ย้อนเวลามาพร้อมลูกหมาแต่กลับต้องมาเลี้ยงลูกลิง
บทที่ 30 เทพเซียน
หลังจากลู่ต้าวิ่งมาแจ้งข่าวทำให้จางหย่งเดินไปเดินมาอย่างใช้ความคิด เขาจะบอกกับพวกชาวบ้านอย่างไรดีล่ะ หากเขาบอกไม่ว่า...
'นั่นเป็นแค่การแสดง ข้าไม่สามารถทำเรื่องแบบนั้นได้หรอก'
'อ้าวนี่มันหลอกลวงกันนี่หว่า'
'เอาเงินของพวกเราคืนมาเดี๋ยวนี้'
'พวกเราสั่งสอนคนชอบหลอกลวง'
!!!
ไม่นะ แค่คิดก็รู้สึกหนาวแล้ว เขาไม่มีทางบอกไปตรงๆแบบนั้นแน่ ขณะที่เขากำลังใช้ความคิดชาวบ้านก็ได้เดินทางมาถึง หนึ่งในคนดูการแสดงของจางหย่งเป็นคนในหมู่บ้านเดียวกัน ทำให้เหล่าชาวบ้านรู้ว่านักแสดงพลังพิเศษคือจางหย่งนั่นเอง
"นั่นไงท่านเซียนอยู่ตรงนั้น"
ท่านเซียน!! ตายแน่ เขาจะทำอย่างไรดีนะ สมองประมวลผลความคิดอย่างรวดเร็ว เป็นไงเป็นกัน อย่างน้อยจางหย่งก็คิดว่าตัวเองมาจากโลกอนาคต ซึ่งไม่ต่างกับเซียนล่ะมั้ง ชาวบ้านหลายสิบคนทั้งบุรุษและสตรีพากันมาบ้านของจางหย่ง กะจากสายตาน่าจะไม่ต่ำกว่าสามสิบคนแน่นอน เมื่อเหล่าชาวบ้านมาถึง พวกเขาก็รีบตรงไปหาเป้าหมายก่อนจะมีคนเอ่ยขึ้นว่า
"ท่านเซียน ของรักของข้าหายไป ท่านช่วยเสกให้มันกลับมาได้หรือไม่เจ้าคะ"
"ข้าก่อนๆ ท่านเซียนชุดที่ภรรยาข้าทำให้ สีมันไม่สมเป็นบุรุษเอาเสียเลย ท่านช่วยเปลี่ยนสีมันหน่อยได้หรือไม่ ขอรับ"
จางหย่งที่กำลังนั่งขัดสมาธิ วางท่าราวกับผู้มีพลังพิเศษถึงกับคิ้วกระตุก พวกนี้เห็นเซียนคืออะไรกัน เขากระแอมออกมาทีหนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
"อะแฮ่ม ทุกอย่างมันคือลิขิตสวรรค์ ข้าไม่อาจเปลี่ยนแปลงเรื่องราวเหล่านั้นให้พวกท่านได้หรอก"
จางหย่งหลับตาลง วางตัวสงบนิ่งเสมือนอยู่เหนือทุกสรรพสิ่ง ชาวบ้านที่กำลังจะร้องขอความช่วยเหลือต่อก็เงียบเสียงลง ที่ท่านเซียนกล่าวก็ฟังดูสมเหตุสมผล สิ่งที่เกิดขึ้นกับพวกเขาคือลิขิตสวรรค์ พวกเขาจึงคิดจะยอมรับในโชคชะตาที่พบเจอ แต่อี้เจียวหั่วที่ปะปนอยู่ในฝูงชนถึงกับหัวเราะออกมาแล้วเอ่ยขึ้นว่า
"จางหย่ง เจ้าทำไม่ได้ก็บอกมาเถอะ"
ก่อนหน้านี้อี้เจียวหั่วเดินอยู่ในตลาด แล้วได้ยินกลุ่มคนพูดถึงผู้มีพลังพิเศษ เขาจึงได้สอบถามจากชาวบ้านเหล่านั้น พบว่าคนที่พวกเขาพูดถึงคือจางหย่งผู้ไม่มีแม้แต่พลังวิญญาณ มันต้องมีความเข้าใจผิดเกิดขึ้นแน่ๆ ดังนั้นเขาที่คิดจะรอชมเรื่องสนุกจึงตามมาด้วย เมื่อเห็นจางหย่งวางตัวราวกับเทพเซียนจริง ก็รู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
หลังจากได้ยินน้ำเสียงอันคุ้นหูจางหย่งจึงแสร้งค่อยๆลืมตาขึ้นมา เมื่อมองไปตรงหน้าก็พบกับบุคคลที่แสนคุ้นตา หลายวันก่อนเขาหลบเลี่ยงการปะทะกับบุรุษผู้นี้ วันนี้ขอเอาคืนหน่อยก็แล้วกัน
"คุณชาย ท่านหาว่าข้าไม่มีพลัง ก็เท่ากับหาว่าผู้คนเหล่านี้งมงายใช่หรือไม่"
"ก็ใช่น่ะสิ"
จางหย่งยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย จากการประเมินบุรุษผู้นี้ด้วยคำพูดและการกระทำที่ผ่านมา ทำให้เขารู้สึกว่าอี้เจียวหั่วเป็นคนค่อนข้างมั่นใจในตัวเอง หยิ่งทระนง และไม่เห็นผู้อื่นอยู่ในสายตา ชาวบ้านที่ได้ยินคำพูดของอี้เจียวหั่วต่างรู้สึกไม่พอใจ หันไปเอ่ยขึ้นว่า
"คุณชายท่านนี้ พูดเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร!?!"
"คุณชายท่านนี้คงไม่ได้หมายความว่าพวกท่านเป็นพวกคนโง่งมงายหรอกกระมัง"
ชาวบ้านที่ได้ยินคำอธิบายเพิ่มเติมของจางหย่งก็รู้สึกโมโหมากขึ้นกว่าเดิมก่อนจะหันไปมองอี้เจียวหั่นเป็นสายตาเดียวกัน
อาฟู่ลูกชายคนรองผู้แสนเจ้าเล่ห์ยังเอ่ยต่อขึ้นอีกว่า
"ท่านลุงท่านนี้ มิใช่ท่านอิจฉาท่านพ่อของข้าหรอกหรือ ถึงได้มาหาเรื่องกันถึงที่นี่ แม้ท่านจะอิจฉาท่านพ่อ แต่ท่านก็ไม่ควรว่าชาวบ้านเหล่านี้นะขอรับ"
ยิ่งได้ยินคำพูดของเด็กน้อย ความโกรธแค้นในใจยิ่งทวีขึ้น อี้เจียวหั่วเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เขานี่นะอิจฉาคนไร้พลังเช่นนี้ ไม่มีทางเสียหรอก อี้เจียวหั่วแม้จะเป็นคนสุขุมนุ่มลึก แต่เมื่อเป็นเรื่องจางหย่งมักทำให้เขาขาดความยั้งคิด เพราะตั้งแต่เด็กเขาถูกปลูกฝังมาให้ดีกว่า เด่นกว่า และต้องพยายามอย่างหนักเพื่อเอาชนะจางหย่าง เขาที่หัวเสียจึงได้สบถออกมาว่า
"พวกสติไม่สมประกอบ!!"
"นี่ท่านว่าใคร!!"
"ใครอยากจะรับก็รับไปสิ"
"เฮ้ย!! พวกเรา จะยอมให้ไอ้หน้าขาวนี่ว่าพวกเราเฉยๆงั้นหรือ"
"ไม่ยอม!!"
"งั้นพวกเราลุย"
ชาวบ้านที่เป็นสตรีแยกออกไปด้านหลัง ส่วนชาวบ้านที่เป็นบุรุษเข้าไปรุมล้อมอี้เจียวหั่ว ก่อนจะมีคนเอ่ยขึ้นว่า
"ถ้าเจ้ายังไม่อยากตาย กล่าวขอโทษพวกเราซะ"
"เฮอะ พวกขยะ คิดหรือว่าข้าจะกลัว"
จากตอนแรกที่มาพร้อมกัน กลับกลายเป็นคู่ต่อสู้กันเสียอย่างนั้น จางหย่งมองไปตรงหน้าด้วยความงุนงง สรุปพวกนี้มาทำอะไรกันแน่ละเนี่ย ยังไม่ทันที่ความคิดจะจบลง เสียงร้องโอดครวญของชายหนุ่มชาวบ้านที่เข้าปะทะกับอี้เจียวหั่วก็ดังขึ้น
"โอ๊ย!!"
ชายหนุ่มชาวบ้านวิ่งเข้าไปหาอี้เจียวหั่วอย่างเด็ดเดี่ยว แต่กลับถูกซัดออกมาเพียงฝ่ามือเดียว บ่งบอกว่าอี้เจียวหั่วเป็นผู้มีพลังวิญญาณและได้รับการฝึกยุทธมาก่อน จางหย่งขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะหันไปถามเสี่ยวเหมาในใจขึ้นว่า
'นั่นหรือที่เรียกว่าพลังวิญญาณ?'
'จะว่าใช่ก็ใช่ จะว่าไม่ใช่ก็ไม่ใช่'
'ยังไงกันแน่ล่ะ'
'เจ้านาย พลังวิญญาณคือพลังที่แฝงอยู่ในร่างกาย พลังนี้มักจะแสดงออกมาต่อเมื่อผู้มีพลังอายุได้แปดปี สำหรับผู้มีพลังวิญญาณน้อย อาจจะแสดงช้ากว่านั้นแต่ไม่เกินอายุสิบปี เมื่อมีพลังวิญญาณ ท่านจะสามารถใช้พลังวิญญาณในการฝึกยุทธได้ตามระดับพลังวิญญาณที่มี ซึ่งพลังยุทธแบ่งออกเป็นเก้าขั้นด้วยกัน ได้แก่
ขึ้นที่หนึ่งหรือที่เรียกว่านักสู้ขั้นต้น
ขั้นที่สองหรือที่เรียกว่านักสู้ขั้นกลาง
ขั้นที่สามหรือที่เรียกว่านักสู้ขั้นสูง
ขั้นที่สี่หรือที่เรียกว่าผู้ฝึกยุทธ
ขั้นที่ห้าหรือที่เรียกว่าผู้เชี่ยวชาญยุทธ
ขั้นที่หกหรือที่เรียกว่าผู้สรรค์สร้างยุทธ
ขั้นที่เจ็ดหรือที่เรียกว่าปรมาจารย์ยุทธ
ขั้นที่แปดหรือที่เรียกว่ากึ่งเทพยุทธ
และขั้นที่เก้าหรือที่เรียกว่าเทพยุทธ
สิ่งที่ชายผู้นั้นแสดงออกมาน่าจะเป็นพลังยุทธระดับที่สองที่เรียกว่านักสู้ขั้นกลาง"
จางหย่งครุ่นคิดตามคำพูดของเสี่ยวเหมา เอาไว้จบเรื่องนี้เขาค่อยมาถามรายละเอียดอีกทีก็แล้วกัน
ชาวบ้านที่เห็นว่าอี้เจียวหั่วเป็นผู้ฝึกยุทธจึงไม่มีใครกล้าเข้าไปต่อสู้ด้วยอีก ผู้คนต่างมองไปที่จางหย่งเพื่อขอความช่วยเหลือ จางหย่งที่รู้สึกว่ามีคนจ้องมองมาก็เงยหน้าขึ้นไปสบสายตากับกลุ่มคนทั้งหลาย ก่อนจะเห็นสายตาเว้าวอนหลายสิบคู่ส่งมาทางเขา สายตาแบบนี้หมายความว่าจะให้เขาออกไปสู้หรือ? จะเป็นไปได้อย่างไรที่คนธรรมดาอย่างเขาจะออกไปสู้กับคนมีพลัง ยังไม่ทันที่ความคิดจะจบลง ก็ได้มีเสียงชายชราผู้หนึ่งดังขึ้นมาจากด้านหลัง
"เจียวหั่ว เจ้ากำลังเล่นอะไรอยู่หรือ?"
"คารวะท่านอาจารย์"
บุรุษผู้หนึ่งก้าวเข้ามายืนเคียงข้างอี้เจียวหั่ว ผมสีขาวและชุดที่เดียวกันกับผม ขับเน้นให้บุรุษผู้มาใหม่ดูน่าเกรงขามเป็นอย่างยิ่ง เขามองไปที่ลูกศิษย์ของตัวเองก่อนจะมองไปทางชาวบ้านหลายสิบคนที่ยืนรายล้อมรอบด้านอยู่ ก่อนจะจ้องมองไปทางจางหย่ง แล้วเอ่ยถามลูกศิษย์ของตัวเองด้วยน้ำเสียงก้องกังวานขึ้นว่า
"นี่มันเกิดอะไรขึ้นกัน?"
"ท่านอาจารย์ บุรุษผู้นั้นอ้างตัวว่าตัวเองมีพลังพิเศษเพื่อหลอกลวงชาวบ้าน ศิษย์ตามมาเพื่อเปิดโปงเขา แต่ชาวบ้านไม่ยอมเชื่อศิษย์ขอรับ"
"เฮอะ ไร้สาระ แม้แต่พลังวิญญาณข้ายังมองไม่เห็นในตัวเจ้า เจ้าจะอ้างตัวว่าเป็นผู้มีพลังพิเศษได้อย่างไร"
"แล้วถ้าข้ามีพลังพิเศษจริงๆล่ะ"
"ถ้าเจ้ามีพลังพิเศษจริง ข้าจะกราบเจ้าเป็นอาจารย์เลย"
อี้เจียวหั่วเอ่ยขึ้นก่อนจะเอ่ยต่อไปอีกว่า
"แต่ถ้าเจ้าไม่มีพลังพิเศษ เจ้าต้องมาเลียเท้าข้าจนกว่าข้าจะพอใจ!!"