ตอนที่ 1.2
ณเดชน์ อุรัสยา
“ฉายาของผมคือณเดชย์เหรอ...”
ยังไม่ทันได้รู้ตัว ท่อนแขนแข็งแกร่งก็จู่โจมรัดคอหญิงสาวมาไว้ในอ้อมอก อีกมือออกแรงปัดกระบอกปืนเธอกระเด็นเข้าไปในพงหญ้า
บทสนทนาในโทรศัพท์เมื่อครู่ทำให้อารัณย์อดกระซิบถามอีกฝ่ายไม่ได้ “ตั้งให้ผมชื่อณเดชย์ แปลว่าพวกคุณมองว่าผมหล่อเหมือนดาราเลยใช่มั้ย”
“...!”
“คุณก็สวยสมกับชื่ออุรัสยาเลยนะ” ชายหนุ่มยิ้ม ลมหายใจของเขาปัดป่ายอยู่บริเวณลำคอระหง
ไม่มีใครรู้ได้ว่าชายหนุ่มผู้นี้กำลังตั้งใจยื้อเวลาไว้เพื่ออะไร เพื่อเชยชมความหอมแสนรัญจวนจากตำรวจสาวหรือไม่?
“ฉันจะจับคุณให้ได้ สาบานเลย” เพียงฝันบอก ทั้งที่ยังดิ้นหลุดออกจากวงแขนของเขาไม่ได้ พยายามใช้ทุกเทคนิคในการหนี แต่เขามีแรงเยอะมากจนแรงของเธอกลายเป็แรงของเด็กน้อย ไม่มีผลใด ๆ แอบกัดฟันอย่างหงุดหงิดเมื่อขนอ่อนบริเวณลำคอของตนลุกขึ้นชันตามจังหวะลมหายใจของเขา
“ก่อนจะจับผม ให้ผมจับคุณก่อนล่ะกัน” เขาชูกุญแจมือที่ล้วงมาจากกระเป๋ากางเกงของหญิงสาว ในจังหวะนั้นเองเพียงฝันออกแรงเสยหัวไปด้านหลังให้กระแทกหน้าเขา พลิกตัวหนีออกจากอ้อมแขนหลุดมาเป็อิสระ
ปัก! ปัก!
เธอเตะเข้าที่ข้อเข่าแรง ๆ จนชายร่างสูงทรุดลงนั่งกับพื้น ชายหนุ่มไม่ยอมเขาคว้าขาข้างที่เตะ แล้วดึงให้เธอล้มมาด้วยกัน จับหญิงสาวพลิกมาอยู่ใต้ร่างใส่กุญแจมือเธอล็อคคู่กับเสาไฟริมทางเดิน
“แสบขนาดนี้คงต้องจับไว้อยู่กับเสาไฟแล้วล่ะ”
“ปล่อยฉัน!”
“ปล่อยให้โง่สิครับคุณตำรวจ” อารัณย์ยิ้มขัน ทำท่าปัดฝุ่นในมือออก ก่อนจะโบกมือลาเดินจากไป แต่จากไปเพียงแค่ห้าก้าวก็รู้สึกถึงรังสีอำมหิตที่ส่งมาจากด้านหลัง ชวนให้ขนลุก ชายหนุ่มจึงหันหลังกลับไปมอง ยืนกอดอกแล้วะโพูดกับเธอ “อย่าทำสายตาเคียดแค้นกันแบบนี้สิ มันจะอดใจไม่ไหวเอานะ”
“ถ้าฉันหลุดไปได้ฉันจะจับนาย!!” จับขังเดี่ยวสักสิบวันไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวันกันไปเลย
“โอ๊ะโอ...ถือว่าเตือนแล้วยังทำอีกนะ” เขาว่าเมื่อยังเห็นสายตาจงเกลียดจงชัง เขาไม่ชอบให้ผู้หญิงสวย ๆ ทำหน้าแบบนี้เลย เห็นแล้วมัน...
ฟอด! ฟอด!
ชายหนุ่มยอมเสียเวลาวิ่งกลับมาหา ยิ้มอย่างมีเลศนัยก่อนจะโฉบหน้าลงมาหอมแก้มผู้กองสาวไปสองข้างติด ทั้งเน้นและนาน
“อะ...ไอ้ลามก! ไอ้หัวงู! อย่าให้ฉันออกไปได้นะ!!”
คนถูกขโมยหอมแก้มแทบจะคำรามเป็สิงโต ทั้งที่มองยังไงก็แค่ลูกแมว เธอใช้เท้าเตะสะเปะสะปะไปยังคนฉวยโอกาส
ไอ้บ้ากามเอ้ย! แม้แต่ตำรวจก็ยังไม่เว้น
“ฮ่า ๆ นี่สำหรับที่ชอบทำหน้าท้าทายและรังเกียจผม ไปล่ะ ผมมีเวลาเล่นกับคุณไม่มาก ต้องหนีก่อนแล้ว บายอุรัสยาคนสวย”
“มาปล่อยฉันก่อน! ไอ้บ้าเอ้ย!! นี่มันเื่บัดสบอะไรกันว่ะเนี่ย!!”
ความหงุดหงิดทำให้หญิงสาวหลุดสบทออกมาอย่างโมโห ยิ่งเห็นว่าเป้าหมายของเธอวิ่งหนีไปไกลแล้วก็ยิ่งอยากจะพ่นไฟใส่ให้ราบเป็หน้ากอง และรองสารวัตรปกรณ์คนแรกที่จะต้องโดน โทษฐานที่มาช้าเสียเหลือเกิน!
5 นาทีผ่านไปจึงได้เห็นปกรณ์และตำรวจอีกสามนายเดินเข้ามา ย้ำอีกครั้ง! เดิน-เข้า-มา
“คลานมากันหรือไงทำไมช้าขนาดนี้!!!”
“โว้ว! ไปหัวร้อนจากไหนมาเนี่ย” ปกกรณ์เดินเข้าไปหาคู่หูที่กำลังโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง
“ยังไม่รีบไขกุญแจอีก! ป่านนี้ณเดชย์หนีไปถึงไหนต่อไหนแล้ว”
“คงหนีไปไม่ไกลหรอก อย่างมากก็ท่าเรือ ว่าแต่เธอเถอะ” ปกรณ์ต้องกลั้นขำแทบตายกว่าจะไขกุญแจปลดผู้กองคนเก่งออกห่างจากเสาไฟได้ “เป็ไงมาไงถูกคนร้ายจับซะเอง”
“มันใช่เวลามาพูดเื่นี้มั้ย รีบออกตามหากันได้แล้ว” เพียงฝันสั่งลูกน้องคนอื่นอย่างหงุดหงิด เธอเดินหากระบอกปืนอยู่นานกว่าจะพบว่ามันตกอยู่ในพงหญ้า “แบ่งคนออกเป็สองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งตามรองสารวัตรไปท่าเรือ ส่วนอีกกลุ่มตามฉันมา”
“จะไปไหน”
“โรงจอดรถใกล้ตึกร้าง เผื่อเขาจะขับรถหนีไป”
“ฉันว่าไม่น่านะ เขาน่าจะหนีไปทางเรือมากกว่า รถของเขาจอดอยู่หน้าโกดังไม่ใช่เหรอ”
“ครั้งนี้เราจะพลาดไม่ได้ ยังไงก็ต้องลองเสี่ยงดู”
“เอางั้นก็ได้ ไปพวกเรา”
ทีมของปกรณ์มุ่งตรงไปยังท่าเรือที่อยู่ห่างจากตรงนี้ไม่เกินสามกิโลเมตร ส่วนตำรวจชายอีกสองนายเดินตามหญิงสาวเข้าไปยังห้างร้างที่มีทางเดินทะลุไปยังโรงจอดรถ และลางสังหรณ์ของหญิงสาวก็ไม่ผิดเพี้ยน พวกเธอเห็นเงาของใครบางคนกำลังสุ่มเปิดรถยนต์ที่จอดทิ้งไว้อยู่ เขาคงกำลังหาคันที่ไม่ได้ล็อครถเพื่อขับหนีไป
“...” เพียงฝันส่งสัญญาณให้ลูกน้องไปหลบอยู่กันคนละฝั่ง เพื่อรอดักอารัณย์
ในขณะที่ตำรวจกำลังซุ่มดูอยู่ ทางฝั่งของอารัณย์เองก็กำลังหัวร้อน เขาน่าจะไปทางท่าเรือซะดีกว่าตรงมาสุ่มเปิดรถนับสิบคันอยู่ตรงนี้ บ้าเอ้ย! ไม่น่าเชื่อเ้าดรณ์เลย
ลูกน้องของเขาเป็ตัวการของะุปืนปริศนาที่ยิงเข้ามาช่วยในจังหวะที่ชายหนุ่มเกือบถูกตำรวจจับคาหลักฐานในโกดัง ดรณ์เป็มือซ้ายของอารัณย์ ระหว่างที่วิ่งหนีออกมาจากโกดัง มันะโบอกให้เขาไปยังโรงจอดรถ มันบอกว่าจอดรถทิ้งไว้ให้ ให้เขาหนีไปก่อนเลย อารัณย์จึงเลือกมาเส้นทางนี้แทนที่จะเป็ท่าเรือ
กริ๊ก!
แล้วความพยายามของชายหนุ่มก็ไม่สูญเปล่า ในที่สุดก็เจอรถที่ดรณ์จอดทิ้งไว้ ร่างสูงรีบขึ้นไปนั่งยังรถเก๋งสี่ประตูทันที แม้จะดูเล็กไม่เหมาะกับคนแขนขายาวแบบเขา แต่ก็ต้องยอมใช้มันไปก่อน ชายหนุ่มสตารท์รถแล้วเตรียมหมุนพวงมาลัยเพื่อออกตัว ในตอนนั้นเองที่ประตูข้างคนขับถูกเปิดออก ตามมาด้วยร่างเพรียวดูทะมัดทะแมงของหญิงสาวที่เพิ่งจับล็อคไว้กับเสาไฟ อารัณย์เบิกตามองอย่างไม่คาดคิดว่าจะเจอกันอีก
“เฮ้ยคุณ! ขึ้นมาได้ไง!” นับถือใจเธอเลย กัดไม่ปล่อยขนาดนี้ ตำรวจไทยจงเจริญ!!
“ปล่อยพวงมาลัยแล้วลงไปจากรถเดี๋ยวนี้” เพียงฝันจ่อปืนขู่ชายหนุ่ม
“ลงให้โง่สิ คุณนั่นแหละต้องลง ถ้าไม่ลงผมเอาไปด้วยจริง ๆ นะ”
“ปล่อยพวงมาลัยแล้วลงไป”
“โธ่เว้ย! ไปมันทั้งอย่างนี้ล่ะ”
เขารีบ ไม่มีเวลามาเล่นด้วยหรอก
บรื้น...
อารัณย์ตัดสินใจออกรถไปจากโรงจอดรถ เขาไม่สนใจคนในรถที่ยังไม่หยุดขู่จะยิงเขาปาว ๆ เธอคงไม่กล้ายิงหรอก ไม่งั้นคงยิงไปนานแล้ว ส่วนตำรวจอีกสองนายที่ดักซุ่มอยู่ก็ยิงะุใส่รถเขาเพื่อรั้งให้จอด แต่เพราะยิงไม่แม่น รถของชายหนุ่มจึงรอดมาได้ และขับออกสู่ถนนใหญ่
“ถามหน่อย ทำไมลงทุนไล่จับผมนัก ประเทศนี้มีผมเป็ผู้ต้องสงสัยอยู่คนเดียวหรือไง”
“ก็เพราะว่าคุณไม่ใช่แค่ผู้ต้องสงสัย แต่เป็พ่อค้ายานรกนั่นไง! เราเจอหลักฐานขนาดนั้นแล้ว คุณดิ้นไม่หลุดแน่ ฉันจับคุณได้คนหนึ่งประเทศก็เจริญขึ้นแล้ว”
“เหอะ! นี่มันเื่เข้าใจผิดกัน ผมโดนใส่ร้าย ผมทำแต่งานสุจริต ไม่เคยขายยาพวกนั้น”
“เอาไว้ไปแก้ต่างที่ศาลเถอะ จอดรถเดี๋ยวนี้!”
“ไม่!”
“ฉันบอกให้จอดรถเดี๋ยวนี้!”
“...” เขายังยิ้ม ไม่ยอมจอด
“จอด”
“...” เขาเงียบ รู้สึกได้ถึงความผิดปกติของรถเก่ากลางใหม่คันนี้ สายตาจึงเหลือบดูที่จอมอนิเตอร์รถ
“ฉันบอกว่า...”
“ลงไปจากรถ!” ชายหนุ่มพูดเสียงจริงจัง เขาตีรถเบี่ยงเข้าทางขวาเพื่อให้หญิงสาวลงไป
“ไม่”
“ในรถมีะเิ ลงไปจากรถเดี๋ยวนี้!”
“ห๊ะ! อะไรนะ!!” หญิงสาวเบิกตาโพล่ง อุทานถามเสียงดัง ในขณะที่อารัณย์ได้แต่ทำหน้าเครียด คิดหาทางหนีจากะเิ
แต่กว่าจะรู้ก็สายไปเสียแล้ว...
3
2
1
บึ้มมมม!!!
รถยนต์ทั้งคันะเิกลายเป็จุนภายในพริบตา เผาไหม้ทั้งตัวรถและผู้โดยสารจนไม่เหลือชิ้นดี
................................................................................
ฝากนิยายเื่ใหม่ของไรท์ด้วยนะคะ เป็แนวสืบสวนเช่นเดิม แต่จะน้อยกว่าเื่ก่อนหน้า
เื่นี้ไรท์จะเน้นฉากฟินๆของพระนางมากกว่า ไม่เครียดเท่าไหร่ ออกจะฮาด้วยซ้ำ ลองอ่านดูนะคะ
ถ้าชอบฝากเม้นท์ ฝากกดหัวใจ ฝากเพิ่มเข้าชั้น เป็แรงใจให้ไรท์หน่อยน้า