ย้อนอดีตกับระบบ Ai

    บทที่ 13 : สนทนาตอนดึก

    สนทนาตอนดึก
    “คือว่า....” ลู่เซี่ยวเซี่ยวรู้สึกลังเล เธอมองไปที่ฉิงเฉินอยู่ชั่วครู่หนึ่ง จากนั้นเธอก็ตัดสินใจพูดออกมา “ฉันไม่รู้ว่าจะเป็นการรบกวนคุณไหม หากฉันจะขอเบิกเงินเดือนล่วงหน้า”
    “ไม่มีปัญหา” ฉิงเฉิงเอื้อมมือออกไปคว้าจับกระเป๋าสะพายที่อยู่ข้างตัวมา เขาเปิดมันออกและนำเงินจำนวน 1 แสนหยวนออกมายื่นไปให้ลู่เซี่ยวเซี่ยว
    “นะ...นี่!” เธอตกใจมาก ความจริงเธอต้องการที่จะมาขอเบิกเงิน 1 หมื่นหยวนล่วงหน้า เพื่อจะได้เอาไปใช้จ่ายค่าเรียนหนังสือของลู่หลิงหลิงน้องสาวเธอ แต่เธอไม่เคยคิดถึงว่าเขาจะให้เธอถึงหนึ่งแสนหยวนในทีเดียว
    ผ่านไปสักพักหนึ่ง เธอก็สูดลมหายใจเข้าลึกและรีบส่ายหน้าปฏิเสธ “ฉันต้องการแค่ 1 หมื่นหยวนค่ะ”
    “คุณรับไป นี่เป็นเงินใช้จ่ายต่างๆในชีวิตประจำวัน” ฉิงเฉินยังคงส่งยื่นเงิน 1 แสนหยวนไปตรงหน้าของเธอ
    ลู่เซี่ยวเซี่ยวลังเลอีกครั้ง แต่เมื่อเธอมองไปที่สายตาที่จริงจังของเขา เธอก็พยักหน้าและยื่นมือออกไปรับเงินมา “เข้าใจแล้วค่ะ”
    ทันใดนั้นเธอก็นึกขึ้นมาได้ว่ายังไม่รู้จักชื่อของเขาเลย “ฉันยังไม่รู้ชื่อของคุณเลย ฉันชื่อลู่เซี่ยวเซี่ยวค่ะ ส่วนน้องสาวชื่อลู่หลิงหลิง”
    “ยังไม่รู้?” ฉิงเฉินขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย เขาจำได้ว่าเขาบอกเธอไปแล้วตอนที่อยู่บนหลังรถกระบะของชายชราแซ่จาง
    แต่ดูเหมือนว่าในตอนนั้นเขาจะบอกในเวลาที่ไม่เหมาะ เพราะเขาได้ไปถามซื้อร่างกายของเธอ จึงทำให้เธอไม่ได้จำชื่อของเขา “ผมฉิงเฉิน”
    “ฉิงเฉิน...” ลู่เซี่ยวเซี่ยวพึมพำอย่างแผ่วเบา ราวกับว่าเธอต้องการสลักชื่อนี้ลงในจิตใจ “ฉันควรจะเรียกคุณว่านายท่านดีไหม?”
    กับคำถามนี้ของลู่เซี่ยวเซี่ยว ฉิงเฉินส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว ในอนาคตที่จากมาเขาเป็นเพียงแค่เด็กกำพร้า จะไปเหมาะกับคำว่านายท่านอะไรนี่ได้อย่างไร อีกอย่างคือเขาไม่ต้องการทำตัวให้ห่างเหินจากเธอและน้องสาวของเธอด้วย
    เนื่องจากว่าเขาต้องการอยู่แบบปกติ และเป็นกันเองมากกว่า เพราะมันจะทำให้รู้สึกว่าไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวภายในห้องแห่งนี้
    ฉิงเฉินยิ้มเล็กน้อยและพูดออกไป “เรียกผมฉิงเฉินก็ได้”
    “มะ...ไม่ได้!” ลู่เซี่ยวเซี่ยวตะโกนออกมาในทันทีที่ได้ยินคำพูดของฉิงเฉิน “คุณอายุมากกว่าฉัน จะให้ฉันเรียกชื่อเฉยๆได้ยังไง?”
    “งั้นเรียกผมพี่ชายเหมือนหลิงหลิงเป็นยังไง” เมื่อพูดคำนี้ออกมา ฉิงเฉินมีรอยยิ้มที่กว้างขึ้นในทันที
    “นั่นมัน...” ลู่เซี่ยวเซี่ยวรู้สึกอึดอัด เรียกพี่ชายหัวของคุณ! เธออยากจะเอาไม้มาฟาดหัวของเขาจริงๆ เธอเริ่มจะรู้สึกเข้าใจซูฉิงอู่ขึ้นมาแล้ว...ว่าทำไมเธอถึงโมโหตลอดเวลาที่คุยกับผู้ชายตรงหน้าของเธอตอนนี้
    แม้ว่าเธอจะอายุน้อยกว่าเขา แต่เธอก็ไม่ใช่เด็กแบบลู่หลิงหลิง จะให้เธอมาเรียกผู้ชายที่อายุห่างกว่าไม่มากมันก็กระไรอยู่ ไม่ใช่เธอรู้สึกว่ามันไม่เหมาะสม แต่เธอรู้สึกกระดากอายเกินไปและไม่ชอบสักเท่าไหร่
    เมื่อเห็นความอึดอัดบนใบหน้าของลู่เซี่ยวเซี่ยว ฉิงเฉินก็ส่ายศีรษะไปมาและหัวเราะเบาๆ “เอาเถอะ คุณอยากจะเรียกอะไรก็เรื่องของคุณ แต่ผมเรียกคุณเซี่ยวเซี่ยวได้ใช่ไหม?”
    ลู่เซี่ยวเซี่ยวกัดฟันแน่น ผู้ชายคนนี้น่าโมโหจริงๆ เธอรู้แล้วว่าเขากำลังแกล้งเธอ หากไม่ใช่คงจะไม่หัวเราะออกมาแบบนี้ สุดท้ายเธอก็พยักหน้าครั้งหนึ่งและตัดสินใจ “ถ้างั้นฉันจะเรียกคุณว่าฉิงเฉินเกอเกอ”
    “ไม่มีปัญหา แต่มันก็ไม่ต่างจากพี่ชายเท่าไหร่นะ” ฉิงเฉินยังคงมีรอยยิ้มบนใบหน้า
    “ฉะ...ฉันขอตัวก่อนนะคะ” ลู่เซี่ยวเซี่ยวรู้สึกว่าหากเธออยู่นานกว่านี้ เธอจะต้องเป็นโรคประสาทแน่นอน เธอหันหลังกลับและเตรียมที่จะออกจากห้องไปในทันที
    แต่เธอก็นึกถึงบางอย่างขึ้นมาได้ในวินาทีสุดท้าย เธอพลันหันมาพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงที่สำนึกขอบคุณ “ขอบคุณจริงๆค่ะ หากไม่ได้พบคุณ ไม่รู้ว่าชีวิตของฉันกับน้องสาวจะเป็นยังไงบ้าง”
    เมื่อพูดจบเธอก็ก้มศีรษะโค้งตัวลงอย่างสุภาพต่อฉิงเฉิน ฉิงเฉินโบกไม้โบกมือไปมา “ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ผมเพียงต้องการแม่บ้านเท่านั้น และบังเอิญคุณอยู่ตรงนั้นพอดี”
    ลู่เซี่ยวเซี่ยวเงยหน้าขึ้นมา เธอไม่ได้เชื่อคำพูดของเขา หากเขาต้องการแม่บ้านเฉยๆ เขาเพียงใช้เงินแค่เล็กน้อยก็สามารถจ้างใครก็ได้ ไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นเธอ เห็นได้ชัดว่าจุดประสงค์ของเขาแน่นอนว่าต้องการช่วยเธอและน้องสาว
    แม้ว่าจะเข้าใจจุดประสงค์ของฉิงเฉิน แต่เธอก็ไม่ได้พูดอะไรทัดทานคำพูดของเขา เธอเพียงมองไปที่เขาอย่างสำนึกขอบคุณ
    จากนั้นเธอก็พูดออกมาเพื่อขอตัวออกจากห้องของเขา “ฉันขอตัวก่อนนะฉิงเฉินเกอเกอ”
    ใบหน้าของเธอแดงเล็กน้อยหลังจากที่พูด เธอรู้สึกว่ามันน่าอายมาก เพราะเธอไม่เคยเรียกใครแบบนี้มาก่อน
    ฉิงเฉินพยักหน้าให้กับคำพูดของเธอ “คุณไปพักผ่อนเถอะ และก็เงินบางส่วนคุณและหลิงหลิงก็เอาไปซื้อชุดใหม่ๆได้ ผมอนุญาต”
    ร่างของลู่เซี่ยวเซี่ยวอดไม่ได้ที่จะสั่น แต่ในวินาทีต่อมาเธอก็รีบส่ายหน้าในทันที “ไม่ได้หรอกค่ะ ฉันและน้องสาวโชคดีมากแล้วที่ได้พบกับฉิงเฉินเกอเกอ ฉันไม่อยากรบกวนฉิงเฉินเกอเกอไปมากกว่านี้”
    ฉิงเฉินส่ายหน้าไปมา เขาเข้าใจดีว่าตอนนี้ลู่เซี่ยวเซี่ยวรู้สึกยังไง เธอคงกำลังคิดว่าต้องเองกำลังติดค้างเขา และรู้สึกเกรงใจไม่กล้าที่จะรับอะไรจากเขาไปมากกว่านี้ เพราะงั้นเขาต้องหาเหตุผลมาทำให้เธอยอมรับ
    “เซี่ยวเซี่ยวคุณยังไม่เข้าใจ คุณเป็นแม่บ้านของผม ผมอยากให้แม่บ้านของผมมีชุดใหม่ๆใส่ มันจะเป็นไปไม่ได้เหรอ? ส่วนหลิงหลิงแม้ผมจะพึ่งพบเธอวันนี้ แต่ผมก็รู้สึกรักและเอ็นดูเธอเหมือนน้องสาวคนหนึ่ง แล้วน้องสาวของผมจะมีชุดใหม่ๆใส่ไม่ได้?”
    เมื่อได้ฟังสิ่งที่ฉิงเฉินพูดออกมาทั้งหมด ทั่วร่างของลู่เซี่ยวเซี่ยวได้สั่นสะท้านอย่างรุนแรง เธอรู้สึกว่าดวงตาทั้งคู่ของตัวเองกำลังมีม่านหมอก มันกำลังพร่ามัวจากความชื้น ด้วยคำพูดของเขา เธอจะไม่เข้าใจได้อย่างไร?
    ในคำพูดของเขามีความจริงอยู่ แต่ความจริงเหล่านั้นก็ปกปิดความต้องการที่จะช่วยเหลือของเขาไม่หมด เธอพยักหน้าหลายครั้ง “ขะ...ขอบคุณค่ะฉิงเฉินเกอเกอ”
    จบบทที่ 13