อี้ตันจูบซับน้ำตาให้
“ข้าดีใจเสียจริง”เสียงพูดกระเส่าสั่น น้ำหวานได้แต่ฝืนยิ้ม
ตำหนักหวางจื่ออี้ตัน
“ท่านอ่องพบองค์ชายสี่แล้ว”เสี่ยวปาวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา
“พี่สี่เป็อย่างไรบ้าง
“องค์ชายสี่สลบไสลไม่ได้สติ ตอนนี้หมอหลวงกำลังตรวจดูอาการ”
“พาข้าไป”อี้ตันก้าวขายาวๆ ออกจากห้องไป
ตำหนักเมฆา
“พี่สี่”สีหน้าเป็กังวลอย่างที่สุด
“ท่านอ๋ององค์ชายาเ็สาหัสคาดว่า...คาดว่าอาจจะไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้”
อี้ตันทรุดกายลงกับเก้าอี้
“ใครกันที่ทำเื่แบบนี้ แม้กระทั่งองค์ชายยังกล้าลอบทำร้ายส่งคนสืบค้นเบาะแสแล้วแจ้งข่าวแก่ข้าทันที”องครักษ์ตำหนักเมฆาประสานมือ
ค่ำคืนมืดมิด น้ำหวานหอบเอา โถกระเบื้องเคลือบในอ้อมแขน ใช้มีดสั้น ในมือขุดดินใต้ต้นดอกเหมยลึกจนพอใจ หันมองซ้ายขวาเมื่อไม่มีคนจึงวางโถกระเบื้องเคลือบลงไปอย่างทะนุถนอมกลบดินจนมิด เอาใบไม้ และดอกเหมยที่ร่วงหล่น กลบจนมองไม่ให้ความผิดปกติ ปัดไม้ปัดมือ
กำลังจะก้าวขา ออกจากต้นไม้ใหญ่กับถูกรวบไว้ในอ้อมแขน
“องค์ชายใหญ่”ใไม่น้อยกำลังคิดว่าเห็นตอนที่น้ำหวานเอาโถมาฝังดินหรือไม่
“อยู่นิ่งๆ ”น้ำหวานไม่ฟังเสียง ยกเท้าขึ้นกระทืบที่เท้าของอี้จื้ออย่างแรง
“เ้า”มือใหญ่คว้าที่ข้อมือบางกระชากเข้าซบอกกว้าง
“เล่นตัวดีนัก”
“อย่านะไม่อย่างนั้นฉันร้องให้คนช่วยแน่ๆ ”
“ฮึก็ร้องไปสิ หากอยากจะร้องข้าก็จะได้บอกคนในจวนอ๋องว่า ว่าที่ชายารองลักลอบออกมาพบข้าเพราะทนคิดถึงข้าไม่ไหว แล้วก็มาขอร้องให้ข้าพาหนีไปเสียจากจวนอ๋อง”
น้ำหวานเม้มริมฝีปากแน่น หากเขาทำเช่นนั้นจริงๆ น้ำหวานก็ไม่ทางจะแก้ตัวได้เพราะจะบอกใครได้อย่างไรว่าตัวเองออกมาเพื่ออบนำโถกระเบื้องมาฝังไว้อย่างนั้นหรือ
“อยู่นิ่งๆ เสียยอมให้ข้ากอดให้หายคิดถึง”น้ำหวานเริ่มรู้สึกขยะแขยงคนผู้นี้ขึ้นมาในทันที
แต่จะหาทางเอาตัวรอดอย่างไรดีกำลัง
“ยังไม่สายหากจะเปลี่ยนใจมาอยู่กับข้าอนาคตอันใกล้นี้ ข้าจึงจะได้เป็ไท่จือ เสด็จพ่อ ตั้งใจยกหวงหรงผิงให้กับอี้ตันส่วนข้าตอนนี้ยังไม่มีชายาเอก เป็ชายาเอกของข้าที่กำลังจะรั้งตำแหน่งไท่จือดีกว่าเป็ชายารองของ อี้ตัน”น้ำหวานยิัมมุมปาก
“ใครอยากเป็ชายารองของท่านแม้จะให้ข้าเป็ฮองเอาของท่านข้าก็คิดว่าเป็ชายารองของท่านอ๋องดีกว่า”
“อี้ตันดีกว่าข้าตรงไหน”กระชากร่างบางแนบอก หวางอี้ตันถลาเข้ามาคว้าข้อมือน้ำหวาน
“พี่ใหญ่ ปล่อยนางเสียเดี๋ยวนี้”ผลักร่างอี้จื้อเซถลา
“อ่อ เพิ่งจะตื่นมาพบเข้ากับนาง เ้านี่ไม่ทันการณ์จริงๆ เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมามักจะช้ากว่าข้าก้าวหนึ่งเสมอ”
“พี่ใหญ่ท่านหมายความว่าอย่างไรไ
"หมายความว่าข้ากับนางเพิ่งจะพลอดรักกันเสร็จไปเมื่อครุู่"น้ำหวานโมโหสุดขีดฟาดฝ่ามือลงบนใบหน้าของอี้จื้ออย่างแรง อี้ตัน คว้าข้อมือน้หวานไว้แน่
“พูดพล่อยๆ ใครกับ พลอดรักกับท่าน”
“ฮึ...ๆๆ ตั้งใจจะ จับเ้า ห้าจึงหมางเมินกับข้าก่อนหน้านั้นเ้ายังเอ่ยคำหวานในอ้อมกอดข้าอยุ่เลย”น้ำหวานถลาเข้าใส่ อี้ตันคว้าตัวไว้ลากออกจากตรงนั้นไป
“ท่านอ่๋องเห็นไหมว่าเขาพูดโกหก” อี้ตันยิ้ม หวานละมุน
“รู้ๆ ดีว่าเขาโกหก มี่ถางของข้าจึง โมโหขนาดนั้น แต่รุ้ไหมพี่ใหญ่หาใช้คนที่เ้าจะต่อกรด้วยไม่ อีกทั้งเ้า ใช้กำลังกับเขาขนาดนั้นหากไม่มีข้าอยู่ด้วยเ้าคงแหลกเหลวคามือเขาไปแล้ว”
“ก็ข้าโมโหอีกอย่างบังอาจพูดพล่อยๆ ”อี้ตันยิ้มหวาน เชยคางมนขึ้นสบตา
“พูดก็ปล่อยเขาพูดไปข้าไม่ได้เชื่อที่เขาพูดเสียหน่อย”ก้มลงลิ้มรสจูบที่หวานฉ่ำของน้ำหวานเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ถอนริมฝีปากออกช้าๆ
“ในเมื่อจูบเ้าทีไรรสจูบก็หวานเกินใครเช่นนี้ จะให้เชื่อได้อย่างไรว่าเ้ามีใจให้คนอื่น”ก้มลงอีกครั้ง
“ท่านอ๋อง”น้ำหวานเบี่ยงตัวหลบ ใครบางคนเหนี่ยวคันธนูสุดแรง ลูกดอกศรพุ่งออกจากเป้า ที่หมายคืออกข้างซ้ายของอี้ตัน น้ำหวานมองเห็นเพียง รเงาดำที่เหนี่ยวคันธนูเพียงเสี้ยวนาที กอดรัดร่างใหญ่ของอี้ตัน หมุนพลิกตัวใช้ตัวของตัวเองบังลูกดอกให้หวางอี้ตัน ลูกดอกพุ่งเข้าเสียบที่กลางหลังของน้ำหวานแม่นดังจับวาง หวางอี้ตันสะดุ้งสุดตัวน้หวานตาเหลือกถลนด้วยความเจ้บปวดอี้ตันหอบเอาร่างบาง ไว้ในอ้อมแขน
“มี่ถางงงง”น้ำหวานทรุดกายลงอี้ตันใสุดขีด
“ใครก้ได้ องครักษ์ มีมือสังหารจับตัวไว้”เสียงฝีเท้าวิ่งกรูกันเข้ามา อี้ตั้นรู้สึกถึงของเหลว อุ่นๆ ไหลผ่านมือของเขา ซ้อนร่างบางของน้ำหวานแนบอก วิ่งเข้าไปในตำหนัก
“เสี่ยวปาตามหมอหลวงตามหมอหลวงเดี๋ยวนี้”