ในวันประลองของตระกูลหวัง “อีฮังแม่ขอโทษเื่ที่ผ่านมา ที่ทำให้เ้าต้องลำบาก แม่นั้นดูแลเ้ามาอย่างถนุถนอมจนทำให้เ้านั้นอ่อนแอ” “ท่านแม่ท่านไม่ต้องเป็ห่วงข้าหลอกและข้าไม่ไม่เคยรู้สึกโกรธท่านแม้แต่น้อย ข้ารู้สึกยินที่ที่ได้เกิดมาเป็ลูกของท่าน”
ความทรงจำในร่างเดิมนั้นเขานั้นมีเพียงแค่มารดาที่ดูแลเขาั้แ่เล็กจนโต ถึงแม้ว่าเขาจะไม่อาจเปิดประตูได้ใน่อายุสิบปีก็ตาม มารดาของเขานั้นต่างถูกคนของตระกูลหวังนั้นดูถูกทั้งสิ้นที่ให้กำเนิดคนไร้ประโยชน์อย่างเรา น้ำตาของหวังอีกฮังเริ่มไหลออกจากดวงตา
การประลองของตระกูลหวังในครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมทั้งหมดสิบคน “ท่านประมุขท่านคิดว่าใครจะได้เป็ตัวแทนของตระกูลหวัง”ชายวัยกลางคนกล่าวถาม ชายชรามองไปที่หวังสี่และกล่าว “หวังสี่บุตรของเ้าดูไม่เลวเลยนิ หวังเอียน” ประมุขกล่าวชม จึงทำให้หวังเอียนนั้นรู้สึกว่าบุตรของตนนั้นเหนือกว่าใคร
“พี่หวังสามารถเปิดประตูบานที่สี่ได้แล้ว แน่นอนว่าเขาคือตัวแทนของตระกูลเรา แต่อีกคนนั้นคงอยาก ข้าคิดว่าถ้าไม่ใช่หวังซางหรือไม่ก็หวังเฉิน” รุ่นเยาว์ผู้หนึ่งพูดขึ้น
“หวังซางคู่แรกของเ้าคือหวังอีฮังช่วยจัดการสั่งสอนมั้นทนข้าด้วยละ”หวังเฉินพูด “แน่นอนข้าจะบดขยี้มันให้อับอายเอง”หวังซางนั้นรู้สึกมั่นใจอย่างยิ่งว่าเขานั้นจะสามารถเอาชนะหวังอีฮังได้อย่างง่ายดาย
คู่แรกขึ้นลานประลอง หวังอีฮังปะทะหวังซาง “น่าสนใจ”หวังสี่กล่าว “ข้าคิดว่าหวังอีฮังคงไม่มีทางชนะหวังซางได้อย่างแน่นอน ถึงหวังซางนั้นจะเปิดประตูบานที่สองอยู่ก็ตาม แต่เขาก็สามารถต่อกรกับผู้ที่เปิดประตูบานที่สามได้ถึงเจ็ดกระบวนท่า ข้าคิดว่าหวังอีฮังคงแพ้ั้แ่รอบแรก”เ้าหนึ่งกล่าว เขานั้นยังรู้สึกแค้นหวังอีฮังย่างมากที่ทำให้เขานั้นอับอาย
“ข้าก็คิดเช่นเดียวกับเ้า”เ้าสองพูดขึ้น เมื่อทั้งสองขึ้นมาบนลานประลอง หวังซางเห็นท่าทีของหวังอีฮังเลยอดไม่ได้ที่จะพูดอะไรสักอย่าง “เ้าคิดว่าเ้าจะสามารถต่อสู้กับข้าได้งั้นหรือ เพียงแค่เ้าเอาชนะเ้าหนึ่งได้ในหนึ่งกระบวนท่า ถึงกลับทำให้เ้ามีความกล้าที่จะมาต่อสู้กับข้างั้นหรือ เตรียมตัวอับอายไว้ให้ดีละ”
หวังซางนั้นต่อยหมัดที่ดูแสนจะธรรมดาใส่หวังอีฮัง แต่หมัดที่ชกออกไปกับมีแรงกดดันที่ทำหวังหวังอีฮังรู้สึกใเล็กน้อย'เ้าเด็กนี่ก็ไม่เลวเลยนิ' หวังอีฮังยกแขนขึ้นมาเพื่อป้องกันการโจมตีของหวังซาง หวังอีฮังนั้นหลบการโจมตีทั้งยี่สิบกระบานท่าของหวังซางได้ ซึ่งนั้นทำให้หวังเฉินรู้สึกประหลาดใจ
“ถ้าเ้ามีดีแค่หลบข้าขอแนะนำให้เ้ายอมแพ้ไปซะ” ตุ๊บ!! หลังจากที่หวังซางพูดจบเขาก็ถูกหวังอีกฮังต่อยเข้าไปที่ท้องจากนั่นเขาก็กระอักเืออกมาและนอนดิ้นอย่างเ็ปบนลานประลอง คนอื่นๆก็รู้สึกแปลกใจ “หมัดนั้น” เมื่อเ้าหนึ่งเห็นหมัดที่หวังอีฮังต่อยท้องหวังซาง ก็ทำให้เขารู้สึกเจ็บท้องขึ้นมา
หวังอีฮังเอาชนะหวังซางได้ภายในหมัดเดียวจึงทำให้คนอื่นรู้สึกใและหวาดกลัวหวังอีฮังขึ้นมาในทันที ทางด้านหวังสี่เองก็สามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ได้อย่างง่ายดายภายในหมัดเดียว
“พี่หวังสี่เขาแข็งแกร่งมากนี่สินะพลังของผู้ที่เปิดประตูบานที่สี่”รุ่นเยาว์ต่างรู้สึกว่าหวังสี่นั้นน่าเกรงขามอย่างมาก คู่ของหวังอีฮังนั้นบางคนก็ขยอมแพ้หลังจากที่เห็นหวังอีฮังเอาชนะหวังซางได้ภายในหมัดเดียว แต่ก็มีบางคนที่ไม่ยอมแพ้แต่ก็ถูกหมัดเดียวของหวังอีฮังนั้นเล่นงาน
“หวังอีฮังนี่ไม่เลวเลย”ประมุขตระกูลหวังรู้สึกชื่นชมหวังอีฮัง หวังเอียนบิดาของหวังสี่นั้นมีใบหน้าที่ไม่พอใจเท่าไหร่นัก 'ทำไมประมุขถึงได้สนใจเ้าขยะนั้นมากกว่าลูกสี่ช้า' เขานั้นสึกสึกเกลียดหวังอีฮังขึ้นมาในทันที เมื่อถึงรอบของหวังสี่ทุกคนก็ขอยอมแพ้เขาทั้งหมด
เพราะคงไม่มีใครโง่พอที่จะไปต่อสู้กับผู้ที่เปิดประตูบานที่สี่ ทั้งที่ตนเองนั้นมีเพียงระดับเปิดประตูบานที่สองเท่านั้น รอบสามคนสุดท้ายหวังอีฮังสู้กับหวังเฉิน ถึงแม้หวังเฉินจะอ่อนแอกว่าหวังซางก็ตามแต่เขาก็สามารถติดสามอันดับแรกแสดงเห็นได้ว่าเขานั้นแข็งแกร่งเพียงใด
หวังเฉินนั้นไม่อยากพ่ายแพ้หวังอีฮังเขาจึงเรียกที่จะใช้เปิดประตูบานที่สองจากนั้นก็ได้มีพลังมาห่อหุ่มร่างกายหวังเฉิด ออร่าพลังนี้ทำให้ความเร็วของหวังเฉิดเพิ่มขึ้นอย่างมาก ความเร็วของหวังเฉินนั้นรวดเร็วกว่าผู้เปิดประตูบานที่สองนับสิบเท่า
หวังอีฮังขมวดคิ้ว ความเร็วของหวังเฉินนั้นรวดเร็วจึงทำให้เขานั้นโดนโจมตีหลายครั้ง แต่หวังอีฮังยังคงยืนหยัดต่อสู่ไม่ถอยเขานั้นเริ่มป้องกันการโจมตีของหวังเฉิน หวังอีฮังนั้นสามารถรับหมัดของหวังเฉินได้ทุกหมัด เมื่อหวังอีฮังเห็นช่องว่างของหวังเฉินเขาจึงโจมตีสวน
หมัดของหวังอีฮังนั้นดูธรรมดาอย่างมากจึงทำให้หวังเฉินไม่รู้สึกกลัว แต่เมื่อมันัักับท้องของเขามันก็รู้สึกเ็ปอยากจะทน หวังเฉินลงไปนอนดิ้นกับพื้นเหมือนกุ้งเต้น ทำให้คนที่ดูการประลองรู้สึกหัวเราะออกมา
ประมุขตระกูลหวังเริ่มที่จะให้ความสนใจต่อหวังอีฮังขึ้นมาในทันที เมื่อถึงการต่อสู้รอบสุดท้ายหวังอีฮังต่อสู้กับหวังสี่ ทั้งสองนั้นเดินขึ้นบนลานประลอง “ทำได้ไม่เลวนิหวังอีฮัง”หวังสี่กล่าวอย่างเยือกเย็น “พี่สี่ก็ชมข้าเกินไป”หวังอีฮังตอบกลับด้วยคำพูดเรียบเฉย
“ข้าว่าการต่อสู้ระหว่างข้ากับเ้ามันช่างไร้ความหมาย เอาอย่างนี้เป็เช่นไร” “แล้วท่านจะเอาแบบไหนละถ้าคิดว่าจะเหมาะสม”หวังอีฮังถาม เขานั้นรู้ว่าเขานั้นไม่อาจที่จะเอาชนะหวังสี่ได้ในตอนนี้แต่เมื่อหวังสี่เสนอโอกาสเขาจึงจะต้องยอมรับฟัง
“ข้าจะรับการโจมตีเ้าสิบครั้งถ้าเ้าทำให้ข้าาเ็ได้จะถือว่าข้าแพ้”หวังสี่นั้นรู้ว่ายังไงเขาก็ชนะเลยแค่เสนอโอกาสเพื่อที่จะทำให้หวังอีฮังได้รับความอับอายเพียงเท่านั้น
หวังอีฮังต่อยไปหมัดแรกหวังสี่นั้นก็สามารถรับได้สบาย “เ้าคิดว่าหวังอีฮังจะทำให้พี่หวังาเ็ได้ไหม”เ้าสองถามเ้าหนึ่ง “ข้าว่าไม่เพราะร่างการพี่หวังนั้นแข็งแกร่งอย่างมาก”เ้าหนึ่งพูดอย่างมั่นใจ เมื่อหวังอีฮังโจมตีไปได้เก้าหมัด หมัดทั้งเก้าของหวังอีฮังนั้นเบาอย่างมาก ในตอนนี้หวังอีฮังดูท่าทางเหมือนกับหมดแรงจึงทำให้หวังสี่นั้นรู้สึกสะใจเขานั้นได้ลดการป้องกันของตนเองลงระดับหนึ่งเพื่อที่จะทำให้ทุกคนรู้ว่าหวังอีฮังนั้นอ่อนแอแค่ไหน
“หมัดคลื่น” หวังอีฮังคำรามและต่อยหมัดสุดท้ายออกไป หวังสี่ที่เห็นการโจมตีของหวังอีฮังเขาก็รู้สึกขบขัน แต่สิ่งที่ไม่คลาดคิดก็เกิดขึ้นหมัดสุดท้ายของหวังอีฮังนั้นรุนแรงกว่าทั้งเก้าหมัดที่ผ่านมาย่างมาก แถมหวังสี่ยังลดการป้องกันของตนเองลงอีก
ตู้ม!!
เสียงต่อยของหวังอีฮังดังทั่วลานประลอง หวังสี่นั้นโดนต่อยจนกระเด็ดไปติดกับกำแพงและสลบไป ทุกคนที่เห็นต่างก็พากันตกตลึกกับฉากที่พวกเขาเห็น “เป็ไปไม่ได้น่า”หวังเอียนนั้นรู้สึกใที่บุตรชายของตนนั้นพลาดท่าถูกโจมตีจนหมดสติไป
ประมุขตระกูลหวังตบมือให้หวังอีฮัง”ไม่เลวเลยเ้าคือตัวแทนของตระกูลหวังเข้าร่วมการทดสอบของสำนัก”ประมุขพูดจบก็เดินจากไป วันต่อมาหวังอีกฮังก็ได้รับเม็ดยาโอสดจากประมุขของตระกูลหวัง