บทที่ 14 เข้าไปในโรงหนัง (รีไรต์)
“เธอจะซื้ออะไรอีกไหม?” ฟู่ชิวสือถามหลินเนี่ยนที่กำลังลากเขาไปข้างหน้า
“ไม่ใช่คนรักของนายบอกว่าไม่ชอบให้นายเป็เพื่อนกับผู้หญิงหรอกเหรอ?” เธอหยุดเดิน
คนที่กลัวคนรักแบบนี้เข้าหาเธอเพื่ออะไร
ที่บอกว่าถูกคนไหว้วานให้มาดูเธอ ก่อนหน้านี้ก็มาดูแล้วไม่ใช่เหรอ
ฟู่ชิวสือกวาดตามองมือเล็กของหญิงสาวที่กุมแขนเสื้อเขาไว้ หลินเนี่ยนรีบปล่อยแขนเขาทันที และรู้สึกหงุดหงิดหน่อย ๆ เธอดึงแขนเสื้อเขาทำไมกัน
สมองไปไหนหมด
ลืมเอามาด้วยหรือไง
ฟู่ชิวสือมองหญิงสาวที่เปลี่ยนสีหน้าไปมาด้วยความสนอกสนใจ เขาอธิบายพร้อมเสียงหัวเราะเบา ๆ ว่า “ตอนนี้ฉันไม่มีคนรัก มันก็แค่ข้ออ้างน่ะ”
หลินเนี่ยนโล่งใจ
ว่าแล้ว!
เพราะในหนังสือไม่ได้บรรยายชีวิตรักของฟู่ชิวสืออย่างชัดเจน เขาใช้ชีวิตเหมือนหมาป่าเดียวดายั้แ่ต้นจนจบ หมาป่าที่เต็มไปด้วยหนามแหลมทั้งตัว ใครก็ตามที่เข้าใกล้จะถูกเขาทำร้ายจนสาหัส
ทุกคนที่อยู่ข้างกายเขาไม่มีจุดจบที่ดีสักคน
น่าเสียดาย ทั้ง ๆ ที่หน้าตาหล่อเหลาขนาดนี้
ฟู่ชิวสือไม่พลาดสายตาสงสารที่ส่งมาจากหลินเนี่ยน หญิงสาวคนนี้กำลังสงสารเขาสินะ
ทำไมล่ะ?
เพราะไม่มีคนรักงั้นเหรอ?
เขาลูบหน้าตัวเอง นี่เขาแก่ถึงขั้นที่ถูกสงสารเพราะไม่มีคนรักแล้วเหรอ?
“จะซื้ออะไรอีกหรือเปล่า?” ฟู่ชิวสือถามย้ำอีกครั้ง
หลินเนี่ยนไม่อยากยุ่งกับฟู่ชิวสือมากนัก อยู่ให้ห่างจากพระเอกนางเอกแล้วก็จอมวายร้ายจะได้มีชีวิตยืนยาว เธอชอบความสวยความงาม แต่ก็อยากรักษาชีวิตน้อย ๆ เอาไว้มากกว่า!
เธอจึงส่ายหน้า “ไม่ซื้อแล้ว...”
“งั้นก็ดีเลย พวกเราไปหาที่นั่งคุยกันหน่อย ฉันมีบางอย่างต้องถามเธอ กลับไปจะได้อธิบายให้สหายหยางต้งเหลียงฟังได้”
“หัวหน้ากองหยางเป็ห่วงเธอมาก หลายปีมานี้ก็ถามข่าวคราวของเธอจากโรงงาน เขาอยากมาหาเธอด้วยตัวเองตลอด แต่ว่าภารกิจรัดตัว เจียดเวลามาไม่ได้เลย หวังว่าเธอจะให้อภัยเขานะ”
พูดมาถึงขนาดนี้แล้ว หลินเนี่ยนก็ปฏิเสธไม่ออก
“ก็เอาสิ!” เธอตอบรับก่อนจะถามต่อ “แล้วพวกเราจะไปไหนกันล่ะ”
เมืองหรงในยุคปัจจุบันไม่เหมือนยุคหลังที่มีร้านน้ำชาหรือไม่ก็ร้านกาแฟอยู่ทั่ว
ตอนนี้ไม่ใช่เวลาอาหาร ร้านอาหารของรัฐก็ยังไม่เปิด
ถ้าอย่างนั้นก็มีแต่ต้องไปสวนสาธารณะเพื่อหาที่รอสักพัก
“เธอมากับฉัน” ฟู่ชิวสือไม่ได้บอกสถานที่ แม้หลินเนี่ยนจะรู้สึกสงสัยแต่ก็ตามไปอยู่ดี
จากนั้นก็ถูกฟู่ชิวสือพามาในโรงหนัง ทั้งสองได้นั่งอยู่ที่แถวสุดท้าย
หลินเนี่ยน “!!!”
ฟู่ชิวสือวางมาดขรึม “ข้างนอกไม่มีที่ ไม่สู้มาโรงหนังดีกว่า หนังฉายอยู่ไม่มีใครได้ยินที่พวกเราพูดหรอก!”
ที่จริงจะไปสวนสาธารณะก็ได้ แต่ฟู่ชิวสือคิดว่าถึงแม้จะไปที่นั่น แต่ทั้งสองต้องนั่งม้านั่งตัวเดียวกัน ระยะห่างระหว่างกลางก็นั่งได้อย่างน้อยสองคน ต่อให้มาเดตกันก็นั่งชิดกันไม่ได้ ไม่อย่างนั้นหากมีคนมาเห็นเข้าจะดูไม่เหมาะสม
แต่ในโรงหนังต่างออกไป ระยะห่างของเก้าอี้ค่อนข้างใกล้
หลินเนี่ยนก็คิดอย่างนั้น ตอนนี้หนังยังไม่เริ่มฉาย ภายในโรงจึงยังเปิดไฟสลัว ๆ เธอหลุบตามองตั๋วหนังบนมือ บนนั้นเขียนว่าเื่ ‘กองพันน้อยแห่งเส้นทางที่แปด’
“ซื้อมาส่ง ๆ น่ะ ถึงยังไงพวกเราก็ไปหลังจากคุยธุระเสร็จอยู่ดี” ฟู่ชิวสือเอ่ยเสียงเบา
ได้ยินแบบนี้แล้ว หลินเนี่ยนก็คิดว่าตัวเองคิดมากไป
เธออยากอยู่ให้ห่างจากจอมวายร้าย แต่ดูเหมือนจอมวายร้ายจะไม่สนใจเธออยู่แล้ว!
แล้วเธอจะทำตัวลนลานไปทำไม!
เอาน่า…คุยจบก็แยกกันไปคนละทาง ไม่เห็นมีอะไรให้น่ากังวลเลย
เมื่อคิดได้แบบนี้ก็ดูเหมือนจะผ่อนคลายลง ไม่มีท่าทางเกร็งอีกต่อไป
บางทีหนังหุ่นกระบอกอาจจะมีคนดูน้อย หรือไม่ก็เพราะไม่ใช่วันอาทิตย์ คนในโรงจึงมีไม่เยอะ โรงที่กว้างขวางนี้มีแค่คนไม่กี่คู่ที่นั่งอยู่กันเป็หย่อม ๆ
ดูเหมือนจะเป็คู่รักกันหมดเลยนะ
ไม่นานนักแสงไฟก็มืดลง จอฉายขนาดใหญ่ตรงหน้าสว่างขึ้น ตามมาด้วยเสียงดนตรีดังกระหึ่ม
“สหายหลินเนี่ยน เธอเล่าชีวิตของเธอ่หลายปีมานี้ให้ฉันฟังหน่อยได้ไหม ฉันอยากฟังความจริง ไม่ใช่แค่ ‘ดี’ หรือ ‘ลูกบ้านไหนก็เป็แบบนี้’ จากปากเพื่อนบ้าน ไม่อยากฟัง ‘พวกเราเคยปลอบใจหลินเนี่ยน เธอบอกว่าอาหวงดีกับเธอ’ จากปากหัวหน้าโรงงานด้วย”
“เธอเข้าใจไหม ถ้าเป็แบบที่คนอื่นพูด ฉันก็ไม่จำเป็ต้องมาถึงที่นี่หรอก”
“แต่เพราะสหายหยาง้าความจริง”
“เพราะฉะนั้นขอความร่วมมือจากสหายหลินเนี่ยนด้วย อย่าเก็บอะไรไว้ในใจเลย”
เสียงหนังดังกระหึ่ม ฟู่ชิวสือโน้มตัวไปข้างหลินเนี่ยนแล้วกระซิบข้างหูเธอ
ลมหายใจร้อนผ่าวของชายหนุ่มรินรดอยู่ข้างหูหลินเนี่ยน เสียงทุ้มน่าดึงดูดคล้ายกับรายการเล่าเื่ยามดึกดังเข้ามาในหูของหลินเนี่ยน เธอเข้าใจประโยคที่ว่า ‘หูตั้งท้องได้’*[1] ในทันที
ใบหูของเธอร้อนผ่าวขึ้นมาทันใด กวางน้อยในหัวใจะโไปมาไม่หยุด
ฟู่ชิวสือพูดจบก็ยืดตัวตรง สายตาจับจ้องอยู่บนจอฉาย ไม่ได้หันมามองหลินเนี่ยน
หลินเนี่ยนเหลือบมองใบหน้าอีกฝ่าย มองแสงจากจอที่ตกกระทบอยู่บนใบหน้าเขาเปลี่ยนไปตลอดเวลา แสงเงาที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องนี้ทำให้คาดเดาความคิดของชายหนุ่มคนนี้ไม่ได้
อ้ากกก ใจสั่นไปหมด!
หลินเนี่ยน นิ่งไว้ จอมวายร้ายแบบนี้จะไปยุ่งด้วยไม่ได้!
เธอกระแอมเบา ๆ สองที ก่อนจะเริ่มเล่าสภาพความเป็จริงใน่หลายปีมานี้ของเ้าของร่างเดิม
“ขอโทษนะ ฉันได้ยินไม่ชัด เธอพูดใหม่ได้ไหม” ฟู่ชิวสือขยับเข้ามาใกล้อีกครั้ง หลินเนี่ยนจึงต้องขยับเข้าไปใกล้อีกฝ่ายแล้วกระซิบข้างหูเขา
เสียงของหญิงสาวนิ่มนวล ลมหายใจอุ่นละมุน เธอเล่าเื่ที่เ้าของร่างเดิมเคยถูกทารุณด้วยน้ำเสียงราบเรียบ บางเื่ฟู่ชิวสือเคยอ่านมาจากสมุดบันทึกแล้ว แต่ตอนนี้เขาก็ได้ยินหลินเนี่ยนเล่าเองอีกครั้ง ทำให้เขาอดรู้สึกปวดใจไม่ได้
ไม่อาจจินตนาการได้เลยว่าหญิงสาวอายุแค่ไม่กี่ปีจะหวาดกลัวแค่ไหนตอนที่ถูกขังอยู่ในห้องมืดด้วยความหิวโหย
ไม่มีทางจินตนาการได้ว่าบนตัวของหญิงสาวที่ถูกตีด้วยตะขอเหล็กที่ยังร้อน ๆ จากเตาจะเจ็บเพียงใด
เธอเคยหวาดกลัว
เคยขอความช่วยเหลือจากโลกภายนอก แต่กลับแลกมาด้วยการลงโทษที่โหดร้ายยิ่งกว่าเดิม
ไม่มีใครช่วยเธอได้
เมื่อความหวังดีจากโรงงานมาถึงเธอ มันไม่ได้ช่วยให้เธอหลุดพ้น แต่กลับเป็การทำร้าย
“...จากนั้นฉันก็เรียนรู้ที่จะอดทน อดทนมาโดยตลอด ฉันคิดว่าถ้ามีวันที่ฉันโตขึ้น พวกเขาก็มีวันที่แก่ลงเหมือนกัน เมื่อถึงเวลานั้น ฉันก็จะเป็วัยรุ่นมีกำลังวังชา พวกเขาก็จะอ่อนแรงแก่ชราแน่นอนว่าฉันไม่รอให้พวกเขาแก่ตายหรอก”
“ดังนั้นก่อนจะไปชนบท มีแค้นต้องล้าง มีโทสะต้องชำระ หลังล้างแค้นเสร็จก็จะหนีไปให้ไกล ให้พวกนั้นไม่อาจเอื้อม!”
หลินเนี่ยนพูดเสริมเข้าไปเอง คำพูดของฟู่ชิวสือก่อนหน้านี้เตือนสติเธอ เขาจะต้องเคยตรวจสอบเธอมาแล้วแน่ ๆ!
เพราะเขาเคยสะกดรอยตามเธอ
วันที่เจอเขาในสำนักงานจัดการอสังหาริมทรัพย์ครั้งนั้นไม่ใช่เื่บังเอิญแน่นอน!
จะมีเื่บังเอิญแบบนั้นได้ยังไง
ฟู่ชิวสือรู้ว่าเธอในตอนนี้ต่างจากเ้าของร่างเดิมในอดีต
หลินเนี่ยนไม่กล้าโกหกต่อหน้าจอมวายร้าย แต่ปรุงแต่งด้วยศิลปะสักหน่อยก็ได้นี่นา ให้คำอธิบายที่สมเหตุสมผลเื่นิสัยที่ต่างกันโดยสิ้นเชิงในร่างคนคนเดียว
เธอบอกได้ไหมว่าเธอเป็โรคหลายบุคลิก?
แต่นั่นมันก็แสดงยากเกินไป!
“แล้วทำไมถึงต้องะโน้ำล่ะ?” ฟู่ชิวสือถาม ดวงตาของเขาเผยประกายเย็นเยือก โทสะค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นในแววตาก่อนจะโหมซัดสาด
[1] หูตั้งท้องได้ หมายถึง เสียงที่ได้ยินไพเราะมากจนประทับใจ ไพเราะเหมือนโดนจุดสุดยอดของหู หรือที่คนไทยเรียกว่าไพเราะเหมือนหูเคลือบทอง