Deaf mute รักบกพร่อง

    ตอนที่ 1 การช่วยเหลือจากคนแปลกหน้า

    ????ผมเชื่อว่าคนทุกคนสามารถมีความรักได้ ถึงเเม้ว่า คนนั้นๆเขาจะเป็นใคร มาจากไหน เป็นอะไร ก็ล้วนเเต่จะมีสิทธิ์รัก เหมือนผม ถึงเเม้ว่าผมจะพูดไม่ได้ แต่ผมก็สามารถรักเขาได้10:00 AMร้านปังหวาน"คุณคะ ฉันเอาขนมปังบลาวนี่สามชิ้นค่ะ เดี๋ยวใส่กล่องให้ด้วยนะค่ะ :)" หญิงสาวคนหนึ่งพูดกับผมด้วยรอยยิ้ม หลังจากที่เธอนั่งดื่มกาแฟในร้านอยู่หลายนาที ผมยิ้มให้เธอแล้วพยักหน้ารับ ก่อนที่จะหยิบขนมปังในตู้เบเกอรี่ตามที่เธอต้องการ " ที่นี่มีอะไรเเนะนำไหมคะ?" เธอถามผมเสียงใส ผมเลยเงยหน้าขึ้นไปมองเธออีกครั้ง ก่อนที่จะพยักหน้าเเล้วยื่นโบชัวร์ของร้านให้กับเธอ แล้วชี้ขนมปังที่เป็นไฮไลท์ของร้านให้เธอดู " คุณช่วยอธิบายได้ไหมคะ ว่ามันพิเศษยังไงเอ่ย"ฟุบ.....' ผมขอโทษนะด้วยนะครับ ผมพิการทางการพูด แต่ขนมปังของเราทุกชิ้นเป็นขนมปังที่สดใหม่ทุกวัน ใช้น้ำตาลอย่างดี วัตถุดิบทุกอย่างล้วนเเต่ปลอดภัยเป็นออแกนิคครับ'ผมเขียนข้อความใส่กระดาษแล้วยื่นให้ เมื่อเธอรับมันจากมือผม เธออ่านมันช้าๆ หลังจากที่เธออ่านมันเรียบร้อย เธอยิ้มออกมา ก่อนที่จะเอื้อมมาจับฝ่ามือผมเบาๆ " ฉันนับถือคุณจริงๆค่ะ เอาเเบบนี้เเล้วกันนะคะ อาทิตย์หน้าที่บ้านฉันจะมีงานเลี้ยงต้อนรับขนาดใหญ่ใหญ่ ฉันอยากให้คุณช่วยเอาขนมของคุณไปไว้ในงานเลี้ยง ได้ไหมค่ะ?" เธอถามพร้อมกับเขียนที่อยู่แล้วส่งให้กับผม ผมได้เเต่พยักหน้าด้วยรอยยิ้มเพื่อเเสดงถึงความขอบคุณที่เขามอบโอกาสให้กับคนพิการอย่างผม " ขอบคุณค่ะ....งั้นอาทิตย์หน้าเจอกันนะคะ คุณ?"“……..”ฟุบ (ยื่นกระดาษให้)‘ปลายหนาวครับ’ “โอเครคะ คุณปลายหนาว อาทิยต์หน้างานจะเริ่มประมาณห้าโมง คุณปลายหนาวสามารถมาเตรียมของได้แต่แต่ตอนเที่ยงได้เลยนะครับ”งึกๆ ผมพยักหน้าตอบด้วยรอยยิ้มอย่างมีความสุข หลายคนอาจจะสงสัยว่าผมคือใคร(?) ผมชื่อ ปลายหนาว ครับ ผมเป็นเพียงเเค่เจ้าของร้านขนมปังเล็กๆในย่านชนบท ผมโตมาจากบ้านเด็กกำพร้า หลังจากที่พ่อกับเเม่นำตัวผมมาฝากไว้ที่นั่นเมื่อหลายปีก่อน ตั้งแต่นั้นมาพวกท่านก็ไม่ได้มาหาผมอีกเลย ซึ่งเเน่นอนมันเป็นเรื่องที่น่าเศร้ามากๆ แต่ผมก็ไม่โกรธนะครับเพราะผมเชื่อว่าพวกท่านต้องมีเหตุผลอะไรบางอย่างที่ทิ้งผมไป และที่สำคัญผมก็สามารถผ่านจุดๆ นั้นมาได้แล้วด้วย อีกอย่างถ้าไม่มีพวกท่าน ไม่มีเจ้าหน้าที่จากมูลนิธิบ้านเด็กกำพร้า ผมก็คงจะไม่มายืนอยู่ตรงนี้จนถึงทุกวันหลายชั่วโมงผ่านไป~~กริ้งๆในขณะนั้น เสียงกระดิ่งหน้าร้านก็ดัง ก่อนที่จะมีผู้ชายมากหน้าหลายตา เดินเข้ามาในร้าน ก่อนที่พวกเขาเหล่านั้นจะเดินเข้ามาเกาะบริเวณหน้าเคาท์เตอร์ในจุดที่ผมยืนอยู่ ฉีกยิ้มพยายามเล่นหูเล่นใส่ผม ผมละเกลียดคนพวกนี้จริงๆ หลายครั้งที่เขาพยามมาเกาะเเกะผม วุ่นวายกับผมไม่เว้นแม้เเต่ละวัน " สวัดดีคร้าบ น้องปลายหนาวของพี่ วันนี้ขายดีไหมจ๊ะ" พีช ชายหนุ่มร่างสูง หัวหน้าของพวกอัธพาลในย่านนี้พูดกับผมด้วยน้ำเสียงเเถะลมอย่างน่าขยักเเขยง ผมพยายามไม่สนใจคำพูดที่เขาถาม แล้วทำงานของตัวเองเหมือนกับว่าเขาไม่มีตัวตน"..........."" แหม ไม่ตอบพี่ซะด้วย หยิ่งจังเลยครับที่รัก~~"" นี่ลูกพี่ น้องปลายหนาวของลูกพี่จะตอบได้ยังไงละครับ ในเมื่อน้องเขาเป็นใบ้ ฮ่า~~" ลูกน้องคนหนึ่งของเขาพูดขึ้น พร้อมกับเสียงหัวเราะดังลั่น ทำให้คนในร้านหันมามองเหตุการณ์ ผมเลยหันไปมองหน้าเขาอย่างไม่พอใจ แต่ก็ต้องพยายามปลงใจ เพราะถึงยังไงผมก็ไม่สามารถทำอะไรพวกเขาได้" เออ จริงด้วยว่ะ กูลืม ฮ่าๆๆ"  ทุกคนหัวเราะพร้อมกันอย่างชอบใจ ทำเหมือนกับว่า การที่ผมเป็นใบ้มันเป็นเรื่องน่าขันมาก ซึ่งมันทำให้ผมทวีคูณความเกลียดชังเขาไปอีกเท่าตัว เข้ามาวุ่นวาย เข้ามาเกาะแกะในร้านผมก็ยังพอรับได้และปลงในไม่ตอบโต แต่การที่มาพูดหยอกล้อ เอาความเป็นใบ้ของผมมาพูดล้อเล่นแบบนี้ผมทนไม่ไหวจริวๆ   " นี่น้องปลายหนาวจะไม่คุยกับว่าที่ผัวจริงๆ เหรอจ๊ะ ทำเเบบนี้พี่เสียใจนะ"ฟุบ.......' พวกคุณไปให้พ้น ผมต้องทำงาน!!! ' ด้วยความเหลืออดผมตัดสินใจเขียนข้อความใส่กระดาษส่งให้เขาด้วยความไม่พอใจ ก่อนที่ชายหนุ่มจะหยิบมันมาอ่านเเล้วทำเป็นไม่รู้ไม่สนใจ " ไล่กันเเบบนี้ พี่เสียใจนะคร้าบบ เมีย "โธ่เอ้ย นี่เขาจะไม่หยุดจริงๆใช่ไหมเพร้งงงง~~~ เฮือก! ในจังหวะนั้นเอง จู่ๆ เสียงเเก้วเเตกก็ดังขึ้น จากโต๊ะของลูกค้าท่านหนึ่งที่นั่งดื่มกาเเฟอยู่ ทำให้ทุกคนในร้านหันเปลี่ยนหันไปมองลูกค้าคนนั้นแทน ผมเลยจะเดินออกไปเก็บเศษแก้วของลูกค้า แต่ทว่าพีชกับกันผมไว้ แล้วเดินไปหาลูกค้าท่านนั้นแทน " คุณครับ ไม่ทราบว่ามีปัญหาอะไรหรือเปล่า(?)" พีช เอ่ยถามอย่างไม่พอใจ แล้วเดินเข้าไปหาเรื่องทันที เมื่อชายหนุ่มคนนั้นนั่งกอดเเล้วมองพวกพีช ด้วยสายตาไม่พอใจ ผมมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างหวั่นใจ ถ้าผมไม่ห้ามพวกเขามีหวังต้องเกิดเรื่องแน่ๆ " จะอ่านหนังสือ หุบปากได้ปะ!" ชายหนุ่มตอบ ทำให้เหล่าอัทธพาลพวกนั้น ต่างพากันมองหน้าเขาเเล้วเตรียมที่จะเดินเข้าไป ทำให้ผมรีบเดินไปตัดหน้าพวกนั่นทันที เพื่อกันไม่ให้มีเรื่องกันในร้านของผม" หลบไปครับน้องปลายหนาว พี่จะสั่งสอนไอ้นี่" เขาพูดเสียงต่ำ ผมก็ได้เเต่ส่ายหน้าเเล้วยื่นขวางอยู่อย่างนั้น " ถ้าไม่หลบ พี่จูบนะครับ "ขวับ.....เฮือก....ในจังหวะนั้นเองก็มีใครบางคนดึงผมจากด้านหลัง ทำให้เเผ่นหลังเล็กๆ ของผมสัมผัสถึงกล้ามเนื้อบริเวณหน้าอกของใครบางคน ผมยื่นนิ่งเหมือนเดจาวู ไม่กล้าหันไป ท่ามกลางคนทั้งร้านที่มองเหตุการณ์อยู่ในขณะนี้" ที่หลังก็หัดสู้มันบ้างสิ ยืนบื้ออยู่ได้ น่ารำคาณ " เขากระซิบข้างหูผมโทนเสียงเรียบ ก่อนที่เขาเดินจะเดินออกไปในที่สุด น้ำเสียงที่เเสนเย็นชา กลิ่นน้ำหอมที่ดูซับซ้อนของเขา มันทำให้ผมรู้สึกแปลกๆ ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เขาเป็นใครกัน 'ที่หลังก็หัดสู้มันบ้างสิ~~~' อึก.......“เห้ยมึงจะไปไหนว่ะ พูดหมาๆ แบบนี้แล้วจะเดินหนีหรือเปล่า” พีชตะโกนเสียงดังเมื่อผู้ชายคนนั้นเดินออกจากร้าน ทำท่าจะเดินไปหาเรื่องเขาต่อ ผมเลยใช้ตัวผมกันแล้วรีบไปขว้าแขนเขาไว้ เพื่อไม่ให้มีเรื่องอีก " เมื่อกี้ มันคุยอะไรกับน้องปลายหนาวครับ บอกพี่พีชมาเดี๋ยวนี้นะ" พีชสบัดมือผมออก ก่อนที่เขาจะใช้มือทั้งสองข้างมาจับแขนผมอย่างแรงแวเค้นถามด้วยน้ำเสียงโมโห พร้อมที่จะระเบิดแล้วฆ่าใครสักคนให้ตายตรงนี้ ตาบ้านี่มันจะน่ากลัวเกินไปแล้ว".........."หมับ! " ว่าไง!!!! พี่ไม่ชอบนะครับที่มันมายุ่งกับคนของพี่เเบบนี้!!"" อื้ออออ~~~ ฟุบ!" ด้วยความทนไม่ไหว ผมผลักเขาทันทีหลังจากที่คนตรงหน้าพยามสวมเข้ามากอดผมอย่างล้ำเส้น จนเขาเซไปอีกทางนึ่ง " ลูกพี่ครับ!!" บรรดาลูกน้องของเขาทุกคนอุทานออกมา ต่างพากันตกใจแล้ววิ่งกรูเข้าไปประคองหลังจากที่เห็นผม ผลักลูกพี่เขาพวกเข้าด้วยความเหลือทน เพราะมันหลายครั้งเเล้วจริงๆ ที่เขาไม่เคยเคารพผม หรือ ไม่ให้เกียรติผมเลยสักนิด" น้องปลายหนาวกล้าผลักพี่เหรอครับ?" หึ….แล้วคิดว่าตัวเองเป็นใครไม่ทราบ ผมถึงไม่กล้าผลักฟุบ!ผมไม่สนใจคำพูดของเขาเลยแม้แต่น้อย เพราะสิ่งที่เขาทำมันเกินเยียวยาจริงๆ หลายครั้งแล้วที่เขาทำแบบนี้ หลายครั้งแล้วจริงๆ ที่เขาเข้ามาวุ่นวายในร้านของผมจนลูกค้าต้องหนีออกจากร้าน ผมเดินไปที่เคาท์เตอร์แล้วตัดสินใจเขียนข้อความใส่กระดาษอย่างบรรจงก่อนที่จะโชว์ข้อความนั้น ให้เขาด้วยสีหน้าให้เหมือนว่าผมกำลังโกรธมากๆ'อย่ามายุ่งกับผมอีก เพราะไม่อย่างนั้นผมจะเเจ้งตำรวจจับพวกคุณทุกคน ที่เขามาก่อกวนในร้าน ' " แหม ทำไมเมียพี่ดุจังเลยล่ะครับ" ฟุบ ผมสบัดมือเขาออกอย่างแรง เมื่อเขาจะเอื่อมมือมาจับแขนผม ก่อนที่จะขว้าโทรศัพท์บนแคชเชีย แล้วกด 191 ให้ชายหน่มเห็นชัดๆ อย่างไม่รีรอ เพื่อแสดงให้เขาเห็นว่าผมไม่ได้พูดเล่น ผมทำจริง เพราะคนพวกนี้มันลอยนวลมามากเกินพอแล้ว " เห้ย!!! พวกมึงกลับโว้ย!!!" " อ้าวลูกพี่ ทำไมละครับ!" " หรือมึงจะรอให้พ่อมาลากคอมึงว่ะ ห๊ะ!" เขาหันไปบอกลูกน้องด้วยสีหน้าที่ไม่พอใจ ก่อนที่จะมองผมตาขวางลอย่างขุนมัว ผมกลืนน้ำลายลงคอเล็กน้อย พยายามทำหน้าใจดีสู้เสือเหมือนไม่เกรงกลัวฝ่ายตรงข้ามเลยแม้แต่น้อย“ฝากไว้ก่อนนะครับ เรื่องของเราสองคนมันไม่จบแค่นี้แน่” เขาบอกก่อนที่จะพากันยกโขยงเดินออกร้านแต่โดยดี นี่เป็นครั้งเเรกเลยนะครับที่ผมสามารถต่อกรกับพวกเขาได้ เพราะทุกครั้งผมไม่สามารถโต้ตอบอะไรพวกเขาได้เลย ผมกลัว และที่สำคัญกว่านั้นผมเป็นเพียงคนใบ้ตัวเล็กๆ ตัวคนเดียวที่ไม่ได้มีพละกำลังจะไปสู้อัธพาลอย่างพวกเขาได้ แต่ผมชายคนนั้นเขาคงพูดถูก ผมควรสู้บ้าง เพราะทุกคน คือคนเขาเป็นใครกันนั้น น้ำเสียงที่เขากระซิบข้างหูผม มันยังติดอยู่ในหัวอยู่เลยตึกตัก~~ตึกตัก~~ตึกตักนี่ผมใจเต้นหรือเนี่ย :) 22:00 PMเห้อ เสร็จสักที ผมล็อกประตูร้านทันที หลังจากที่เก็บกวาดทำความสะอาดเสร็จ หลังจากที่ลูกค้าคนสุดท้ายลงขึ้นแล้วเดินมาเช็คบิล วันนี้เป็นวันนึงเลยที่ค่อนข้างเหนื่อยมากๆ ขนมก็ขายเกือบหมด ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี และที่สำคัญผมยังได้ปลดล็อกอะไรบางอย่างในตัวเองอีกต่างหากหลังจากที่ผมปิดประตูร้านเเล้วนำกุลเเจใส่ไว้ในกระเป๋าเป้เรียบร้อย ผมเดินมองหน้ากลับที่พักทันที ผมอยากกินข้าว อยากอาบน้ำจะแย่อยู่อยู่แล้ว วันนี้ทั้งวันผมได้กินข้าวแค่มื้อเดียวเอง  ผมเดินตามทางถนนที่ไร้ผู้คนช้าๆ ถึงแม้ว่าเส้นทางมันจะน่ากลัวไปบ้าง แต่มันก็ชินแล้วละเพราะผมใช้เส้นทางนี้แทบทุกวัน และอีกไม่นานเเล้วที่ความฝันของผมกำลังจะเป็นจริง ความฝันที่ยิ่งใหญ่คือการ ได้เรียนการพูดสำหรับคนพิการอย่างผม หลายคนอาจจะสงสัยใช่ไหมครับว่าทำไมผมเป็นใบ้เเล้วสามารถได้ยินและเข้าใจในสิ่งที่คนอื่นพูด การเป็นใบ้คือความผิดปกติทางการได้ยินก็จริง ในความโชคร้ายของผมมันคงยังมีความโชคดีอยู่บ้าง ผมเป็นผู้พิการในกลุ่ม Deaf is a silent handicap คือ ผู้ที่พิการ ทางการได้ยิน เป็นความพิการที่ซ่อนเร้นไม่สามารถเห็นได้ ด้วยตาเปล่า เหมือนผู้พิการกลุ่มอื่นๆ ผมสามารถได้ยินจากการใส่เครื่องช่วยฟัง ที่ได้มาจากการบริจากของมูลนิธิที่ผมโตมา การพิการของผมไม่ได้เกิดจากการผิดปกติจากร่างกายตั้งแต่เกิดแต่อย่างใด แต่มันเกิดขึ้นมาหลังจากเกิดอุบัติเหตุเมื่อ 12 ปีก่อนผมมีโอกาสหายถ้าหากได้เรียนรู้เเละฝึกฝนจากแพยท์ผู้เชียวชาญ แต่ค่าใช้จ่ายมันแพงเหลือเกิน ผมเลยต้องทำงานหาเงินจนถึงทุกวันนี้ ผมมีความฝีนที่จะพูดได้เหมือนคนปกติ ผมเชื่อว่าในสักวันความฝันของผมนั้นจะต้องเป็นจริง ส่วนเรื่องการทำเบเกอรี่ ผมโชคดีมากครับที่ทางมูลนิธิ เคยสอนหลักอาชีพภาษามือ เกี่ยวกับการทำขนมต่างๆจนผมนำมาต่อยอดเป็นร้านหาเงินจนถึงทุกวันนี้เมื่อผมเดินมาจากร้านได้สักพักและได้ผ่านพ้นถนนเส้นหลัก มาถึงหน้าซอยอพาร์ทเม้นท์ที่ผมพักอยู่  มันเป็นซอยที่ไร้เเสงไฟและเปลี่ยวมากๆในยามค่ำคืน แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ผมกลัวเลยแม้ต่อน้อยเพราะผมใช้เส้นทางนี้เเถบทุกวันจนผมันชินทางไปโดยปรยาย ทุกคนในย่านนี้ต่างรู้จักผม แต่ในเวลานี้พวกเขาคงนอนหลับพักผ่อนกันหมดแล้วกึก...ผมหยุดชงักไปสักพักเมื่อได้ยินเสียงอะไรบางอย่างด้านหลัง ผมเลยหันไปด้านหลังช้าๆ โดยใชแฟรชส่องทาง แต่กว่าผมกลับไม่พบอไรเลย ผมคงจะคิดไปเองมั้ง ก็นะ สถานที่แบบนี้ ในเวลาแบบนี้มันก็ต้องคิดไปเองบ้างแหละ ถึงแม้ว่าจะเดินผ่านทุกวันก็ตาม เมื่อผมเห็นว่ามันไม่มีอะไร ผมเลยหันกลับเพื่อเดินต่อไปทันทีอึก!!ฟุบ!แต่ทันใดนั้นเอง ผมชงักไปทันทีไปอีกครั้ง หลังจากที่มีใครบางคนเดินมาดักหน้าผมไว้พร้อมรอยยิ้มที่สัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างที่ไม่ดี ก่อนที่จะมีบรรดาผู้ชายหลายคนเดินออกมาหาผมจากโพรงมืดช้าๆ แล้วมารุมล้อมจนผมไม่สามารถหนีไปไหนได้อึก...... " อื้ออออ...."" ไงครับน้องปลายหนาว คิดถึงพี่ไหมเอ่ย " ชายหนุ่มร่างสูงที่ผมแสนจะคุ้นเคย ฉีกยิ้มให้ผมแล้วเดินเข้ามาหาช้าๆ ผมพยายามจะถ่อยหนีแต่ทว่าลูกน้องของเขากลับมาล็อกผมจากด้านหลัง จนผมไม่สามารถที่จะหลุดพ้นจากผู้ชายชั่วร้ายตรงหน้าได้" อื้อออออ!!!!!!" ผมพยายามร้องเสียงดังเเต่สิ่งที่ผมร้องออกมา มันกลับไม่เป็นภาษาแม้แต่นิดเดียว ซึ่งผมจะพยายามบอกว่า ออกไป!! " ว่าไงนะครับ(?) พี่ไม่เข้าใจ ฮ่าๆ" เขาพูดหน้าตายเเล้วเดินเข้ามาชิดผมในที่สุด ก่อนที่จะใช้ใช้ฝามือปลดกระดุมเสื้อของตัวเองออกด้วยรอยยิ้มที่แสนชั่วร้ายอึก..ไม่นะ ไม่ต้องไม่เป็นแบบนี้" อื้อ!" ผมพยายามส่งเสียงขอร้องด้วยสายตาอ้อนวอน แต่เหมือนฝ่ายตรงหน้าแทบไม่รับรู้คำขอร้องอะไรจากผมได้เลย ใบหน้าและสายตาของเขามันเป็นเต็มไปด้วยความชั่วร้ายที่แสดงออกมาได้อย่างชัดใจ ชายหนุ่มตรงหน้าเขาแทบไม่เหลือจิตใจของความเป็นคนอยู่เลย" ไม่ต้องกลัวนะจ๊ะ เป็นเมียพี่เทห์จะตาย หึๆ"“อื้อ”ขวับ.."เห้ยพวกมึง!!!! ดูต้นทางให้กูด้วย!!!!" อึก "อื้ออออออ!!!" ผมดิ้นทันที่ เมื่อเขาขว้าแขนผมแล้วลาก ร่ายกายอันบอบบางเข้าไปในโพรงหญ้าไกล้ๆ ก่อนที่จะขัดขืนผลักตัวให้ผมนอนลงอย่างไม่ทุนุดทุนอม เขาใช้เเรงฝ่ามือทั้งสองข้างกดผมลงบนดิน ก่อนที่จะซุกไซร์ต้นคอผมอย่างไร้ความปราณีอึก.....ใครก็ได้ช่วยผมด้วย!!!" ทำใจให้สบายครับเมีย ไม่ต้องดิ้น เพราะเรากำลังจะขึ้นสวรรค์กัน หึๆ" เขากระซิบข้างหูผมเบาๆ แล้วจัดการฉีดเสื้อผ้าของผมออกอย่างรุนแรง จนเผยให้เห็นผิวกายของผมอย่างชัดเจน เมื่อชายหนุ่มเห็นแบบนั้นเขายิ้มออกมาอย่างชั่วช้า แล้วจัดการบรรจงลิ้นเลียบริเวณหัวนมของเขาอย่างป่าเถื่อน ไร้ความเป็นมนุษย์ทันทีอย่างบ้าคลั่ง อึก!!! ใครก็ได้ช่วยผมด้วย อึก ช่วยผมที