ซัวฮูหยินภรรยารองของเล่าเปียวเ้าเมืองเกงจิ๋ว นางเกิดในตระกูลขุนนางใหญ่มีน้องชาย 4 คน คือ ซัวมอ ซัวต๋ง ซัวโฮ และซัวหิม ตระกูลซัวมีอำนาจสนันสนุนการบริหารงานในเขตพื้นที่เกงจิ๋วมายาวนาน ทั้งยังมีตระกูลใหญ่อย่างตระกูลเก็งหนุนหนังเพราะมีผลประโยชน์ร่วมกันอีกด้วย
เล่าเปียวมีบุตรสองคนต่างภรรยากัน คนแรกคือเล่ากี๋ซึ่งเกิดจากภรรยาเอกที่ตายไปแล้ว คนที่สองคือเล่าจ๋องบุตรของนางซัวฮูหยิน นางนั้นรักลูกมากดังแก้วตาดวงใจ ั้แ่เล่าจ๋องอยู่ในท้องก็โอบอุ้มรุมลูบมิได้ขาด เมื่อเล่าเปียวตายลงจึงคิดอ่านวางแผนให้เล่าจ๋องได้ขึ้นนั่งเมืองแทน
"ซัวมอ เตียวอุ๋น เ้าสองมีความคิดอ่านอย่างไรบ้าง" ซัวฮูหยินเรียกคนสนิททั้งสองเข้ามาถาม
"ท่านพี่ ข้าว่าต้องหาทางให้เล่าจ๋องลูกของท่านขึ้นเป็เ้าเมืองโดยเร็วที่สุด" ซัวมอเร่งเข้า มือนั้นส่ายไปมาด้วยความกังวล ถ้าหากคนที่ได้เป็เ้าเมืองกลายเป็เล่ากี๋ ตระกูลซัวรวมถึงหัวของเขาเองคงไม่เหลือไว้บนบ่า
"ตอนนั้นที่ท่านเล่าเปียวตายลง มีผู้ใดเห็นบ้าง" เตียวอุ๋นถามขึ้น ใบหน้าเคร่งเครียดขึ้น น้ำเสียงแฝงนัยเ้าเล่ห์เพทุบาย
"มีแค่ข้ากับซัวมอเท่านั้น อันที่จริงมีสาวใช้อีกคนหนึ่งที่เห็นตอนตาย หลังจากนั้นหมอประจำตัวจึงเข้ามาตรวจชีพจร" ซัวฮูหยินอธิบายให้เตียวอุ๋นฟัง คนเ้าเล่ห์โคลงศีรษะคิดไปมา แค่แผล็บเดียวก็อุทานออกมาด้วยความดีใจ และยิ้มปริที่มุมปาก
"ถ้าเช่นนั้นก็ไม่ยากแล้ว พวกเราก็เขียนจดหมายขึ้นมาหนึ่งฉบับเป็พินัยกรรมก่อนตายของท่านเล่าเปียว ในเนื้อความก็เขียนประมาณว่า..." เตียวอุ๋นหัวเราะดังลั่นราวกับไม่เกรงกลัวผู้ใดผู้อื่นจะผ่านมาได้ยินแผนการชั่วร้าย
"ข้าเข้าใจแล้ว เดี๋ยวเื่นี้ข้ากับซัวมอจะจัดการเอง พรุ่งนี้ตอนเช้าให้เ้าเปิดประชุมขุนนาง ข้าจะให้ซัวมออ่านจดหมายนี้เอง" ซัวฮูหยินยิ้มออกมา นางชอบใจยิ่งนักกับแผนการครั้งนี้ของเตียวอุ๋น คิดไม่ผิดเลยที่เลี้ยงคนเช่นนี้เอาไว้ เมื่อยามจำเป็ต้องใช้ก็เห็นเกิดประโยชน์จริง ซัวมอพยักหน้าให้พี่สาว เตียวอุ๋นขอตัวลาออกไปก่อนปล่อยให้สองพี่น้องจัดแจงเื่ที่ควรทำ
รุ่งเช้าขุนนางเมืองเกงจิ๋วเข้าประชุมกันพร้อมสรรพทั้งฝ่ายบุ๋นฝ่ายบู้ ซัวมอนั้นกุมอำนาจไว้เกือบทั้งหมดเหลือพวกที่ไม่ยำเกรงด้วยเป็คนเก่าแก่ของเล่าเปียวอยู่เล็กน้อยซึ่งคนเ่าั้ก็ใช่จะมีอำนาจอะไรมาคัดค้านกับตระกูลซัวของตนได้
ซัวมอเอาจดหมายปลอมที่ซัวฮูหยินเขียนขึ้นเมืองคืนออกมาอ่านให้ฟังกลางที่ประชุม เสียงโอดดังออกมาครืนๆ ในหมู่ขุนนาง บ้างเชื่อ บ้างไม่เชื่อ ซัวมอถืออำนาจวิสาสะแต่งตั้งเล่าจ๋องหลานตัวเองขึ้นเป็เ้าเมืองเกงจิ๋วแทนบิดาแล้วจัดแจงแต่งศพเล่าเปียวตามประเพณี
ทางเล่าจ๋องอายุได้เพียง 14 ปี แต่เป็ผู้มีสติปัญญาเฉลียวฉลาดกล่าวขึ้นแก่ขุนนางทั้งปวงในที่ประชุมว่า "ตอนนี้บิดาเราก็หาไม่แล้ว เล่าปี่ผู้เป็อา เล่ากี๋ผู้เป็พี่ก็ยังคงอยู่ ซึ่งท่านทั้งปวงจะตั้งเราเป็เ้าเมืองนั้นไม่สมควร ถ้าหากเล่าปี่และเล่ากี๋เกิดความน้อยใจจะยกทัพเข้ามาบุกทำอันตรายท่านทั้งหลายจะว่าประการใด"
ลิกุ๋ยขุนนางน้ำดีได้ฟังอย่างนั้นก็ออกมากล่าวในที่ประชุมว่า "ท่านเล่าจ๋องแม้เป็เด็กแต่ปัญญาเหนือคน ท่านว่ามาอย่างนี้ชอบแล้ว" ลิกุ๋ยคารวะบุตรอายุ 14 ของเล่าเปียว "ด้วยประเพณีโบราณสืบมา หากผู้เป็บิดาหาไม่ บุตรคนโตให้สืบต่อ แม้บุตรคนโตหาไม่ให้บุตรคนรองสืบต่อ แม้บุตรหาไม่แล้วจึงให้ญาติสืบต่อ เมื่อเป็ฉะนี้สมควรแต่งหนังสือเชิญท่านเล่ากี๋ผู้เป็พี่มารำตำแหน่งเ้าเมืองเกงจิ๋วแล้วเชิญท่านเล่าปี่มาช่วยราชการแผ่นดิน จะได้ป้องกันซุนกวนและโจโฉบุกรุกต่อไป"
ซัวมอได้ยินอย่างนั้นก็โกรธจัด ตวาดลิกุ๋ยดังลั่น พวกขุนนางที่เหลือถอยหลังลงไปด้วยกลัวอำนาจ "บังอาจ!! ก่อนเล่าเปียวจะตายเขียนจดหมายเอาไว้ เ้าก็เห็นแล้ว ในนั้นก็บอกอยู่ว่าให้ยกตำแหน่งเ้าเมืองให้เล่าจ๋อง เ้าคิดการใดอยู่จึงคิดขัดคำสั่งเสียของเล่าเปียว" ซัวมอชี้หน้าลิกุ๋ยปากก็ด่าหวาดๆ ไม่ลดละ
ลิกุ๋ยทำงานด้วยความซื่อสัตย์ต่อผู้เป็นายมาโดยตลอด ได้ฟังอย่างนั้นก็โกรธโมโห ขัดข้องในจิตใจ เห็นร้ายเ้าซัวมอจะนำภัยมาสู่แดนเกงจิ๋ว "ซัวมอเ้าคนถ่อย หาปัญญามิได้ ไม่ทำตามขนบธรรมเนียมมาแต่ก่อน จัดแจงเอาตามอำเภอใจอย่างนี้ ตัวมึงนั้นจะทำให้แดนเกงจิ๋วชิบหายบรรลัย แค้นใจที่ท่านเล่าเปียวสิ้นใจไปมิมาหักคอมึงเอาไปด้วย ถุ้ย!! ไอ้คนถ่อย"
ซัวมอได้ฟังลิกุ๋ยด่าตนอย่างนั้นก็โกรธยิ่งนัก สั่งทหารจับตัวลิกุ๋ยไปฆ่าเสีย ลิกุ๋ยะโด่าซัวมอมิได้เว้นคำ ทั้งยังสาปแช่งต่างๆ นานา จนทหารลงดาบขาดใจตาย
เืแดงฉานทะลักออกมา เหล่าขุนนางเงียบปากลง ความผิดชอบชั่วดีรู้อยู่เต็มอก แต่ต้องเก็บซ่อนเอาไว้ในใจ
บัดนี้ผู้กล้าขัดใจอำนาจตระกูลซัวนั้นไม่มีหลงเหลืออยู่แล้วในเมืองเกงจิ๋ว
ซัวฮูหยินแอบมองอยู่หลังม่านยิ้มร่าดีใจออกมา
สมใจนางแล้วบัดนี้ ลูกของนางคือเ้าเมือง...
ซัวมอเมื่อจัดแจงให้เล่าจ๋องขึ้นเป็ใหญ่แทนเล่าเปี่ยวแล้วก็ให้สมัครพรรคพวกซึ่งเป็แซ่เดียวกันทั้งหมดเข้ารับตำแหน่งสำคัญภายในเกงจิ๋ว รวมทั้งคุมกองทหารรักษาด่านประตูเมือง ด่านหัวเมือง จนหมดสิ้น จากนั้นแต่งตั้งให้เตียวยีกับเล่าเสี้ยนขุนนางใหญ่อยู่ทำการรักษาเมืองหลวงเอาไว้ ส่วนตนพาซัวฮูหยิน เล่าจ๋อง และขุนนางคนอื่นย้ายไปที่เมืองซงหยง หวังจะเข้าโจมตีกับเล่าปี่เล่ากี๋เพื่อชำระล้างเสียให้สิ้นซาก
ขณะนั้นทหารหน้าด่านเร่งเข้ามารายงานแก่เล่าจ๋องและซัวมอ
"ขณะนี้โจโฉยกทัพหลวงกำลังพลมากกว่าร้อยหมื่นออกมาจากเมืองฮูโต๋แล้วมุ่งหน้ามาทางนี้ คิดว่าคงผ่านเมืองซงหยงอย่างแน่นอนรอรับนายท่าน" ทหารผู้น้อยเมื่อรายงานเสร็จก็ลากลับไปประจำตำแหน่ง เล่าจ๋องเมื่อได้ฟังก็ตกอกใเรียกหาซัวมอๆ จะทำอย่างไรกันดี ตอนนั้นเก๊งอวดที่ปรึกษาเ้าปัญญาประจำแคว้นก็ออกปากขอความเห็นว่ากับเหล่าขุนนางคนอื่นว่า
"บัดนี้โจโฉยกทัพมา ท่านทั้งหลายมีความคิดอ่านอย่างใดกันบ้าง" เก๊งอวดนั้นมีพี่ชายชื่อเก๊งเหลียง ทั้งสองคนเป็ผู้ชาญฉลาดหาคนเทียบได้ยากในแถบนี้ ทั้งยังเป็ตระกูใหญ่อำนาจบารมีพอฟัดพอเหวี่ยงกับตระกลูซัว ซึ่งตอนนี้ทั้งสองตระกูลร่วมมือกันก็แทบจะเรียกได้ว่าเขตแดนเกงจิ๋วแบ่งกันครึ่งต่อครึ่ง
ฮูสวนฟังอยู่ครู่ใหญ่คิดหวั่นอันตรายจะมาถึงตัว ด้วยเล่าจ๋องยังเด็กทั้งซัวมอก็เกาะกุมอำนาจบัญชาการ จึงหว่านล้อมว่า คนในที่แห่งนั้น "โจโฉตอนนี้ยกกองทัพออกมาแล้ว จะให้คิดหาทางตอนนี้เกรงว่าจะไม่ทันกาลและถึงแม้โจโฉจะไม่ยกกองทัพมา ดีร้ายยังไงเสียเล่าปี่เล่ากี๋ก็ต้องยกมาอย่างแน่นอน ด้วยเพราะท่านได้ทำการละเมิดประเพณีขึ้นครองเมืองตามแต่อำเภอใจโดยมิได้แจ้งให้ทั้งสองได้ล่วงรู้ หากเล่าปี่เล่ากี๋มีความน้อยใจก็จะยกกองทัพออกมาตีกระหนาบเข้า เห็นทีท่านจะได้รับความเดือดร้อนจนถึงแก่ความตาย"
เล่าจ๋องได้ฟังก็หวั่นกลัวจนตัวสั่น ซัวมอยังนิ่งงันด้วยที่ฮูสวนกล่าวมานั้นล้วนถูกด้วยความจริงและเหตุผลทั้งสิ้น
"เช่นนั้นแล้วเราควรจะทำอย่างใด" เล่าจ๋องออกปากถาม
"กลอุบายข้ามีอยู่ประการหนึ่ง ทั้งช่วยชีวิตท่าน ทั้งยังรักษาชีวิตของชาวเมืองเอาไว้ได้และตัวท่านเองก็จะได้ครองเมืองอยู่เช่นนี้สืบต่อไป" เล่าจ๋องได้ฟังฮูสวนว่าอย่างนั้นก็จิตใจแช่มชื่นขึ้น พอคลายวิตกขึ้นบ้าง
"แล้วอุบายของท่าน ตัวข้าต้องทำประการใด" เล่าจ๋องถาม
"ขอให้ท่านประกาศยอมแพ้ยกเมืองเกงจิ๋วและเก้าหัวเมืองนี้ให้แก่โจโฉ โจโฉนั้นก็จะมีความยินดีและเห็นความจริงใจของท่าน ชุบเลี้ยงท่านให้ได้มีความสุขรอดพ้นภัยอันตรายทั้งตัวท่านและราษฎร"
เล่าจ๋องได้ฟังอย่างนั้นก็โกรธจนเดือดดาล ตวาดว่าแก่ฮูสวน "เหลวไหล พ่อข้าพึ่งตาย ข้าขึ้นเป็เ้าเมืองได้ไม่กี่วันเหตุใดเ้าคิดอ่านจะให้ข้ายกเมืองให้โจโฉไปโดยง่ายอย่างนี้เล่า"
เก๊งฮวดนิ่งฟังอยู่เห็นความคิดของฮูสวนเข้าทีมีประโยชน์ต่อชาวเมืองก็เลยเกลี้ยกล่อมเ้าเมืองอายุน้อยบ้าง "อันที่ฮูสวนว่ามานี้ชอบนัก ขอท่านเล่าจ๋องจงไตร่ตรองดูก่อน เมื่อเราเกิดมาเป็คนย่อมรู้ที่ใดสว่างที่ใดมืด ย่อมจะรู้จักที่หนักที่เบาจึงสมควร ทุกวันนี้โจโฉมีฮ่องเต้อยู่ในมือได้ตำแหน่งเป็ถึงมหาอุปราช คิดการสิ่งใดก็อ้างเอารับสั่งพระเ้าเหี้ยนเต้ เที่ยวปราบปรามพวกคิดแข็งข้อั้แ่เหนือจรดใต้ ซึ่งบัดนี้ท่านก็พึ่งจะตั้งตัวเป็ใหญ่ การภายในยังไม่เรียบร้อย ทั้งเล่าปี่เล่ากี๋ก็รอซ้ำเติมทิ่มอทง คิดจะทำศึกภายนอกนั้นยังมิสมควรกระทำ แม้โจโฉยกทัพมาถึงแล้วชาวบ้านเดือดร้อนก็จะประนาณตัวท่านและหนีไปเข้ากับโจโฉเสียสิ้น เมื่อนั้นแม้ชีวิตท่านก็คงรักษาไว้ไม่ได้"
เล่าจ๋องครุ่นคิดอยู่ก็เห็นด้วยกับเก๊งฮวดว่ามา แต่ก็ลังเลอยู่ในใจด้วยบิดาพึ่งตายลงและตนพึ่งขึ้นครองเมือง หากยกให้ผู้อื่นโดยง่ายก็คล้ายรักษามรดกของตระกูลเอาไว้ไม่ได้ ต่อไปภายหน้ารังแต่จะถูกนินทา แต่เมื่อมาคิดดูให้ถี่ถ้วนแล้วโจโฉมีกำลังมาก ที่ปรึกษาก็ล้วนแล้วแต่มีปัญญา ขุนพลนายทัพก็เก่งฉกาจกล้าหาญ แม้แต่ลิโป้ อ้วนเสี้ยว อ้วนสุด ก็ยังต้องพ่ายแพ้ตกตายไปสิ้น
"ข้าตัดสินใจแล้ว ข้าจะเขียนหนังสือฉบับหนึ่งเพื่อเข้าร่วมด้วยกับโจโฉ" เล่าจ๋องว่าออกมา นางซัวฮูหยินที่นิ่งฟังอยู่หลังม่านก็ถอนหายใจยาว นางเองก็หวั่นกลัวกองทัพของโจโฉอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน
เมื่อเขียนเสร็จแล้วก็ใช้ให้ทหารนายหนึ่งชื่อชงต๋งถือหนังสือนั้นไปมอบให้แก่โจโฉ เมื่อมาถึงเมืองอ้วนเซียก็พบกองทัพใหญ่ทหารกว่าร้อยหมื่นถือธงทิวโบกสะบัดน่าเกรงขามยิ่งนัก แลเห็นอย่างนั้นก็มั่นใจว่าเป็กองทัพของมหาอุปราชก็เร่งเข้าไป
"ข้าเป็ผู้ส่งสารจากท่านเล่าจ๋อง"
ชงต๋งถูกคุมตัวเข้าไปหาโจโฉ เมื่อแจ้งความทุกอย่างแล้วโจโฉก็เปิดหนังสืออ่าน เนื้อความแจ้งชัดเจนว่าทางเกงจิ๋วขออ่อนน้อมเข้าเป็พวกด้วยกันกับตน เห็นอย่างนั้นแล้วโจโฉมีความยินดียิ่งกว่าสิ่งใด ปูนบำเหน็จรางวัลให้ชงต๋งเป็อันมากแล้วกล่าวก่อนที่จะส่งชงต๋งกลับไปว่า "ข้าเห็นน้ำใจเล่าจ๋องแล้ว ท่านจงกลับไปบอกเล่าจ๋องว่า เมื่อข้าไปถึงให้ออกมาคำนับข้าตามประเพณี แล้วข้าจะบำรุงให้เขาเป็สุขสืบไป มิให้มีภัยอันตรายใดๆ มาแตะต้องได้"
เมื่อชงต๋งได้ฟังก็รับคำแล้วลาโจโฉรีบออกเดินทางมา
ระหว่างทางนั้นมีแม่น้ำขวางกั้นอยู่ ครั้นพอกำลังจะข้ามก็พบพวกของกวนอูเข้า พวกนั้นเฮโลปรี่เข้ามามัดตัวชงต๋งไป
"เ้าข้ามไปทำอะไรที่ฝั่งนั้น ห่ะ!!" กวนอูตวาดลั่น ชงต๋งถึงกับสะดุ้งใสุดขีด