ยอดสายลับโอเมก้า [จบแล้ว]

    ตอนที่ 110 ศึกสงครามระหว่างหลินชิง

    เฉินอันหลานเดินออกมาก็เจอกับเว่ยเชียนเฉินที่กำลังพยุงตัวเองด้วยไม้เท้าลงมาจากรถพอดี ซึ่งโอกาสที่เขาจะได้เห็นอีกฝ่ายไม่ได้ใส่เสื้อหนังกางเกงหนังช่างเป็นช่วงเวลาที่หาได้ยากยิ่ง เว่ยเชียนเฉินที่อยู่ในชุดลำลองสบาย ๆ กำลังยืนสั่งลูกน้องให้นำกระเป๋าเข้าไปในบ้านอยู่หน้าประตูรถ ในช่วงเวลานี้เว่ยเชียนเฉินเองก็เห็นเฉินอันหลานด้วยเช่นเดียวกัน หลังจากที่กวาดตามองทางเฉินอันหลานแล้ว เขาก็มองไปทางจิ๋งหลานที่ยืนอยู่ข้างกาย จากนั้นก็ลู่ฮหวาย...


    วินาทีที่เห็นลู่ฮหวาย สายตาของเว่ยเชียนเฉินก็เคร่งขรึมในทันใด


    ลู่ฮหวายเองก็ตั้งใจจ้องมองเว่ยเชียนเฉินที่ยืนอยู่ตรงหน้าเช่นกัน หลังจากพิจารณาอยู่ครู่หนึ่งเขาก็จำได้ว่าคนคนนี้เป็นคนเดียวกับที่เขาเคยเจอที่หน้าบ้านหลินฉ่าวเจ๋อเมื่อสองวันก่อน ด้วยสัญชาตญาณเขาจึงหันมองบ้านที่อยู่ตรงข้ามทันที แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรนอกจากกวาดตามองแล้วเดินผ่านหน้าเว่ยเชียนเฉินไป


    “เดี๋ยวก่อน” เว่ยเชียนเฉินยกไม้เท้าขึ้นมาขวางทางลู่ฮหวายไว้


    คนโดนขวางหยุดชะงักในทันใด ก่อนปรายตามองไปทางเจ้าของไม้เท้า


    “ฉันคิดว่าเราสองคนน่าจะเคยเจอกันที่ไหนมาก่อนนะ?”


    “เคยด้วยเหรอ ฉันไม่ยักจะจำได้”


    “ลืมแล้วก็ไม่เป็นไร ฉันจะทบทวนความจำให้” เว่ยเชียนเฉินกวาดตามองไปทางเฉินอันหลาน จากนั้นก็ละสายตากลับมามองคนตรงหน้าอีกครั้ง ก่อนจะคลี่ยิ้มเย็นชาออกมา ยื่นหน้าเข้าไปกระซิบข้างหูอีกฝ่าย “รู้จักหลินฉ่าวเจ๋อไหม”


    เมื่อจิ๋งหลานเห็นว่าเว่ยเชียนเฉินดูแล้วคงไม่ใช่คนดี เธอจึงท้วงถามขึ้นด้วยความเป็นกังวล


    “ลู่ฮหวาย เขาเป็นใครเหรอ?”


    “คงเป็นคนที่เคยเจอกันน่ะครับ”


    “กลางดึกเมื่อสองวันก่อน หน้าบ้านหลินฉ่าวเจ๋อ ทำไมนายถึงได้ลืมง่ายขนาดนี้?”


    “ดูเหมือนเราสองคนก็ไม่ได้สนิทกันขนาดนั้นนะ?”


    “ไม่สนิทก็พอเข้าใจ แต่มาลืมกันง่าย ๆ แบบนี้ฉันรับไม่ได้ เลยต้องช่วยนายทวนความจำหน่อย” เว่ยเชียนเฉินพูดขึ้นพร้อมกับมองไปทางเฉินอันหลานที่ยังคงนิ่งเฉยไม่ได้ส่งเสียงใด ๆ ออกมาแม้แต่นิดเดียว 


    เขายกยิ้มก่อนจะถามออกไป “คุณชายสาม นี่เพื่อนของคุณเหรอครับ?”


    เฉินอันหลานชำเลืองมองเว่ยเชียนเฉิน


    “ใช่”


    “เพื่อนแบบไหนเหรอครับ?”


    “ต้องอธิบายให้นายฟังด้วยเหรอ”


    “มันก็คงไม่จำเป็นหรอก แต่ผมอยากจะเตือนคุณชายสามไว้เรื่องนึง ระวังเพื่อนคนนี้ของคุณให้ดี ๆ นะครับ”


    เมื่อได้ยินเช่นนั้นเฉินอันหลานก็เหลือบมองลู่ฮหวายทันที จากนั้นก็ละสายตากลับมาที่เว่ยเชียนเฉินอีกครั้ง


    “หมายความว่ายังไง?”


    “ดึก ๆ ดื่น ๆ เที่ยวไปกินเหล้าบ้านผู้ชาย แถมยังกอดคอกันนัวเนียอีก... ผมว่ามันดูไม่เหมาะไม่ควรเท่าไหร่นะ”


    “ระวังคำพูดด้วย”


    “ทำไม กลัวว่าฉันจะพูดอะไรเหรอ?”


    ลู่ฮหวายขมวดคิ้วทันที


    เฉินอันหลานยืนอยู่ด้านข้างโดยไม่พูดอะไร เขารู้จักหลินฉ่าวเจ๋อ และก็รู้เรื่องความสัมพันธ์ของลู่ฮหวายและหลินฉ่าวเจ๋อดี เพราะตอนที่พบหลินฉ่าวเจ๋อที่บาร์อาเรียก่อนหน้านั้น ลู่ฮหวายเป็นคนช่วยเขา แต่เฉินอันหลานไม่คิดอธิบายแทนคนข้าง ๆ ประการแรก เพราะลู่ฮหวายเป็นคู่หมั้นที่พ่อของเขาเลือกให้ ซึ่งตัวเขาไม่ได้เห็นดีด้วยหรือยินยอม ประการที่สอง เพราะเขาเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่า ระหว่างลู่ฮหวายและเว่ยเชียนเฉินมีความแค้นอะไรต่อกัน ดังนั้นสายลับหนุ่มจึงถือโอกาสนี้ดูท่าทีและอุปนิสัยของลู่ฮหวายไปเลยจะดีกว่า


    “เธอคือ?” จิ๋งหลานที่เห็นสถานการณ์ไม่สู้ดีตรงหน้าได้เอ่ยปากถามขึ้นแทนลู่ฮหวาย


    เว่ยเชียนเฉินสังเกตเห็นว่าจิ๋งหลานมีอายุค่อนข้างมากแล้ว อีกทั้งยังเดินออกมาพร้อมกับเฉินอันหลาน คนคนนี้จะต้องมีความเกี่ยวข้องกับคุณชายตระกูลเฉินอย่างแน่นอน ไม่แน่ก็อาจจะเป็นแม่ของเฉินอันหลานก็ได้ ดังนั้นเว่ยเชียนเฉินจึงไม่กล้าพูดจามั่วซั่วต่อหน้าเธอผู้นี้ เขาเก็บอารมณ์ขุ่นมัวนั้นไว้ แล้วแนะนำตัวกับอีกฝ่าย


    “ผมเป็นเพื่อนบ้านของคุณชายสามครับ”


    “เพื่อนบ้าน?” จิ๋งหลานหันไปมองเฉินอันหลาน


    เฉินอันหลานชำเลืองตามองไปทางเว่ยเชียนเฉิน


    “เป็นเพื่อนบ้าน อยู่บ้านตรงข้ามครับ”


    “ที่แท้ก็เพื่อนบ้าน” เมื่อจิ๋งหลานได้ยินว่าเว่ยเชียนเฉินเป็นเพื่อนบ้านของลูกชายตัวเอง เธอก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาทันใด “ป้าเป็นแม่ของอันหลาน หลังจากนี้รบกวนเธอช่วยดูแลอันหลานของเราด้วยนะจ๊ะ”


    “เพื่อนบ้านยังไงก็ต้องดูแลกันและกันอยู่แล้วครับ คุณป้าวางใจได้เลย”


    “งั้นก็ดี... จริงสิ เมื่อกี้เธอพูดถึงหลินฉ่าวเจ๋ออะไรงั้นเหรอ?”


    “อ่อ ผมกับเขาไม่ได้สนิทกันหรอกครับ แต่…”


    เว่ยเชียนเฉินลากเสียงพร้อมกับชำเลืองตามองไปทางลู่ฮหวาย


    จิ๋งหลานมองไปทางลู่ฮหวาย ถึงจะไม่ถาม แต่สีหน้าที่เปลี่ยนไปบ่งบอกว่าไม่ปกติเท่าไรนัก


    “ฉันกับฉ่าวเจ๋อเป็นเพื่อนกัน” ลู่ฮหวายมองไปทางเว่ยเชียนเฉินด้วยสีหน้าเรียบเฉย “รู้จักกันตอนอยู่ที่อเมริกา และเป็นเพื่อนกันมานานหลายปีแล้ว นายยังข้องใจตรงไหนอีกไม่ทราบ?”


    “ฉันไม่มีอะไรข้องใจ ก็นายทำเหมือนว่าลืม ฉันก็แค่ช่วยทบทวนความจำก็เท่านั้น”


    “งั้นก็ต้องขอบคุณมาก”


    “ไม่ต้องขอบคุณหรอก”


    ลู่ฮหวายกวาดตามองไปทางเว่ยเชียนเฉิน เมื่อไม่มีอะไรจะพูดแล้วเขาจึงเชิญจิ๋งหลานขึ้นรถ จิ๋งหลานก้มหัวให้เว่ยเชียนเฉินอย่างมีมารยาท จากนั้นก็เดินขึ้นรถของลู่ฮหวาย


    “อันหลาน” จิ๋งหลานกวักมือเรียกเฉินอันหลานให้ขึ้นรถ


    คนถูกเรียกรีบเดินเข้าไปใกล้ทันที


    “คุณชายสามนี่ไม่ธรรมดาเลยนะครับ” เว่ยเชียนเฉินพูดขึ้น


    ส่งผลให้เท้าที่กำลังก้าวออกไปหยุดชะงักลงในทันที หลังจากหยุดไปไม่กี่วินาทีเขาก็หันกลับไปมองเว่ยเชียนเฉิน


    “นายอยากจะพูดอะไรกันแน่?”


    “คุณรู้ว่าเขามีความสัมพันธ์กับหลินฉ่าวเจ๋อ ถูกไหม?”


    “รู้แล้วยังไง?”


    “เก็บซ่อนไว้ลึกดีครับ”


    เฉินอันหลานไม่สนใจเว่ยเชียนเฉิน แต่เลือกเดินตรงไปยังรถคันนั้นทันที


    เมื่อเฉินอันหลานขึ้นรถมาแล้ว ลู่ฮหวายก็ขับรถผ่านหน้าเว่ยเชียนเฉินไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะออกจากเขตอาศัยไปในที่สุด


    “นายเห็นไหม?” เว่ยเชียนเฉินถามขึ้นก่อนจะหันไปมองหมิงจวงที่ยืนอยู่บริเวณประตูบ้าน


    หมิงจวงมองไปยังทิศทางของรถที่ขับออกไป


    “นายเกือบจะก้าวก่ายเรื่องของนายน้อยแล้ว”


    “พูดแบบนี้แสดงว่ายังไม่ได้ก้าวก่าย?”


    “นี่คือวิธีการของนายงั้นเหรอ?”


    “ไม่อย่างนั้น นายก็คงจะไม่ให้ฉันพูดเรื่องนี้กับนายน้อยตรง ๆ หรอก?”


    “ตอนนี้นายน้อยกำลังป่วยอยู่”


    “อะไรนะ?!”


    หมิงจวงมองไปทางเว่ยเชียนเฉิน


    “อย่าเพิ่งบอกเรื่องนี้กับนายน้อย รอให้นายน้อยดีขึ้นก่อนแล้วค่อยบอก”


    ※※※※※※※※※※


    ณ บริษัทตระกูลเฉิน


    “คุณชายรองคะ ประธานเฉินกำลังประชุมอยู่ข้างใน เชิญคุณชายรอให้เลิกประชุมก่อนแล้วค่อยเข้าไปนะคะ”


    “เปิดประตู”


    “คุณชายรอง คุณชายรองคะ”


    เฉินหยินชิงสั่งให้ลูกน้องสองคนของเขาขวางทางเลขานุการไว้ด้านหลัง เมื่อจัดการพวกแมลงวันที่บินหึ่ง ๆ ข้างหูจนเรียบร้อยแล้ว เฉินหยินชิงก็เดินทะลุผ่านระเบียงทางเดิน เลี้ยวไปตรงหัวมุมสุดของระเบียงและเปิดประตูห้องประชุมเข้าไปโดยไม่บอกกล่าวทันที


    ส่งผลให้คนที่กำลังรายงานข้อมูลอยู่ด้านหน้าต้องหยุดชะงักลงด้วยความตกใจ


    “ออกไปให้หมด” เฉินหยินชิงเอ่ยปากไล่ในทันที


    ทุกคนต่างมองหน้ากัน สุดท้ายต่างก็เบนสายตาไปมองทางเฉินหยิ่นหลินที่นั่งอยู่ตรงหน้า


    เฉินหยิ่นหลินขมวดคิ้วเล็กน้อย จากนั้นก็ปิดแฟ้มที่อยู่ตรงหน้าลง


    “ออกไป!”


    แทบจะในชั่วพริบตาเดียว คนที่อยู่ในห้องประชุมก็รีบลุกกันจ้าละหวั่น


    “หยุดก่อน”


    “คุณชายรองมีอะไรให้รับใช้เหรอครับ?”


    “ปิดประตูให้สนิทแล้วค่อยไป”


    “...”


    เมื่อรอให้คนสุดท้ายออกไปแล้วปิดประตูห้องประชุมลง เฉินหยินชิงจึงได้เดินมาข้าง ๆ ตำแหน่งหัวหน้า แล้วลากเก้าอี้มานั่ง


    เฉินหยิ่นหลินปรายตามองไปทางเฉินหยินชิง


    “มีอะไรต้องพูดตอนนี้?”


    “เป็นเรื่องใหญ่” เฉินหยินชิงหยิบแฟ้มเอกสารที่อยู่ตรงหน้าของเฉินหยิ่นหลินขึ้นมาเปิดตามใจชอบ แล้วโยนไปบนโต๊ะ “ฉันขอถามพี่หน่อย แม่กับลู่ฮหวายไปหาอันหลาน พี่รู้เรื่องนี้ด้วยไหม?”


    “แค่เรื่องนี้ใช่ไหม?”


    “ใช่”


    “เพราะเรื่องแม่และลู่ฮหวายไปหาอันหลาน นายถึงกลับต้องรีบถลันเข้ามาในห้อง ตอนที่ฉันกำลังประชุมเนี่ยนะ?”


    เฉินหยินชิงหัวเราะอย่างเย็นชาออกมา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปมองดวงตาทั้งสองข้างที่เคร่งขรึมลงจนยากที่จะคาดเดาได้ของเฉินหยิ่นหลิน


    “เราสองคนโตมาด้วยกัน ฉันนิสัยยังไงพี่ก็น่าจะรู้ดี เรื่องทั่วไปเราพอคุยปรึกษาหารือกันได้ แต่เรื่องของอันหลาน จะไม่มีการปรึกษากันมาก่อน พี่ใหญ่ก็เหมือนกัน”


    ใบหน้าของเฉินหยิ่นหลินเคร่งขรึมลง


    “นายหมายความว่ายังไง คิดว่าฉันทำร้ายอันหลานงั้นเหรอ?”


    “ทำร้ายหรือไม่ทำร้ายพี่รู้แก่ใจดี” เฉินหยินชิงโน้มตัวลงมาใกล้ ๆ เฉินหยิ่นหลิน จากนั้นก็จ้องมองไปทางดวงตาทั้งสองข้างของเขา ก่อนพูดขึ้น “ตอนเด็ก ๆ พี่มักจะพูดกับฉันอยู่เสมอว่าอันหลานไม่เหมือนพวกเรา ดังนั้นเราสองคนในฐานะพี่ชาย จะต้องปกป้องเขาให้ดีที่สุด คำพูดนี้พี่ยังจำได้อยู่ไหม?”


    “จำได้สิ”


    “แล้วทำไมพี่ถึงได้ปิดบังฉัน?”


    “ฉันปิดบังอะไรนาย?”


    “เรื่องการแต่งงานของอันหลาน”


    เฉินหยิ่นหลินหรี่ตาลงเล็กน้อย โดยไม่พูดอะไร


    “พี่รู้จริง ๆ ด้วย” เฉินหยินชิงแค่นหัวเราะด้วยน้ำเสียงเย็นชาแล้วกลับไปนั่งตามเดิม “คนที่บอกว่าจะต้องปกป้องอันหลานคือพี่ ตอนนี้คนที่ผลักอันหลานให้ตกขุมนรกก็คือพี่ พี่ใหญ่ พี่ไม่รู้สึกผิดบ้างเหรอ?”


    “ลู่ฮหวายไม่เหมาะสมกับอันหลานตรงไหน?”


    “เขาไม่มีอะไรเหมาะสมกับอันหลานทั้งนั้น!”


    “เฉินหยินชิง!”


    เฉินหยิ่นหลินระเบิดความโกรธออกมา สงครามระหว่างพี่น้องค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นมา เฉินหยินชิงนั่งเงียบอยู่ข้าง ๆ แต่ใบหน้ากลับแสดงออกถึงความไม่พอใจ


    “ฉันรู้ว่านายคิดจะพูดอะไร” เฉินหยิ่นหลินระงับความโกรธนั้นแล้วนั่งลง ก่อนจะจ้องเขม็งไปทางเฉินหยินชิง “นายไม่ชอบหน้าของลู่ฮหวายมาตั้งแต่เด็ก ๆ เขาทำอะไรมันก็ขัดหูขัดตานายไปซะหมด แต่นายอย่าลืมนะ ว่าเรื่องนี้เป็นการตัดสินใจของพ่อ ถ้านายมีความสามารถมากพอก็อย่ามัวมาตะคอกใส่หน้าฉัน ไปพูดกับพ่อโน่น”


    เฉินหยินชิงมองไปทางเขาด้วยสายตาเย็นชา


    “พี่คิดว่าฉันไม่กล้าเหรอ?”


    “นายกล้าแน่นอน ในโลกใบนี้มีเรื่องอะไรที่เฉินหยินชิงไม่กล้าทำบ้างล่ะ!”


    เฉินหยินชิงนั่งเงียบไม่พูดอะไร


    เฉินหยิ่นหลินสีหน้าเขียวขุ่นด้วยเหลือทนกับเฉินหยินชิง


    “เรื่องงานแต่งงานของอันหลานและลู่ฮหวายถูกกำหนดไว้แล้ว แต่เป็นหลังจากนั้นสองปี เรื่องที่เกิดขึ้นภายในสองปีนี้ นายกับฉันคงไม่สามารถคาดเดาอะไรได้ ไม่แน่อาจจะมีสักวันที่อันหลานชอบลู่ฮหวายขึ้นมาก็ได้ เรื่องแต่งงานก็จะกลายเป็นเรื่องน่ายินดีไปทันที”


    “แล้วถ้าอันหลานไม่ได้ชอบลู่ฮหวายล่ะ?”


    “เรื่องแต่งงานถูกกำหนดแล้ว ฉันกับนายก็คัดค้านไม่ได้อยู่ดี แม้แต่พ่อก็ทำไม่ได้”


    “เรื่องแต่งงานเป็นเรื่องที่พ่อเป็นคนกำหนดไม่ใช่เหรอ?”


    “เรื่องแต่งงานพ่อเป็นคนกำหนดก็จริง แต่คนที่แต่งงานคืออันหลาน เขามีสิทธิ์เลือกเองได้”


    เมื่อเฉินหยินชิงได้ยินก็ขมวดคิ้วขึ้นมาทันใด


    “พี่รู้อยู่แล้วว่าอันหลานไม่มีทางคัดค้านคำของพ่อได้”


    “ฉันถึงได้บอกไงว่า ภายในสองปีอาจจะมีเรื่องที่เราไม่คาดคิดเกิดขึ้นมาก็ได้” เฉินหยิ่นหลินพูดขึ้น


    ความหมายที่แฝงอยู่ในคำพูดนี้ เฉินหยินชิงเข้าใจได้อย่างชัดเจน เรื่องงานแต่งจะเกิดขึ้นได้ไหมนั้น ก็ขึ้นอยู่กับโชคชะตาสามส่วนและคนเจ็ดส่วน ถ้าภายในสองปีนี้ลู่ฮหวายชอบคนอื่นขึ้นมา นั่นย่อมเป็นเรื่องที่ดี ปล่อยให้ตระกูลลู่เป็นคนยกเลิกงานแต่งเสียเอง พ่อจะพูดอะไรได้ แต่ถ้าอันหลานดันไปชอบคนอื่น... นั่นย่อมไม่ใช่เรื่องดีแน่ อย่างน้อยคงต้องมีการระเบิดใส่กันสักยก แล้วถึงจะใช้แต้มต่อในการเจรจาต่อรองได้ ถึงอันหลานจะมีไม้เด็ดซ่อนไว้ แต่ก็ยากที่จะหลบซ่อนไม่ให้ถูกบีบออกมากำจัดทิ้งได้


    ดังนั้น...


    ไม้เด็ดนี้จะต้องเป็นคนที่มีภูมิหลังไม่ธรรมดา


    เมื่อพูดถึงภูมิหลัง ในหัวสมองของเฉินหยินชิงก็นึกถึงคนคนหนึ่งขึ้นมาทันใด ——


    ผู้นำของตระกูลเอสเต —— โอดิน


    เรื่องของสถานะ โอดินก็เป็นผู้นำของตระกูลอันดับหนึ่งของยุโรป เหมาะสมกับน้องเล็กของเขา เรื่องภูมิหลังตระกูลเอสเตสามารถสร้างผลกระทบให้กับการดำรงอยู่ทั้งยุโรปได้ แค่อยากได้ภูมิหลังแบบไหนเท่านั้น?


    แต่จะว่าไปแล้ว ทางด้านน้องเล็กของเราก็ดูเหมือนจะชอบเจ้าตัวด้วย แต่อีกฝ่ายนั้น?


    เฉินหยินชิงได้พูดคุยเรื่องนี้กับลูกน้องของโอดินตอนที่อยู่ในโรงจอดรถของโรงพยาบาลแล้ว และตั้งใจพูดถึงสิ่งที่ยากจะรับได้ออกไป ถ้าโอดินชอบน้องเล็กของเขาจริง ก็น่าจะต้องเคลื่อนไหวบ้าง แต่ถ้าไม่ชอบ… นั่นก็เท่ากับสิ่งที่เขาทำไปได้สูญเปล่า ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปก็คงต้องปล่อยให้น้องชายของเขาเดินหน้าไปกับอัลฟ่าชั้นสูงคนนั้น


    “คิดอะไรอยู่?”


    “ไม่มีอะไร ฉันขอตัวก่อนนะ”


    “ก่อเรื่องแล้วจะไปดื้อ ๆ เหรอ?”


    “หรือว่าอยากกินข้าวสักมื้อล่ะ?”


    “รอฉันครึ่งชั่วโมง”


    เมื่อเฉินหยิ่นหลินพูดจบ ก็กดโทรศัพท์ในห้องประชุมแล้วสั่งให้เลขาฯ ที่นำเหล่าผู้บริหารออกไปเมื่อสักครู่กลับเข้ามาประชุมใหม่


    เฉินหยินชิงรู้สึกผิด จึงจำใจต้องนั่งรออีกฝ่ายอยู่ครึ่งชั่วโมง


    คล้ายกับเรื่องยอดสายลับโอเมก้า [จบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199