สองวันต่อมา
ณ ท้องพระโรงของจักรพรรดิเหยียนซีเหอ
เวลานี้เหล่าขุนนางจำนวนมากต่างก็เรียกร้องให้องค์จักรพรรดิส่งกองทัพไปช่วยเหลือ เนื่องจากพวกเขาเห็นว่ากองทัพของหยูอ๋องนั้นเสียเปรียบกองทัพของอาณาจักรต้าเฉียน
“ ฝ่าาข้าคิดว่าพวกเราควรส่งกองทัพพยัคฆ์ทมิฬของฉินอ๋องไปช่วยเหลือ เนื่องจากกองทัพพยัคฆ์ทมิฬอยู่ใกล้กับหยูอ๋องมากที่สุด นอกจากนี้่นี้เทือกเขามรณะก็ดูจะสงบไม่มีสัตว์อสูรบุกโจมตีเมืองอีกด้วย ” เสนาบดีเหลียงฝู่กล่าวขึ้น
“ ใช่แล้วฝ่าา ข้าเองก็เห็นด้วยกับเสนาบดีเหลียงฝู่ ”
เหล่าขุนนางคนอื่นๆต่างก็สนับสนุนเสนาบดีเหลียงฝู่ในทันที
หลังจากที่จักรพรรดิเหยียนซีเหอครุ่นคิดเขาก็ออกคำสั่งให้ฉินอ๋องนำกองทัพพยัคฆ์ทมิฬไปช่วยเหลือหยูอ๋อง
เพียงแต่ยังไม่ทันที่คำสั่งจะได้ออกจากท้องพระโรง จู่ๆก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น
“ ทุกท่านข้าคิดว่าเื่นั้นคงไม่จำเป็แล้ว ”
จากนั้นซูเล่ยและจักรพรรดิยุทธ์อีกสิบคนก็ปรากฏตัวขึ้นที่ท้องพระโรง
เมื่อจักรพรรดิเหยียนซีเหอและเหล่าขุนนางเห็นชุดคลุมที่พวกซูเล่ยสวมใส่ พวกเขาก็รู้ได้ทันทีเลยว่าพวกเขามาจากศาลาชุนิ
เวลานี้บุคคลระดับสูงที่เคยอยู่ในห้องทรงพระอักษรที่เคยพบกับเฮยจวินต่างหน้าซีดและแสดงความหวาดกลัวออกมา เพราะพวกเขารู้ดีว่าศาลาชุนินั้นทรงพลังมากแค่ไหน
“ ท่านหมายความว่ายังไง? ” จักรพรรดิเหยียนซีเหอขมวดคิ้วและถามขึ้นทันที เวลานี้เขารู้สึกถึงความไม่สบายใจบางอย่าง
“ นายท่านของข้ามีคำสั่งให้พวกเราศาลาชุนิยึดครองเหมืองแร่ิญญานั้น ถ้าหากทุกท่านไม่เห็นด้วยก็ไม่เป็ไร เพียงแค่เกิดการต่อสู้เล็กน้อยก็เท่านั้น แน่นอนว่าถ้าหากพวกท่านเห็นด้วย นายท่านของเราใจดีแบ่งให้กับพวกท่านหนึ่งส่วน แน่นอนว่าข้อเสนอนี้ก็ถูกส่งมอบให้กับอาณาจักรต้าเฉียนเช่นกัน ” ซูเล่ยกล่าว
ทันใดนั้นทั่วทั้งท้องพระโรงก็แสดงสีหน้าจริงจังขึ้นมาทันที
“ พวกเ้าคิดที่จะชุบมือเปิบงั้นเรอะ อย่าได้ฝันไปหน่อยเลย เ้าคิดว่าพวกเราสูญเสียทหารไปเท่าไหร่แล้วตอนนี้? ” ขุนนางคนหนึ่งกล่าวขึ้นทันที
เหล่าขุนนางคนอื่นๆที่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ในท้องทรงพระอักษรเองก็แสดงความไม่พอใจออกมาพร้อมกับะโด่าอย่างไม่กลัวตาย
จักรพรรดิเหยียนซีเหอและตัวตนระดับสูงที่มีความแข็งแกร่งระดับราชันยุทธ์ต่างยืนนิ่งมองดูขุนนางที่กำลังะโด่าซูเล่ยด้วยความโกรธ ต่างรู้สึกหวาดกลัวอย่างช่วยไม่ได้ พวกเขาอยากจะตบปากเ้าพวกคนโง่เ่าั้จริงๆ
ทางด้านของซูเล่ย พวกเขาเพียงแค่ยืนเฉยๆไม่ได้สนใจเสียงะโด่าแม้แต่น้อย เนื่องจากคำกล่าวของพวกเขาเหล่านี้ไม่มีค่าพอให้ใส่ใจพวกเขาเพียงแค่รอคำตอบของจักรพรรดิเหยียนซีเหอเท่านั้น
“ พวกเ้าคิดว่าพวกเ้าคือศาลาชุนิแล้วจะทำอะไรก็ได้งั้นเรอะ เ้าคิดว่าพวกเ้ามีราชันยุทธ์แล้วอาณาจักรต้าเหยียนไม่มีงั้นเรอะ? ”
“ นั้นสิ ข้าบอกได้เลยว่าถ้าหากอาณาจักรต้าเหยียนของพวกเราเอาจริง เ้าคิดหรือว่าศาลาชุนิของพวกเ้าแข็งแกร่งมากหรือยังไง? พวกเ้ามันก็แค่เศษขยะเท่านั้น ”
ขุนนางหลายคนพากันะโด่าอย่างบ้าคลั่ง
มีเพียงแค่จักรพรรดิเหยียนซีเหอและขุนนางระดับสูงที่เหงื่อไหลเต็มแผ่นหลังเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
เมื่อเห็นว่าสถานการณ์ยิ่งรุนแรงมากกว่าเดิม จักรพรรดิเหียนซีเหอจึงรีบลุกขึ้นยืนและะโเสียงดังทันที
“ เงียบไปซะ ” ทันใดนั้นจักรพรรดิเหยียนซีเหอก็คำรามให้ขุนนางทั้งหมดหยุด เพราะเขากลัวว่าเสียงะโด่านี้จะทำให้คนของศาลาชุนิโกรธเคือง
ด้วยอำนาจของจักรพรรดิยุทธ์ทำให้ท้องพระโรงถึงกับเงียบสนิทในชั่วพริบตาเดียว
จากนั้นจักรพรรดิเหยียนซีเหอก็ลงจากบังลังก์พร้อมกับเดินไปหาซูเล่ยพร้อมกับโค้งคำนับเพื่อเป็การขออภัย
“ นายท่าน ข้าน้อยต้องขออภัยด้วยที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น ” จักรพรรดิเหยียนซีเหอ รวมไปถึงตัวตนระดับราชันยุทธ์และเสนาบดีทั้งหมดต่างก็โค้งคำนับให้กับซูเล่ยเช่นกัน
ฉากนี้ทำให้เหล่าขุนนางที่ะโด่าเมื่อครู่ถึงกับแสดงสีหน้าใและหวาดกลัวออกมาทันที เพราะพวกเขารู้ดีว่าคนกลุ่มนี้คือยอดฝีมือราชันยุทธ์ที่แข็งแกร่งที่สุดในอาณาจักร ถ้าหากพวกเขายังต้องโค้งคำนับให้กับศาลาชุนิ เช่นนั้นก็สามารถบ่งบอกได้เลยว่าศาลาชุนิน่ากลัวกว่าที่พวกเขาคิด
ซูเล่ยยิ้มจางๆและกล่าวว่า “ เช่นนั้นข้าจะรอดูว่าท่านจะลงโทษพวกเขาอย่างไร แต่เื่นั้นเอาไว้ทีหลัง ท่านจะยินยอมที่จะถอยทัพและรับเพียงแค่หนึ่งส่วนจากเหมืองแร่ิญญาหรือไม่? ”
จักรพรรดิเหยียนซีเหอตอบรับทันที เขารู้ดีว่าต่อให้ดิ้นรนไปก็เปล่าประโยชน์ อีกทั้งอีกฝ่ายก็ยังมียอดฝีมือเหนือยุทธ์อยู่ ต่อให้พวกเขานำทหารทั้งอาณาจักรมาต่อสู้ก็คงจะทำได้เพียงแค่ไปสะกิดศาลาชุนิเท่านั้น
“ เข้าใจแล้ว เช่นนั้นพวกเราขอตัวก่อน ” ซูเล่ยกล่าวจบพวกเขาก็หายตัวไปทันที
เมื่อซูเล่ยและคนของเขาจากไปแล้ว จักรพรรดิเหยียนซีเหอก็พ่นลมหายใจออกมา แม้กระทั้งเหล่าตัวตนระดับสูงก็แสดงสีหน้าโล่งใจอย่างเห็นได้ชัด
“ ฝ่าา? ” เหล่าขุนนางพากันแสดงท่าทีสงสัย
จักรพรรดิเหยียนซีเหอโบกมือเล็กน้อยก่อนที่จะกลับไปนั่งที่บังลังก์
จากนั้นเสนาบดีเต๋อเซวียนที่เห็นแววตาสงสัยของเหล่าขุนนาง เขาก็กล่าวขึ้นว่า " เมื่อครู่พวกเ้าทั้งหมดเกือบจะทำให้พวกเราต้องตายแล้วรู้ไหม? ข้ารู้ว่าพวกเ้าคิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่มาก แต่ข้าขอบอกเลยว่าเื้ัของศาลาชุนิแข็งแกร่งกว่าที่พวกเ้าคิดเสียอีก
ไม่ว่าจะเป็องค์จักรพรรดิ ท่านเหยียนลั่ว หรือท่านสวี่จู้ถง รวมไปถึงเสนาบดีระดับสูงทั้งหมดต่างเคยพบกับบุคคลระดับสูงของศาลาชุนิมาแล้ว เ้ารู้หรือไม่ว่ายอดฝีมือท่านนั้นแข็งแกร่งระดับไหน? แน่นอนว่าพวกเ้าคงนึกไม่ถึงเลยว่ายอดฝีมือของศาลาชุนิท่านนั้นเป็ถึงยอดฝีมือระดับเหยือยุทธ์!
ใช่แล้วพวกเ้าได้ยินไม่ผิดหรอก ศาลาชุนิมียอดฝีมือระดับเหนือยุทธ์อยู่และข้าคิดว่าไม่ได้มีแค่คนเดียวอีกด้วย ตอนนี้พวกเ้าลองบอกข้าสิว่าพวกเ้าจะเอาอะไรไปทำลายศาลาชุนิ? "
ทันทีที่เสนาบดีเต๋อเซวียนกล่าวจบ เหล่าขุนนางที่ะโด่าศาลาชุนิเมื่อครู่ถึงกับขาสั่นและล้มลงกับพื้นทันที
พวกเขานึกไม่ถึงเลยว่าศาลาชุนิจะน่าหวาดกลัวขนาดนี้ และพวกเขาก็ไม่แปลกใจเลยที่ฝ่าาถึงกับต้องโค้งคำนับให้กับคนของศาลาชุนิ
“ ฝ่าาได้โปรดอภัยให้ด้วย ”
“ ฝ่าาได้โปรดยกโทษให้กระหม่อมด้วย ”
เหล่าขุนนางเมื่อครู่ถึงกับรีบร้องขอชีวิตจากจักรพรรดิทันที
จักรพรรดิเหยียนซีเหอเหลือบมองขุนนางเ่าั้ครู่หนึ่งก่อนที่จะกล่าวขึ้นว่า “ ปลดพวกเ้าออกจากตำแหน่งและกลับบ้านเกิดไปเสียเถอะ ”
ขุนนางเ่าั้ได้แต่ร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจ แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็คิดว่าฝ่าาทรงใจดีมากแล้ว ถ้าหากเป็พวกเขาล่ะก็คงสั่งปะาชีวิตไปแล้ว
“ ขอบคุณฝ่าาที่เมตตา ”
หลังจากนั้นขุนนางที่ด่าศาลาชุนิก็ถอดหมวกขุนนางออกพร้อมกับโค้งคำนับให้กับจักรพรรดิและขุนนางที่เหลือและออกจากท้องพระโรงไป
“ ส่งราชโองการไปหาหยูอ๋องให้พวกเขาตั้งรับอยู่ที่เมืองเหอหวนและไม่ต้องออกไปรบ แล้วก็บอกให้หยูอ๋องบรรเทาทุกข์ประชาชนที่ได้รับความลำบากด้วย เงินและอาหารทั้งหมดสามารถเบิกจากท้องพระคลังได้ ” จักรพรรดิเหยียนซีเหอออกคำสั่ง
หลายวันต่อมา
เมืองเหอหวนคือเมืองที่ติดกับชายแดนระหว่างอาณาจักรต้าเหยียนและอาณาจักรต้าเฉียง ทำให้เมืองเหอหวนแห่งนี้กลายเมืองที่ทหารของหยูอ๋องพักอาศัย
ณ จวนเ้าเมืองเหอหวน
เวลานี้จวนเ้าเมืองกลายเป็สถานที่พักของหยูอ๋องหรือเหยียนจิ้น
ในขณะที่หยูอ๋องและเหล่าแม่ทัพกำลังปรึกษาเกี่ยวกับการรับศึกกับอาณาจักรต้าเหยียน จู่ๆก็มีนายกองผู้หนึ่งเดินเข้ามาพร้อมกับกล่าวว่ามีราชโองการจากจักรพรรดิ
หยูอ๋องและเหล่าแม่ทัพพากันมองหน้ากันก่อนที่จะรู้สึกกังวลใจ เพราะพวกเขาเพิ่งจะส่งคำขอกำลังเสริมไปเมื่อไม่นานมานี้ และตอนนี้ราชโองการก็มาถึงแล้ว ไม่รู้ว่าองค์จักรพรรดิจะส่งทัพเสริมมาช่วยเหลือหรือไม่
หยูอ๋องไปรับราชโองการจากขันทีก่อนที่จะอ่านราชโองการด้วยแววตาประหลาดใจ
เมื่อเหล่าแม่ทัพเห็นหยูอ๋องแสดงสีหน้าประหลาดใจพวกเขาต่างก็รู้สึกสงสัยอย่างยิ่ง
เมื่อหยูอ๋องอ่านราชโองการจบเขาก็มองไปที่ลู่กงกงด้วยความสับสนราวกับจะถามว่าเป็เื่จริงหรือไม่?
ลู่กงกงพยักหน้ารับและกล่าวด้วยน้ำเสียงเล็กแหลมว่า “ เป็เื่จริง เมื่อไม่กี่วันก่อนศาลาชุนิปรากฏตัวขึ้นที่ท้องพระโรงพร้อมกับบอกว่าหลังจากนี้พวกเขาจะดูแลเหมืองแร่ิญญาเอง องค์จักรพรรดิตอบรับข้อเสนอของศาลาชุนิเป็ที่เรียบร้อยแล้ว หวังว่าหยูอ๋องคงไม่ถือโกรธฝ่าา ”
หยูอ๋องถอนหายใจและพยักหน้ารับจากนั้นเขาก็กล่าวขึ้นว่า “ เช่นนั้นรบกวนลู่กงกงสักครู่ข้าขอเขียนจดหมายถึงฝ่าาก่อน ”
ในฐานะที่หยูอ๋องเป็เชื้อพระวงศ์ทำให้เขารู้ว่าศาลาชุนินั้นมียอดฝีมือระดับเหนือยุทธ์อยู่ เพราะฉะนั้นเขาจึงไม่แปลกใจที่ฝ่าาจะตัดสินใจแบบนี้
หลังจากที่หยูอ๋องเขียนจดหมายเสร็จเขาก็มอบมันให้กับลู่กงกง
“ รบกวนลู่กงกงแล้ว ” หยูอ๋องกล่าวพร้อมกับมองถุงเงินให้กับลู่กงกงเพื่อเป็มารยาทและค่าเดินทาง
“ ไม่มีปัญหาท่านหยูอ๋อง ” ลู่กงกงตอบรับก่อนที่จะเดินทางกลับไปยังเมืองหลวง
หลังจากที่ลู่กงกงและขณะจากไป เหล่าแม่ทัพก็รีบเดินมาหาหยูอ๋องเพื่อสอบถามถึงราชโองการเมื่อครู่
หยูอ๋องกล่าวว่าาครั้งนี้จบแล้วและพวกเขาไม่จำเป็ต้องยุ่งเกี่ยวอีกต่อไปเพราะหลังจากนี้เหมืองแร่ิญญาแห่งนี้จะเป็ของศาลาชุนิ
เมื่อได้ยินชื่อของศาลาชุนิ เหล่าแม่ทัพทั้งหมดมองหน้ากันก่อนที่จะถอนหายใจออกมา ตอนนี้พวกเขาเข้าใจแล้วว่าทำไมหยูอ๋องถึงได้แสดงสีหน้าประหลาดใจเมื่ออ่านราชโองการ
ในฐานะที่เป็แม่ทัพใหญ่ของหยูอ๋องเขาย่อมรู้ความลับมากกว่าคนทั่วไป ทำให้พวกเขารู้ถึงความน่ากลัวของศาลาชุนิเป็อย่างดี
“ ดูเหมือนว่าศาลาชุนิก็ยังแบ่งผลประโยชน์ให้กับพวกเรา ” แม่ทัพผู้หนึ่งกล่าวพร้อมกับส่ายหน้าเล็กน้อย
“ ข้าอยากให้พวกต้าเฉียนปฏิเสธข้อเสนอของศาลาชุนิจริงๆ หลังจากนั้นพวกมันคงได้รับรู้ถึงความน่ากลัวของศาลาชุนิ ” แม่ทัพอีกคนกล่าวพร้อมกับหัวเราะออกมา
จากนั้นหยูอ๋องและแม่ทัพคนอื่นๆก็หัวเราะออกมาเช่นกัน
“ เอาเถอะตอนนี้ก็รอดูท่าทีของอาณาจักรต้าเฉียน ถ้าหาพวกมันปฏิเสธพวกมันก็จะรู้ถึงความน่ากลัวของศาลาชุนิเอง ” หยูอ๋องยิ้มและออกคำสั่งให้ทหารทั้งหมดเฝ้าระวังตัวให้ดี เพื่อป้องกันไม่ให้ศัตรูบุกเข้ามาในยามวิกาล
หลายวันต่อมา
ณ ท้องพระโรงของอาณาจักรต้าเฉียน
เวลานี้องค์จักรพรรดิแห่งอาณาจักรต้าเฉียน พระนามว่า เฉียนหลู่เทียน กำลังแสดงสีหน้ายินดีอย่างยิ่ง เนื่องจากพวกเขาได้กดดันกองทัพอาณาจักรต้าเหยียนได้อยู่หมัด
เหล่าขุนนางและแม่ทัพบางส่วนต่างก็พากันพูดคุยและหัวเราะอย่างเปิดเผย
พวกเขากำลังพูดคุยเกี่ยวกับการส่งกำลังเสริมไปช่วยกองทัพไร้ลักษณ์ของแม่ทัพใหญ่ฮวาเจิ้น
ในขณะที่พวกเขากำลังคุยกันอยู่นั้น จู่ๆก็มีบุคคลชุดดำหลายคนปรากฏตัวขึ้น
“ สวัสดี ข้าน้อยมีนามว่าเมิ่งฉีจากศาลาชุนิ ข้าได้ยินว่าพวกท่านกำลังพูดคุยกันอย่างสนุกสนานอยู่จึงขอเข้าร่วมด้วย ” เมิ่งฉีกล่าวแนะนำตัวด้วยรอยยิ้ม
ทันใดนั้นองค์จักรพรรดิเฉียนหลู่เทียน ขุนนางและแม่ทัพทั้งหลายพากันหยุดนิ่งและรีบหยิบอาวุธออกมาพร้อมต่อสู้
“ พวกเ้าบอกว่ามาจากศาลาชุนิ? ” จักรพรรดิเฉียนหลู่เทียนหรี่ตาลง เขาเคยได้ยินชื่อเสียงของศาลาชุนิมาก่อน นอกจากนี้ภายในอาณาจักรของเขาก็มีศาลาชุนิเช่นกัน พวกมันสังหารขุนนางและตระกูลใหญ่ที่ทำเื่ชั่วร้ายไว้มาก
จักรพรรดิเฉียนหลู่เทียนได้ออกคำสั่งสังหารศาลาชุนิไปแล้วแต่ทว่าก็ไร้ผล ไม่ว่าจะหาอย่างไรพวกเขาก็ไม่สามารถหาล่องลอยของศาลาชุนิได้เลย อีกทั้งแม้กระทั้งยอดฝีมืออย่างซันหวู่และซันเหวิน สองพี่น้องระดับราชันยุทธ์ก็ยังถูกสังหาร ทำให้จักรพรรดิเฉียนหลู่เทียนกัดฟันยกเลิกการออกตามหาศาลาชุนิ
นึกไม่ถึงเลยว่าวันนี้ศาลาชุนิจะปรากฏตัวที่ท้องพระโรงด้วยตัวเอง
“ ใช่ พวกเรามาจากศาลาชุนิ ข้าน้อยได้รับคำสั่งจากนายท่านให้มาแจ้งข่าวกับองค์จักรพรรดิว่า นับจากนี้เป็ต้นไป เหมืองแร่ิญญาที่พวกท่านกำลังแย่งกันอยู่จะตกอยู่ภายใต้การดูแลของศาลาชุนิ ถ้าหากพวกท่านยินยอมก็จะได้รับส่วนแบ่งหนึ่งส่วนเหมือนกับอาณาจักรต้าเหยียน ” เมิ่งฉีกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ ไร้สาระ! พวกเ้าคิดว่าศาลาชุนิของพวกเ้าแข็งแกร่งมากสินะ ข้าจะบอกอะไรให้อาณาจักรต้าเฉียงของพวกเราทรงพลังกว่าที่พวกเ้าคิดไว้เยอะ ”
“ นั้นน่ะสิ แค่ศาลาชุนิเล็กๆยังกล้าเทียบกับอาณาจักรเฉียน! ”
“ ดี! ในเมื่อพวกเ้าโผล่มาแล้ววันนี้ก็อย่าหวังว่าจะได้กลับไปเลย ”
เหล่าขุนนางและแม่ทัพทั้งหลายต่างะเิพลังยุทธ์ออกมา พวกเขาต่างก็เป็ยอดฝีมือในระดับราชันยุทธ์และบรรพจารย์ยุทธ์ และยังมีจักรพรรดิยุทธ์อีกสามคน
จักรพรรดิเฉียนหลู่เทียนหรี่ตาลงพร้อมกับปลดปล่อยแรงกดดันระดับจักรพรรดิยุทธ์ออกมาเช่นกัน เห็นได้ชัดว่าเขาไม่สนใจคำกล่าวของเมิ่งฉีแม้แต่น้อย
“ ดูเหมือนว่าการเจรจาจะไม่เป็ผล แต่ไม่ต้องห่วงข้าจะให้พวกท่านได้ัับางสิ่งก่อนแล้วพวกท่านค่อยตัดสินใจ ” เมิ่งฉีกล่าวด้วยรอยยิ้ม
ทันใดนั้นพลังยุทธ์ระดับเหนือยุทธ์และจักรพรรดิยุทธ์อีกสิบคนก็ปะทุขึ้น พลังยุทธ์ของพวกเขาทรงพลังกว่าทุกๆคนในท้องพระโรงรวมกันเสียอีก
“ นี้มันพลังยุทธ์ระดับเหนือยุทธ์!! ”
“ ไม่จริงน่าพวกมันมีจักรพรรดิยุทธ์ถึงสิบคนเลยงั้นเรอะ ”
“ พวกเ้าอย่าลืมสิว่านี้เป็เพียงแค่ส่วนหนึ่งของศาลาชุนิ ”
เวลานี้จักรพรรดิเฉียนหลู่เทียน เหล่าขุนนางและแม่ทัพต่างถูกพลังยุทธ์ของเมิ่งฉีและผู้ติดตามกดดันจนหายใจไม่ออก
“ ทุกท่านข้าเป็เพียงแค่ผู้บัญชาการหน่วยเล็กๆเท่านั้น ศาลาชุนิของข้ามีแม้กระทั้งระดับเซียนยุทธ์คอยดูแลอยู่ พวกท่านคิดว่าจะจัดการกับศาลาชุนิได้งั้นหรือ ไม่เป็ไรในเมื่อพวกท่านปฏิเสธแล้ว พวกเราศาลาชุนิก็ขอตัวลา ข้าจะได้กลับไปแจ้งนายท่านว่าอาณาจักรต้าเฉียนปฏิเสธที่จะให้ความร่วมมือกับพวกเรา สำหรับกองทัพไร้ลักษณ์ของท่านที่อยู่ที่ชายแดนข้าคิดว่าพวกเขาคงไม่จำเป็ต้องมีอยู่แล้วล่ะ ” เมิ่งฉีกล่าวด้วยรอยยิ้มก่อนที่จะหันหลังทันที
จักรพรรดิเฉียนหลู่เทียนสะดุ้งและรีบวิ่งลงมาจากบังลังก์พร้อมกับใบหน้าหวาดกลัวและกล่าวด้วยความเร่งรีบ “ ช้าก่อนนายท่าน ข้าผิดไปแล้ว ”
เวลานี้จักรพรรดิเฉียนหลู่เทียนอยากจะตบปากตัวเองและขุนนางรวมไปถึงแม่ทัพในท้องพระโรงทั้งหมด
เมิ่งฉีหยุดเดินก่อนที่จะหันมามองจักรพรรดิเฉียนหลู่เทียนพร้อมกับสายตาด้วยที่เ็าพร้อมกับจิตสังหารที่รุนแรงจนจักรพรรดิเฉียงหลู่เทียนถึงกับสั่นสะท้าน
“ มันสายไปแล้วล่ะ พวกท่านก็เตรียมรอรับความโกรธของนายท่านได้เลย ” เมิ่งฉีกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ นายท่านข้าไม่้าส่วนแบ่งของเหมืองแร่ิญญาแล้ว ” จักรพรรดิเฉียงหลู่เทียนกล่าวด้วยความเร่งรีบ เขากลัวว่าจะทำให้ศาลาชุนิโกรธเคืองและสังหารพวกเขาจนหมด
สำหรับศาลาชุนิที่มีเหนือยุทธ์เป็เพียงแค่หัวหน้าหน่วยย่อย ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าศาลาชุนิแข็งแกร่งมากแค่ไหน อีกทั้งพวกเขายังได้รับการยืนยันจากเมิ่งฉีแล้วว่าพวกเขามีแม้กระทั้งเซียนยุทธ์อยู่ด้วย ดีไม่ดีอาจจะมีแม้กระทั้งระดับจ้าวยุทธ์อยู่ในกองกำลัง
ทวีปฮุยต้วนเป็ทวีปเล็กๆ ยอดฝีมือระดับเหนือยุทธ์ก็นับว่าเป็จุดสูงสุดของทวีปแล้ว ถ้าหากยังมีระดับเซียนยุทธ์อีกพวกเขาสามารถปกครองทวีปฮุยต้วนได้เลยด้วยซ้ำ แล้วอาณาจักรเล็กๆอย่างอาณาจักรต้าเฉียนจะไปมีปัญญาทำอะไรกับศาลาชุนิได้
“ เอาล่ะๆข้าเห็นแก่ความที่เ้าไม่้าส่วนแบ่งแล้วกัน ข้าจะกลับไปบอกนายท่านว่าพวกท่านตกลงที่จะยอมถอยให้กับพวกเรา ” เมิ่งฉีกล่าวด้วยรอยยยิ้ม
“ ขอบคุณนายท่านที่เมตตา ” จักรพรรดิเฉียนหลู่เทียนกล่าวพร้อมกับถอนหายใจโล่งอก
“ เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน…จะว่าไปพวกท่านทั้งหลาย เวลานี้ศาลาชุนิได้ตั้งอยู่ที่เมืองหลวงแล้ว ถ้าหากขุนนางหรือตระกูลใหญ่ตระกูลไหนกล้าสร้างปัญหาให้กับชาวบ้านตาดำๆล่ะก็ อย่าถือสาว่ากันเลยถ้าหากมีเหรียญตราของศาลาชุนิปรากฏอยู่ที่บ้านของพวกท่าน ” เมิ่งฉีกล่าวจบเขาก็หายตัวไปทันที
ผู้ติดตามของเมิ่งฉีเองก็หายตัวตามไปด้วยโดยทีไม่ได้สนใจท่าทีหวาดกลัวของจักรพรรดิและเหล่าขุนนางในท้องพระโรงแม้แต่น้อย