ชายากำราบ (ท่านอ๋อง)

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 70 ความลับมากเหลือ

            เนื่องจากการเดินทางด้วยรถม้าในครั้งนี้หนทางค่อนข้างจะขรุขระไม่เรียบนิ่ง ทันทีที่รถม้าหยุดลงจึงทำให้เกิดความสงบนิ่งจนมู่อวิ๋นจิ่นต้องลืมตาลุกขึ้นมานั่ง

            “ถึงแล้ว” ฉู่ลี่ที่อยู่ด้านข้างพูดเสียงเรียบ

            มู่อวิ๋นจิ่นพยักหน้าแทนการตอบรับจากนั้นนางจึงเปิดม่านรถม้าเดินลงมา และพบว่ารถม้าหยุดลงที่เรือนแห่งหนึ่งเมื่อแหงนดูท้องฟ้าก็ยังเห็นเป็นสีดำด้วยยังมืดสนิทอยู่

            “ที่นี่ที่ไหนกัน?” มู่อวิ๋นจิ่นมองไปรอบด้านพยายามคิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออกว่าตอนนี้ตนอยู่ที่ใด

            “เมืองธารรัตติกร” ฉู่ลี่ชี้แจง

            หลังจากนั้นฉู่ลี่ได้ควักหยกประจำตัวที่เปล่งแสงสว่างออกมาส่องไปทั่วเรือน

            มู่อวิ๋นจิ่นเห็นแสงประกายออกมาความทรงจำของนางจึงปรากฏภาพเหตุการณ์ในวันแรกที่ย้อนเวลากลับมาในยุคโบราณเหมือนหยกประจำตัวชิ้นนั้น มู่อวิ๋นจิ่นได้เห็นในวันที่ป้าซูตกน้ำเสียชีวิต

            แต่หยกประจำตัวชิ้นนี้ได้พลัดตกลงไปที่สระบัวในยามค่ำคืนทว่าไม่เคยเห็นมันส่องประกายแสงสว่างมาก่อน

            ช่างอัศจรรย์อะไรเช่นนี้!

            “ห้องที่อยู่ทางตะวันออกว่างอยู่ เจ้าไปพักชั่วคราวสักสองสามวันแล้วกัน”ฉู่ลี่ชี้นิ้วบอกทาง

            “ได้” มู่อวิ๋นจิ่นพยักหน้ารับ

            “อีกหลายชั่วยามกว่าจะถึงช่วงเช้า เจ้ากลับไปพักผ่อนก่อนพรุ่งนี้ข้าจะให้ติงเสี่ยนไปเรียกเจ้า” ฉู่ลี่พูดจบก็เดินไปห้องทางตะวันตก

            มู่อวิ๋นจิ่นเดินไปผลักประตูให้เปิดออกก่อนจุดโคมไฟมองดูการตกแต่งในห้อง

            ภายในห้องตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่กลับมีสิ่งของอำนวยความสะดวกครบครัน

            ทั้งพอยื่นมือไปลูบโต๊ะก็ไม่พบเศษฝุ่นผงติดแม้แต่น้อยทำให้รู้ได้ทันทีว่ามีคนมาทำความสะอาดอยู่เสมอมู่อวิ๋นจิ่นจึงจัดเสื้อผ้าเข้าที่แล้วเอนตัวล้มนอนลงบนเตียง

            …

            ในเช้าวันถัดมาทั้งที่นางยังเอนตัวพักผ่อนได้ไม่นานนัก แต่ด้านนอกกลับมีเสียงเคาะประตูดังขึ้นจากนั้นเสียงของติงเสี่ยนก็ลอดเข้ามา “พระชายาตื่นได้แล้วขอรับ”

            มู่อวิ๋นจิ่นลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ อ้าปากหาวอยู่หลายครั้ง ก่อนตอบกลับอย่างเพลีย ๆ “ข้ารู้แล้ว”

            จากนั้นมู่อวิ๋นจิ่นที่ลุกขึ้นเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นที่เรียบร้อยก็พลันนั่งลงที่เก้าอี้แต่ก็ต้องชะงักค้างไปชั่วขณะ

            ภายในห้องนี้ไม่มีโต๊ะสำหรับแต่งหน้าและด้วยความรีบร้อนเมื่อคืน ทำให้นางลืมหยิบแป้งและเครื่องประทินโฉมมาด้วยมีเพียงเครื่องประดับที่นำติดตัวมาเท่านั้น

            ทว่าผมเผ้าหลังจากหลับก็ไม่เป็นทรงแล้วและนางก็ไม่สามารถเกล้าผมด้วยตัวเองได้

            คิดไปคิดมามู่อวิ๋นจิ่นได้แต่โทษตัวเองด้วยหากรู้ว่าต้องเป็นเช่นนี้ นางจะพาจื่อเซียงติดตามมาด้วยบัดนี้นางมีคนรับใช้จนชินเป็นนิสัยแล้ว พอไร้จื่อเซียงก็มิอาจใช้ชีวิตได้

            จนเวลาล่วงเลยไปครู่หนึ่งเสียงเคาะประตูของติงเสี่ยนก็ดังขึ้นอีกครั้ง มู่อวิ๋นจิ่นจึงเดินไปเปิดประตู

            “พระชา…” ติงเสี่ยนยืนละล่ำละลักเหมือนน้ำท่วมปากพลางเอียงตัวมองไปทางฉู่ลี่ที่อยู่ข้างหลัง

            ฉู่ลี่สวมอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ยืนหันข้างด้วยแววตาที่สดใสน่าหลงใหล

            นี่เป็นครั้งแรกที่มู่อวิ๋นจิ่นไม่ได้ผลัดแป้งแต่งหน้าผมเผ้าถูกปัดไปด้านหลังแล้วใช้ผ้าเส้นเล็กรวบมัด อาภรณ์ที่มีเป็นทรงเรียบง่ายกระโปรงยาวเลยหัวเข่าไปเพียงเล็กน้อย ส่วนรองเท้าเป็นทรงสูงที่ยาวมาถึงหน้าแข้งดูโดยรวมแล้วพร้อมที่จะบุกลุยได้ทุกที่ที่สำคัญการที่นางไม่ได้ผลัดแป้งแต่งหน้าเหมือนปกติที่ทำ ทว่ากลับน่าดึงดูดและชวนให้หลงใหลกว่ามาก

            “เจ้าจ้องมองข้าแบบนี้ทำไม?” มู่อวิ๋นจิ่นนึกว่าฉู่ลี่คงรังเกียจที่นางที่อยู่ในสภาพเช่นนี้จึงเบะปากเอ่ยขึ้นว่า “ข้าแค่ออกจากจวนแล้วไม่ได้พาจื่อเซียงมาด้วยเท่านั้นคงไม่ใช่จะให้องครักษ์ติงเสี่ยนมาช่วยข้าเกล้าผมผลัดแป้งกระมัง?”

            ติงเสี่ยนสำลักเสียงดังออกมาหลายครั้ง “ให้กระผมไปสังหารคนยังง่ายเสียกว่าผลัดแป้งเกล้าผมให้อิสตรีเรื่องนี้ให้แม่นางจื่อเซียงมาทำดีกว่าขอรับ”

            “ดูดีไม่น้อย” ฉู่ลี่ยิ้มมุมปากก่อนเอ่ยขึ้นอย่างช้าๆ

            พอได้ยินคำชมจากปากฉู่ลี่ใบหน้าของมู่อวิ๋นจิ่นกลับแดงระเรื่อขึ้นมาโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว “องค์ชายหกสายตาไม่เลวนี่!”

            จากนั้นมู่อวิ๋นจิ่นจึงกวาดสายตาสำรวจไปทั่วเรือนแห่งนี้

            เนื่องจากเมื่อคืนที่ผ่านมาท้องฟ้ามืดสนิทจึงเห็นเพียงเรือนเล็ก ๆ เท่านั้น ทว่าในเวลานี้หลังจากสำรวจดูแล้วกลับพบว่าด้านหลังเรือนยังมีทางเดินอีกหลายเส้น

            “ไปกันเถอะ” ฉู่ลี่เหลือบมองมู่อวิ๋นจิ่นจากนั้นเดินออกจากประตูไป

            มู่อวิ๋นจิ่นพยักหน้ารับแสดงถึงความเข้าใจ

            เมื่อเดินออกจากเรือนแล้วกลับพบซอยเล็กซอยน้อยมากมายมู่อวิ๋นจิ่นจึงเดินตามหลังฉู่ลี่ติด ๆ พลางมองสำรวจไปรอบตัวด้วยความตื่นตาตื่นใจ

            ไม่นานนักหลังจากที่เดินผ่านซอยมากมายแล้วฉู่ลี่ก็พามู่อวิ๋นจิ่นมาถึงถนนเส้นหลักของเมืองธารรัตติกร

            ยามนี้เป็นช่วงเวลาที่พระอาทิตย์กำลังจะโผล่ขึ้นจากขอบฟ้าถนนหนทางจึงยังมีผู้คนไม่มากนัก มีเพียงร้านอาหารเล็ก ๆ กับบรรดาป้า ๆที่ออกมาจับจ่ายตลาด

            มู่อวิ๋นจิ่นเดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็ได้กลิ่นหอมอันเย้ายวนของขนมเปี๊ยะปิ้งและซาลาเปาลอยโชยมาในขณะที่นางกำลังจะเดินไปซื้อเพื่อจะได้ ฉู่ลี่กลับเลือกเดินเข้าไปในร้านอาหาร

            “นายท่านรับอะไรดีขอรับ” เสี่ยวเอ้อร์คนหนึ่งเดินกุลีกุจอเข้ามาพร้อมกับกระดาษรายชื่ออาหาร

            “เอาอาหารเช้าที่ดีที่สุดของร้านมาทั้งหมด” ติงเสี่ยนเอ่ยปากสั่งแทนฉู่ลี่

            เสี่ยวเอ้อร์ปริปากยิ้มแย้มรีบหันกลับวิ่งไปหลังร้าน

            ไม่นานนักบนโต๊ะก็ละลานตาไปด้วยอาหารที่ประณีต ทั้งโจ๊กและของทานเล่น แต่ว่ามู่อวิ๋นจิ่นกลับไม่ค่อยดูจะมีความตื่นเต้นเสียเท่าไหร่ด้วยในหัวของนางมีเพียงขนมเปี๊ยะปิ้งข้างทาง

            “พวกเจ้าทานไปก่อนเลย ข้าขอออกไปข้างนอก ประเดี๋ยวจะรีบกลับมา” มู่อวิ๋นจิ่นพูดจบก็วิ่งออกไปข้างนอกทันที

            ฉู่ลี่จึงได้แต่ส่ายหน้าอย่างจนปัญญา

            ทันทีที่มู่อวิ๋นจิ่นวิ่งออกมาหน้าร้านก็พุ่งตรงไปที่ร้านข้างทางเห็นขนมเปี๊ยะปิ้งราดน้ำผึ้งแล้วเอ่ยปากสั่ง “ข้าเอาห้าชิ้น”

            “ได้เลย เพิ่งออกจากเตายังร้อน ๆ อยู่เลย” เจ้าของร้านใช้กระดาษห่อขนมเปี๊ยะปิ้งห้าชิ้น

            มู่อวิ๋นจิ่นจ่ายเงินเรียบร้อยก็ยื่นมือรับของก่อนจะหยิบขนมขนมเปี๊ยะปิ้งออกมาลิ้มรสชิ้นหนึ่ง

            พอนางเดินกลับมาที่หน้าร้านอาหารขนมเปี๊ยะปิ้งในมือก็ได้เข้าไปอยู่ในท้องของนางแล้วหนึ่งชิ้นส่วนชิ้นที่เหลือก็ยัดใส่ช่องเสื้อด้านใน

            ภายในห้องอาหารเห็นเจ้านายและองครักษ์กำลังทานอาหารเช้าอย่างสบายอุรา

            มู่อวิ๋นจิ่นเดินเข้าไปนั่งหยิบทัพพีตักโจ๊กใส่ชาม ระหว่างที่นางกำลังจะใช้ช้อนตักเข้าปากกลับมีเสียงเยาะเย้ยดังขึ้นจากด้านข้าง “เศษขนมที่ติดอยู่มุมปากยังเช็ดไม่สะอาด”

            เมื่อได้ยินเสียงกลั้นหัวเราะเยาะของฉู่ลี่มู่อวิ๋นจิ่นจึงรีบยกมือขึ้นลูบริมฝีปาก แล้วหันไปแสยะยิ้มให้กับฉู่ลี่

            “พระชายา วันนี้แต่งตัวได้เหมือนจอมยุทธ์สตรีเลยขอรับ” ติงเสี่ยนหันไปยิ้มให้มู่อวิ๋นจิ่น

            มู่อวิ๋นจิ่นได้ยินก็กำมือขึ้นทั้งสองข้าง “อย่างนั้นองครักษ์ติงจะสอนวิทยายุทธ์ให้ข้าหรือ?”

            “เรื่องนั้นปล่อยให้เป็นหน้าที่ขององค์ชายดีกว่าขอรับ”

            …

            หลังจากทั้งสามคนนั่งรับประทานอาหารเช้ากันเสร็จสิ้นผู้คนต่างเริ่มเดินถนนมากขึ้นแล้ว

            มู่อวิ๋นจิ่นคอยเดินตามฉู่ลี่อยู่ด้านหลังโดยมิทราบว่าฉู่ลี่ต้องการไปที่ไหนกันแน่ ด้วยกลัวเขาจะบ่นว่าตนเป็นภาระจึงมิได้เอ่ยถาม

            เมื่อเวลาล่วงเลยเข้าสู่ฤดูร้อนแสงตะวันมักสาดแสงส่องลงมาจนแสบตาไปหมดทั้งสามคนเดินไปจนถึงนอกเมืองก็หยุดพักลงที่ใต้ตีนภูเขา

            “เจ้าจะเดินขึ้นภูเขาอย่างนั้นหรือ?” มู่อวิ๋นจิ่นถอนหายใจพลางแหงนหน้าขึ้นมองภูเขา ด้วยความรู้สึกเวียนหัวคล้ายจะเป็นลม

            “เจ้าจะไปหรือไม่?” ฉู่ลี่เห็นมู่อวิ๋นจิ่นมีท่าทางหวาดกลัวความร้อนระอุ

            มู่อวิ๋นจิ่นเม้มปากแน่นก่อนที่จะพยักหน้าตัดสินใจ “ไปอย่างแน่นอน”

            “อืม”

            ฉู่ลี่กับติงเสี่ยนได้เดินนำหน้าขึ้นภูเขาไปโดยมีมู่อวิ๋นจิ่นเดินอยู่ด้านหลัง ทว่าระหว่างที่นางเหยียบย่ำก้าวเดินขึ้นภูเขากลับสัมผัสได้ถึงลมที่พัดผ่านอย่างอัศจรรย์

            ด้วยเหตุนี้นางจึงถือโอกาสหันหลังในจังหวะที่ฉู่ลี่เผลอยื่นมือออกไปสัมผัสถึงลมที่พัดผ่านนั้น

            หรือว่าภูเขาลูกนี้จะมีกลไกลึกลับซ่อนเร้นอยู่

            มู่อวิ๋นจิ่นคิดอยู่ชั่วครู่ก่อนจะวิ่งตามฉู่ลี่ไป

            ตลอดทางที่ขึ้นภูเขามู่อวิ๋นจิ่นสังเกตเส้นทางอยู่ตลอดเวลาทว่าความคิดส่วนใหญ่ในหัวกลับมีเพียงแค่ฉู่ลี่ที่อยู่ข้างหน้า

            ทำตัวลึกลับมีลับลมคมใน

            หลังจากเดินขึ้นไปได้ครึ่งทางฉู่ลี่ก็เปิดฟางหญ้าที่ปกปิดออกแล้วเดินเข้าไปในถ้ำที่มืดสนิท

            มู่อวิ๋นจิ่นมองดูด้วยความแปลกใจก่อนเดินตามเข้าไปติดๆ

            พอเดินเข้าไปในถ้ำก็มีสายลมเย็นยะเยือกพัดวูบมาจากด้านหลัง

            ฉู่ลี่หยิบหยกประจำตัวส่องแสงนำทางและค่อย ๆ เยื้องย่างลงบันไดไปอย่างเชื่องช้า

            ไม่นานนักเขาก็ได้หยุดยืนตรงสถานที่ที่มีลักษณะคล้ายกับสระน้ำ

            มู่อวิ๋นจิ่นก็หยุดฝีเท้าลงหันมองไปทางนั้นด้วยเช่นกัน

            “นี่มันคืออะไรกัน?” มู่อวิ๋นจิ่นเอ่ยถามอย่างนึกสงสัย

            “สระบัวดำ” ฉู่ลี่ตอบยิ้ม ๆ

            มู่อวิ๋นจิ่นขมวดคิ้วถามขึ้น “สระบัวที่มีสีดำอย่างนั้นหรือ?”

            “อืม” ฉู่ลี่พยักหน้ารับ

            มู่อวิ๋นจิ่นนั่งยองพินิจพิเคราะห์ดอกบัวขาวเป็นสัญลักษณ์ความบริสุทธิ์ผุดผ่อง ส่วนดอกบัวดำเป็นสัญลักษณ์ความมืดมิด

            ฉู่ลี่เอาเวลามาปลูกดอกบัวดำเหล่านี้ไปทำไมกัน

            “องค์ชายนักพรตท่านนั้นเคยกล่าวไว้ว่าดอกบัวดำนั้นต้องเลี้ยงจนครบสามปีถึงจะผลิบานบัดนี้เหลือเพียงร้อยกว่าวันเท่านั้นเอง ไม่รู้ว่าดอกลัวดำจะเบ่งบานจริงไหมขอรับ”ติงเสี่ยนยืนถามอยู่ด้านข้าง

            “ดอกบัวดำมันมีอะไรน่าอัศจรรย์หรือ? ทั้งยังต้องรออีกสามปีกว่าจะบานอีก!”มู่อวิ๋นจิ่นหันมองฉู่ลี่

            ฉู่ลี่เพียงตอบกลับอย่างราบเรียบว่า “เพราะมันน่าอัศจรรย์ จึงต้องรอถึงสามปีเต็ม!”

            “…” มู่อวิ๋นจิ่นพึมพำกับตัวเองการที่ฉู่ลี่พูดออกมาก็ไม่ต่างอะไรกับการที่เขานิ่งเงียบเลยแม้แต่น้อย

            แม้ภายในใจจะคิดเช่นนั้นแต่ทว่าภายในถ้ำแห่งที่มีดอกบัวดำก็พอทำให้นางกระหายใคร่รู้อยู่บ้างหรือว่านี่จะเป็นสิ่งที่ฉู่ลี่ตามหามาโดยตลอด?

            คนผู้นี้ช่างมีความลับมากมายเหลือเกิน

            …

            หลังจากที่เดินออกมาจากถ้ำแล้วติงเสี่ยนเดินเข้าไปถามฉู่ลี่ข้างหู “ตอนนี้จะไปพบนักพรตท่านนั้นเลยหรือไม่ขอรับ?”

            ฉู่ลี่หันมองมู่อวิ๋นจิ่นด้วยความพินิจพิเคราะห์

            มู่อวิ๋นจิ่นเห็นเช่นนั้นพลันทราบได้ไม่ยากว่าฉู่ลี่ไม่อยากพานางไปด้วยจึงเอ่ยขึ้น “พวกเจ้าไปกันเถอะเมื่อครู่ข้ายังมีของแปลกตาแปลกใจที่สนใจอยู่ไม่น้อย ข้าสามารถเดินเล่นคนเดียวได้”

            “อีกอย่างข้าจำทางกลับเรือนได้แม่นยำ” มู่อวิ๋นจิ่นพูดเสริมขึ้น

            “เจ้าไปเดินคนเดียวก็ระวังตัวด้วยหากเกิดเรื่องก็เป่าสัญญาณเรียกองครักษ์ลับ” ฉู่ลี่กำชับ

            “รู้แล้ว” มู่อวิ๋นจิ่นตอบ

            เมื่อตกลงกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วฉู่ลี่กับติงเสี่ยนใช้วิชาตัวเบาดีดตัวล่องลอยอยู่กลางอากาศพริบตาเดียวก็หายวับไปสุดลูกหูลูกตา

    คล้ายกับเรื่องชายากำราบ (ท่านอ๋อง) ที่คุณอ่าน

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663