บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยความอบอุ่นปนกลิ่นอายความลับที่อวลอยู่อย่างจางๆ ทั้งสามคนนั่งล้อมวงกันกินข้าวเย็นท่ามกลางแสงไฟนีออนสีนวลในห้องครัว โฟล์คตักกับข้าวให้พ่อและสลับไปตักให้อายด้วยท่าทีที่ดูเป็ธรรมชาติที่สุด
"กินเยอะ ๆ นะโฟล์ค พรุ่งนี้เปิดเทอมวันแรกก็ตื่นเช้าๆ หน่อย พ่อจะไปส่ง" ธิพูดพลางเคี้ยวข้าวอย่างเอร็ดอร่อย
"ครับพ่อ ผมจะตั้งใจเรียนครับ" โฟล์คตอบ พร้อมกับแอบใช้เท้าสะกิดเท้าของอายใต้โต๊ะกินข้าว
อายสะดุ้งเล็กน้อยแต่ก็แสร้งก้มหน้ากินข้าวพร้อมรอยยิ้มบางๆ บนใบหน้า ภายนอกพวกเขาก็คือครอบครัวที่อบอุ่นและสมบูรณ์แบบในสายตาคนรอบข้าง พ่อที่รักลูกชาย เมียที่ดูแลงานบ้านงานเรือน และลูกชายที่กตัญญู แต่ลึกๆ ลงไปในใจของทั้งสามคนต่างรู้ดีว่า... ภายใต้หลังคาบ้านหลังใหญ่หลังนี้ ความสัมพันธ์ของพวกเขาได้ก้าวข้ามผ่านทุกกฎเกณฑ์ และกลายเป็วิมานที่ซ่อนเร้นความสุขสมที่พวกเขาจะร่วมแบ่งปันกัน
มื้อค่ำวันนั้นจบลงด้วยเสียงหัวเราะและบทสนทนาเื่การเรียนของโฟล์ค โดยที่มีสายตาแห่งความปรารถนาแลกเปลี่ยนกันอยู่เป็ระยะ เป็จุดเริ่มต้นของชีวิตใหม่ในรั้วมหาวิทยาลัยที่ดูจะน่าตื่นเต้นกว่าที่โฟล์คเคยจินตนาการไว้หลายเท่าตัว
ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยของโฟล์คเริ่มต้นขึ้นอย่างโดดเด่นสมกับที่พ่อของเขาคาดหวัง ด้วยส่วนสูงเกือบ 185 เิเ ผิวสีเข้มดูสุขภาพดีจากการเป็นักกีฬา และใบหน้าคมเข้มที่ได้รับกรรมพันธุ์มาจากพ่อเต็มๆ ทำให้เขากลายเป็จุดสนใจั้แ่วันแรกที่ก้าวเข้าคณะ
ทุกครั้งที่เขาเดินผ่านซุ้มม้านั่งหรือสนามฟุตบอลของมหาวิทยาลัย มักจะมีสายตาของบรรดาสาวๆ คอยมองตามพร้อมเสียงกระซิบกระซาบและรอยยิ้มเขินอายอยู่เสมอ
"เฮ้ยไอ้โฟล์ค มึงนี่มันตัวดึงดูดสาวจริงๆ ว่ะ" เพื่อนใหม่ในกลุ่มเอ่ยแซวขณะที่พวกเขานั่งพักหลังเลิกเรียน
"ดาวคณะปีนี้ท่าจะเสร็จมึงแน่ๆ"
โฟล์คหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เขาไม่ได้ยโสในความหล่อของตัวเอง แต่เขารู้ดีว่าเสน่ห์ของเขามันทำหน้าที่ของมันได้ดีเสมอ ทว่าท่ามกลางหญิงสาวมากมายที่พยายามเข้าหา กลับมีเพียงคนเดียวที่ทำให้สายตาของเขาต้องหยุดชะงัก
'น้ำหวาน' สาวสวยเชื้อสายจีนจากเอกเดียวกัน เธอมีผิวขาวเนียนละเอียดราวกับน้ำนม ตัดกับริมฝีปากสีแดงระเรื่อธรรมชาติและดวงตาเรียวรีที่ดูซุกซนทุกครั้งที่เธอยิ้ม ความเป็สาวหมวยที่ดูสะอาดสะอ้านและคล่องแคล่วของเธอสะดุดตาโฟล์คั้แ่ชั่วโมงแรกที่นั่งเรียนห้องเดียวกัน
ชีวิตในรั้วมหา'ลัยผ่านไปจากความตื่นเต้นกลายเป็ความเคยชิน จนมาถึงเย็นวันหนึ่ง ตอนที่โฟล์คกำลังสะพายกระเป๋านักกีฬาเตรียมจะไปซ้อมบอลที่สนาม เขาเห็นน้ำหวานกำลังยืนขมวดคิ้วอยู่หน้าตู้กดน้ำที่ดูเหมือนจะกินเหรียญของเธอเข้าไป
"ให้ช่วยไหมครับ?" โฟล์คเดินเข้าไปหยุดข้างหลัง กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ จากตัวเธอทำให้เขานึกถึงกลิ่นอายที่แตกต่างจากที่บ้านโดยสิ้นเชิง
น้ำหวานหันมามองก่อนจะยิ้มจนตาหยี "อ้าว โฟล์คใช่ไหม? ตู้มันเกเรน่ะ กินเหรียญเราไปแล้วน้ำไม่ยอมลง"
โฟล์คขยับเข้าไปใกล้จนไหล่แทบชนกับศีรษะเธอ เขาออกแรงทุบเบาๆ ที่ข้างตู้หนึ่งครั้ง จนขวดน้ำร่วงลงมาตามจังหวะ น้ำหวานอุทานอย่างดีใจพลางหยิบน้ำขึ้นมา
"ขอบคุณนะโฟล์ค เก่งจัง" เธอบอกพร้อมกับมองสบตาเขา แววตาของน้ำหวานใสซื่อแต่แฝงไปด้วยความชื่นชมอย่างปิดไม่มิด
"เื่เล็กน้อย... เย็นนี้มีเรียนต่อหรือเปล่า? หรือว่ากลับเลย" โฟล์คชวนคุยต่อด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
"ไม่มีแล้วจ้ะ กำลังจะกลับหอพอดี"
"งั้น... เราเดินไปส่งที่หน้าคณะได้ไหม พอดีทางผ่านไปสนามบอลพอดี"
ตลอดทางเดินสั้นๆ นั้น ทั้งคู่พูดคุยกันอย่างถูกคอ น้ำหวานเป็ผู้หญิงที่คุยสนุกและร่าเริง ซึ่งมันเป็ความสดใสที่โฟล์คไม่ค่อยได้ััจากคนใกล้ตัว ความเป็ธรรมชาติของเธอทำให้เขารู้สึกแปลกใหม่ ยิ่งได้ใกล้ชิด น้ำหวานเองที่แอบมองโฟล์คมาั้แ่เปิดเทอมก็ยิ่งเก็บอาการไม่อยู่ เธอตัดสินใจเอ่ยปากขอสิ่งที่ทำให้หัวใจของคนฟังเต้นแรง
"วันนี้... เราขอไปนั่งดูโฟล์คซ้อมบอลที่สนามได้ไหม? อยากเห็นตอนโฟล์คเล่นในสนามน่ะ" น้ำหวานพูดพลางก้มหน้าช้อนตามองเขา แววตาสาวหมวยดูออดอ้อนจนเด็กหนุ่มปฏิเสธไม่ลง
ที่ขอบสนามหญ้าเทียม น้ำหวานนั่งรออยู่บนสแตนด์ไม้พลางมองตามร่างสูงโปร่งของโฟล์คที่วิ่งโชว์ฝีเท้าอยู่กลางสนาม ทุกจังหวะที่เขาเตะบอลหรือเสยผมที่เปียกเหงื่อ น้ำหวานจะแอบอมยิ้มและใจเต้นรัวอย่างบอกไม่ถูก
พอถึง่พักเบรก โฟล์คเดินปาดเหงื่อเข้าหาเธอ น้ำหวานรีบหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กกับขวดน้ำเย็นเจี๊ยบที่เธอเตรียมมาส่งให้ทันที
"เหนื่อยไหม? วิ่งไม่หยุดเลยนะ" เธอพึมพำพร้อมกับเอื้อมมือที่สั่นน้อยๆ ใช้ผ้าซับเหงื่อที่ข้างขมับให้เขาอย่างเบามือ
โฟล์คนิ่งไปชั่วครู่ ััจากปลายนิ้วที่เฉียดผ่านผิวหน้าและความใกล้ชิดในระยะที่ได้กลิ่นแป้งเด็กจางๆ จากตัวเธอ มันช่างดูสะอาดสะอ้านและอ่อนโยนเหมือนความรักใสๆ ของวัยรุ่นทั่วไป เขามองใบหน้าขาวจิ้มลิ้มที่กำลังตั้งใจเช็ดหน้าให้เขาด้วยความรู้สึกเอ็นดู
"ขอบใจนะน้ำหวาน... มีคนมาคอยเช็ดหน้าให้แบบนี้ สงสัยวันนี้ต้องโชว์ฟอร์มยิงประตูให้ดูซะหน่อยแล้ว" โฟล์คพูดหยอดพลางส่งยิ้มคมเข้มกลับไป
น้ำหวานหน้าร้อนผ่าวรีบหดมือกลับเขินๆ
"บ้า... พูดไปเรื่อย รีบไปซ้อมต่อเถอะ เดี๋ยวเราจะคอยเชียร์อยู่ตรงนี้แหละ"
บรรยากาศความสดชื่นของวัยใสท่ามกลางเสียงนกหวีดและลมเย็นยามเย็นในสนามบอลทำให้โฟล์ครู้สึกกระชุ่มกระชวยใจอย่างประหลาด ความสดใสของน้ำหวานคือความแปลกใหม่ที่เขาเริ่มติดใจ
แต่ในขณะที่เขากำลังส่งยิ้มให้สาวหมวย ลึกๆ ในใจเขาก็แอบคิดว่า... ถ้าที่บ้านรู้ว่าเขามีสาวสวยมาคอยปรนนิบัติที่มหาลัยแบบนี้ พ่อกับอายจะทำหน้ายังไงกันนะ
เมื่อการซ้อมสิ้นสุดลง ท้องฟ้าก็เริ่มเปลี่ยนเป็สีม่วงอมส้มจางๆ โฟล์คเดินมาส่งน้ำหวานที่ป้ายรถหน้ามหาวิทยาลัย ความเหนื่อยล้าจากการซ้อมดูจะหายเป็ปลิดทิ้งเพียงเพราะเห็นรอยยิ้มเล็กๆ ของสาวหมวยที่เดินเคียงข้างเขา
"ขอบคุณมากนะโฟล์ค วันนี้สนุกมากเลย... ไม่คิดว่าเวลาดูบอลจริงๆ มันจะตื่นเต้นขนาดนี้" น้ำหวานเอ่ยขึ้นพลางกอดกระเป๋าเป้ไว้แนบอก เธอเงยหน้าสบตาเขาท่ามกลางแสงไฟริมทางที่เริ่มสว่างขึ้น
"เราสิที่ต้องขอบคุณ น้ำหวานอุตส่าห์นั่งรอตั้งนาน แถมยังคอยเช็ดหน้าให้ด้วย... ความจริงเราเช็ดเองก็ได้นะ" โฟล์คพูดแกล้งแหย่ แววตาคมเข้มฉายแววหยอกล้อ
"ก็... ก็เห็นเหงื่อเข้าตาไง เลยช่วยเฉยๆ" เธอรีบประท้วงเสียงตะกุกตะกัก พลางหลบสายตาไปทางอื่นจนเห็นแก้มใสขึ้นสีแดงระเรื่อ
ทั้งคู่นิ่งเงียบกันไปครู่หนึ่ง ความเงียบที่ไม่ได้อึดอัดแต่กลับเต็มไปด้วยมวลความรู้สึกบางอย่างที่ชวนให้ใจเต้นผิดจังหวะ โฟล์คขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดจนน้ำหวานััได้ถึงไออุ่นจากตัวเขา
"พรุ่งนี้... เจอกันที่ห้องเรียนนะ" โฟล์คกระซิบเสียงนุ่ม
"อื้อ... เจอกันนะ" น้ำหวานพยักหน้ารับเบาๆ ก่อนจะรีบหันหลังก้าวขึ้นรถประจำทางที่จอดเทียบท่าพอดี เธอเดินไปนั่งที่เบาะหลังแล้วหันมาโบกมือลาเขาผ่านกระจกด้วยรอยยิ้มที่ยังคงความเขินอายเอาไว้ไม่มิด
โฟล์คยืนมองตามรถคันนั้นจนลับตา เขายกมือขึ้นััข้างแก้มตรงที่น้ำหวานเคยช่วยซับเหงื่อให้ รอยยิ้มจางๆ ปรากฏบนใบหน้าคม ความสดใสแบบเด็กวัยรุ่นทำให้เขาหัวใจพองโตอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน เขาขยับกระเป๋านักกีฬาขึ้นบ่าก่อนจะเดินมุ่งหน้ากลับบ้าน
ความตื่นเต้นที่บ้านรุ่มร้อนรอเขาอยู่ก็จริง แต่รสชาติของความรักใสๆ ในวันนี้กลับเป็ความหวานที่ติดอยู่ที่ปลายใจจนเขาเผลอฮัมเพลงออกมาเบาๆ ตลอดทางกลับบ้าน