ตอนที่สอง สามัญสำนึกของดยุกหมูอ้วน
ผมอาจจะใช้ความฉลาดระดับคนที่ได้เข้าค่ายโอลิมปิควิชาการมาในการคิดสูตรเวทมนตร์ใหม่ๆหรืออาจจะใช้ทักษะการต่อสู้นิดหน่อยที่เคยได้เรียนมาแต่ผมคิดว่านั่นไม่น่าจะสู้กับโลกนี้ที่ฝึกดาบใช้ฆ่าคนจริงๆได้
ดังนั้นการทำตามมาตรฐานของโลกนี้น่าจะดีกว่าตามระบบของโลกนี้ ไม่มีข้อห้ามการฝึกหลายอาชีพ แต่ก็นั่นล่ะมันต้องใช้เวลานานในการฝึกแต่ละอย่าง..หากไม่มีเงินทองมหาศาลที่ใช้ในการฝึกล่ะนะ
ผมขีดเขียนเป็รหัสบรรยายความคิดของตนเองสักพักหนึ่ง คือวิธีที่ผมช็อตโน๊ตสงบใจตนเองและรวบรวมความคิด
อืมสกิลในโลกนี้ฝึกได้และอาชีพต่างๆที่ฝึกได้สารพัด แต่มันมีเงื่อนไขในการฝึก
ผมตัดสินใจที่จะ pay to win จ่ายเงินเพื่อชัยชนะในโลกนี้ล่ะนะ
เมื่อพร์มีไม่มากเท่า เอาชนะด้วยทรัพยากรคือสัจธรรมของชีวิต
แต่จากความทรงจำ ดยุกหมูอ้วนก็ไม่ใช่คนโง่ เขารู้อย่างดีว่าพฤติกรรมแบบไหนที่เหล่าขุนนางลูกน้องของเขารับได้และรับไม่ได้
การจับหญิงสาวชาวบ้านไปเป็ทาสอุ่นเตียงหรือคนสถานะทางสังคมต่ำกว่าเป็เื่ที่รับได้
การให้ชาวบ้านเผยอฐานะขึ้นมาเป็ขุนนางหรือได้อภิสิทธิ์อย่างขุนนางเป็เื่ที่รับไม่ได้และผิดร้ายแรงมากกว่าการใช้หน้าไม้ยิงชาวบ้านที่ทำนาอยู่ตามท้องไร่ท้องนาเล่นและหัวเราะขำขันกันในหมู่คณะล่าสัตว์ของขุนนาง
การล่าสัตว์ก็เหมือนกับการตีกอล์ฟ
การบอกว่าตีกอล์ฟไม่สำคัญก็เหมือนกับที่เด็กบอกพ่อแม่ว่า
“งานสังคมพวกนี้น่าเบื่อจังเลยไร้สาระ ไม่ไปได้ไหม?” และพ่อแม่ก็จะมองเราตาเขียวและบังคับให้เราไปงานสังคม
เมื่อเราโตขึ้นจึงได้รู้ว่างานสังคมนั้นสำคัญอย่างไรนั่นเอง
หรือการตีกอล์ฟอาจจะส่งผลต่อการรัฐปะารัฐบาลไหนบ้าง ว่าเราจะอยู่ข้างใคร กลุ่มของการตีกอล์ฟเข้าป่าล่าสัตว์ของขุนนางจึงสำคัญมาก
ดังนั้นเมื่อชาวบ้านชาวช่องเข้ามาเข้าป่าล่าสัตว์ในเขตหวงห้ามของขุนนาง จึงเท่ากับมีโทษฐานบุกรุก trespass และลักขโมย thievery เป็หน้าที่ของขุนนางที่ดีที่ต้องจับพวกชาวบ้านที่เป็ผู้บุกรุกและโจรลักขโมยเหล่านี้แขวนคอเพื่อประจานขโมยคนอื่นไม่ให้ทำผิด
หากไม่ทำเท่ากับขุนนางไม่ได้ทำหน้าที่ที่เป็ผู้ดูแลท้องที่นั้นและชาวบ้านไม่เคารพหวาดกลัวขุนนางได้
แบบเดียวกับที่เน็ด สตาร์กแห่งมหาศึกชิงบัลลังก์ game of throne ต้องปะาคนที่หลบหนีจากไนท์วอช
อำนาจในการลงโทษชาวบ้านที่ทำผิด คือ อำนาจหนึ่งของขุนนางและเป็สัญลักษณ์ของการปกครอง
ที่ชาวบ้านจะหวาดกลัวดยุกหมูอ้วนก็ไม่แปลกเพราะสามารถตัดสินโทษเป็ตายของชาวบ้านได้ในทันที นั่นเอง
การปฏิบัติต่อขุนนางจะต่างไป
“อย่าได้ปฎิบัติต่อชาวบ้านอย่างที่ปฎิบัติต่อขุนนาง”คือหลักการที่สามารถสรุปได้อย่างง่ายๆ
ว่าการจะปะาหรือฆ่าผู้ที่มียศศักดิ์ต้องทำเป็กระบวนการ ขุนนางมีศักดิ์และสิทธิในการตั้งตัวแทนต่อสู้คดีหรือการประลองตัดสินความผิด trial by combat แต่มันก็มีข้อยกเว้นของคนที่ส่ายก้นอ้วนๆอย่างดยุกหมูอ้วน ที่มั่นใจในอำนาจของตนเองมากพอที่จะสั่งปะาและยึดทรัพย์คนที่ต่อต้านตนเองได้อย่างไม่สนใจใคร
มันคือการแสดงอำนาจที่มากขึ้นไปอีกขั้นของคนที่ไม่คิดมากเื่ธรรมเนียมเพราะดยุกหมูอ้วนมองว่าตนเองสูงส่งกว่าธรรมเนียมเ่าั้นั่นเอง
แบบเดียวกับที่ท่านเหมาคือคนเดียวที่สามารถใส่สูทซาฟารีแบบเรียบง่ายในขณะที่คนรอบข้างต้องใส่เครื่องประดับเต็มยศ
ไม่ใช่ว่าเพราะท่านเหมาเป็คนเรียบง่ายและพวกทหารรอบข้างเป็คนเ้ายศเ้าอย่าง เพราะหากทหารรอบข้างอยากใส่ชุดเรียบง่ายบ้างคงได้โดนส่งขังคุกมืดหรือปะาเป็แน่แท้
ด้วยความที่เป็คนโลภโมโทสัน ทำให้ดยุกหมูอ้วนคุมบัญชีการเงินรายงานอย่างละเอียดพยายามเก็บตกทุกประเด็นในการทำบัญชี ทำให้สามารถเก็บภาษีได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย เรียกว่าร้อยผิดพันผิด ทำถูกอย่างเดียวในการจัดเก็บภาษีและการบัญชีก็ทำให้แคว้นดยุกหมูอ้วนกลายเป็แคว้นที่ร่ำรวยและแข็งแกร่งที่สุดแคว้นหนึ่ง แทบจะเรียกได้ว่าคือาาในเขตแดนของตนเองเพราะความโลภของดยุกหมูอ้วนนี่เอง ที่ในดินแดนที่ทุกคนพยายามเล่นเกมส์มหาศึกชิงบัลลังก์และฉลาดเป็นกรดทุกคน ดยุกหมูอ้วนจึงทำตัวหลั่นล้า ทำเื่ราวต่างๆได้แบบดูไม่เกรงใจขุนนางในท้องที่หรือแม้แต่พระาา
เรียกว่าผมแทบจะหาทางพัฒนาระบบบัญชีของดยุกหมูอ้วนไม่ได้เลยเพราะทำไว้ได้อย่างดีมากๆ
ดยุกหมุอ้วนได้เล่นกลทางบัญชี แต่ไม่ได้โกงอย่างให้ใครจับได้ง่ายๆเช่นนั้น
เขาได้คำนวณหลักกฎหมายการเก็บภาษี Royal’s tax ภาษีของราชวงศ์ที่เขาเล่นแร่แปรธาตุให้มีค่าใช้จ่ายและการจัดเก็บที่ภาษีเข้าราชวงศ์น้อยกว่าที่ควรจะได้แต่เข้าภาษีท้องถิ่น Noble’s tax ของเขามากกว่า ไม่ว่าจะทางตรงอย่างตัวเงินหรือทางอ้อมอย่างการเปลี่ยนสภาพเป็สินค้าและบริการ
หืมนี่น่าจะเป็มุกที่ว่า “ดยุกหมูอ้วนโกงเงิน”สินะนี่
ความจริงแิดยุกหมูอ้วนก็คือแิที่ดีหากมองในอีกมุมหนึ่ง การให้เงินไปพัฒนาท้องถิ่นหมุนเวียนในระบบคือ เศรษฐศาสตร์ 101 อยู่แล้วว่าเงินไม่ควรมาอยู่ในคลัง หากมากเกินกว่าที่จำเป็
ไม่อย่างนั้นคงไม่มีโครงการคนละครึ่งที่พยายามให้ชาวบ้านใช้จ่ายกันมากขึ้นหรอก
มองจากโครงสร้างทั้งระบบเราจะพอมองออกว่า ส่วนกลางสูบเอาทรัพยากรจากท้องถิ่นไปด้วยภาษีมากมายแค่ไหน
แต่ด้วยความโลภโมโทสันและสามัญสำนึกของดยุกหมูอ้วนทำให้ภาษีและทรัพยากรส่วนใหญ่ยังคงหมุนเวียนอยู่ในท้องถิ่นนั่นเอง
เรียกว่าขนาดผมที่มีแนวความคิดสมัยใหม่ของพระเอกอิเซไค ก็ตรวจสอบได้ว่า ดยุกหมูอ้วนค่อนข้างคำนวณมาเป็อย่างดีแล้วในเื่ของการจ่ายภาษีและการพัฒนาเมืองและการค้า