“แม่นั่นร่ายเวทมาแล้ว ระวังตัวด้วย!”
“อะไรกัน แค่ทำให้ละอองฝนตกลงมาเองไม่ใช่เหรอ? ไม่เห็นสร้างอะไรที่มันน่ากลัวออกมาเลย”
“นั่นสิ สงสัยพลังเวทของยัยนั่นเริ่มไม่พอหรือเปล่า? เพราะวงเวทรักษาที่ยัยนั่นใช้ก็ยังอยู่เลย”
“ว่าแต่รู้สึกตัวมันหนัก ๆ ไหม?”
“นั่นสิ สงสัยเพราะเปียกฝนเสื้อผ้าเลยหนักขึ้นหรือเปล่า?”
“แย่แล้ว ฝนบ้านี่มันทำให้พวกเราตัวหนักขึ้น”
“แค่ใช้เวทมนตร์เพิ่มความเร็วที่พวกเราถนัดก็น่าจะแก้...เอ๋ ทำไมจู่ ๆ นายก็ตีลังกา...”
“ไม่นะ...พายัพ!”
“บ้าเอ๊ย ทำไมยัยนั้นถึงได้รวดเร็วขนาดนี้”
“เป็เพราะละอองฝนบ้านี้แน่ ๆ พวกเราต้องรีบออกไปจากบริเวณนี้”
“ผู้พันประสิทธิ์ช่วยพวกเราด้วย อ๊ากกก”
เสียงร้องโหยหวนดังไปทั่วบริเวณเขตประตูสาม ผู้พันประสิทธิ์ผู้เป็หัวหน้าของกองทหารนภาในครั้งนี้ ได้แต่ยืนมองลูกน้องของเขาถูกฆ่าไปทีละคน
มีหลายคนพยายามสู้ธัญญ่ากลับ แต่ก็จบลงที่พวกเขาต้องพ่ายแพ้ เพราะในพื้นที่นี้เต็มไปด้วยละอองฝนจากเวทมนตร์ของดาริน มันทำให้เหล่าทหารนภาเคลื่อนไหวได้ช้าลง ในทางกลับกันธัญญ่ากับปกรณ์ราวกับปลากระดี่ได้น้ำ ความเร็วของทั้งสองเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ใครก็ตามที่ได้มาเห็นสถานการณ์ในตอนนี้ คงไม่มีใครทำใจเชื่อได้ลง ทหารธาราเพียงสองคนกำลังได้เปรียบเหนือทหารนภานับสิบ เป็ฉากสองคนกำลังไล่สังหารกลุ่มคนที่มีจำนวนมากกว่า
“โชคดีจริง ๆ ที่ไม่ได้อยู่ฝั่งตรงข้ามกับจอมเวทอัจฉริยะคนนี้” หนึ่งในทหารฝั่งวสุธาพูดออกมาขณะขนหลังคอของเขาลุกขึ้นตั้งชัน “ถ้าพวกเราต้องโดนละอองฝนนั้นไปด้วย พวกเราคงช้าลงจนกลายเป็เต่าเป็แน่แท้”
ตอนนี้กลุ่มทหารของวสุธายังคงอยู่ภายในวงเวทรักษาของดาริน การฟื้นฟูของพวกเขาเป็ไปอย่างช้า ๆ เนื่องจากพวกเขามีธาตุองค์ประกอบต่างกับดาริน ซึ่งต่างจากธัญญ่าและปกรณ์ที่เป็ธาตุน้ำเหมือนกับดาริน จึงทำให้สองคนนั้นมีอัตราการฟื้นฟูภายในวงเวทที่เป็ธาตุน้ำได้เร็วกว่า
“ทุกคนยิงเวทมนตร์ใส่ยัยดารินตัวแสบให้หมด” ผู้พันประสิทธิ์ออกคำสั่งขณะที่ตัวเขาเองก็ร่ายมนตร์มหาะุวายุออกไปเช่นกัน
บรรดาทหารนภาต่างใช้เวทมนตร์ยิงไปทางดารินตามที่หัวหน้าสั่ง มองดูบอลอัดอากาศเกินครึ่งโหลกำลังพุ่งไปหาดาริน มันช่วยไม่ได้ที่ปกรณ์และธัญญ่าจะต้องล่าถอยกลับหลังมาช่วย
ทุกอย่างเป็ไปตามแผนที่หัวหน้าทหารนภาวางไว้ เขาหวังจะให้การโจมตีใส่ดารินครั้งนี้เป็การดึงความสนใจจากธัญญ่าและปกรณ์ให้ถอยไปช่วยป้องกัน แล้วเขาจะอาศัยโอกาสช่องว่างนี้ถอยหนีออกจากบริเวณที่ละอองฝนครอบคลุม
เขาออกตัววิ่งั้แ่บอลอัดอากาศของเขาไปถึงแค่ครึ่งทางแล้ว หากใครสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าลูกอัดอากาศที่เขาร่ายออกมาหายไประหว่างทาง เขาคิดเอาตัวเองรอดให้ได้ก่อน เขาไม่ได้สนใจเลยสักนิดเดียวว่าบรรดาลูกน้องของเขาจะเป็อย่างไร แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังไม่หลุดพ้นจากขอบเขตของละอองฝนได้ตามที่เขาหวัง
ดารินสังเกตเห็นถึงการเคลื่อนไหวของผู้พันประสิทธิ์ั้แ่แรกแล้ว เธอหันไปพูดกับเหล่าทหารวสุธาอย่างใจเย็น “พวกคุณช่วยใช้เวทมนตร์ไปดักตาคนนั้นหน่อยได้ไหมคะ?”
เหล่าทหารวสุธาถึงแม้จะยังไม่ฟื้นฟูกลับมาเป็ปกติ แค่พวกเขาก็กลับมามีกำลังวังชามากพอที่จะทำตามคำขอของคนที่ช่วยเหลือชีวิตของพวกเขาไว้ได้
ซุ่ม ซุ่ม ซุ่ม!
ทันใดนั้นเกิดกำแพงหินขึ้นดักขวางผู้พันประสิทธิ์รวมถึงเหล่าทหารนภาทุกคนจนมองดูแล้วเหมือนห้องห้องหนึ่งที่มีเพียงฝั่งที่หันมาหาพวกเขาที่เปิดออก
“หน็อย เ้าพวกก้อนกรวด คิดว่ากำแพงหินกระจอกกระจอกแบบนี้จะหยุดฉันได้งั้นเหรอ?” ผู้พันประสิทธิ์คำรามออกอย่างฉุนเฉียว ก่อนจะยกมือเตรียมร่ายคาถา “มนตร์แห่ง...”
ในวินาทีเดียวกันละอองฝนก็หายไป หนังสือที่ลอยกลางอากาศของดารินก็เริ่มพลิกหน้ากระดาษอย่างบ้าคลั่ง และแล้วมันก็หยุดตรงที่หน้ากระดาษเกือบจะหมดเล่ม
“มนตร์ผสานดินและน้ำ” ดารินท่องมนตร์คาถาออกมาทันทีที่หนังสือหยุดการเคลื่อนไหวพร้อมทำท่าขยำมือ “จงออกมา เถาวัลย์พันธนาการ”