หลังผ่านด้านตรวจเข้าเมืองมาเรียบร้อย ผมกับรูอันได้รับเอกสารมาคนละฉบับ เอกสารนั้นคือแผนที่และคำแนะนำต่างๆเกี่ยวกับเมืองหลวงสำหรับนักเดินทางที่เดินทางเข้ามาใหม่(รวมถึงคนที่้ามาสอบเข้า รร.อัศวินเวทย์มนต์ด้วยเช่นกัน)
พวกผมได้อ่านแผนที่แล้วมุ่งหน้าไปลงทะเบียนสมัครสอบบริเวณหน้าโคลอสเซียม ซึ่งที่นั้นก็มีเด็กหนุ่มสาวอายุประมาณ15 พอๆกับพวกผมเข้าคิวกันอยู่
“ตรงนั้นไง” รูอันชี้ไปที่ปลายแถว
“เห้อ..คิวยาวจังแหะ”
หืม!?…ผมพยายามมองไปยังต้นแถว..แล้วผมก็พบสิ่งที่น่าประหลาดใจอย่างนึง
“อ่าว..ไม่ต้องกรอกข้อมูลอะไรเลยหรอกหรอ?”
“เอ๋?” เมื่อรูอันได้ยินสิ่งที่ผมพูดขึ้น ก็มองตามไปข้างหน้า และสิ่งที่พบคือ บริเวณต้นแถวมีโต๊ะลงทะเบียนและมีลูกแก้วขนาดใหญ่ตั้งอยู่…ส่วนบริเวณรอบโต๊ะนั้นมีเ้าหน้าที่จำนวนมาก แต่งกายค่อนข้างดีดูคล้ายกับเป็บุคลากรของหน่วยงานราชการ(พวกขุนนาง) และที่สำคัญคือบริเวณโดยรอบมีทหารจำนวนมากถือหอกและห้อยดาบธรรมดายืนเฝ้าอยู่คล้ายกับเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย
ผู้สมัครที่อยู่ต้นแถว..ต่างเอามือััที่ลูกแก้วลูกใหญ่นั้น หลังจากลูกแก้วเปล่งแสงแล้วเ้าหน้าที่ก็บอกหมายเลขประจำตัวผู้สมัครและยื่นเอกสารให้ แล้วผู้สมัครก็เดินจากไป จนผู้สมัครคนใหม่เดินเข้ามาััลูกแก้วอีกครั้ง..เป็แบบนี้ไปเรื่อยๆ
“ลูกแก้วนั้นมันอะไรน่ะ?" รูอันถาม
“ไม่รู้สิ..คงเป็อุปกรณ์เวทย์มนต์อะไรสักอย่างมั้ง” ผมตอบกลับไปแบบนั้น เพราะผมเองก็ไม่รู้อะไรเหมือนกัน
“อ่าว..พวกนายไม่รู้กันหรอกหรอ?..บ้านนอกกันจังเลยนะ” มีเสียงเด็กผู้ชายคนนึงอายุพอๆกับผมกล่าวขึ้นด้านหลังผมกับรูอัน
“เอ๋?”
“หา?..แล้วนายรู้รึไงล่ะ”
“รู้สิ..เ้าลูกแก้วนั่นคืออุปกรณ์เวทย์มนต์ที่ใช้ตรวจสเตตัสของผู้ััไงล่ะ”
“สเตตัส?”
“ใช่แล้วล่ะ..ข้อมูลทั้งชื่อ,เผ่าพันธุ์ ,LV ,ชนิดของอาร์ติเฟกซ์และค่าเอกสิทธิ์…ข้อมูลทุกอย่างจะถูกแสดงผลบนอุปกรณ์เวทย์มนต์ที่เป็หน้าจอด้านข้างลูกแก้วนั่นไง ”
ผมกับรูอันมองไปยังเต้นท์ลงทะเบียนที่มีลูกแก้วกับหน้าจอนั่นอยู่..หลังแตะเสร็จเ้าหน้าที่ก็จะขานหมายเลขของแต่ละคนที่แตะนั่น
“แล้วหมายเลขของแต่ละคนที่เ้าหน้าที่บอกนั่น..มันคืออะไรล่ะ?”
“เห้อ..พวกนายนี่ไม่รู้อะไรกันสักอย่างเลยจริงๆนะ..ก็หมายเลขประจำตัวที่ใช้สำหรับจับฉลากคู่แข่งในรอบแรกไง”
“อ๋อ../อย่างงี้นี่เอง” ผมก็รูอันพยักหน้าพร้อมกัน
“นอกจากนี้เหตุผลที่ใช้อุปกรณ์เวทย์มนต์ตรวจสเตตัส มันไม่ใช่แค่เพื่อความเร็วอย่างเดียวหรอกนะ..แต่เพื่อป้องกันการโกหกหรือปิดบังข้อมูลด้วย”
อืม..ที่ไอเ้านี่มันพูดก็จริงแหะ ไม่งั้นถ้าให้กรอกข้อมูลโดยการเขียน มันก็ต้องมีการโกหกกันบ้างนั่นแหละ ทั้งชื่อ,LV ,เผ่าพันธ์ุ หรือตระกูลอะไรพวกนี้ เพราะถ้าเป็พวกปีศาจที่หน้าคล้ายมนุษย์ปลอมตัวมาสอบ ก็คงแย่กันพอดี
“แต่จะว่าไป..ข้อมูลสเตตัสอย่างพวกสกิลอะไรพวกนี้..มันเป็ความลับกันไม่ใช่หรอ..ลูกแก้วนั่นคงไม่รู้ลึกถึงขนาดนั้นหรอกนะ?” ผมถามไปด้วยความสงสัย
“นายจะบ้ารึป่าว..มันไม่รู้ลึกถึงขนาดนั้นหรอกน่าา..อีกอย่างข้อมูลเชิงลึกอื่นๆจริงๆ เช่นที่อยู่ บ้านเกิด คนในตระกูลอื่นๆที่ติดต่อได้ อะไรพวกนี้ ทางโรงเรียนจะขอเพิ่มเติมเองหลังจากพวกนายสอบเข้าได้แล้วน่ะ”
“อืม..ขอบใจนะที่ช่วยบอก”
“ไม่เป็ไรหรอก..มีอะไรก็ถามๆกันได้”
หลังจากนั้นไม่นานก็ถึงคิวพวกผมกับรูอัน โดยรูอันอยู่คิวด้านหน้าก่อนผม จึงเดินไปััลูกแก้วก่อน พอลูกแก้วเปล่งแสงแล้วถ่ายโอนข้อมูลต่างๆไปบนหน้าจอ..เ้าหน้าที่จึงอ่านข้อมูลนั้นแล้วขานชื่อพร้อมหมายเลข
“รูอัล เอิร์สเปล ..หมาย1424 …เอ๋!? อาร์ติเฟกซ์สายรักษาหรอ”
เ้าหน้าที่ใพร้อมเสียฮือฮาบริเวณโดยรอบเล็กน้อย
“วันนี้ผ่านมาเป็พันคนแล้วเพิ่งเจอคนที่ใช้เวทย์รักษาได้คนที่สอง..นี่เอง เดี๋ยวเธอรับเอกสารนี้ไปแล้วเดินเข้าไปในอาคารหลังนั้นนะ..เพราะเธอได้สิทธิ์เข้าเรียนโดยไม่ต้องสอบ ฉะนั้นรอบของเธอจึงเหลือแค่รอบสอบคัดห้องอย่างเดียว” หลังจากรูอันรับเอกสารแล้ว..จึงเดินไปในอาคารถัดไปเพื่อลงทะเบียนเข้าเป็นักเรียนโรงเรียนอัศวินเวทย์มนต์ได้เลย ท่ามกลางสายตาอิจฉาของผู้คนบริเวณนั้นเป็จำนวนมาก
“เรเวล..ผมไปตรงนั้นก่อนนะ ..ถ้าผมเสร็จธุระเมื่อไรเดี๋ยวผมออกมาเจอนายที่หน้าอาคารนั่นละกัน”
“อืม..เดี๋ยวฉันจะรอตรงนั้นนะรูอัน”
หลังผมพูดจบรูอันก็ถือเอกสารแล้ววิ่งเข้าไปในอาคารทันที..ด้วยความตื่นเต้น
“เฮ้ย..เอาจริงดิ..พวกนายเองก็เจ๋งเหมือนกันนะเนี่ย ตอนแรกคิดว่าเป็พวกบ้านนอกธรรมดาซะอีก”
“ก็นะ..”
พอถึงคิวผมซึ่งถัดจากรูอัน..ผมเดินเข้าไปัักับลูกแก้วทันที
“เรเวล..หมายเลข1425 ..เห้ยๆว่าแต่ไอ ‘เทวทัณฑ์’นี่มันอะไรกันเนี่ย? ”
เ้าหน้าที่บริเวณโต๊ะนั้นหลายคน..มองหน้าผมด้วยความประหลาดใจ
“เอ่อ..ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันครับ..แต่ผมเองก็มีอาร์ติเฟกซ์เหมือนกันแถมเลเวลก็เกิน10ด้วย..ฉะนั้นผมเองก็น่าจะมีสิทธิสมัครนะครับ” ผมพูดด้วยอาการเหงื่อตกเล็กน้อย
“พวกฉันก็ไม่ได้จะว่าอะไรสักหน่อย..ช่างมันเถอะ..คิวต่อไปเลยละกัน”
“พวกนายนี่แปลกจริงๆเลยนะ”
“อืม..คงงั้นมั้ง” หลังพูดจบ..ผมได้รับเอกสารเรียบร้อย....แล้วตอนที่กำลังจะเดินจากไปนั้นเอง เด็กหนุ่มคนนั้นก็ได้หันมาถามผม
“ว่าแต่นายชื่ออะไรน่ะ..?”
“อะไรกัน..น่าจะรู้ั้แ่ตอนขานชื่อเมื่อกี้แล้วไม่ใช่หรอ ฉันชื่อ ‘เรเวล’ ไง”
“เอ่อ..ก็ถามตามมารยาทน่ะ..ส่วนฉันชื่อ เอลวิน สตาร์เชีย ยินดีที่ได้รู้จักนะ”
“อืม..เช่นกัน..ขอให้โชคดีในการสอบ”
หลังบอกลาเพื่อนร่วมสอบหน้าใหม่เรียบร้อยแล้ว..ผมได้เดินไปยืนรอรูอันที่หน้าอาคารแห่งหนึ่ง ที่คาดว่าน่าจะเป็ที่สำหรับลงทะเบียนนักเรียนใหม่ของโรงเรียนอัศวินเวทย์มนต์
ถ้าเกิดผมสอบผ่าน..ผมก็คงต้องมาลงทะเบียนต่อที่นี่อย่างงั้นสินะ?..ในตอนที่คิดแบบนั้นเอง รูอันก็เดินออกมาจากหน้าทางเข้าพอดี
“เรเวล..ผมอยู่ทางนี้” รูอันโบกมือ
“อืม..เป็ยังไงบ้างล่ะ”
“ก็ลงทะเบียนเรียบร้อยแล้วล่ะ..ส่วนบัตรนักเรียนเ้าหน้าที่เขาบอกว่าจะทำให้หลังจากสอบคัดห้องเรียบร้อยแล้วน่ะ”
“เห้อ..อิจฉานายจริงๆแหะ พอเห็นแบบนี้แล้วฉันก็กังวลใจกลัวสอบไม่ผ่านเหมือนกันนะเนี่ย”
“เอ๋..ไม่สมเป็นายเลยนะ..อาจารย์ก็บอกอยู่ไม่ใช่หรอว่าถ้าฝีมือระดับนายตอนนี้ยังไงก็สอบผ่านได้สบายๆน่ะ ”
“ก็แบบแค่ตอนเช้านี้เองผู้สมัครก็ปาเข้าไปพันกว่าคนแล้ว ไม่รู้ว่าถ้าถึงพรุ่งนี้ตอนเที่ยงจะมีอีกกี่คน ในจำนวนนั้นมันต้องมีพวกคนเก่งๆบ้างแหละ”
“อะไรกัน..นายน่ะเคยพูดอยากเป็จักรพรรดิเวทย์มนต์ไม่ใช่หรอ ถ้าจักรพรรดิ์เวทย์มนต์คือคนที่แข็งแกร่งที่สุดในดินแดนแห่งนี้อันดับแรกนายก็ต้องก้าวข้ามคู่ต่อสู้คนอื่นในครั้งนี้ให้ได้ก่อน ..นายเป็ทั้งคนเก่ง กล้าหาญและมีคุณธรรม ถ้าเป็นายต้องทำได้แน่ …ฉันเชื่อแบบนั้นนะ”
‘ถ้าเป็นาย..ต้องทำได้แน่..ฉันเชื่อแบบนั้นนะ’ มีคำพูดของเด็กสาวผู้หนึ่งดังก้องขึ้นมาในหัวผมซ้อนทับกับคำพูดของรูอัน..ทำให้ผมตาโตและเงยหน้าขึ้นมาทันที
“อา..ฉันจะเป็จักรพรรดิเวทย์มนต์ และฉันจะก้าวข้ามคู่ต่อสู้ทุกคนในครั้งนี้ให้ได้..ไม่ใช่แค่สอบผ่าน แต่ว่า..ฉันจะคว้าที่1 ของการสอบเข้าให้ดูเลย” ผมยิ้มออกมาพร้อมกับชูนิ้วโป้งให้รูอันดู เพื่อแสดงถึงความมั่นใจนั้น …ใช่แล้วล่ะ..ผมไม่มีทางลืมได้แน่..เหตุผลที่ผมพยายามมาเกือบ10ปีนี้ เหตุผลเดียวที่ผมจะเป็จักรพรรดิเวทย์มนต์ ก็เพื่อจะให้เด็กสาวผู้นั้น หรือเอลิเซ่ ยอมรับในตัวผมให้ได้ ...แล้ว...ถึงตอนนั้น..ฉันจะสารภาพรักกับเธออีกครั้งนึง
“ขอบใจมากนะรูอันที่นายช่วยให้กำลังใจฉัน”
"อืม..เนื่องจากรอบสอบคัดห้องของผมมันอยู่วันที่2 ถัดจากวันสอบวันแรก ฉะนั้นในวันแรกที่ผมว่าง..ผมจะไปเชียร์นายเอง"
“อืม..ขอบใจอีกครั้งละกัน ><” ผมหันไปยิ้มให้รูอัน
“ว่าแต่ผมหิวแล้วน่ะ..พวกเราไปหาอะไรกินกันเถอะ..ในเมืองหลวงคงมีอาหารอร่อยๆเพียบแน่”
“นั่นสินะ..แต่ว่าก่อนจะไปหาอะไรกินพวกเราจำเป็ต้องไปแวะที่ที่นึงก่อน” ผมพูดพลางหยิบของสิ่งนึงออกมาจากกระเป๋าสะพายข้าง..สิ่งนั้นคือถุงย่ามเวทย์มนต์ใบนึงที่อาจารย์ให้ไว้เป็ของต่างหน้านั่นเอง….
“ถุงนั่นมัน…”