หลังจากที่เธอไปส่งเอกสารด้วยความเร็วแสงให้กับแผนกต่างเรียบร้อยเธอก็รีบกลับมาปริ้นรายงานสรุปการประชุมให้กลับเ้านายหนุ่มขี้วีนของเธอต่ออย่างเร่งด่วน แต่โชคดีที่เธอสรุปเอาไว้แล้วั้แ่เมื่อคืน เพราะสิรินทร์ได้บอกเอาไว้ว่าจะต้องทำสรุปเอาไว้ด้วยอีกหนึ่งชุดเผื่อเ้านายอยากจะได้ และก็เป็จริงตามคาด เธอจึงรีบปริ้นออกมาได้ทันเวลา
เมื่อพชรดนัยเดินออกมาจากห้องก็รีบถามหาสรุปรายงานการประชุมของเมื่อวานแทบจะทันที
"งานที่ผมสั่งเมื่อเช้าเสร็จหรือยัง" ขวัญฤดียื่นเอกสารที่ปริ้นเสร็จใหม่ๆ ให้กับชายหนุ่มหลังจากที่ทวงถาม เมื่อชายหนุ่มเห็นว่าหญิงสาวทำงานที่เขาสั่งได้เสร็จทันก็ต้องแปลกใจ
"ผมบอกให้คุณไปส่งเอกสารให้กับหน่วยงานอื่นก่อน แต่คุณขัดคำสั่งผมนั่งทำรายงานก่อนอย่างงั้นเหรอ"
"ไปส่งหมดแล้วค่ะ"
"ส่งหมดแล้ว" พชรดนัยทวนคำของหญิงสาวแทบจะไม่เชื่อในสิ่งที่เขาได้ยิน เพราะการจะทำงานทั้งสองอย่างใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมง ไม่มีใครที่จะสามารถทำทันได้ แค่ไปส่งเอกสารให้หน่วยงานอื่นๆ ก็ใช้เวลาเกือบจะเป็ชั่วโมง แถมต้องมาสรุปรายงานอีกเป็ใครก็ทำไม่ทัน
"คุณแน่ใจนะว่าทำงานเรียบร้อย"
"เรียบร้อยซิคะ หากคุณไม่แน่ใจจะลองตรวจดูก็ได้นะคะ" หญิงสาวรีบบอกชายหนุ่มทันที
"คุณให้ใครมาทำงานให้ ่งานเยอะขนาดนี้เป็ไปไม่ได้ว่าจะทำได้ทัน"
"คุณพัชรก็รู้นิค่ะว่างานเยอะ ทำไม่ทันแล้วคุณจะเร่งทำไมถ้าไม่คิดจะ..." หญิงสาวพูดและทิ้งท้ายไว้ให้ชายหนุ่มได้คิด
"คุณว่าผมแกล้งคุณอย่างงั้นเหรอ"
"ฉันเปล่าพูดนะคะ คุณพูดเอง" ชายหนุ่มจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย จะโมโหคนตรงหน้าดี หรือจะทึ่งในความสามารถของเธอก่อนดี
"เถียงคำไม่ตกฟาก เป็เลขาพูดคำต่อปากคำ"
"หากฉันไม่พูดคุณก็จะกล่าวหาฉันแบบไม่มีมูลความจริง การพูดก็เพื่อให้เข้าใจตรงกัน เข้าใจนะคะ" เมื่อขวัญฤดีพูดจบ ชายหนุ่มก็ถือเอกสารเดินเข้าห้องไปแทบจะทันที หลังจากที่เ้านายหนุ่มหายเข้าไปในห้อง หญิงสาวก็ถอนหายใจอย่างหมดแรง แต่ยังไม่ได้ขยับตัวไปไหน พชรดนัยก็เดินออกมาจากห้องอีกครั้ง
"ผมจะไปประชุม"
"ค่ะ" เมื่อได้ยินคำบอกเล่าจากเ้านายหนุ่ม หญิงสาวก็เตรียมของ และข้อมูลการประชุมของเมื่อวานติดมือไปด้วยอย่างรู้งาน ซึ่งก็ทำให้ชายหนุ่มพึงพอใจกับการทำงานของหญิงสาวเป็อย่างมาก ถึงแม้เขาแทบจะไม่สอนงานอะไรหญิงสาวเลยแม้แต่นิดเดียว เธอกับสามารถเรียนรู้และแสวงหาข้อมูลได้เป็อย่างดี หากเทียบกับหน้าตาก็ยังไม่เท่าไหร่ เทียบกับทำงานถือว่ารวมๆ ใช้ได้
หลังจากที่ประชุมเช้าเสร็จหญิงสาวก็ทำหน้าที่ในการสรุปข้อมูลให้กับชายหนุ่ม ดังเช่นวันแรกที่เคยทำ แต่ยังทำไม่เสร็จ เมื่อใกล้ถึงเวลาใกล้พัก หญิงสาวก็ทำหน้าที่ไปรับข้าวที่พชรดนัยได้สั่งเอาไว้ จากนั้นก็นำมาจัดใส่จาน ่โดยมีป้าแม่บ้านเป็ผู้ช่วย
"หนูดีไปเอาข้าวมาแล้วใช่ไหมคะ ป้าว่ากำลังจะไปเอาอยู่พอดี" ป้าแม่บ้านบอกหญิงสาวเมื่อเห็นเธอถือกล่องใส่ข้าวเขามาในห้อง
"พอดีคุณพัชรให้หนูดีจัดอาหารกลางวันให้กับเขานะคะ รวมถึงกาแฟรอบเช้า รอบบ่ายด้วย" หญิงวัยกลางคนได้ยินหญิงสาวบอกว่าเ้านายหนุ่มให้ผู้หญิงตรงหน้าจัดเตรียมอาหารให้ก็ต้องแปลกใจเป็อย่างมาก เพราะั้แ่เ้านายน้อยของเขามาทำงานที่นี่ ไม่เคยให้เลขาคนไหนยุ่งวุ่นวายกับเื่อาหารการกินของตนเองเลยสักคน แต่กับหญิงสาวตรงหน้ากับได้ทำหน้าที่นี่
"แปลกนะคะ ปกติคุณพัชรจะไม่ค่อยให้ใครเตรียมอาหารให้ ป้าจะคอยเตรียมและดูแลเื่อาหารการกินให้ตลอด"
"หนูดีก็ไม่ค่อยเข้าใจค่ะว่าทำไมจะต้องเตรียมให้ แต่หนูดีััได้นะคะว่า คุณพัชรของป้าเนี่ย้าจะแก้แค้นที่หนูดีด่าเขาซะมากกว่า" ขวัญฤดีคาดการณ์เหตุผลที่เ้านายหนุ่ม ใช้ให้เธอทำโน่น ทำนี่ ตามใจ โดยที่ไม่สอนงานเลยแม้แต่นิดเดียว ได้แต่ออกคำสั่ง หากไม่ใช่ผู้จัดการทั่วไปอย่างคุณพิมพรรณ มาคอยบอกรูปแบบการทำงานเธอคงจะได้กลับไปสืบทอดสำนักดูดวงอยู่บ้านอย่างแน่นอน
"หนูดีอาจจะคิดมากไปหรือเปล่าลูก ปกติแล้วถึงแม้คุณพัชรจะเป็คนเ้าอารมณ์ อารมณ์ร้อนบ้าง แต่ดูแล้วไม่น่าจะเป็คนเ้าคิดเ้าแค้นนะป้าว่า"
"น้อยไปนะซิคะ" ขวัญฤดีบ่นไปก็เตรียมข้าวใส่จานไป
"คุณหนูดีรู้ไหมคะ ว่าทำไมคุณพัชรถึงเลือกคนที่มาเตรียมข้าวให้ทุกวัน เพราะคุณพัชรเป็คนกินยาก และเป็คนที่แพ้ง่าย อาหารการกินคุณพัชรจะเป็คนสั่งเอง ถึงแม้บริษัทของเราจะทำข้าวกล่องแช่แข็งขาย แต่คุณพัชรจะกินอะไรก็ต้องเลือกอย่างดีนะคะ"
"แพ้อาหารเหรอคะ"
"ใช่ค่ะ แกก็แพ้หลายอย่างนะคะ ทั้งแพ้กุ้ง หรือของที่มีส่วนผสมของถั่ว เออ..." อนงค์กำลังคิดว่าเ้านายหนุ่มแพ้อะไรอีก "อ๋อ แพ้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตัวนี้หนักเลยค่ะ เพราะหากกินแล้วผื่นจะขึ้นทันที ถ้าดื่มแล้วจะต้องรีบกินยา ไม่เช่นนั้นจะมีอาการหนักขึ้นเรื่อยๆ " อนงค์อธิบายให้หญิงสาวฟัง
"ถ้ารู้ว่าแพ้ก็ไม่ต้องดื่มซิคะ" ขวัญฤดีถามกลับด้วยความสงสัย
"บางครั้งคุณพัชรจะต้องเข้าสังคม จะเลี่ยงก็ไม่ได้จะต้องดื่มเป็มารยาท เวลาคุณพัชรไปงานเลี้ยงกลางคืนก็มักจะให้ลุงคมคนขับรถไปด้วย" ขวัญฤดีพยักหน้าเข้าใจ ก่อนที่จะหยิบจานข้าวใส่ถาดพร้อมน้ำดื่มอีกหนึ่งขวด เดินไปเสิร์ฟให้เ้านายหนุ่ม ซึ่งเป็เวลาเกือบเที่ยง
ก๊อก ก๊อก!
"เข้ามา" เมื่อได้ยินเสียงอนุญาตหญิงสาวก็เปิดประตูเอาอาหารกลางวันไปวางไว้ที่โต๊ะ ก่อนที่จะถามว่าชายหนุ่ม้าอะไรเพิ่มไหม เพื่อที่เธอจะได้ไปกินข้าวบ้าง
"คุณพัชรจะเอาอะไรเพิ่มหรือเปล่าคะ"
"ไม่"
"ฉันขอตัวไปกินข้าวนะคะ" พชรดนัยพยักหน้ารับ อย่างไม่สนใจมากนัก แต่ก่อนที่หญิงสาวออกไปก็สั่งงานตามหลังแทบจะทันที
"ประชุมเมื่อเข้าผมขอก่อนบ่ายโมงนะ และบ่ายโมงครึ่งผมจะต้องไปพบลูกค้า" เมื่อหญิงสาวได้ยินเช่นนั้นก็แทบจะกระชากหัวคนตรงหน้ามาชกซะให้เข็ด ก่อนที่จะถามกลับด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจมากนัก
"แต่นี่มันเป็เวลาพักนะคะ แล้วจะทำส่งให้คุณทันได้อย่างไร" เมื่อได้ยินคำถามจากหญิงสาว พชรดนัยก็ยิ้มเยาะอย่างผู้มีชัย ก่อนที่จะตอบอย่างไม่สนใจว่าคนตรงหน้าจะอยู่หรือจะไป
"ทำได้ไหมล่ะ ถ้าทำไม่ได้ก็ลาออกไป แต่หากอยากทำงานต่อ ก็ต้องไม่มีคำว่าทำไม่ได้ ผมสั่งให้ทำอะไรก็ต้องทำ"
"สนุกมากไหมคะ เอะอะไล่ออก เอะอะไล่ออก ฉันไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงเปลี่ยนเลขาบ่อย เพราะมีเ้านายอย่างงี้ไงถึงไม่มีใครอยากทำงานด้วย ตอนเด็กๆ ขาดความรักเหรอคะถึงได้เรียกร้องความสนใจจัง" ขวัญฤดีพูดขึ้นด้วยความโมโห จนลืมไปว่าเธออยู่ใน่ฝึกงาน แต่กว่าจะได้สติก็ไม่ทันเสียแล้ว เพราะคนตรงหน้าจ้องมองเธอด้วยสายตาดุดัน พร้อมสาวเท้าเดินตรงมาหาเธอแทบจะทันที
"เก่งดีนี่ กล้าต่อปากต่อคำ ทำงานให้เก่งอย่างที่พูดก็แล้วกัน" พชรดนัยไม่พูดเปล่าเดินเข้ามาใกล้หญิงสาวด้วยสายตาเย้ยหยัน ถึงแม้ว่าคำพูดของหญิงสาวจะแทงใจดำ แต่เขาก็อยากรู้ว่าผู้หญิงตรงหน้าจะสามารถทนรับอารมณ์เขาได้มากน้อยแค่ไหน จะเก่งจริงหรือดีแต่ต่อปากต่อคำกันแน่
ด้วยการจู่โจมที่อุกอาจ ขวัญฤดีจึงถอยหลังหนีอย่างรวดเร็วไม่ทันได้ระวังข้างหลัง ทำให้เสียหลักชนกับพนักโซฟารับแขกหงายหลังล่วงไปบนโซฟาแทบจะทันที แต่เธอไม่ร่วงเปล่ายังลากชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าล้มลงมาด้วยเช่นกัน ร่างสองร่างแนบประสาน ปากทั้งสองประกบกันอย่างพอดิบพอดีเหมือนตั้งใจ ความร้อนผ่าวแผ่ซ่านไปทั่วทั้งปาก พชรดนัยผลัดลุกขึ้นจากหญิงสาวแทบจะทันที โดยที่ไม่รู้ตัวว่าได้ดึงแว่นของหญิงสาวติดมือมาด้วย
ขวัญฤดีที่ไม่ได้ใส่แว่นก็หันซ้ายหันขวาควานหาแว่นด้วยความทุลักทุเล ผมเผ้าที่มัดไว้อย่างเรียบตึงก็สยายออก เพราะยางที่รัดไว้อย่างแน่นได้ขาดออกจากกันด้วยแรงกระแทก หญิงสาวพยายามจะรวบผมและมองหาแว่นตาอย่างร้อนรนด้วยสายตาที่พร่ามัว แต่หาอย่างไรก็หาไม่เจอ
พชรดนัยที่ถือแว่นตาของหญิงสาวเอาไว้ จ้องมองหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าด้วยความแปลกใจ ด้วยหน้าตาภายใต้แว่นตากรอบหนานั้น เผยให้เห็นหน้าตาสวยใสซ่อนเอาไว้ ชายหนุ่มจ้องมองหญิงสาวเหมือนถูกต้องมนต์สะกด จนลืมไปว่าแว่นตาของหญิงสาวอยู่ที่มือของตน กว่าจะรู้ตัวว่าแว่นตาอยู่กับตนเองก็ทำให้หญิงสาวควานหาแว่นจนวุ่นวาย
"นี่แว่น ทีหลังก็ให้ระวังหน่อยอย่างได้ซุ่มซ่ามอีก" ขวัญฤดีได้แว่นมาก็รีบใส่และจ้องมองชายหนุ่มกลับแทบจะทันที แต่ไม่ทันที่จะได้พูดอะไร ภาพที่ทั้งสองแนบชิดกันก็วนเข้ามาในหัวอีกครั้ง จากที่คิดว่าจะพูดจาเหน็บแนมให้เจ็บแสบ แต่เมื่อเห็นชายตรงหน้าที่ทำท่าทางกวนประสาทอยู่คำพูดนับร้อยก็จางหายไปจนหมด ได้แต่รีบลุกขึ้นจากโซฟาหรูแล้วรีบออกจากห้องไปในทันที ปล่อยให้ชายหนุ่มยิ้มเยาะอย่างอารมณ์ดี
"ก็สวยดีนิ" พชรดนัยสลัดความคิดที่อยู่ในหัวออกทันที แต่ภาพหญิงสาวยังคงชัดเจนไม่จางหายไปไหน ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนทำให้เขาเสียอาการเท่ากับผู้หญิงคนนี้มาก่อน ถึงแม้เขาจะเคยมีแฟนที่รักกันมากก็ไม่เคยรู้สึกใจเต้นแรงเท่ากับเห็นหน้าของหญิงสาว พชรดนัยลูบปากเบาๆ ัักับความร้อนผ่าวที่เกิดขึ้น แต่ก็ต้องสะดุดกับของเหลวบางอย่างที่อยู่กับริมฝีปาก ปรากฏว่ามีเืออก แต่ความเ็ปก็ไม่ทำให้รอยยิ้มจางหายไปได้เลย "เราได้อยู่กันอีกยาวหนูดี" ชายหนุ่มพูดถึงหญิงสาวก่อนที่จะลูบปากเบาๆ อีกครั้ง