ผมเข้ามาภายในห้องจัดการเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปียกออกและเลือกชุดใหม่เป็เสื้อเชิ้ตกางเกงขาสั้นเสมอเข่าแบบที่เด็กผู้ชายชอบใส่และออกไปพบว่าร่างสูงที่สวมชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวกางเกงเข้ารูปพร้อมแว่นกันแดดยืนควงกุญแจรถรออยู่ที่หน้าประตูแล้วเขาพาผมมาเที่ยวห้างซื้อนู่น ซื้อนี่ให้จนผมคิดว่าเขาใช้เงินกับเื่ของผมมากเกินไปแล้วนะที่ความที่จริงไม่จำเป็ต้องสนใจขนาดนี้ก็ได้ เขาควรจะโกรธที่โดนย้อมแมวให้แต่งงานกับอีกคนแต่นี่อะไรนอกจากจะไม่โกรธแล้วนะยังดูแลผมอย่างดีอีกหรือถ้าคิดอีกมุมเขาอาจจะเวทนาที่ผมถูกแม่บังเกิดเกล้าทิ้งไปก้ได้ล่ะมั้ง
“คุณมานี่หน่อย” ร่างสูงกวักมือเรียกระหว่างที่ผมกำลังสนใจดูเสื้อตัวอื่นอยู่เมื่อหันไปตามเสียงเรียกก็เห็นว่าเขายกเสื้อไหมพรมแขนยาวตัวโขลงหันมาทางผม “มาเร็วๆอย่าให้เรียกซ้ำ”
ผมพ่นลมหายใจอย่างไม่สบอารมณ์เดินหน้ามุ่ยมาหาก็ถูกจับทาบกับเสื้อไหมพรมสีชมพูพาสเทล
“ผมไม่ชอบสีนี้”ผมบอกแล้วดึงเสื้อในมือเขาไปแขวนไว้ที่เดิมแล้วหยิบสีแดงเืหมูออกมาทาบกับตัวเอง“เท่กว่าตั้งเยอะ”
หมับ
“ผมจะให้ใส่สีชมพู” มือใหญ่ดึงเสื้อกลับไปห้อยไว้ที่เดิมแล้วหยิบตัวสีชมพูยัด
ใส่อกผม มองอย่างพินิจพิเคราะห์ พวกพนักงานในร้านก็เหมือนจะมองมายิ้มๆอยู่
หลายที
“อ้าว! พีทมาทำอะไรคะเนี่ย”เสียงใสของหญิงสาวคนหนึ่งทักขึ้นระหว่างที่เราสองคนกำลังเลือกเสื้ออยู่เธอเดินเข้ามากอดแขนของเขาอย่างแสดงความเป็เ้าของ “นี่ใครคะ” ถามน้ำเสียงหวานกับคนที่ตัวเองเกาะแขนอยู่แล้วหันมามองผมด้วยสายตาจิกกัดอย่างไม่ปิดบัง
“นี่ภีมเป็...”
“น้องชายครับ”ผมพูดแทรกขึ้นมาทำให้คุณพชรชะงักไป เขาคงไม่คิดที่จะบอกเธอคนนั้นจริงๆ ใช่ไหมว่าผมเป็เมียกำมะลอน่ะ
“พี่ชื่อปริมนะคะ ยินดีที่ได้รู้จัก”เธอว่าแล้วเปลี่ยนสายตาจิกกัดเป็สายตาที่เป็มิตรมากกว่าเดิมก่อนจะหันกลับไปทำเสียงอ่อนเสียงหวานอ้อนร่างสูงที่ยืนหน้าทำหน้าเบื่อหน่ายออกมาอย่างชัดเจน“พีทพาน้องมาซื้อของเหรอคะ”
“ครับ พอดีเขาเพิ่งกลับมาจากเมืองนอก”
“พี่พีทครับ ผมไปกดเงินก่อนนะ”ผมพูดบอกแล้วแขวนเสื้อสีชมพูไว้ที่เดิมก่อนเดินหันหลังออกจากร้านตรงไปที่ตู้กดเงินหน้าธนาคารในห้างทันที
โชคดีที่ผมเอามือถือมาเลยได้แวะกดเงินที่ตู้ได้ความจริงผมมีบัตรเครดิตอยู่ใบหนึ่งที่แม่ให้ไว้หลังกลับมาจากสวิซฯแต่ผมไม่เคยได้ใช้และไม่ชอบใช้ด้วย ผมชอบใช้เงินสดมากกว่ามันสบายใจอย่างน้อยๆก็ไม่ต้องพะวงเมื่อเวลาที่มีใบแจ้งหนี้มาที่บ้าน
ผมเก็บเงินจำนวนหนึ่งเข้ากระเป๋าแล้วเดินไปแถวเกมเซนเตอร์ที่มีตู้เล่นเกมหลากหลายชนิดตั้งเรียงอยู่บางตู้มีเด็กๆหลายคนล้อมอยู่ บางตู้ก็ว่าง แต่ที่ผมสนใจคนจะเป็เกมเต้นที่เมื่อก่อนผมชอบแอบแม่มาเล่นกับเพื่อนหลังเลิกเรียนพอได้มาเห็นแล้วก็อดที่จะอยากเข้าไปเล่นไม่ได้คิดอยู่ไม่นานจึงไปขอแลกเหรียญมาสำหรับเล่นสักหนึ่งตา
ผมหยอดเหรียญที่แลกและเข้ายืนประจำตำแหน่งเมื่อเพลงขึ้นผมก็เริ่มเต้นไปตามหน้าจอที่ขึ้นลูกศรชี้ไปชี้มาผมเล่นเกมบ้านี่มาตั้งหลายปีมีเหรอจะแพ้พอเพลงเปลี่ยนไปท่าเต้นก็ยากขึ้นพอยากขึ้นคนก็ยิ่งสนใจเข้ามามุงกันใหญ่ ผมเองก็ไม่ได้สนใจหรอกเพราะเล่นแบบนี้ก็ไม่แปลกที่จะมีคนมายืนดูแต่เหมือนว่าเด็กตู้ข้างๆ จะมีปัญหาอะไรกับผมสักอย่างอยู่ๆ ก็ส่งสัญญาณท้ารบมาซะงั้นไม่รู้ซะแล้วว่าเกมเนี่ยผมเต้นมาทุกเพลงแล้ว
“วู่~”เสียงโห่เชียร์ดังขึ้นเมื่อผมกับเด็กคนนั้นหยอดเหรียญพร้อมกันเพื่อเปิดศึก
ผ่านไปสามสี่เพลงเหมือนเด็กมันจะเหนื่อยแต่ก็ยังเต้นต่อส่วนผมไม่ได้เหนื่อยอะไรมากเพราะเป็คนออกกำลังกายกับเกมพวกนี้อยู่แล้วแต่ระหว่างที่เต้นๆอยู่คุณพชรก็โผล่มาจากไหนไม่รู้มาดึงแขนผมไปเฉยเลยคนที่ยืนๆ ดูก็งง ผมก็งง
เขากึ่งลากจูงผมออกมาจากเกมเซนเตอร์โดยที่ผมก็พยายามยื้อสุดแรงจนร่างสูงที่ทำหน้าบึ้งตึงยอมหยุดเดินจึงได้โอกาสสะบัดมือที่จับแขนตัวเองออก
“คนกำลังเล่นเกมไปดึงมาทำไมเนี่ย”เมื่อผมเป็อิสระก็โวยวายใส่คนตรงหน้ายกใหญ่อย่างหงุดหงิด นี่ยังไม่รู้ผลแพ้ชนะเลยนะแต่แทนที่เขาจะมีปฏิกิริยาอะไรกลับมาบ้าง แต่กลับยืนมองผมด้วยสายตานิ่งๆ ที่แฝงไปด้วยแววตาตำหนิ
“ทำอะไร” เขาถามเสียงแข็ง
“เล่นเกม” ผมตอบไปตามตรงก็เห็นอยู่ว่าผมกำลังดวลสเต็ปเท้าไฟแข่งกันอยู่
“รู้ว่าไปเล่นเกมแล้วทำไมต้องบอกปริมว่าเป็น้องผม”
“อ้าวก็ผู้หญิงของคุณถามจะให้ผมบอกว่าผมเป็เมียก็ใช่เื่ผมไม่ใช่พี่ภัทรสักหน่อย”
ผมมองก็รู้แล้วว่าผู้หญิงคนนั้นคงจะมีความสัมพันธ์บางอย่างกับร่างสูงตรงหน้าผมแน่ๆและการที่ผมบอกออกไปแบบนั้นมันจะแปลกอะไรในเมื่อเราไม่ได้เป็อะไรกันและผมก็แค่คนอาศัยเท่านั้น
“แล้วภัทรศยาอยู่ที่ไหนรีบกลับมาทำหน้าที่เมียเสียสิ”เขาว่าแล้วก็ยื่นหน้าเข้ามากระซิบข้างหูให้ได้ยินกันแค่สองคนเท่านั้นร่างสูงก็ผละออกไป
“ผม...”ผมบอกเสียงอึกอักไม่รู้ว่าจะต้องตอบยังไง
“ในเมื่อหาภัทรศยามาให้ผมไม่ได้คุณก็ต้องทำหน้าที่เป็ภรรยาของผมไปก่อน”ทำไมฟังแล้วรู้สึกว่าเขาเห็นแก่ตัวจัง
ให้ผมทำหน้าที่ของภรรยาไปก่อนแล้วพอเจอตัวพี่สาวผมก็จะทิ้งผมอะไรทำนองนี้เหรอเขาจะต้องบ้าไปแล้วแน่ๆหรือว่าอยากได้ฉายาพญาเทครัวหรือยังไงน้องก็จะเอาพี่ก็จะเอา ผมไม่เล่นด้วยหรอกนะ
“ทำหน้าให้มันดีๆหน่อย”
ผมสะบัดหน้าไปทางอื่นเลือกที่จะเดินแยกออกไปแต่ก็ถูกคว้าแขนเอาไว้จนได้ทำให้ไม่สามารถเดินไปตามทางที่ตนเองอยากจะไปร่างสูงพาผมกลับมาที่ร้านเสื้อผ้าร้านเดิมอีกครั้งหนึ่ง
“ผมเลือกเสื้อร้านนี้ค้างไว้คุณมาดูหน่อยสิว่าชอบแบบไหน”
“ไม่เอาสีชมพูได้ไหมครับ”
“ทำไมล่ะ ผมว่ามันเหมาะกับคุณมากเลย”เขาพูดหว่านล้อมอีกทั้งพนักงานขายด้านข้างก็ยังเห็นดีเห็นงามด้วยบอกว่าผมเหมาะกับเสื้อตัวนี้มากๆ
“ก็ได้ครับ”
คุณพชรยิ้มออกมาอย่างพอใจเขาส่งเสื้อตัวนั้นให้พนักงานพร้อมบัตรเครดิตที่ผมเพิ่งเห็นแวบๆว่าเป็แบบไม่จำกัดวงเงินให้พนักงานนำไปรูด ระหว่างที่รอเขาก็เดินดูเสื้อผ้าแบบอื่นๆไปพลางส่วนตัวของผมเองที่ไม่ค่อยชอบเดินร้านขายเสื้อผ้าเท่าไหร่ก็เลือกที่จะเดินดูที่โซนของพวกเครื่องหนังเข็มขัด หรือกระเป๋าผู้ชายอะไรทำนองนั้นแทนกระทั่งพนักงานนำถุงใส่เสื้อและบัตรเครดิตมาคืนให้
“ขอบคุณครับ”
“เดี๋ยวผมพาไปดูของใช้ส่วนตัวต่อว่าต้องซื้ออะไรบ้าง” เขาบอกหลังจากที่ที่เราออกมาจากร้านขายเสื้อผ้า
เราทั้งสองคนเดินมุ่งหน้าไปยังส่วนของซูเปอร์มาร์เก็ตเพื่อซื้อพวกของใช้เบ็ดเตล็ดและของจำเป็รวมถึงอาหารสดที่จะต้องซื้อไปแช่เย็นไว้สำหรับทำอาหารกินที่คอนโด
คุณพชรเดินแยกไปเอารถเข็นสำหรับใส่ของมาเดินตามผมที่เดินเลือกของตามแผนกต่างๆโดยที่แขนข้างหนึ่งยังถือถุงเสื้อที่เขาซื้อให้เมื่อสักครู่
“คุณว่ามีดโกนอันนี้ดีไหมผมไม่เคยใช้เลยแต่เห็นมันถูก” ผมหยิบมีดโกนหนวดขึ้นมาแล้วหันถามคนข้างกายที่ยืนวางคางลงบนแขนที่พาดอยู่ตรงรถเข็น
“อันไหนก็เหมือนกันแหละ”
“งั้นเอาอันนี้นะ”ผมยิ้มกว้างแล้วเอาใส่รถเข็น เขาก็ไม่ได้ว่าอะไร
เราเดินซื้อของกันไปเรื่อยซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็คุณพชรที่ตามใจผมไม่ว่าผมจะซื้ออะไร หรือว่าเลือกอะไรก็ไม่เคยขัดเห็นดีเห็นงามด้วยไปเสียหมดผมไม่รู้ว่าเขาทำแบบนี้เพราะ้าซื้อใจผมหรือว่ามีจุดประสงค์อื่นแอบแฝง
“ภีม คุณมานี่หน่อย”เขากวักมือเรียกผมที่กำลังอ่านฉลากพวกครีมบำรุงอยู่
“อะไรครับ”
“คุณว่าแบบไหนดี”เขาถาม พร้อมยกกล่องอะไรสักอย่างขึ้นมาให้ผมเลือกซึ่งผมก็ไม่ได้มองให้ดีๆ
ตอนแรกก็มองไม่ชัดว่าในมือนั้นคืออะไรเห็นเป็กล่องสี่เหลี่ยมเล็กๆ พอเดินเข้าไปดูใกล้ๆจึงได้รู้ว่าสิ่งนั้นคือถุงยางอนามัย แบบขรุขระ กับแบบบางพิเศษผมไม่รู้ว่าเขา้าให้ผมเลือกไปทำไมหรือว่าจงใจจะแกล้งผม
หมับ!
“เอาเก็บเลย”ผมหยิบกล่องถุงยางอนามัยทั้งสองแบบใส่กลับไปที่เดิม
“เขินอะไรล่ะนี่ผมกำลังรับผิดชอบต่อตนเองและสังคมนะ เคยได้ยินหรือเปล่า ยืดอกพกถุงน่ะ” เขาพูดเสียยืดยาวแต่สำหรับผมแล้วเขามันก็แค่ผู้ชายที่มักมากในกามก็เท่านั้นแหละ
ร่างสูงยังคงทำหน้ามึนไม่สนใจหยิบทั้งสองแบบขึ้นมาอ่านข้อความข้างๆกล่องอย่างไม่อายแม้ว่าจะมีคนมองมาบ้างก็ตาม
“ได้หรือยังครับ” ผมถาม
“คุณชอบแบบไหน?” เขาถามผมอีกครั้ง
“อันนี้” ผมเลือกมั่วๆไปไม่รู้หรอกว่ามันเป็แบบไหน กลิ่นอะไร เลือกให้มันจบๆ ไป เขาหยิบขึ้นมาดูแล้วยกยิ้มมุมปากผมก็เลิกคิ้วนิดๆ
“ชอบแบบขรุขระนี่เอง”เขาบอกแล้วเดินแยกไปอีกทางปล่อยให้ผมยืนอ้าปากอยู่ตรงนั้น
ผมและคุณพชรใช้เวลาในการซื้อของนานพอสมควรเนื่องจากคนตัวสูงเอาแต่เดินดูนั่นดูนี่ไปเรื่อยไม่ยอมซื้ออะไรสักทีทำให้ตอนนี้เวลาก็ผ่านไปราวๆ เกือบหนึ่งชั่วโมงแล้วพวกเราทั้งสองคนกำลังจอดรถเข็นต่อแถวเพื่อจ่ายเงินค่าสินค้า
“คุณผมหิว”
“กินอะไรล่ะ”เขาหันมาถาม
ผมมองไปรอบๆก็พบว่ามีร้านไอศกรีมอยู่ร้านหนึ่งถัดไปไม่ไกล “ผมอยากกินไอติม”
“งั้นคุณไปรอที่ร้านก่อนผมจะเอาของไปเก็บที่รถเดี๋ยวมา”
“ได้ครับคุณกินอะไรผมสั่งไว้ให้”
“อะไรก็ได้ตามใจคุณ” ร่างสูงบอกก่อนเราจะแยกกันไปคนละทาง
ผมสั่งไอติมมานั่งกินไม่ถึงครึ่งร่างสูงที่เอาของกลับไปเก็บที่รถก็กลับเข้ามาหาในร้านผมแอบขำเล็กน้อยที่เห็นว่าใบหน้าหล่อมีเหงื่อผุดขึ้นมาเต็มหน้าผาก
“มาครับผมสั่งแบบถ้วยใหญ่มาเหนื่อยๆ กินอะไรเย็นๆ จะได้สดชื่น” ผมบอกแล้วส่งช้อนอีกคันหนึ่งที่ยังไม่ได้ใช้ให้กับเขา
ร่างสูงนั่งลงฝั่งตรงข้ามรับช้อนตักไอศกรีมเข้าปากก่อนที่จะพูดออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉยๆ“อร่อยดี”
“เอาอีกถ้วยไหมผมสั่งให้”เห็นเขาชอบผมก็รู้สึกดีนะ ที่อย่างน้อยๆ ก็ไม่ได้ทำอะไรให้เขาลำบากใจจนเกินไปทีแรกนึกว่าเขาจะไม่ชอบกินอะไรพวกนี้เสียอีก
“พอแล้วคุณกินเถอะ”เขาบอกพร้อมกับวางช้อนลง
ผมนั่งกินไอติมจนหมดถ้วยก่อนที่จะเดินไปจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์ด้านหน้าก่อนกลับคุณพชรขอแวะซื้อกาแฟที่ร้านหนึ่งใกล้ๆทางออกเราจึงแวะเข้าไปสั่งเครื่องดื่มก่อนกลับคอนโด
“รับอะไรดีคะ”
“เอาอเมริกาโนสองแก้วกลับบ้านครับ” ผมสั่งและหลบออกมานั่งรอที่เก้าอี้ว่างแถวๆนั้นร่างสูงก็เข้ามานั่งลงที่ฝั่งตรงข้ามเมื่อได้กาแฟที่สั่งเราจึงมุ่งหน้ากลับคอนโดในทันทีแม้ว่าจะต้องฝ่ารถติด่เลิกเรียนก็ตาม
ใน่เวลาประมาณหนึ่งทุ่มเราได้สั่งสั่งอาหารเดลิเวอรี่จากแอปพลิเคชันสั่งอาหารมากินกันจากนั้นก็อาบน้ำนอนเล่นเน็ตกลิ้งไปกลิ้งมาอย่างเซ็งๆ จะไปไหนก็ไม่ได้ไปรถก็ไม่มี บ้านก็ไม่มี แม่นะแม่ คิดแล้วก็น้อยใจไม่รู้ว่าป่านนี้พี่ภัทรจะรู้หรือยังว่าแม่ขายบ้านแล้วหนีไปแถมยังทิ้งลูกชายไว้กับผู้ชายแปลกหน้าที่ไหนก็ไม่รู้อีก
ผมถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายกับเื่ที่เพิ่งเกิดขึ้นภายในวันนี้แม้ว่ากิจกรรมระหว่างวันจะทำให้ผมสามารถลืมเื่เ่าั้ไปได้ชั่วขณะหนึ่งแต่เมื่ออยู่คนเดียวภายในห้องแสนเงียบนี้ความคิดเ่าั้ก็กลับวนเข้ามาภายในสมองผมอีกครั้งหนึ่งเป็เวลาเกือบสิบนาทีที่นั่งมองเบอร์ในหน้าจอมือถือด้วยความรู้สึกที่หลากหลายใจหนึ่งผมอยากจะลองโทรไปอีกครั้งเผื่อว่าแม่จะรับสายและบอกว่าเมื่อกลางวันแบตหมด หรือบอกว่าอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่การเงียบหายไปราวกับได้ทิ้งลูกชายคนนี้ไปแล้วผมถอนหายใจหนักทีหนึ่งแล้วกดโทรออกไปรอสายพักหนึ่งก็ไม่มีคนรับผมจึงตัดสายทิ้งและโทรกลับไปหลายครั้ง
แกร๊ก
เสียงเปิดประตูดังขึ้นพร้อมกับคุณพชรที่เดินเข้ามาพร้อมกับแก้วเครื่องดื่มในมือเขาเข้ามาโดยไม่ต้องขออนุญาตและวางแก้วสีขาวลงที่ข้างเตียง
“ทำอะไรหน้ายุ่งเชียว”ปลายนิ้วอุ่นจิ้มลงกลางหน้าผากผมพร้อมด้วยสายตาแสดงความห่วงใยที่แสดงออกมาอย่างไม่ปิดบัง
“...”
“เป็อะไรทำไมทำหน้าเศร้า” เขาถามอีกครั้งด้วยเสียงที่นุ่มลงกว่าเดิมมากเมื่อผมไม่ได้ตอบกลับในทันที
สายตาของผมถูกดวงตาคมสีดำขลับสะกดให้มองแต่ั์ตาคู่นี้ไม่เสไปไหนมืออุ่นข้างหนึ่งลูบข้างแก้มผมเบาๆ เหมือนกำลังจะปลอบประโลม ดวงตาคู่นั้นอ่อนโยนและอบอุ่น
ผมเม้มปากจนเป็เส้นตรงโผเข้ากอดร่างสูงข้างกายซุกหน้ากับอกของเขาแล้วสะอื้นเบาๆเื่ที่เกิดขึ้นวันนี้มันหนักมากจริงๆหนักเกินไปจนรับไม่ไหวต้องขอบคุณร่างสูงที่ทำให้ผมสามารถลืมเื่แย่ๆพวกนั้นไปได้
“ขอยืมอกร้องไห้หน่อยนะครับ”ผมช้อนสายตาขึ้นมองด้วยแววตาน่าสงสาร
“ตามสบาย” เขาวางมือลงบนหัวแล้วพูดยิ้มๆ“จะยืมใช้ทั้งคืนก็ได้นะ”
“ขอบคุณนะครับ”ผมบอกเสียงเบา
“อือ”