นิ่งเงียบไปพักหนึ่ง ราวกับว่าเจ๊แกกำลังประเมินตัวผมอยู่ บางทีแกอาจจะกำลังคิดว่าผมได้รู้เื่ราวของผีที่ต้นโพธิ์บ้างหรือเปล่า และถ้าเจ๊แกได้รู้ว่าผมได้พักอาศัยอยู่ที่บ้านแฝดนั้นด้วย แกจะใขึ้นอีกแค่ไหนนะ...?
เพราะผมเองก็ยังไม่เคยบอกเื่นี้ให้เจ๊รู้เลย แค่เคยบอกว่าพักอยู่ใกล้ๆหมู่บ้านนี้แค่นั้นเอง ส่วนเจ๊แกก็ยังไม่คุ้นเคยกับผมสักเท่าไร เพราะนานๆทีผมถึงจะแวะมาซื้อของที่ร้านนี้สักทีนึง แต่ดีที่เจ๊เป็คนคุยกับคนง่าย มีความเป็กันเอง ผมถึงได้ข้อมูลจากแกมากขึ้นจากการพูดคุยกับแกในครั้งนี้
"นี่ สุดหล่อ.." เจ๊เอ่ยขึ้นหลังจากเริ่มดึงสติกลับมาได้ "อย่าบอกนะว่าเธอเข้าๆออกๆทางนั้นตอนกลางคืนน่ะ นี่เจ๊จะบอกไรให้อย่างนะว่า ทางนั้นน่ะถึงจะใกล้ถนนใหญ่กว่าทางด้านนี้ แต่รู้ไม๊ว่า ตอนกลางวันน่ะยังแทบไม่มีใครอยากเดินผ่านเลยนะ"
"เหรอครับเจ๊ " ผมแกล้งทำตาโตแปลกใจ "ถึงว่าทำไมผมถึงไม่ค่อยเห็นคนเดินสัญจรไปมาเหมือนทางด้านนี้เลย คือผมชอบเดินเข้าออกทางด้านนั้นเพราะเห็นว่ามันอยู่ใกล้ถนนใหญ่ดีน่ะเจ๊ แล้วครั้งหนึ่งผมก็ดันเห็นตาเมี้ยนแกกำลังยืนคุยหรือยืนด่าไปทางต้นโพธิ์นั้น เอ่อ.. ตอนนั้นเป็ตอนกลางวันน่ะเจ๊ ผมก็เลยสงสัยว่าแกเพี้ยนรึเปล่า แล้วตกลงทางด้านนั้นมันมีอะไรเหรอครับ ทำไมคนถึงหลีกเลี่ยงไม่กล้าเดินผ่านกัน ?"
เจ๊แกถอนหายใจแล้วก็ส่ายหัว "รู้ไม๊ว่าต้นโพธิ์ต้นนั้นน่ะเกือบจะทำคนสัญจรไปมาช็อกตายไปตั้งหลายคนแล้วนะเธอ.. เฮ้อ เื่นี้น่ะมัน.. " เจ๊พูดอยู่แค่นั้นแล้วก็ส่ายหัวอีก
ผมสังเกตุว่า ท่าทางของเจ๊ดูเหมือนไม่อยากจะเล่ารายละเอียดเื่นี้ให้ฟังสักเท่าไร และผมก็คิดว่าเื่นี้คงจะมีที่มาที่ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน...
"ต้นโพธิ์ต้นนั้นมันเป็อะไรหรือครับ ?" ผมแสร้งทำหน้าสงสัย "มันก็แค่ต้นไม้ต้นหนึ่งไม่ใช่เหรอครับเจ๊ มันไม่น่าจะมีอะไรที่ทำให้คนกลัวได้ไม่ใช่เหรอ ?" ผมพูดราวกับว่าไม่รู้เื่อะไรเลย
เจ๊หันมาจ้องหน้าผมแล้วกระพริบตาปริบๆราวกับจะตัดสินใจว่าจะเล่าเื่นี้ดีไหม
"เจ๊กลัวที่จะเล่าเื่นี้เหรอครับ ?" ผมถาม
"กลัวเหรอ.. ก็ไม่เชิงนะเธอ" เจ๊ตอบ "ที่จริงร้านเจ๊อยู่ทางด้านนี้ห่างจากตรงนั้นตั้งเยอะ แต่มันมีเื่บางอย่างที่น่ากลัวได้เคยเกิดขึ้นแถวนั้นมาก่อน เื่นี้มันก็นานมาแล้ว ใครผิดใครถูกเจ๊ก็ยังสงสัย แต่ที่แน่ๆเื่นี้เกี่ยวพันกับตาเมี้ยนโดยตรง เจ๊ไม่คิดว่าเธอจะถามถึงเื่ต้นโพธิ์ด้วย... ไหนๆก็เล่าเื่ตาเมี้ยนแล้วก็คงต้องเล่าเื่ต้นโพธิ์ด้วยมั้ง... อ้อ... เื่บ้านหลังนั้นด้วย บ้านที่เป็บ้านแฝดร้างๆที่อยู่ไม่ไกลกันตรงนั้นน่ะเธอ เื่นี้เกี่ยวพันกันทั้งหมดเลยนะ..."
ผมกลืนน้ำลายเสียงดังเอื้อกเบาๆ "เจ๊ครับ ..คือผมได้มาเช่าอยู่ที่บ้านหลังนั้นได้ราวเจ็ดแปดเดือนแล้วล่ะครับ" ผมตัดสินใจบอกเจ๊ถึงเื่นี้ก่อนที่เจ๊จะเล่าเื่ราวพวกนี้ให้ผมฟัง
เจ๊ร้านของชำกลับไม่ได้ร้องใเหมือนก่อนหน้านี้ แต่ก็ดูตกตะลึงไปไม่น้อยเหมือนกัน
"เธอนี่นะ.. " เจ๊มองผมขึ้นๆลงๆ "ดูลักษณะไม่น่าจะเป็คนใจกล้า เฮ้อ.. เจอบ้างรึยังล่ะ ?"
'เจอบ้างแล้วครับ " ผมตอบอย่างเข้าใจความหมายของเจ๊ "เจอในความฝัน... เหมือนกับที่คนงานหลายคนเจอน่ะครับ"
"นี่ถ้าเธอยอมบอกให้เจ๊รู้ั้แ่แรกว่าพักที่นั่น เจ๊คงบอกให้เธอรีบย้ายออกมาก่อนจะหัวใจวายหรือหัวโกร๋นไปแล้วนะ"
"ครับ แต่ผมก็อยู่มาได้ตั้งหลายเดือนกว่าจะมารู้ว่ามันมีเื่แบบนี้ ส่วนที่ต้นโพธิ์นั่นผมก็เจอมาแล้วครับ ตอนกลางคืนกับตาตัวเองเลย"
"โอ๊ย.." เจ๊อุทาน "เธอเจอถึงขนาดนี้ ยังอุตส่าห์อยู่ต่อได้ เธอก็ไม่ธรรมดาแล้วล่ะ" เจ๊พูดเสียงทึ่งๆ
"แต่จะว่าไปแล้วนะ เจ๊อยากจะแนะนำให้เธอย้ายที่พักซะจะไม่ดีกว่ารึ ? เผื่อวันไหนที่ผีนั่นอารมณ์หงุดหงิดขึ้นมา แล้วเผลอหักคอเธอไปจะไม่คุ้มกันนะ... อึ๋ยยย... เจ๊พูดแล้วยังขนลุกเองเลยเนี่ย..." แล้วเจ๊ก็โชว์แขนให้ดูว่าขนลุกจริงๆ
ผมยิ้มให้เจ๊แล้วก็ส่ายหัว "ผมคงยังไม่ย้ายในตอนนี้หรอกครับเจ๊... เพราะผมดันเกิดสงสัยอะไรขึ้นมาซะก่อน... ผมเคยได้ยินมาว่า บางทีที่ผีหรือิญญามาเข้าฝันหรือมาปรากฏตัวให้เห็นนั้นก็ไม่ใช่ว่าเขาจะมาหลอกเราเสมอไปนะครับ คือบางทีเขาอาจจะ้าที่จะสื่อสารหรือ้าความช่วยเหลืออะไรบางอย่างจากเราก็ได้ แต่คนส่วนใหญ่คงจะใกลัวกันซะก่อนมากกว่าจะเข้าใจว่าเขากำลัง้าจะสื่อสารอะไร..."
แล้วผมก็ขยับตัวไปใกล้เจ๊อีกหน่อยนึง และพูดให้เสียงเบาลงหน่อย "คืนนั้น... ก่อนที่ผมจะมาเจอตาเมี้ยนในวันที่แกมาด่าต้นโพธิ์... ผมได้เจอได้เห็นเขาชัดเจนอย่างที่ผมได้บอกเจ๊ไปแล้ว... แต่เขานั้นไม่ได้มีท่าทีที่จะมาหลอกหลอนอะไรให้ผมใเลยนะครับเจ๊ ตรงกันข้าม กิริยาของเขาที่ผมเห็นนั้นดูสงบนิ่ง และแววตาของเขานั้นก็เหมือนจะมีแวววิงวอนอย่างประหลาดๆ คล้ายกับว่าเขาอยากที่จะสื่อสารอะไรบางอย่างออกมา แต่ก็ดันมีแมวดำตัวหนึ่งะโมาข้างหน้าผมซะก่อน แล้วจากนั้นเขาก็หายตัวไปเฉยๆเลยล่ะครับเจ๊..."
"โอย... ตายแล้ว เธอนี่มัน...?" เจ๊มองผมคล้ายกับอัศจรรย์ใจเหลือประมาณ " นี่เธอ... นี่เธอไม่กลัวอะไรเลยรึนี่...?"
ผมยิ้ม "ที่จริง... ตอนแรก ผมก็กลัวอยู่เหมือนกันล่ะครับ แต่ผมว่าคนเรามักจะกลัวในสิ่งที่ไม่รู้ไม่เข้าใจ และไม่ได้หาคำตอบจริงจัง ก็เลยยังกลัวอยู่อย่างนั้นมากกว่า แต่ก็อย่างที่ผมบอกเจ๊ล่ะครับ ว่าเขาไม่ได้มีท่าทีที่จะมาหลอกหลอนอะไรผมเลย มันเหมือนกับว่าที่เขาที่เขามาปรากฏตัวก็เพื่อที่จะให้ผมเชื่อว่าเขามีตัวตนอยู่จริงๆ แค่เพียงแต่ว่าตัวตนของเขานั้นมีสถานะ... เอ่อ... จะว่าไงดี คือเขามีอยู่ที่นั่นจริงๆ แต่แค่ไม่มีร่างกายเหมือนอย่างเราๆเท่านั้นเอง..."
ผมหยุดไปเล็กน้อยแล้วมองหน้าเจ๊ "ในคืนวันนั้น เมื่อผมได้รู้ว่าเขามีอยู่จริงแล้ว ผมก็กลับเข้าบ้านไปนอนครุ่นคิดอยู่เกือบทั้งคืนจนสรุปได้ว่า เขาไม่ได้มีเจตนาจะมาหลอกหลอนผมแน่ๆ และแววตาที่เหมือนจะวิงวอนของเขานั้น ดูแล้วเขาคงจะมีจุดประสงค์ที่จะสื่อสารอะไรบางอย่างกับผมหรืออาจ้าความช่วยเหลืออะไรสักอย่างก็ได้ และนี่เองที่ทำให้ผมต้องตัดสินใจว่าจะลองสืบเื่ราวของเขาดูว่าสมัยที่เขายังมีชีวิตอยู่นั้น เขาเป็ใครกันแน่...? และตอนหลังมาเสียชีวิต
ได้อย่างไร...? และทำไมเขาจึงยังไม่ไปสู่สุขคติ...?"
ผมหยุดไปเล็กน้อย ขณะที่เจ๊ยังคงนิ่งอึ้งรอฟังผมพูดต่อ
"เจ๊ครับ... " ผมเองนั้นอยากจะไขปริศนาของเขา อยากจะรู้ที่มาที่ไปของเื่ราวที่เกี่ยวข้องกับเขาทั้งหมดให้ละเอียดมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ หากว่าเจ๊ได้เคยรูเื่ราวแต่หนหลังของมาไม่ว่าจะมากหรือน้อย ผมก็อยากจะขอความกรุณาเจ๊ ช่วยเล่าเื่ราวเ่าั้ให้ผมฟังั้แ่แรกเลยได้ไม๊ครับ... ไม่ว่าผมจะช่วยอะไรเขาได้หรือไม่ก็ตาม ก็ขอให้ผมได้รู้ความจริง... เพราะนิสัยที่แท้จริงของผมนั้น ผมมักจะเป็คนที่ชอบหาความจริงอย่างที่สุดล่ะครับเจ๊..."
"หาความริงรึ...? เธอนี่พูดยังกับเป็พวกนักข่าวนะ...?" เจ๊เลิกคิ้วสงสัย ผมยิ้มแล้วก็ตอบอยู่ในใจว่าผมเป็คนทำงานหนังสือ แต่ไม่ใช่นักข่าว
" แต่เอาเถอะ..." เหมือนเจ๊จะตัดสินใจ "เื่ราวทั้งหมดแต่แรกน่ะ มันเริ่มขึ้นจาก..."
"คุณแม่คร้าบ..." เสียงของเด็กคนหนึ่งดังขึ้นใกล้ๆ
"อ้าว... ว่าไงจ๊ะลูก ?" เจ๊หันไปหาเด็กน้อยที่กำลังเดินเข้ามาหาเรา
"คุณพ่อให้บอกว่า จะคุยอะไรกันนักกันหนา ลูกค้าเข้าๆออกๆ ไม่มาช่วยกันบ้างเลย..." เด็กน้อยถ่ายทอดคำพูดออกมาด้วยดวงตาบ้องแบ๊ว
แล้วผมก็เหลือบไปเห็นสายตาพ่อของเด็กน้อยคนนี้เล็งมาจากในร้านขณะที่เขากำลังขายของให้กับลูกค้าบางคนอยู่ และผมก็ค่อยมารู้ตัวว่าชวนเจ๊แกคุยนานเกินไปแล้ว และมันคงต้องพักไว้แค่วันนี้ก่อน เพราะดูแววสายตาสามีของเจ๊คนนี้ที่มองมาแล้วอาจจะต้องบวกความหึงหวงเข้าไปอีกด้วย
"เจ๊คงจะเล่าวันนี้ไม่ได้แล้วล่ะ..." เจ๊พูดเสียงกระดากๆ "คือเจ๊ต้องขอตัวเข้าไปทำงานในร้านก่อน คงจะไม่ว่ากันนะเธอ..."
"ครับๆ ไม่เป็ไรครับเจ๊ เอ้อ...แต่ว่า ผมคงจะต้องขอมารบกวนเจ๊ใหม่ในอีกเร็วๆนี้นะครับ ยังไงผมฝากขอโทษแฟนเจ๊ด้วยนะครับที่มาชวนคุยซะนานเลย"
หลังจากยกมือไหว้กล่าวคำอำลากับเจ๊ไปแล้ว ผมก็คิดว่าครั้งหน้าผมคงต้องหาใครสักคนมาเป็เพื่อนเพื่อกันคำครหาหรือความเข้าใจผิดที่อาจจะเกิดขึ้นได้เหมือนในวันนี้สักคนแล้วล่ะมั้ง ? แต่ใครล่ะจะมาเป็เพื่อนผม เพราะแต่ล่ะคนในที่ทำงานผมก็มักจะกลัวที่จะเกี่ยวข้องกับเื่ผีๆสางๆด้วยกันทั้งนั้น แต่แล้วผมก็นึกถึงคนๆหนึ่ง.. เธอคนนี้ทำงานที่เดียวกับผมนี่เองแต่อยู่คนละแผนก ใช่ล่ะ.. เธอเป็ผู้หญิงที่มักจะสนใจเื่ผีๆหรือเื่ลึกลับอยู่พอดี และเธอสวยทีเดียว... คิดแล้วผมก็ยิ้มขึ้นมาได้...