จ้าวสิงมองดูสองัหลับหงส์ดรุณคู่นี้แล้วใบหน้าก็มืดครึ้มลง
เขาขบฟันเค้นคำพูดออกมาจากปาก "พวกเ้าสองคนพูดให้น้อยลงสักคำสองคำจะตายไหม? ตอนนั้นข้าคิดอะไรอยู่ถึงได้เก็บพวกเ้ากลับมา!"
"หงายการ์ดเลยละกัน พันนึงไม่มีลดแล้ว โอนมาให้ดูก่อนหนึ่งพัน ขอดูความป๋าหน่อย" จ้าวสิงยกมือขึ้นทำท่าเทกระจาด
จูหยวนจางโกรธขึ้นมาทันที ะโโลดเต้นพลางะโว่า "นี่มันปล้นกันชัด ๆ ! แค่ขอพบเ้าครั้งเดียว ต้องใช้เงินถึงห้าร้อยตำลึงเชียวหรือ?"
"เ้ารู้หรือไม่ว่าฮ่องเต้องค์ปัจจุบันทรงกำหนดไว้แล้วว่า ผู้ใดที่กล้าทุจริตรับสินบนเกินหกสิบตำลึงต้องโทษปะาชีวิต! เ้าเรียกรับเงินจำนวนมหาศาลเช่นนี้ ต่อให้ถูกปะาเจ็ดชั่วโคตรหรือถลกหนังมาทำปุ๋ยก็ไม่เกินไปหรอก!"
เหล่านักวิจัยที่อยู่รอบ ๆ เมื่อได้ยินดังนั้น สายตาที่มองจูหยวนจางและบุตรชายก็เปลี่ยนเป็อันตรายขึ้นมาทันที
เฮยจื่อกระซิบที่ข้างหูจ้าวสิงเบา ๆ "ลูกพี่ ให้ข้าจัดการฆ่าปิดปากเขาเลยไหมขอรับ?"
จูเปียวมีสีหน้าเงียบงัน คำพูดของหมอนี่เสียงดังสนั่นหวั่นไหว จะต้องใช้มือปิดปากไปเพื่ออะไร
"เ้าคนบุ่มบ่าม!" คุนจื่อที่อยู่ข้าง ๆ มองเขาด้วยสายตาเหยียดหยาม "ถ้าสองคนนี้ตายที่นี่ พวกเราก็จะมีปัญหาไม่ใช่หรือ?"
"เดี๋ยวลากออกไป โทษปะาด้วยปืนใหญ่ เจี๊ยก ๆ ๆ ..."
"โทษปะาด้วยปืนใหญ่?" สีหน้าของจูหยวนจางเปลี่ยนเป็ย่ำแย่ทันที "พวกเ้ากล้าใช้ศาลเตี้ยกันเชียวหรือ?"
"ดินปืนเหล่านี้ ให้พวกเ้าเอามาใช้ตามใจชอบแบบนี้หรือ?"
เมื่อเผชิญกับการซักไซ้ของจูหยวนจาง จ้าวสิงก็งุนงง "ข้าวิจัยดินปืนแล้วมันส่งผลกระทบต่อการที่ข้าจะใช้โทษปะาด้วยปืนใหญ่กับเ้าหรือ?"
เฮยจื่อ "ไม่ส่งผลหรอกขอรับลูกพี่"
คุนจื่อเกาหัวอย่างไม่เข้าใจ "ไม่ตัดความเป็ไปได้ว่าอาจมีบางคนที่ชอบถูกโทษปะาด้วยปืนใหญ่ที่นี่"
ร่างกายที่สูงใหญ่กำยำของเฮยจื่อสั่นสะท้านโดยสัญชาตญาณ ใบหน้าดำคล้ำซื่อบื้อนั้นปรากฏแววตาที่ยากจะบรรยาย
"เพิ่งเคยเห็นคนที่มีความคิดวิปริตยิ่งกว่าลูกพี่ก็วันนี้แหละ"
"พวกเ้าสองคน ไสหัวไปเดี๋ยวนี้ อย่าให้ข้าต้องตบพวกเ้า!"
เมื่อเห็นจ้าวสิงโกรธ เฮยจื่อแม้ไม่เข้าใจแต่ก็ขานรับ "ขอรับ" อย่างว่าง่าย แล้วก็นั่งยอง ๆ ลงกับพื้น จากนั้นก็กลิ้งไปกับพื้นจริง ๆ
"โง่เง่าจริง ๆ " คุนจื่อแค่นหัวเราะ จากนั้นเขาก็นอนลงกับพื้นแล้วกลิ้งตัวออกไป
จ้าวสิงมองจูหยวนจางแล้วหัวเราะเบา ๆ "ท่านบอกว่าข้าทุจริตรับสินบน มีหลักฐานจากที่ไหน? ข้าสามารถใช้ตำแหน่งของข้า ในฐานะนายอำเภอ อำนวยความสะดวกให้พวกท่านได้หรือไม่?"
จูเปียวและจูหยวนจางส่ายหน้าโดยสัญชาตญาณ เกือบจะถูกโทษปะาด้วยปืนใหญ่แล้ว จะมาพูดเื่ความสะดวกอะไรกันอีก...
"ถ้าอย่างนั้น คนที่ให้เงินข้าเพื่อขอพบข้า ก็แค่ส่งสินน้ำใจมาให้เท่านั้น เพราะอย่างไรเสียข้าก็หล่อเหลาเพียงนี้ ไม่ใช่ว่าอยากจะดูเมื่อไหร่ก็ได้ดู แบบนี้เรียกว่าทุจริตรับสินบนหรือ? ไม่ใช่หรอก"
จูหยวนจางกำลังจะอ้าปากดุด่าว่าจ้าวสิงไร้ยางอาย แต่พอหันไป ก็เห็นบุตรชายของตนหยิบตั๋วเงินห้าร้อยตำลึงออกมา และถูกเชิญให้ไปนั่งด้านข้างอย่างนอบน้อม ทั้งยังมีคนยกน้ำชามาให้
จ้าวสิงยื่นมือไปรับตั๋วเงิน แล้วยัดใส่ในอกเสื้ออย่างลื่นไหล "มาเถิด ข้าจะให้จุดชมวิวชั้นเลิศ ดูปืนใหญ่อิตาลีแห่งเฟิ่งหยางของข้า!"
"ใครก็ได้ ทดสอบระยะห้าพันเมตรโดยตรง ให้แกะอ้วน... พ่อค้าผู้มั่งคั่งจากเมืองอิ้งเทียนได้เห็นฝีมือของพวกเรา"
"หลิวซ่าง หากพวกเ้าทำพลาดจนทำให้ข้าเสียหน้า ข้าจะให้โทษปะาด้วยปืนใหญ่สิบสองชั่วยาม!"
เด็กหนุ่มข้าง ๆ หน้าซีดเผือด รีบกล่าวว่า "ใต้เท้าโปรดวางใจ จะไม่มีปัญหาใด ๆ อย่างแน่นอนขอรับ"
เริ่มจากการเล็ง บรรจุะุ จุดไฟ และยิง… กระบวนการทั้งหมดนี้ จูหยวนจางนับหนึ่งถึงยี่สิบก็เสร็จสิ้นแล้ว
ตูม! เสียงดังสนั่นหวั่นไหว ฝุ่นตลบอบอวลขึ้นในระยะไกล
"สี่พันเมตร สามพันเมตร สองพันเมตร หนึ่งพันเมตร โจมตีไล่จากไกลมาใกล้" จ้าวสิงออกคำสั่ง คนเหล่านี้ก็ราวกับเล่นสนุกกันอย่างบ้าคลั่ง ปรับปืนใหญ่อย่างคล่องแคล่ว บรรจุะุและยิง
การเคลื่อนไหวรวดเร็วมาก ราวกับกลัวว่าจ้าวสิงจะเปลี่ยนใจ
จูหยวนจางมองดูด้วยความตกตะลึง ในใจเกิดคลื่นั์โหมกระหน่ำ สิ่งที่ลำบากที่สุดของปืนใหญ่คือความเทอะทะ พกพาลำบาก การเล็งและการบรรจุะุใช้เวลานาน
ส่วนใหญ่จึงใช้เพียงเพื่อเฝ้าเมือง และไม่สามารถยิงต่อเนื่องได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้ ไอ้ปืนใหญ่อิตาลีของจ้าวสิงนี่ มันร้ายกาจถึงเพียงนี้เชียวหรือ?
หากนำไปใช้ในสมรภูมิ กองทัพต้าิย่อมไร้ผู้ต้านทาน!
ในใจของจูหยวนจางพลันเกิดความคลั่งไคล้ขึ้นมาทันที เขาล้วงเงินห้าร้อยตำลึงออกมาจากอกเสื้อ ยัดใส่มือจ้าวสิง "ใต้เท้าจ้าว มาเป็สหายกันเถิด ไม่ทราบว่าปืนใหญ่นี้ ท่านขายในราคาเงินเท่าไหร่?"
จ้าวสิงเหลือบมองเขาด้วยสายตาว่างเปล่า "ฝันไปเถอะ"
"ข้าให้ท่านดู เพื่อให้ท่านทำตัวสงบเสงี่ยม อย่าคิดมาเล่นเล่ห์เหลี่ยมกับข้า ไม่ใช่ให้ท่านมาซื้ออาวุธาของข้า!"
จ้าวสิงกลอกตา "ลักลอบค้าอาวุธามีโทษหนักเพียงใด ท่านไม่รู้หรือ?"
จูหยวนจางถูกย้อนจนจุกอยู่ที่ลำคอ พูดไม่ออก
"ขึ้นรถม้า ไปดูผลลัพธ์กัน"
เมื่อเห็นกลุ่มของจ้าวสิงหันหลังจะเดินจากไป จูเปียวรีบกล่าวว่า "ใต้เท้าจ้าว โปรดพาข้าไปเปิดหูเปิดตาด้วยเถิดขอรับ"
จ้าวสิงกระแอมสองครั้ง นิ้วมือถูเข้าหากัน "อะแฮ่ม..."
"ข้าเข้าใจขอรับ" เงินก้อนหนึ่งเลื่อนออกมาจากแขนเสื้อของจูเปียว และเลื่อนเข้าไปในแขนเสื้อของจ้าวสิง
"ค่ารถม้า ย่อมไม่ปล่อยให้นายอำเภอจ้าวเป็ผู้จ่ายแน่นอนขอรับ"
"เหล่าจู ท่านดูเถิด เื่การเข้าสังคมนี่ต้องยกให้บุตรชายท่านจริง ๆ "
...
บนรถม้า
เนื่องจากสินน้ำใจที่หนักอึ้ง จูหยวนจางและจูเปียวจึงได้รับความเมตตาจากจ้าวสิงให้ร่วมรถม้าคันเดียวกับเขา
ผ่านไปครู่หนึ่ง จูหยวนจางถามอย่างไม่เข้าใจว่า "เหตุใดเราจึงหยุดอยู่ที่เดิม?"
"นี่วิ่งมาเกือบแปดร้อยเมตรแล้ว" จ้าวสิงนอนอยู่ในห้องโดยสาร กำลังถือแก้วดูดชานมที่เขาสั่งให้คนวิจัย
ช่วยไม่ได้ สิ่งนี้เลิกไม่ได้จริง ๆ วันไหนไม่ได้ดื่มจะรู้สึกไม่สบายตัวไปทั้งร่าง
เหล่าจูสงสัย "แล้วเหตุใดรถคันนี้ถึงไม่มีการสั่นะเืเลย?"
"ระบบลดแรงกระแทก" จ้าวสิงเริ่มรำคาญ "เ้าเป็พวกหมื่นคำถามหรืออย่างไร?"
"ถึงแล้ว ลงรถได้ รถคันนี้มีขาย หากเ้าชอบก็ซื้อกลับไปได้ ไว้ค่อยมาคุยเื่ทำการค้ารถคันนี้กัน"
เพียงไม่กี่ประโยค ก็มาถึงระยะหนึ่งพันเมตร เฮยจื่อและคุนจื่อด้านนอกก็เลิกม่านรถขึ้น
คนทั้งสามในรถจึงชะโงกหน้าออกไปมอง
"รายงานใต้เท้า รัศมีจุดะเิยี่สิบเจ็ดเมตร ความคลาดเคลื่อนสามเิเ!"
"ดี ไปจุดต่อไป" จ้าวสิงปล่อยม่านรถลงอย่างเกียจคร้าน
รถม้าเริ่มเคลื่อนที่อีกครั้ง จูหยวนจางรู้สึกถึงการสั่นไหวเพียงเล็กน้อย จากนั้นรถม้าก็วิ่งได้อย่างมั่นคงมาก
เมื่อเลิกม่านมองออกไป เห็นทิวทัศน์นอกหน้าต่างถอยหลังไปด้วยความเร็วที่ไม่ช้าเลย จูหยวนจางถึงกับเบิกตากว้าง เ้าหนุ่มจ้าวสิงนี่ เก่งกาจจริง ๆ !
ที่ระยะสองพันเมตร
"รายงานใต้เท้า รัศมีจุดะเิยี่สิบหกเมตร ความคลาดเคลื่อนสี่เิเ"
ที่ระยะสามพันเมตร
"รัศมี..."
วิ่งไปทีละจุด ๆ จนในที่สุดก็ถึงระยะห้าพันเมตร
"รายงานใต้เท้า รัศมีจุดะเิยี่สิบเอ็ดเมตร ความคลาดเคลื่อนเก้าเิเ"
จ้าวสิงพยักหน้าอย่างพอใจในที่สุด "พยายามต่อไป ทำงานให้ดี ข้าจะขึ้นเงินเดือนให้ ทุกคนลุยให้เต็มที่ ประกันสังคมและกองทุนสำรองเลี้ยงชีพข้าจะจ่ายให้เต็มเพดานเลย หาเงินได้แล้วอยากใช้ยังไงก็ใช้"
เมื่อเห็นจ้าวสิงพูดถึง "ประกันสังคมและกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ" คนเ่าั้ก็ราวกับถูกฉีดเืไก่ มีพลังล้นเหลือทันที
จูหยวนจางอดไม่ได้ที่จะถามว่า "ประกันสังคมและกองทุนสำรองเลี้ยงชีพคืออะไร?"