บทที่ 32 สถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก
ซ่งเส้าเส้าเห็นทุกคนชอบอาหารที่นางทำก็ยืดอกอย่างภาคภูมิใจ ถึงแม้นางจะอยู่ที่โลกนี้มานานแล้ว และยังทำอะไรไม่ได้มากนัก แต่ก็ยังพอมีความคืบหน้าอยู่บ้าง
"คุณหนู คุณหนูเจ้าคะ..."
ในขณะที่ทุกคนกำลังเพลิดเพลินกับมันหวานเชื่อมน้ำตาล หมิงอวี่สาวใช้ของลู่จินโม่ก็วิ่งเข้ามา
"หมิงอวี่ มีอะไรหรือ รึว่าที่โรงยาเกิดเรื่อง?"
หมิงอวี่หอบหายใจ "ไม่ ... ไม่ใช่เจ้าค่ะ ... คุณ ... คุณหนู คุณชายเส้ามาถึงแล้วเจ้าค่ะ"
คุณชายเส้า? หมายถึงเส้าชิงหยวนสินะ
ซ่งเส้าเส้าหลุดเข้ามาในโลกในนิยายนี้มานานแล้ว แต่ความทรงจำที่นางมีต่อเส้าชิงหยวนนั้นมาจากคำพูดของตัวละครอื่นๆเท่านั้น
นางพยายามหลีกเลี่ยงก็แล้วแต่ยังคงไร้ประโยชน์ ดูท่าคราวนี้คงเลี่ยงไม่ได้แล้วจริงๆ
พอได้ยินคำพูดของหมิงอวี่ ใบหน้าของซ่งเส้าเส้าก็เต็มไปด้วยความกังวล ส่วนลู่จินโม่กลับมีท่าทางเหมือนเด็กสาวที่กำลังมีความรักทั้งเขินอายและร้อนใจ
"จริงหรือ เขามาจริงๆหรือ เช่นนั้นข้าจะไปรับเขาเจ้าค่ะ"
ลู่จินโม่ว่าจบก็วิ่งออกไปโดยไม่รอให้ลู่เฉินโม่พูดอะไร
เหยียนหลีลั่วเห็นแบบนั้นก็ตบไหล่ลู่เฉินโม่ ท่าทางคล้ายจะปลอบใจเขา ซ่งเส้าเส้าเห็นทุกอย่าง
"ทำไมหรือเจ้าคะ คุณชายลู่ไม่อยากให้น้องสาวแต่งงานหรือ?"
ซ่งเส้าเส้าตั้งใจว่าจะไม่ยุ่งเรื่องของพวกเขาอีก แต่ท่าทางที่อีกฝ่ายแสดงออกมามันชวนให้อยากรู้จริงๆ
ลู่เฉินโม่ไม่ได้ตอบอะไร เพียงเดินออกไปจากครัว
ซ่งเส้าเส้าเห็นแบบนั้นถึงค่อยรู้ตัวว่าตัวเองอาจล้ำเส้นไปหน่อย
"คุณชายเหยียน ข้าเสียมารยาทไปหน่อยใช่หรือไม่เจ้าคะ"
เหยียนหลีลั่วยังคงเป็นสุภาพบุรุษเช่นเคย เขาส่ายหน้าด้วยรอยยิ้ม "ไม่หรอก เจ้าแค่ไปจี้ปมในใจเขาก็เท่านั้น"
ซ่งเส้าเส้าทำหน้าสงสัย นางชั่งใจก่อนจะถามว่า "คุณชายเหยียน ท่านพอจะบอกข้าได้หรือไม่เจ้าคะว่าปมในใจของคุณชายลู่คือเรื่องอะไร"
"ก็ไม่ใช่เรื่องที่บอกไม่ได้หรอก แค่คุณชายเส้าที่หมิงอวี่พูดถึงก็คือจอหงวนที่เพิ่งจะสอบติดปีนี้"
คุณชายเส้าก็คือจอหงวน ซ่งเส้าเส้ารู้อยู่แล้ว นางไม่ใช่แค่รู้เรื่องนี้ แต่นางยังรู้ด้วยว่าบ้านของเส้าชิงหยวนมีกี่คน หรือแต่ละคนกินจุแค่ไหน!
"แล้วอย่างไรต่อหรือเจ้าคะ"
"คุณชายเส้าคนนี้ชื่อเส้าชิงหยวน ได้ยินมาว่าเป็นคนที่อยู่นอกเมือง ฐานะทางบ้านแม้มิได้ยากจน แต่ก็มิได้ร่ำรวยเช่นกัน"
สมควรเป็นเช่นนั้น เพราะหากมีเงิน ใครจะมาสอบจอหงวนเล่า!
เหยียนหลีลั่วเชื่อใจซ่งเส้าเส้าจึงเล่าเรื่องของเส้าชิงหยวนและลู่จินโม่ให้นางฟัง
ที่แท้ระหว่างทางที่เส้าชิงหยวนเข้าเมืองมาสอบจอหงวน เขาล้มป่วยหนัก ไม่มีเงินรักษา เกือบจะตายอยู่ในเมือง แต่โชคดีที่เจอกับลู่จินโม่ ทั้งสองคนจึงได้ใกล้ชิดกัน ส่วนเหตุผลที่ลู่เฉินโม่ไม่ชอบเส้าชิงหยวนก็คือ ตอนนี้เส้าชิงหยวนเป็นแค่จอหงวนตัวเล็กๆ ส่วนน้องสาวของเขาถูกเลี้ยงดูมาอย่างดี เขากลัวว่าน้องสาวจะลำบาก
ซ่งเส้าเส้าไม่คิดเลยว่าในนิยายจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น ดูเหมือนว่าเส้าชิงหยวนกับลู่จินโม่จะรักกันจริงๆ อีกอย่างในช่วงเวลาที่เส้าชิงหยวนลำบากที่สุด ก็เป็นลู่จินโม่ที่คอยดูแลเขา จึงไม่แปลกที่ทั้งสองคนจะตกหลุมรักกัน
สตรีเช่นลู่จินโม่ไม่ต้องพูดถึงเส้าชิงหยวน หากซ่งเส้าเส้าเป็นบุรุษ นางก็คงหลงรักลู่จินโม่เช่นกัน
"เอาล่ะ อย่าคิดมากเลย เรื่องของตระกูลลู่ก็ปล่อยให้พวกเขาจัดการกันเอง พวกเราไปกันเถอะ"
ซ่งเส้าเส้าพยักหน้า
นั่นสิ ตระกูลลู่ก็คือตระกูลลู่
ทว่าหลายปีต่อจากนี้ ซ่งเส้าเส้าจะได้รู้ความจริงในภายหลัง ว่าเรื่องที่เป็นปมในใจลู่เฉินโม่ มันไม่ใช่เพราะฐานะทางบ้านของเส้าชิงหยวน
ตอนที่ซ่งเส้าเส้ากับเหยียนหลีลั่วกลับมายังห้องโถง เส้าชิงหยวนก็มาถึงนานแล้ว
ถึงแม้ว่าหลังจากที่ข้ามเวลามา ซ่งเส้าเส้าจะไม่เคยเจอเส้าชิงหยวน แต่นางก็จำคำบรรยายในนิยายได้ เขามีดวงตารูปทรงเหมือนเมล็ดพุทรา ริมฝีปากบาง จมูกโด่ง เป็นหนุ่มที่หล่อเหลา แม้อาศัยอยู่ในชนบทแต่กลับเหมือนคุณชายในเมือง ไม่แปลกใจเลยที่เจ้าของร่างเดิมจะหลงใหลเขา
ลู่จินโม่ควงแขนเส้าชิงหยวนอย่างสนิทสนม พอเส้าชิงหยวนเห็นซ่งเส้าเส้าก็ชะงักไป มองนางด้วยแววตาตื่นตระหนก
บรรยากาศแบบนี้ จังหวะแบบนี้ นี่มันสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกชัดๆ!
"พี่ชิงหยวนไม่ได้เจอกันนานเลยนะเจ้าคะ พี่ชิงหยวนดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นนะเจ้าคะ"
ซ่งเส้าเส้าทักทายเส้าชิงหยวนอย่างเป็นธรรมชาติ ตอนแรกเส้าชิงหยวนก็ตกใจ แต่พอเห็นสายตาของซ่งเส้าเส้าที่ไม่มีเยื่อใยต่อเขาก็รู้สึกโล่งใจ ในเมื่อเขาเป็นฝ่ายผิดต่อซ่งเส้าเส้า ต่อให้ตอนนี้ตระกูลลู่รู้ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับซ่งเส้าเส้า เขาก็สมควรได้รับมัน
"ช่างตัดเสื้อตัวน้อย เจ้ารู้จักกับพี่ชิงหยวนหรือเจ้าคะ"
ลู่จินโม่ไร้เดียงสาจริงๆ เห็นซ่งเส้าเส้าทักทายเส้าชิงหยวนก็ดีอกดีใจ
"จินโม่ที่จริงแล้ว..."
"ใช่เจ้าค่ะ พวกเราโตมาด้วยกัน พี่ชิงหยวนก็เหมือนกับพี่ชายของข้า ที่แท้หมอยาตัวน้อยก็คือภรรยาในอนาคตของพี่ชิงหยวนหรือเจ้าคะ!"
เส้าชิงหยวนกำลังจะบอกความจริงกับลู่จินโม่ แต่ซ่งเส้าเส้ากลับชิงพูดก่อน และที่คาดไม่ถึงก็คือซ่งเส้าเส้ากลับช่วยเขาปิดบัง
"จริงหรือเจ้าคะ ดีจัง พี่ใหญ่ท่านเห็นหรือไม่เจ้าคะ เพื่อนข้ากับพี่ชิงหยวนเป็นเพื่อนสมัยเด็กกันด้วยเจ้าค่ะ!"ลู่จินโม่ยังคงดูไร้เดียงสา
เด็กโง่ เจ้ายังไม่รู้อีกหลายเรื่อง เช่นเพื่อนของเจ้ากับพี่ชิงหยวนของเจ้าเคยหมั้นหมายกันด้วยนะ!
ลู่เฉินโม่เหลือบมองซ่งเส้าเส้าอย่างมีเลศนัย ซ่งเส้าเส้ามองตอบลู่เฉินโม่ ฝืนยิ้มออกมา
"นั่นสิเส้าเส้า ไม่ได้เจอกันนาน เจ้าก็ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นนะ"
ในเมื่อมีคนเปิดทางให้แล้ว เส้าชิงหยวนจึงไหลตามน้ำ
"ในเมื่อทุกคนรู้จักกันหมดแล้วก็ดีเลยเจ้าค่ะ พี่ใหญ่ พวกเราทานข้าวกันเถอะ ข้าหิวแล้ว"
ลู่เฉินโม่ยังคงมีสีหน้าเรียบเฉยเช่นเคย เขาแค่เอ่ยปากเชิญทุกคนกินข้าวเท่านั้น ไม่สืบสาวเรื่องที่ซ่งเส้าเส้ารู้จักกับเส้าชิงหยวน ส่วนเหยียนหลีลั่วดูตื่นเต้นมาก เหมือนกับคนที่กำลังเจอเรื่องสนุก
บนโต๊ะอาหาร นอกจากน้ำแกงหัวปลาแปดสมบัติและมันหวานเชื่อมน้ำตาลที่ซ่งเส้าเส้าทำแล้ว ยังมีเต้าหู้มาโป ขาหมูตุ๋น ปลาจีนนึ่ง ไก่ยัดไส้ ปลาราดน้ำมะเขือเทศ หน่อไม้ผัดแห้ง ไก่นึ่งผักกาดดอง ... มีครบทุกอย่างสมกับเป็นตระกูลใหญ่
หลังจากวางอาหารครบ ทุกคนก็เงียบลง บรรยากาศเต็มไปด้วยความอึดอัด แม้แต่เหยียนหลีลั่วที่มักจะสร้างสีสันก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไร ได้แต่ก้มหน้ากินข้าว
ซ่งเส้าเส้าคิดในใจ เห็นไหม ไม่ต่างจากที่ข้าคิดซักนิด สุดท้ายทุกคนต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก
"แม่นางซ่งเป็นเพื่อนสมัยเด็กกับคู่หมั้นของน้องสาวข้าหรือ"
ซ่งเส้าเส้า "..."
ลู่เฉินโม่เจ้านี่มันความรู้สึกช้าจริงๆ ผ่านไปนานขนาดนี้ถึงได้ถาม! ตั้งใจเพิ่มบรรยากาศกดดันบนโต๊ะอาหารหรือไร!
ซ่งเส้าเส้ากัดฟัน ฝืนยิ้มออกมา "ใช่เจ้าค่ะคุณชายลู่ ข้ากับพี่ชิงหยวนเติบโตมาด้วยกัน ก็เหมือนกับคุณชายเหยียนกับหมอยาตัวน้อยไงเจ้าค่ะ"
ซ่งเส้าเส้าตอบได้ฉลาดมาก เท่านี้ก็ไม่มีใครสงสัยความสัมพันธ์ระหว่างนางกับเส้าชิงหยวนว่าจะเป็นไปในทิศทางอื่นแล้ว