บทที่ 10 : ปักผ้า
คุณแม่หลินกลับบ้านด้วยใบหน้าแจ่มใส ต่างกับเมื่อกลางวันที่เพิ่งรู้ข่าวสะใภ้สามพาหลานชายเข้าตัวอำเภอ อาการนี้ของคุณแม่หลินทำให้สองสะใภ้ที่กำลังปอกข้าวโพดหน้าบ้านถามด้วยความสงสัย
“คุณแม่ อาเถาเป็อย่างไรบ้างคะ? ถูกหญิงชั่วคนนั้นใช้จนหน้าดำหน้าแดงเลยซิ!” สะใภ้ใหญ่กู้จวิ้นเบ้ปากพูด ใบหน้าของเธอธรรมดา ทว่าแต่งมาจากหมู่บ้านที่ดี มีผลผลิตเป็อันดับต้นๆ ของอำเภอทุกปี คุณแม่หลินเสียค่าสินสอดไม่น้อย กว่าจะแต่งภรรยาให้ลูกชายทั้งสามคนได้ ซ่งอี้หรานเป็คนที่สินสอดมากที่สุด
สะใภ้ลองตีหน้าซื่อ “พี่สะใภ้ใหญ่พูดเกินไป ถึงอย่างไรพี่ใหญ่ก็ได้เงินจากน้องสามปูทางจนได้เข้าทำงานในสำนักงานเขตอำเภอเจียงซุย ถ้าสามีฉันได้งานดีแบบนี้บ้าง ต่อให้หล่อนจะเลวร้ายกว่านี้สักแค่ไหน ฉันก็ไม่คิดว่าร้ายลับหลังหรอกค่ะ”
คุณแม่หลินถอนหายใจมองบน หล่อนเบื่อที่ต้องฟังพวกลูกสะใภ้แขวะกันทุกวี่วัน แค่ทำงานก็เหนื่อยจนสายตัวจะขาด “พอแล้วๆ จะพูดเื่ไม่เป็เื่ขึ้นมาทำไม? ใครจะเสียสติทำกับลูกตัวเองได้ลงคอ พวกชาวบ้านลือกันไปเรื่อย พวกเธอเอาแต่จับเข่าว่าร้ายบ้านสาม ที่กินใช้อยู่นี่เงินลูกชายสามของฉันทั้งนั้น หยามภรรยาก็เหมือนหยามสามี ใครจะว่าซ่งอี้หรานก็ได้ แต่ต้องไม่ใช่พวกเธอสองคน!”
สะใภ้สามจะเลวจะร้ายอย่างไรก็แบ่งเงินส่งมาให้บ้านหลักเดือนละสิบหยวน แม้จะเป็การบังคับจากเฉินซาน แต่ลูกสะใภ้สามก็ไม่เคยมาโวยวายอาละวาดจะเอาเงินพวกนั้นเลย หล่อนยังถือว่ามีข้อดีอยู่บ้าง
สะใภ้ใหญ่กู้จวิ้นรีบอธิบาย “คุณแม่เป็อะไรไปคะ ทุกวันก็เห็นคล้อยตามเรา พวกเราแค่อยากปกป้องอาเถาเท่านั้นเองนะคะ”
คุณแม่หลินทำหน้าไม่ถูก “ปกป้องเหรอ!? เฮอะ! ช่างกล้าพูดออกมา ความละอายใจมารดาเธอคงลืมไว้ในท้องตอนคลอดเธอออกมา ใครกันครั้งก่อนแอบหยิกอาเถา เพียงเพราะฉันให้เขากินไข่ต้ม!”
สะใภ้รองจางซีปิดปากหัวเราะ ลืมไปว่ามือยังมีละอองเกสรข้าวโพดอยู่ ทำให้ใบหน้าคันยุบยิบและขึ้นผื่นแดง
กู้จวิ้นเสียหน้าต่อหน้าน้องสะใภ้ หล่อนรู้สึกไม่พอใจ “น้องสะใภ้รองขำอะไร? ครั้งก่อนพอรู้ว่าคุณแม่ชวนอาเถามากินข้าว เธอเป็คนยัดแผ่นแป้งใส่ปากลูกสาวสองคนจนติดคอเกือบตาย พออาเถามาบ้านก็ไม่เหลืออะไรให้กินต้องหิ้วท้องกลับบ้าน เื่นี้ไม่พูดไม่ได้แปลว่าไม่เห็น!”
“พอๆ ทำงานต่อไม่ต้องเถียงกันแล้ว! เถียงกันทุกวี่วัน มันทำให้ข้าวในบ้านเพิ่มขึ้นหรือไง” คุณแม่หลินเหน็ดเหนื่อยจากงานแล้วต้องมาปวดหัวกับบรรดาลูกสะใภ้อีก
คุณแม่หลินเดินหนีไม่ช่วยลูกสะใภ้จอมปากจัด สะใภ้ใหญ่กับสะใภ้รองมองตากัน ผีเห็นผี ทั้งสองสะบัดหน้าหันหลังต่างคนต่างปอกข้าวโพด
สะใภ้ใหญ่ทำทีเป็ไปเข้าห้องน้ำ ทว่าหล่อนแอบไปสอดส่องดูบ้านน้องสะใภ้สาม วันนี้คุณแม่ดูแปลกๆ หล่อนสังเกตได้ ไม่แน่น้องสะใภ้สามอาจไปได้ของดีอะไรมาประจบประแจงคุณแม่
กู้จวิ้นแอบมองลอดช่องประตูไม้ เมื่อก่อนหน้าบ้านมักถูกหญ้าบดบัง ทว่าตอนนี้เตียนโล่ง ทั้งยังถูกพรวนเตรียมดินเรียบร้อย สะใภ้ใหญ่ยกมือทาบอก “อย่าบอกนะว่าเสียสติไปแล้ว จ้างคนงานมาถางหญ้าพรวนดิน… แล้วก็ต่อด้วย…”
เธอไม่อยากคิดต่อ แต่ภาพบัดสีผุดขึ้นเต็มหัว เื่เช่นนี้ไม่เข้าใครออกใคร นางหญิงอ้วนนั่นก็คงไม่ต่างกัน กล้าเอาชู้เข้าบ้านมาใช้แรงงาน นี่คงใช้แรงงานบนเตียงด้วยซินะ! น้องสามีกลับบ้านปีละไม่กี่วัน จะถูกสวมหมวกเขียวก็เป็ไปได้
สะใภ้ใหญ่พยายามคิดหาประโยชน์จากเื่นี้ให้มากที่สุด หากหล่อนสามารถกำจัดน้องสะใภ้หัวแข็งไม่ยอมอ่อนข้อผู้นี้ออกไปได้ย่อมเป็ผลดี เมื่อน้องสามแต่งงานใหม่เธอจะยุให้แม่สามีเลือกคนที่หัวอ่อนชักจูงง่าย เงินเดือนของน้องสามจะตกเป็ของสามีเธอทั้งหมด! เธอยังไม่มีหลักฐาน ต้องจับให้ได้คาหนังคาเขา คนี้เีแม้แต่จะเดินไปขับถ่ายแบบซ่งอี้หรานนั่นน่ะหรือจะลุกขึ้นมาจับจอบจับเสียมทำงาน หลอกว่าลิงออกลูกเป็คนหล่อนยังจะเชื่อมากกว่า
กู้จวิ้นมาดหมายในใจ หล่อนต้องหาโอกาสมาเฝ้าหน้าประตูบ้านนางหญิงหน้าด้านนี่ทุกวัน!
สองแม่ลูกในบ้านไม่รู้ว่ามีคนกำลังจับจ้องความเคลื่อนไหว หรือต่อให้รู้ก็ี้เีใส่ใจ
ซี่โครงหมูน้ำแดงกับข้าวสวยร้อนๆ น่าสนใจมากกว่าเยอะ
“แม่ พรุ่งนี้เราจะกินอะไรกันดี?” อาเถาถามทั้งที่ยังเคี้ยวตุ้ย เด็กน้อยรู้สึกชีวิตมีความหวังทุกวัน เมื่อรู้ว่าจะมีของดีให้กิน
ซ่งอี้หรานกินเพียงสองชิ้นก็วางตะเกียบ เธอเขกหัวบุตรชายเบาๆ “เ้าเด็กตะกละ ต่อไปคงอ้วนเป็ลูกหมู ในหัวคิดแต่เื่กิน”
“ผมไม่เคยมีความสุขเท่านี้มาก่อนเลยนี่นา” อาเถากินอย่างมีความสุข
ซ่งอี้หรานชงนมมอลให้เขาหนึ่งแก้ว ก่อนจะจุดตะเกียงแล้วมานั่งดูผ้าและด้ายที่ซื้อมา ชุดแต่งงานสำเร็จรูป หวังว่ามันจะขายได้ที่ตลาดมืด
เธอพยายามคิดว่ายุคนี้ชื่นชอบลายอะไรกัน แต่คิดเท่าไรก็ไม่เหลืออยู่ในความทรงจำของร่างเดิมเลย หล่อนตัดสินใจปักลายง่ายๆ ไม่ซับซ้อน ตั้งใจทำให้เสร็จทันวันนัดซื้อเมล็ดพันธุ์ผักนี้ ความเร็วในการปักของเธอเหนือความคาดหมาย แม้แต่อาเถายังอ้าปากค้าง เห็นเสื่อสีแดงแจ๋ที่มารดากำลังทำแล้วเด็กน้อยกลืนน้ำลายอึกใหญ่ อย่าบอกนะว่าแม่ทำชุดใหม่ให้เขา ครั้งก่อนคุณย่าตัดกางเกงให้ใหม่ หมาบ้านลุงจูเก๋าวิ่งไล่งับเขาเกือบตาย หากใส่เสื้อสีแดงนี้ออกไปคงถูกฉีกเนื้อเป็ชิ้นๆ
อาเถารู้สึกลำบากใจ มารดาหวังดีเขาไม่กล้าปฏิเสธน้ำใจนี้ เด็กน้อยคิดหนักจนหลับไป
ซ่งอี้หรานไม่ต้องใช้การร่างภาพ เธอปักมันลงไปอย่างแม่นยำและทรงพลัง ภาพนกน้อยเกาะบนกิ่งไม้ถูกปักออกมา ชายหญิงเหมือนนกกับต้นไม้ อิงอาศัยกันและกัน ไม่มีใครใหญ่กว่าใคร แต่ต้นไม้ใหญ่กว่าจึงคิดว่าตนเองเป็ใหญ่ ลืมคิดไปว่าที่งอกงามได้นั้นเป็เพราะนกตัวน้อยขับถ่ายเมล็ดมันออกมาจึงได้เติบโต
อาเถาเท้าเอวมองมารดาจดจ่ออยู่กับการปักผ้าสีแดง เด็กน้อยเริ่มเป็กังวล มารดาดูเหมือนจะเคร่งเครียดกับเื่ไร้อีกแล้ว เขากลัวแม่จะละเลยตนเองอีก แต่ไม่กล้าขัดเพราะเห็นความมุ่งมั่นพุ่งออกมาจากดวงตา เด็กน้อยเลือกปล่อยวางแล้วออกไปหาผักป่ามาเลี้ยงไก่กับเป็ด ทั้งยังตั้งใจไปหากุ้งที่แม่น้ำ
แม่จะกลับไปทำตัวไร้สาระแบบเดิมก็ไม่เป็ไร อาเถาคนนี้จะหาเลี้ยงเอง!
ซ่งอี้หรานไม่รู้ความคิดของบุตรชาย หากรู้หล่อนคงดึงจมูกเ้าเด็กช่างเพ้อ
ตอนเย็นอาเถากลับมาพร้อมกุ้งแม่น้ำสีแดงสด ซ่งอี้หรานทำกุ้งผัดเกลือให้เขา เ้าเด็กตะกละกินจนปากมันแผล็บ ไม่ลืมนำไปให้สหายอย่างโกวจื่อลองชิมด้วย เพราะโกวจื่อเองก็ช่วยจับอย่างขยันขันแข็ง
……………………………
มีอีบุ๊ค เล่ม 1 แล้ว
https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiOTkyNzgwIjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO2k6Mjk3OTQzO30