียบที่สวี่ิเยว่ส่งให้ แล้วนั่งลงบนพื้นทันที "มันฝรั่งที่ิเยว่ทำดูน่ากินไม่เลวเลย"
พูดจบเขาก็คีบมันฝรั่งเส้นใส่ปาก รสชาติอร่อยกว่าที่สวี่อวี้เฉิงคาดไว้มาก ลูกสาวคนเดียวของบ้านนี้ ปกติภรรยาของเขาไม่เคยยอมให้ทำงานบ้านเลย
พอได้กินข้าว ถึงเห็นว่าสวี่เซี่ยงหยางหิวจริง ๆ แค่มันฝรั่งเส้นนี้ เขากินหมดไปสองสามคำกับหมั่นโถวหนึ่งลูก แล้วก็ไปหยิบหมั่นโถวลูกที่สอง กินไปพลางพูดไปพลางว่า "ิเยว่ มันฝรั่งเส้นที่เธอทำอร่อยมากเลย ทั้งเผ็ดทั้งเปรี้ยว ยิ่งกินยิ่งอยากกิน"
จางชุนฮวาก็พยักหน้าเห็นด้วย "สวี่ิเยว่ของบ้านเราเก่งจริง ๆ ไม่คิดเลยว่าจะทำอาหารอร่อยขนาดนี้"
สวี่ิเยว่ที่ไม่เคยได้รับคำชม บอกอย่างหน้าไม่อายว่า "แน่นอนอยู่แล้วค่ะ ดูสิว่าฉันเป็ใคร ฉันคือสวี่ิเยว่ผู้เก่งกาจที่สุดในจักรวาลนี่นา"
การโอ้อวดตัวเองของสวี่ิเยว่ถูกเจิ้งลี่ลี่ที่เดินผ่านมาจากท้ายทุ่งได้ยินเข้าพอดี