บนโลกแห่งนี้ สัตว์อสูรทุกตัวที่มีแก่นปราณ เป็แหล่งสร้างลมปราณของสัตว์อสูร เมื่อหมาในขนเหล็กทั้งเก้าตายลง กลุ่มของทั้งสี่คนก็ลงมือนำแก่นปราณออกมาจากร่างของหมาในขนเหล็ก
“ลี่อิง ข้าขอถามเ้าได้หรือไม่ว่า ตอนนี้เ้าสามารถสร้างโกเลมได้สูงสุดที่ตัว” อูหลินเฟิงถามหลังจากที่เห็นโกเลมของลี่เอง แต่ว่าเท่าที่สังเกตดูการควบคุมโกเลมของลี่อิงนั้นลี่อิงจะใช้สมาธิอย่างมากจนตัวเองลี่อิงไม่อาจขยับไปไหนได้เลยระหว่างการใช้วิชานี้
“ตอนนี้ข้าสามารถสร้างได้เต็มที่พร้อมกันสามตัว แต่ว่าหากข้าสร้างโกเลมพร้อมกันสามตัวข้าไม่สามารถควบคุมมันได้อย่างละเอียด มันเร็วของมันจะตกลงกว่าเก้าส่วน ในการต่อสู้ข้าจึงสร้างทีละหนึ่งตัวเท่านั้น” ลี่อิงบอกกับอูหลินเฟิงโดยไม่ปิดบังทั้งที่โดยปกติแล้วผู้ฝึกยุทธ์จะไม่บอกสิ่งที่เป็จุดอ่อนของตน
“เช่นนั้น…เ้าช่วยสร้างโกเลมให้ข้าสามตัวได้หรือไม่ ไม่ต้องห่วงข้าจะแสดงบางอย่างให้เ้าดู” อูหลินเฟิงถามลี่อิง จากนั้นอูหลินเฟิงก็ได้ส่งหมาป่าขนเพลิงออกไปที่อื่นสามตัว
“ได้ ข้าทำได้” ลี่อิงตอบรับแม้ไม่รู้ว่าอูหลินเฟิง้าทำอะไร แต่ด้วยความที่อูหมินจิงมักจะเล่าเื่ของอูหลินเฟิงในแง่ดีทุกครั้งที่ทั้งสองได้เจอกัน ลี่อิงเลยไว้ใจอูหลินเฟิงในระดับหนึ่ง
ปราณปฐี โกเลมศิลา
ลี่อิงสร้างโกเลมขึ้นมาทันทีหลังจากได้ตอบรับอูหลินเฟิง โกเลมทั้งสามมีลักษณะเหมือนกันทุกประการ
โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง ไม่นานหลังจากลี่อิงสร้างโกเลมเสร็จ หมาป่าขนเพลิงทั้งสามตัวที่อูหลินเฟิงส่งออกไปข้างนอกได้วิ่งกลับมาพร้อมกับที่หนึ่งในหมาป่าขนเพลิงคาบกล้วยไม้ชนิดหนึ่งมาด้วย
“กล้วยไม้กลิ่นสุรา?” จงิ่กล่าวขึ้นหลังจากที่ได้เห็นสิ่งที่หมาป่าคาบมา พร้อมกับคิดในใจว่าอูหลินเฟิงคิดจะทำอะไรถึงได้ให้หมาป่าขนเพลิงนำกล้วยไม้ระดับหนึ่งมา เพราะกล้วยกลิ่นสุรานั้นเป็พืชระดับต่ำที่ช่วยให้เมาง่ายเพียงเท่านั้นไม่สามารถนำไปช่วยในการฝึกได้
โฮกกกกก
ไม่นานหลังจากนั้นคนทั้งสี่ก็ได้ยินเสียงคำรวมด้วยความโมโหของสัตว์อสูร
“ข้าให้เ้าพวกนี้ไปล่อสัตว์อสูรระดับสี่ขนาดั์มาหนึ่งตัว ดูจากที่มันนำกล้วยไม้กลิ่นสุรามา ตัวที่เ้าพวกนี้ล่อมาต้องเป็หมีเมรัยแน่” อูหลินเฟิงบอก เมื่ออูหลินเฟิงพูดจบหมีเมรัยก็ได้วิ่งมาถึงบริเวณที่ทั้งสี่อยู่ เมื่อได้เห็นหมีเมรัย จงิ่กับอูหมินจิงก็ผนึกลมปราณทั่วร่างทันทีแต่ว่า
“พวกเ้าสองคนไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น ลี่อิง ทำใจให้ว่าง ข้าจะแทรกแซงการควบคุมโกเลมของเ้า อย่าได้ขัดขืนปล่อยให้ข้าควบคุมมัน เ้าจะต้องเพ่งสมาธิดูการควบคุมโกเลมของข้า” กล่าวจบอูหลินเฟิงก็ได้สร้างยันต์ขึ้นมาสามใบส่งไปติดที่โกเลมศิลาทั้งสามตัวเพื่อควบคุมแทนลี่อิง
โฮกก
หมีเมรัยได้วิ่งตรงเข้าไปที่หมาป่าขนเหล็กที่คาบกล้วยไม้กลิ่นสุรา แต่ว่าโกเลมหนึ่งได้เข้ามาขว้างไว้ หมีเมรัยได้ยืนสองขาเพื่อเอาขาหนาตะปบโกเลมศิลาที่ยืนขวางอยู่
ตู้ม เสียงปะทะของโกเลมศิลาและหมีเมรัยดังสนั่นไปทั่วบริเวณ ด้วยความที่ลี่อิงมีระดับลมปราณอ่อนกว่าเพียงการปะทะกันครั้งแรกโกเลมศิลาก็ได้เกิดร้อยราวทันที แต่ก่อนที่หมีเมรัยจะตะปบอีกครั้งโกเลมศิลาตัวที่สองก็ได้ต่อยเขาไปที่หน้าของหมีเมรัยทันที
ตึง แม้โกเลมศิลาจะมีระดับลมปราณน้อยกว่าแต่ความแข็งของศิลา รวมกับจุดที่โดนคือหน้าของหมีเมรัยไม่ใช่ส่วนขาหน้าที่แข็งที่สุดของหมีเมรัย หมีเมรัยเมื่อโดนหมัดตรงเข้าไปก็ได้เซถอยหลังทันที ไม่รอให้หมีเมรัยตั้งสติได้ โกเลมตัวที่สามได้แตะตัดขาของหมีเมรัย หมีเมรัยจึงได้ล้มหงายหลังทันที
“สุดยอด” ลี่ได้อุทานออกมาหลังจากที่เห็นการควบคุมโกเลมของอูหลินเฟิง ที่สามารถควบคุมโกเลมศิลาพร้อมกันโดยที่โกเลมทั้งสามเคลื่อนไหวต่างกันแต่ก็ส่งเสริมกัน
หลังจากหมีเมรัยล้มลง อูหลินเฟิงก็ได้นำกล้วยไม้กลิ่นสุราโยนไปหาหมีเมรัยทันที หมีเมรัยเมื่อสามารถลุกขึ้นมาได้ มันมองที่กล้วยไม้กลิ่นสุราสลับกับมองโกเลมศิลาทั้งสาม จากนั้นก็ได้คาบกล้วยไม้แล้วหนีไปเพราะรู้ว่าไม่อาจสู้คนกลุ่มนี้ได้
“อ้าวว ปล่อยไปง่ายๆ แบบนี้เลย” จงิ่ถามหลังจากเห็นการกระทำของอูหลินเฟิง
“ข้าไม่ได้้าฆ่ามันอยู่แล้ว ข้าแค่้าแสดงถึงรูปแบบพลังจิตที่ลี่อิงควรฝึกก็เท่านั้น” อูหลินเฟิงอธิบาย
“ว่าง่ายๆ ก็คือเรียกหมีมาต่อยเล่น ทั้งที่เ้าสามารถสอนดีดีได้ โรคจิตหรือไง” จงิ่ถามทั้งยังแอบกัดอูหลินเฟิงเล็กน้อย
“ก็การแสดงแบบนี้มันสอนได้ไวกว่าไงเล่า” อูหลินเฟิงบอกหลังจากนั้นก็หันไปถามลี่อิง “เ้าััได้หรือไม่ว่าควรทำเช่นไร”
“เรียนพี่ใหญ่อูหลินเฟิงข้าโง่เขลานัก ไม่อาจตามทันสิ่งที่ท่านได้ทำ ท่านช่วยบอกได้หรือไม่ว่า ข้าควรฝึกเช่นไร” ลี่อิงตอบแม้ตัวเองจะสามารถััถึงสิ่งที่อูหลินเฟิงทำผ่านโกเลมของตัวเอง แต่ว่าการควบคุมโกเลมพร้อมกันสามตัวโดยให้โกเลมทั้งสามเคลื่อนไหวต่างกันแต่สามารถลงมือพร้อมกันได้นั้น เกินกว่าที่ลี่อิงจะตามได้มัน แม้จะสามารถััถึงอะไรบางอย่างได้
“สิ่งที่ข้าทำนั้นคือการใช้พลังจิตรูปแบบหนึ่ง คือจิตแบ่งห้วงคํานึง เป็การแบ่งจิตใจให้สามารถควบคุมสิ่งหลายสิ่งพร้อมกัน โดยสามารถทำให้สิ่งเ่าั้จะเคลื่อนไหวต่างกัน” อูหลินเฟิงบอกลี่อิงจากนั้นก็ได้นำนิ้วมือไปจิ้มที่หน้าผากขอลี่อิง อูหลินเฟิงได้ส่งเคล็ดวิชารวมถึงเศษเสี้ยวพลังจิตของตัวเองให้ลี่อิง
“นี่มัน??” ลี่อิงจับหน้าผากตนเองเมื่อได้รับเคล็ดวิชากับเศษเสี้ยวพลังจิต ความรู้บางอย่างแล่นเข้าหัวนางอย่างรวดเร็ว
“เคล็ดวิชาจิตแบ่งห้วงคํานึงกับเศษเสี้ยวพลังจิตของข้า เมื่อเ้าสามารถรู้สึกได้ถึงพลังจิต และ สามารถเปลี่ยนมันเป็พลังของตนเองได้ เ้าก็จะสามารถใช้จิตแบ่งห้วงคํานึงได้ หากวันใดเ้าสามารถใช้จิตแบ่งห้วงคํานึงได้ดีต่อให้เ้าสร้างโกเลมพร้อมกันสิบตัวหรือร้อยตัวเ้าก็สามารถควบคุมมันได้พร้อมกัน” อูหลินเฟิงบอก
“ขอบคุณพี่ใหญ่อูหลินเฟิง บุญคุณนี้ข้าจะตอบแทนท่านแน่นอน” ลี่อิงกล่าวตอบ เพราะสิ่งที่อูหลินเฟิงให้มานั้นล้ำค่ามากสำคัญนาง และ ตระกูลลี่ในอนาคต
“ไม่เป็ไร ถือว่าเป็ของขวัญให้น้องสะใภ้ของข้า” อูหลินเฟิงตอบ แต่เมื่อเขาหันไปหาน้องชายคน หน้าของอูหมินจิงนั้นก็ได้แดงออกมาอีกครั้ง