“นายท่านมาทำไมกัน” นางถามออกไปอย่างร้อนใจ
“ข้าเองก็ไม่ทราบ รีบๆออกไปได้แล้วอย่าปล่อยให้ท่านรอนาน” จริงๆแล้วสาวใช้ก็ไม่ได้ให้ความเคารพสองแม่ลูกมากเท่าไหร่ ทั้งๆที่มีสถานะไม่ต่างกับสาวใช้อย่างพวกนางเท่าไหร่นักแต่กลับชูคอราวกับตัวเองเป็นายหญิงของจวน
ถึงแม้ว่านางสองแม่ลูกจะไม่พอใจในตัวเซี่ยเหยาเฉิงมากนัก ถึงขั้นที่เกลียดเลยด้วยซ้ำ แต่พวกนางก็กลัวที่จะโดนไล่ออกจากจวนเสียยิ่งกว่าอะไร เพราะหากไม่ได้อยู่ในจวนตระกูลเซี่ยก็จะทำให้พวกนางไม่สามารถใช่ชื่อเสียงเพื่อตัวเองได้อีกต่อไป
จริงๆแล้วครั้งก่อนที่ฉวีเยว่ซินก่อนเื่นางที่เป็มารดาก็รู้สึกกลัวอยู่ไม่น้อย กลัวว่าเซี่ยเหยาเฉิงจะมาเอาเื่นางและไล่นางออกจากบ้าน แต่เวลาผ่านมานานขนาดนี้แล้วก็ทำให้พวกนางเบาใจไปไม่น้อย ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะโผล่มาในวันนี้
“นายท่าน ท่านมาที่นี่ด้วยเหตุอันใดหรือเ้าคะ” นางพูดอย่างระมัดระวัง
“เอาล่ะ ในเมื่อเ้าพูดมาเช่นนี้ข้าเองก็จะไม่อ้อมค้อม หลังจากที่บุตรสาวของเ้าแต่งออกไปแล้วเ้าเองก็เตรียมตัวเถิด”
“เตรียมตัว เตรียมตัวไปไหนเ้าคะ” นางพูดอย่างหวั่นใจ
“ย้ายออกไปจากที่นี่อย่างไรเล่า อย่าบอกว่าเ้าไม่รู้ว่าบุตรสาวของเ้าทำอะไรเอาไว้ ครั้งก่อนข้าให้โอกาสพวกเ้าไปแล้ว ครั้งนี้คงไม่มีโอกาสนั้นอีกต่อไป” ก่อนหน้านี้ที่เกิดเื่ขึ้นเขาก็ให้โอกาสพวกนางไปแล้ว หากไม่ใช่เพราะบุตรสาวตอนนี้พวกนางคงไม่ได้อยู่ที่นี่อีกแล้ว
“แต่ท่านรับปากสามีของข้าเอาไว้ว่าจะดูแลพวกเราเป็อย่างดี”
“แน่นอนว่าเป็เช่นนั้น แต่การดูแลพวกเ้าใช่ว่าจะต้องให้อยู่ในจวนเพียงอย่างเดียว อย่าลืมสิว่าก่อนหน้านี้พวกเ้าสองแม่ลูกเคยพูดอะไรเอาไว้”
่ที่พวกนางมาอาศัยอยู่ที่จวนตระกูลเซี่ยใหม่ๆ พวกนางสองแม่ลูกก็วางแผนวางยาปลุกกำหนัดเขา แม้กระทั่งฉวีเยว่ซินเองที่อายุเพียงไม่กี่ขวบปีเองก็ยังร่วมมือกับมารดาของนาง โชคดีที่เขาไหวตัวทัน ไม่เช่นนั้นตอนนี้เขาคงมีนางเป็อนุอีกคนหนึ่งไปแล้ว
ตอนนั้นนางลั่นวาจาเอาไว้ว่าจะไม่มายุ่งเกี่ยวกับเขาและจะไม่สร้างความเดือดร้อนให้แก่เขาอีก ขอเพียงได้อาศัยอยู่ในจวนนี้ต่อไปเท่านั้น
มาถึงตอนนี้ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่เขาจะให้นางอาศัยอยู่อีกต่อไป เมื่อรวมกับสิ่งที่ฉวีเยว่ซินทำกับบุตรสาวของเขาด้วยแล้วก็ยิ่งเป็สิ่งที่น่ารังเกียจยิ่งนัก
“ไม่ได้!! ข้าไม่ยอม ท่านจะทำเช่นนี้ไม่ได้” นางไม่มีทางยอมอย่างแน่นอน นางอยู่ที่จนชินแล้ว แม้ว่าจะไม่ได้มีข้าวของเงินทองมากนักแต่ก็อยู่เฉยๆไม่ต้องทำงาน หากให้ไปอยู่ที่อื่นไม่ใช่ว่าจะลำบากกว่านี้หรอกหรือ
“จะได้หรือไม่ได้เป็ข้าที่ตัดสิน ในเมื่อข้าให้เ้าออกไปย่อมต้องมีเงินให้เ้าไปด้วยอยู่แล้ว เพียงแต่จะมาเกี่ยวข้องกับตระกูลเซี่ยไม่ได้อีกต่อไป”
“ไม่ได้ หากท่านกล้าทำเช่นนั้นข้าจะไปประจานให้ทั่ว ว่าท่านเป็พวกอกตัญญู ไม่ตอบแทนบุญคุณของผู้ที่ช่วยชีวิต” คราวนี้เป็ฉวีเยว่ซินที่พูดขึ้นมา เซี่ยเหยาเฉิงนั้นเป็พ่อค้าย่อมต้องห่วงชื่อเสียงของตนเองอยู่แล้ว ไม่มีทางที่อีกฝ่ายจะยอมให้ตนเองเสียชื่อเสียงอย่างแน่นอน นางจึงยกเื่นี้ขึ้นมาขู่
“ฮ่าๆๆๆๆ เ้ากล้าเอาเื่นี้มาขู่ข้าหรือช่างใจกล้าเสียจริง เ้าคิดว่าความผิดของเ้าในครั้งนี้ไม่มากพอกับบุญคุณในครั้งนั้นหรือ นี่ไม่รวมกับที่ข้าเสียเงินเลี้ยงดูเ้าสองแม่ลูกมาสิบกว่าปีอีก แค่นี้ก็มากเกินพอแล้ว”
“ไม่ ข้าไม่ยอมแน่ ต่อไปข้าจะแต่งไปอยู่ในจวนตระกูลอี้แล้ว หากท่านกล้าไล่แม่ข้าออกไปข้าจะให้สามีของข้ามาจัดการ”
“ได้ หากเ้าคิดว่าปีกกล้าขาแข็งเช่นนั้น ก็ออกไปตอนนี้เสียเลยทั้งแม่และลูก ข้าเองก็อยากรู้เช่นกันว่าหากไม่ได้อยู่ในจวนตระกูลเซี่ยแล้ว บิดาของสามีของเ้าจะยังอยากแต่งเ้าเข้าไปอีกหรือไม่”
เขาไม่คิดมาก่อนว่าฉวีเยว่ซินจะกล้าข่มขู่เขาถึงสองครั้ง จากที่ตั้งใจเอาไว้ว่าจะให้พวกนางออกไปอย่างเงียบๆก็คิดเปลี่ยนใจ ไล่พวกนางออกไปเสียเลย แม้จะเสียชื่อเสียงสักเล็กน้อย แต่กลับรู้สึกสบายใจกว่ามาก อย่างน้อยก็ไม่ต้องรู้สึกผิดกับฮวาเออร์มากนัก
“ไม่ ไม่นะเ้าคะ ข้ายอมแล้วท่านอย่าไล่ข้ากับซินเออร์ออกไปตอนนี้เลยนะเ้าคะ”
“ท่านแม่ ท่านพูดเช่นนี้ได้อย่างไร” ฉวีเยว่ซินที่เห็นมารดาของตนเองขอร้องอ้อนวอนคนที่นางเกลียดเช่นนี้ก็รู้สึกไม่พอใจขึ้นมาทันที
“เงียบเดี๋ยวนี้” นางตวาดใส่บุตรสาวก่อนหันไปหาเซี่ยเหยาเฉิง “นายท่านข้ายอมหมดเลยเ้าค่ะ แต่อย่าไล่ข้ากับซินเออร์ไปตอนนี้เลยนะเ้าคะ”
“ก็ดีเช่นนั้นก็เตรียมตัวให้ดี อีก 3 วันตระกูลอี้จะมารับ”
“เ้าค่ะ”
หลังจากเซี่ยเหยาเฉิงกลับไปฉวีเยว่ซินและมารดาของนางต่างตกอยู่ในภวังค์ของตนเอง แน่นอนว่าทั้งคู่ต้องไม่ยินยอมที่จะออกไปจากที่นี่แน่ เยว่ซินเองก็ไม่เข้าใจมารดาของตนแม้แต่น้อยว่าเหตุใดต้องยอมด้วย
“ท่านแม่ ข้าไม่เข้าใจว่าเหตุใดท่านต้องยอมออกไปจากที่นี่ด้วย หากเราไม่ยอมก็ไม่มีใครไล่เราไปได้”
“เด็กโง่ เ้าคิดว่าเพียงแค่เราสองคนจะทำอะไรพวกเขาได้หรือ เราเป็แค่ผู้อาศัยเท่านั้นไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับที่นี่หากว่าจะไล่เราไปวันนี้จริงๆแล้วเราจะทำอย่างไร”
“พวกเราไม่ไปสักอย่าง จะทำอะไรเราได้ เขาคงไม่กล้าจับเราโยนออกไปหรอกเ้าค่ะ” นางอยู่ที่นี่ตั้งหลายปี ถึงอย่างไรต้องมีส่วนเกี่ยวข้องอยู่บ้าง หรือหากจะให้ออกไปจริงๆก็ต้องได้รับเงินส่วนแบ่งไปบ้าง
“หากเ้าถูกไล่ออกไปตอนนี้จริงๆจะต้องเป็ปัญหาแน่ ตระกูลอี้คงไม่พอใจแล้วเ้าจะแต่งออกไปได้อย่างไร”
“ไม่มีทางเ้าค่ะ พี่อี้หานต้องมารับข้าแน่”
แม้จะเห็นว่าสีหน้าของฉวีเยว่ซินยังแสดงออกชัดเจนว่าไม่เข้าใจ และไม่พอใจเป็อย่างมาก แต่นางก็ไม่ได้อธิบายอะไรต่อให้บุตรสาวเข้าใจ ถึงอย่างไรซินเออร์ของนางก็ยังเด็กนักหากจะไม่เข้าใจเื่อะไรบ้างก็คงไม่เป็ปัญหานัก
ตอนนี้นางเพียงทำอย่างไรก็ได้ให้เยว่ซินแต่งออกไปให้ดีเสียก่อน ส่วนเื่ของนางหากไม่ตายไปเสียก็คงจะหาทางเอาคืนได้อยู่บ้าง
ด้วยความที่รักบุตรสาวจนเลือกที่จะไม่อธิบายอะไรให้ฟังเช่นนี้ทำให้ความเข้าใจของทั้งสองนั้นไม่ตรงกัน ความคิดของเยว่ซินนั้นกำลังคิดว่าหำอย่างไรถึงจะได้ส่วนแบ่งสมบัติมา แม้จะไม่ได้เท่าเซี่ยเหยาฮวาแต่ก็ต้องได้ไม่น้อยแน่
นางคิดด้วยความเข้าข้างตนเอง โดยไม่ได้สนใจเลยว่าตนเองและมารดานั้นไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับเซี่ยเหยาเฉิงเลยแม้แต่น้อย อีกฝ่ายเพียงแค่สงสารนางสองแม่ลูกเท่านั้นถึงให้อาศัยอยู่ที่จวน แล้วตนเองจะเอาคุณสมบัติอะไรไปแบ่งสมบัติ
3 วันผ่านไปก็ถึงฤกษ์แต่งงานของฉวีเยว่ซิน แต่ก็มีเพียงสองแม่ลูกเท่านั้นที่ตื่นเต้นกับวันนี้ ส่วนคนอื่นๆก็ทำราวกับว่าเป็วันธรรมดาทั่วไป แม้กระทั่งเซี่ยเหยาฮวาเองก็ออกไปทำงานไม่ได้สนใจแม้แต่น้อย
เมื่อไม่มีตัวแทนของตระกูลเซี่ยคอยส่งเ้าสาวก็ทำเอาตระกูลมู่เสียหน้าไม่น้อย นี่สร้างความไม่พอใจให้กับมู่อี้เฟิงเป็อย่างมาก
เพียงเท่านี้ก็พอจะเดาได้แล้วว่าชีวิตแต่งงานของฉวีเยว่ซินจะเป็อย่างไรต่อไป
“เซี่ยเหยาฮวา ข้าจะจำความอัปยศครั้งนี้เอาไว้ให้ขึ้นใจ” ฉวีเยว่ซินพูดอย่างโกรธแค้น