Demonlord online ราชาอสูรสะท้านโลก

    สงครามตะวันจันทรา:สามพี่น้องตระกูลมาร

                นางยักษ์สาวเหม่อมองศิลาด้วยแววตาพิลึกพิลัน     เธอรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยกับชายตรงคนนี้    สิ่งที่เขาพูดออกมาทั้งหมดราวกับว่าตัวเขาได้มาอยู่ในเหตุการณ์   ทั้งการคิด  วิเคราะห์   ความละเอียดอ่อนในการเรียบเรียงเหตุการของเขาช่างลึกล้ำ   แม้แต่จุดเล็กๆชายหนุ่มคนนี้ยังมองเห็นและไม่ปล่อยผ่าน 

                 “เพียงเท่านี้ท่านถึงกลับมั่นใจเลยหรือว่าคนพวกนั้นหมายเอาชีวิตเรา   และเราเป็นผู้ครอบครองวงแหวนโลกา”  ยักษ์สาวเปลี่ยนสรรพนามแทนตัวมาเป็นเราจากที่เคยใช้ข้าเพื่อให้สนิทกับเขาเข้าไปอีกขั้น

                 “นี่ท่านคงไม่ได้ทดสอบผมใช่ไหม”  ศิลาใบหน้าเลิกคิ้วสูงฉายแววประหลาดใจ

                 “ไม่เลย   ทดสอบท่าน?  เราคิดว่าคงไม่จำเป็น   เราเพียงแค่อยากรู้เท่านั้น”

                 “ก็ได้   เท่าที่ผมรู้มานางผีเสื้อสมุทรไม่อาจเข้ามาในเกาะแก้วนี่ได้   แต่ทว่าท่านกับมาหลับไหลอยู่ในเกาะแก้ว   ซึ่งมันผิด   อย่างที่สองพระอาจารย์โยคีตายได้ยังไงหากไม่ใช่ถูกสังหาร   แล้วจะมีใครกันที่สามารถทำแบบนั้นได้เพราะท่านเก่งกล้าถึงขั้นสร้างค่ายกลทรงพลังขนาดนี้ได้   เมื่อคิดได้แบบนั้นทำให้ผมคาดว่าคนที่สังหารพระอาจารย์โยคีจะต้องเป็นคนที่ท่านไว้ใจและใช้วิธีรอบกัด”

                นางยักษ์ยิ้มออกมา  “ท่านรู้จักสามพี่น้องตระกูลมารหรือไม่”  ยักษ์สาวน้ำเสียงจริงจัง

                “ถึงเป็นจะเป็นจอมมารแต่ก็ใช่ว่าผมจะรู้จักมารทุกตัวในโลก   พวกมันคือใครกัน”

                 นางผีเสื้อสมุทรถอนหายใจออกมาก่อนจะพูดขึ้น  “สามพี่น้องตระกูลมารมีสามตน  ได้แก่  โลภะ  โมหะ  โทสะ  พวกมันทั้งสามเข้าสิงพี่อภัย  ลูกสินสมุทร  และนางสุพรรณมัจฉา   ส่วนนางสุวรรณมาลีเราคิดว่าคงถูกหลอกใช้ด้วยความไม่รู้ว่าพวกท่านพี่อภัยถูกสามพี่น้องมารสิง”  

                 ศิลาเข้าใจเรื่องราวทั้งหมด   ในหัวของเขากำลังคิดหาวิธีต่างๆนาๆ  “ผมจะช่วยท่าน   เพื่อแลกเปลี่ยนท่านต้องมอบวงแหวนโลกาให้กับผม”  ศิลาพูดด้วยน้ำเสียงแข็งสีหน้าจริงจังแววตาเด็ดเดี่ยว

                 “ถ้าเราบอกว่ามอบให้ไม่ได้ล่ะ”  นางยักษ์ท่าทางขึงขัง

                 ศิลาถอนหายใจ  “ผมคงไม่ทำอะไรท่าน  แต่คนที่จะสังหารท่านแล้วแย่งเอาวงแหวนโลกามาจะเป็นจันทราเทพส่วนผมคงฆ่าทุกชีวิตบนเกาะนี้ให้ตามไปอยู่กับท่านที่โลกหลังความตาย”      

                นางผีเสื้อสมุทรชะงักกึกสีหน้าเคร่งเ    บรรยากาศพลันตึงเครียด   

                แม้ว่าเธอพึ่งจะเคยเจอเขาและทำความรู้จักได้ไม่นาน    ให้ถูกคือยังไม่ได้ทำความรู้จักเขาด้วยซ้ำแต่เธอรู้ได้ทันทีว่าชายหนุ่มที่ชื่อศิลาตรงหน้าเธอเป็นคนประเภทพูดจริงทำจริงแต่ทว่าเขามีบางสิ่งต่างออกไป    

                 สิ่งที่เธอสัมผัสได้จากชายคนนี้และมั่นใจถึงขีดสุดคือไม่ว่าจะในโลกนี้หรือโลกความจริงเขาเป็นคนที่เด็ดเดี่ยว  เด็ดขาดจนแทบจะกลายเป็นคนเลือดเย็นทว่ากลับแฝงด้วยความอ่อนโยนละเอียดอ่อนละเมียดละไม   มีความทะนงตนสูงแต่ไม่ใช่ความเย่อหยิงความถือดีหรือผยองติดว่าตนอยู่เหนือใคร   มีความมั่นใจในตัวเองถึงขีดสุดแต่ไม่ใช่สิ่งที่เรียกว่าความเลิง   หรือความหลงตัวเอง    เมื่อทั้งหมดที่กล่าวมาหลอมรวมกันทำให้เธอเข้าใจแล้วว่าสิ่งที่ทำให้เธอรู้สึกผิดแปลกกับเขามันคือมนต์เสน่ที่เขาแผ่ออกมาสะกดดึงดูดคนรอบตัว   ทำให้คนที่รู้จักเขาอยากทำความรู้จักเขาให้มากขึ้นยิ่งรู้สึกว่าชายคนนี้ลึกล้ำ   ยิ่งพยายามค้นหาลึกลงไปในตัวตนของเขากลับยิ่งพบแต่ความลึกลับพยายามจะทำความรู้จักตัวตนของเขามากเท่าไหร่ราวกับกำลังถูกเขาชักจูงดึงดูดจนถลำหลวมตัว   เมื่อรู้ตัวอีกทีคนผู้นั้นคงถูกเขาสะกดตราตึงฝังแน่นจนอยากเกินจะถอนตัวจากเขา

                นางยักษ์ก้มหน้าลงต้มหลบทุกสายตาก่อนจะจุดรอยยิ้มหวานออกมาที่มุมปากราวกับคนเขินอาย   อาจจะเพราะเธออายในมโนภาพที่เธอกำลังวาดฝันคิดไปเองก็เป็นได้  

                “ศิลา   เราขอถามท่านมีความสัมพันธ์ุแบบใดกับจันทราเทพ  ขอท่านจงตอบด้วย”

                “แฟนจบม่ะ”  ฟ้าครามชิงแหวขึ้นทันทีก่อนจะเดินไปใช้สองมือตบไหล่ยักษ์สาวราวกับเพื่อนกำลังปลอบใจกันทว่าใบหน้าของเธอกับสยดสยองชวนขนหัวรุก  

                 “แม่นางผีเสื้อสมุทรจ๋า   ถ้ายังไม่ยากตกงานอย่าคิดอะไรแผลงๆเชียวนา   แล้วอย่าหาว่าแม่ไม่เตือน”

                 นางยักษ์สาวพยักหน้ารับคำด้วยแววตาเหม่อลอยก่อนจะดึงสติกลับมา  “ได้   เราขอให้ท่านช่วยปลดปล่อยพวกพี่อภัยจากตระกูลมาร  แต่มีข้อแม้ห้ามให้พวกพี่อภัยเป็นอะไรเด็ดขาด   หากท่านทำสำเร็จเราจะมอบวงแหวนโลกาให้แก่ท่าน   แล้วก็หลังจากนั้นเรามีบางอย่างจะขอร้องแต่รายละเอียดเอาไว้หลังขากช่วยพวกพี่อภัยได้แล้ว” 

                “ตกลง”  ศิลารับคำด้วยรอยยิ้ม  “ท่านหลบซ่อนตัวอยู่ที่นี่แหละ  น้องฟ้าอยู่ดูแลนางทีนะ”  

                 เจ้าหล่อนหน้ามุ้ยออกมา  “เค๊าอยากไปช่วยพี่สู้มากกว่าอ่ะ”  สาวเจ้ากระฟัดกระเฟียด

                 “อย่าดื้อสิ   โอเคนะ”  ชายหนุ่มอ้อน

                 “รางวัล”  ฟ้าครามกล่าวเสียงแข็งกอดอกเชิดหน้า     ศิลายิ้มออกมาพร้อมหัวเราะในลำคอส่ายศรีษะเล็กน้อยก่อนจะยื่นหน้ากระซิบข้างหูเจ้าหล่อน        ฟ้าครามหน้าแดงซ่าน  “พี่ศิ...    รีบทำงานให้เสร็จเลยเร็ววว..”

                 “จร้า...จ้าๆ..”  ศิลาเดินออกมาตามด้วยพวกหงอคง

                 “ศิลา”  หงอคงพูดขึ้น  “เดี๋ยวข้ากับสัมพาทีและภุชจังจะเข้าไปลองเชิงพวกมันก่อน   เรายังไม่รู้แน่ชัดว่ามันเป็นตัวอะไรมีพลังแบบไหน  อยู่ระดับอะไร   เจ้าคอยสังเกตการณ์ไปก่อน   แบบนั้นข้าคิดว่าคงง่ายแก่การรับมือพวกมัน”

                 โอ่ววว....วันนี้ลิงมีความคิดด้วยวุ๋ย        ศิลารู้สึกแปลกใจที่วันนี้ซุนหงอคงเสนอความคิดเพราะปกติเอาแต่ฟาดทำลายลูกเดียว

                 “ได้    เอาอย่างที่นายว่ามา   แต่ระวังด้วยอย่าใช้พลังมากเกินจนทำฆ่าพระอภัยมณี  สินสมุทรและนางสุพรรณมัจฉา”

                

                 ฮึ่ม...    เสียงระเบิดสะท้านสะเทือน   ผิวน้ำแตกกระจายเป็นระลอกคลื่น   ผืนดินทั่วทั้งเกาะสั่นไหว  

                “ท่านพี่อภัยนี่มันเกิดอะไรขึ้นกันคะ”  นางสุวรรณมาลีถามเสียงหลงสีหน้าไม่สู้ดีพยายามยืนทรงตัวจากพื้นดินที่สั่นไหว

                “ท่านพ่อ   พลังแบบนี้มันคล้ายกับหนึ่งในผู้ติดตามของจอมมารเลย”  สินสมุทรกล่าวด้วยความร้อนรนสบสายตากับผู้เป็นพ่อและนางเงือกสาวด้วยความรู้กัน

                “หรือว่ามันจะรู้ความจริงแล้ว”  ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นเบาๆกับตนเองด้วยสีหน้ากังวล

                 บึ่มมมม    ใจกลางทะเลสาบเกิดคลื่นน้ำแตกกระจายก่อนจะปรากฎคลื่นพลังสีแดงเลือดพุ่งขึ้นฟ้าเป็นเสาเลือด   เสี้ยววินาทีต่อมาพลันปรากฎมังกรขนาดมหึมาร่างกายบดบังปกคลุมแทบจะทั้งเกาะบินทยายขึ้นมาจากผิวน้ำ

                 มะ...มังกรรรร       อยู่ไม่ได้แล้วโว่ย   มันใหญ่เกินไปหนีเร็ว            เหล่าคนธรรพ์ต่างพากันหนีกระเจิงเอาชีวิตรอด

                 “พวกมันรู้แล้วจริงๆด้วย”  เงือกสาวตวาดก้องน้ำเสียงเกรี้ยวกราด

                 “รู้อะไร?”  นางสุวรรณมาลีไม่เข้าใจ  “พวกท่านรู้อะไร   พวกท่านมีเรื่องอะไรปิดบังข้า”

                 สินสมุทรคืนร่างเป็นยักษ์หนุ่มหันควับมาด้านหลังมองอาฆาตมาที่นางสุวรรณมาลีก่อนจะซัดคลื่นพลังใส่หญิงสาว 

                “น่ารำคาญ”  ร่างของหญิงสาวลอยกระเด็นถอยหลังออกมาพร้อมกับพ่นเลือดออกมาเป็นสาย   ชั่วพริบตาเงาสีดำบินตัดผ่านสายตาของสินสมุทรหลังจากนั้นร่างของนางสุวรรณมาลีได้หายไปจากสายตาของยักษ์หนุ่มสร้างความประหลาดใจให้สินสมุทรเป็นอย่างมาก  “ใครกัน   มันผู้ใด   มันเป็นตัวอะไรถึงได้รวดเร็วปานนี้   รวดเร็วเสียยิ่งกว่าการกระพริบตา”

                 “คงเป็นเจ้าหนูตัวนั้น”  พระอภัยมณีกล่าวเสียงเรียบสายตามองไปยังใจกลางทะเลสาบ    ปรากฎนกฟีนิกซ์พร้อมบนศรีษะมีหนูแฮมเตอร์และร่างของนางสุวรรณมาลี    สินสมุทรหันกลับมามองยิ่งประหลาดใจเข้าไปใหญ่

                “หนู?   แค่หนูเนี่ยนะ”

                “ถึงจะเป็นหนูตัวเล็ก   แต่การที่จอมมารเลือกให้มารับใช้แสดงว่าพลังต่อสู้ต้องไม่ธรรมดา  อย่าประมาท”  ผู้เป็นพ่อเตือนหรือที่จริงคือโลภะ   

                “ครับท่านพี่โลภะ”  สินสมุทรรับคำแท้จริงคือโมหะ

                “ฆ่ามัน”  อภัยมณีกล่าวเสียงแข็ง  “อย่าปล่อยให้พวกมันรอดออกจากที่นี่”  พูดจบโลภะได้ใช้เขตแดนออกมา 

                วิ่งงง...   เกิดอาณาเขตกักกันสีทองปนดำขึ้นครอบคลุมทั่วบริเวณทะเลสาบ  ตามมาด้วยเขตแดนของโมหะและโทสะ    สัมพาทีคำรามแผ่ดเสียงออกมาทว่าในคลื่นเสียงแฝงหลังเวทมนต์มหาศาลเอาไว้ทำให้อาณาเขตของสามพี่น้องตระกูลมารสั่นไหวผิดแปลกคล้ายระลอกน้ำ  

                 พื้นพสุธาสั่นไหว   ผืนเกาะแตกร้าวทั่วทั้งเกาะ   หินศิลาแกร่งกระจายกลายเป็นผงธุรี   วารีเดือดระอุ   มหาวาตะพัดกระหน่ำราวกับจะเป็นวันสิ้นโลก   เมฆบนท้องฟ้าเบื้องบนแตกสลาย  น้ำในทะเลสาบวิปริตบ้าคลั่งก่อตัวเป็นวารีพายุสลาตัน

                เป๊ะ...เป๊ะ..  เสียงแก้วร้าวดังเสียดหู   เขตแดนของสามพี่น้องมารเริ่มร้าวเตรียมพร้อมจะแตกกระจุยในทุกวินาที

                 “ไม่อยากเชื่อ!!..”  โมหะมองสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยสีหน้าตลึงแฝงประหลาดใจ  “แค่เสียงคำรามสามารถทำให้เขตแดนทั้งสามของพวกเราเกิดรอยร้าวได้”

                “มันมีพลังมากมายขนาดไหนกัน”  นางสุพรรณมัจฉาหรือโทสะสีหน้าไม่สู้ดี  “เอาไงดีท่านพี่โลภะ”  

                พี่ใหญ่แห่งตระกูลมารแววตาสับสนปนหวาดกลัว   แม้แต่เด็กน้อยยังรู้ว่าการที่อีกฝ่ายแค่แผดเสียงคำรามออกมาครั้งเดียวสามารถสร้างรอยร้าวให้เขตแดนทั้งสามชั้นได้แบบนี้    ผลการต่อสู้มันได้ถูกตัดสินเรียบร้อยแล้วด้วยซ้ำ      สิ่งที่อยู่ตรงหน้าพวกเขามันไม่ใช่อะไรที่จะเอาชนะได้ง่ายๆ  นี่ขนาดแค่ลูกน้องยังมีพลังมากมายถึงเพียงนี้แล้วตัวลูกพี่ที่สยบสิ่งมีชีวิตสุดแข็งแกร่งเกินจินตนาการพวกนี้จะต้องมีพลังขนาดไหน

                โลภะหันหลังมามองน้องทั้งสองด้วยแววตาอาลัย    โมหะและโทสะพยักหน้าแววตาเด็ดเดี่ยว    มือซ้ายขวาของพระอภัยมณีจับศรีษะของสินสมุทรและนางสุพรรณมัจฉาก่อนจะดึงน้องทั้งสองออกมาจากร่างที่สิงก่อนจะทำการกินน้องทั้งสองของตนเองเข้ามาในร่างกาย

                 “มารวมเป็นหนึ่งเดียวกับพี่อีกครั้งเถอะน้องทั้งสองของพี่  เราจะมีชีวิตไปด้วยกัน  ก้าวผ่านศึกครานี้ด้วยกัน”    อ๊ากกกกก....   คลื่นพลังสีดำแตกกระจายทั่วบริเวณพุ่งสูงขึ้นฟ้า   

                แสงสีขาวพุ่งตัดด้านหลังของชายหนุ่มพร้อมร่างของสินสมุทรและนางสุพรรณมัจฉาหายไป   

                 “ตะลุงจัง”  หงอคงเหาะเข้ามาหาสดายุ  “เจ้าพาทั้งสามลงไปใต้ทะเลสาบก่อน”  

                 แฮมเตอร์น้อยพยักหน้าก่อนจะพุ่งหายเหลือทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าและสดายุที่กลับคืนร่างหนุ่มมีใบหน้าคล้ายศิลาทุกประการต่างแค่สีผม

                “โอ่ว...”  ศิลาที่จับตาอยู่อุทานออกมา  “สดายุถึงกลับแปลงสภาพเป็นหนุ่มเลยหรอท่าทางจะเอาจริง   หวังว่าร่างกายของพระอภัยมณีจะทนการโจมตีของพวกหงอคงได้  เราเองก็ไม่ได้อยากฆ่านางผีเสื้อสมุทรเท่าไหร่”

               “พวกเจ้าไม่ต้องยื่นมือเข้ามา”  หงอคงหยิบกระบองทองออกมาจากหูเหาะออกมาด้านหน้า  “ข้าขอเดี่ยวกับมันสักยก”

                “สามนาที”  ภุชจังพูดขึ้น  “ยกหนึ่งมีสามนาที  ข้าขอยกสอง”

                “ข้ายกสาม”  สัมพาทีพูดยิ้มๆ  “สดายุเจ้ายกที่สี่”  น้องเล็กไม่ขัดข้อง

                “เฮอะ”  ลิงหัวเราะในลำคอ  “ยกเดียวมันก็หัวแบะแล้ว    รับรองไม่มียกสอง”

                พระอภัยมณีขมวดคิ้วมองหงอคงด้วยสีหน้าสับสน  “ดูถูกข้าอยู่หรือไง”

                “เปล่าเลย”  หงอคงส่ายศรีษะ  “ว่าก็ว่าเถอะแกเป็นตัวอะไรชื่อหยัง  โลภะ?  โมหะ?  โทสะ?   ช่างเถอะ  ข้าแค่อยากบอกว่าแกรสนิยมดีจริงๆเลือกเข้าร่างหนุ่มหล่อซะด้วย”  ลิงยืนกอดอก  “ไม่ยักรู้ว่าตระกูลมารชอบกินข้าวโพด   เดี๋ยวข้าจะจัดกระบองทองใหญ่ยาวขุดถ้ำทองเจ้าให้สมปราถนาเลย”

                “ข้าไม่ใช่สายเหลือง”  ชายหนุ่มตวาด   “ไม่ยักรู้ว่าลิงกังอย่างเจ้าเลี้ยงสุนัขไว้ในปาก”

                “นี่เจ้าว่าข้าปากหมาหรอ”

                “ก็เออสิวะ”  โลภะเหลืออด

                “แหมพูดความจริงทำเป็นรับไม่ได้   ถ้าไม่ชอบขุดทองแล้วทำไมไม่เข้าร่างหญิงสาวล่ะ  เข้าร่างชายหนุ่มทำไม   หรือว่าชอบขัดดาบ   แบบว่าพอสัมผัสเรือนร่างหนุ่มหล่อแล้วมันเล้าใจ   โอ๋ยยย..ลิงรับไม่ด้ายยย” ลิงดัดจริตดีดดิ้งออดอ้อน

                โลภะควันออกหู  “เออ...ได้   ไอ้ลิงเองรอแป๊บ   ข้าอยากรู้นักว่าถ้าข้าเป็นหญิงพวกแกจะกล้าลงมือไหม”

                ออร่าสีดำลอยออกมาจากร่างของพระอภัยมณีทำให้ร่างของเขาล้มนอนลงกับพื้นทว่าตอนนั้นเองตะลุงจังได้พุ้งเข้ามาโฉบร่างของพระอภัยมณีหายไปต่อหน้าต่อหน้าของโลภะ     มันหันมามองด้านหลังหมายจะเขาสิงร่างของนางสุพรรณมัจฉาทว่าพบเพียงความว่างเปล่า

                “แกหลอกข้าเลอะ”  

                หงอคงหัวเราะก๊ากออกมาใช้สองเท้าตบมือด้วยความชอบใจ

                โลภะคำรามออกมาด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราดก่อนจะเปลี่ยนร่างกลายเป็นบุรุษผมสีดำยาวใบหน้าหล่อเหล่า  สวมชุดผ้าฝ้ายสีดำพร้อมออร่าสีดำลอยออกมาทั่วร่าง  “ดีเหมือนกัน   ทำให้ข้าคืนร่างเดิมจนได้”

                “เป๊งยกที่หนึ่ง”  ภุชจังกล่าว  “พี่เลี้ยงลง”  ทั้งหมดถอยห่างออกมาทิ้งไว้เพียงโลภะและซุนหงอคงให้ยืนจับจ้องกัน

                

    คล้ายกับเรื่องDemonlord online ราชาอสูรสะท้านโลก ที่คุณอ่าน