ตอนที่ 6 : สวมปลอกคอ
“นายคิดว่าพวกเราหิวไม่เป็นหรือไง?” นาเทียร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงงอเเงหน่อยๆ เลเซียเองมองตามถุงกระดาษเเละสัมภาระมากมายที่ผมซื้อเพิ่มเติมเข้ามา
“โทษทีๆ เเวะซื้ออะไรนิดหน่อยน่ะ”ผมเอ่ย ก่อนจะวางถุงอาหารลงบนโต๊ะไม้กลางห้องครัวเล็กๆ เลเซียเเละนาเทียร์ร้องดีใจกันยกใหญ่ รีบเอาเนื้อย่างเเละเครื่องเคียงใส่จานไม้เเละนั่งลงกินอย่างเอร็ดอร่อย
ผมเเวะซื้อเครื่องครัวมาด้วย เเถมยังซื้อเมล็ดผักมา คิดว่าจะทำพื้นที่ด้านหลังบ้านเป็นแปลงผักสักหน่อย เเต่ไว้ว่างๆ ก่อนเเล้วกัน
คืนนี้ผมต้องใส่ปลอกคอให้พวกเธอ ถึงจะรู้สึกผิดแปลกๆ เเต่ก็อดตื่นเต้นไม่ได้ ต้องเป็นเพราะพลังปิศาจในตัวหรือไม่ก็ความหื่นลึกๆ ข้างในที่อยากลองใช้คำสั่งกับพวกเธอดูเเน่ๆ
ผมเก็บปลอกคอไว้ในช่องเก็บของส่วนตัว ผมเองก็ไม่กล้าใช้พลังพิเศษของตัวเองให้พวกเธอเห็น อยากคุยกับสาวเสิร์ฟคนนั้นให้รู้เรื่องซะก่อนค่อยว่ากันอีกที
และเพราะอย่างนั้นผมเลยต้องซื้อกระเป๋าหนังใบโตสำหรับใส่ของ เผื่อจะไปเก็บวัตถุดิบหรือทำภารกิจอะไรในอนาคต
ลำบากเเท้ๆ มีพลังดีๆ เเต่ดันใช้ให้ใครเห็นไม่ได้เนี่ย
“เอาล่ะ คงถึงเวลาที่พวกเธอต้องใส่เจ้านี่เเล้ว”ผมหยิบปลอกคอออกมาสองอันเเละเดินออกมานอกห้อง เมื่อเซเลียเเละนาเทียร์เห็นก็ตาเบิกโพลง
“ปะ ปลอกคอ เหรอ..?”เซเลียเอ่ย สองสาวนั่งคุยเล่นกันอยู่ในห้องนั่งเล่นหันมามองผมด้วยใบหน้าเจื่อน
“ใช่น่ะสิ ก็พวกเธอจะเป็นทาส เเถมถ้าอยากจะเข้าไปในเมืองของปิศาจก็ต้องสวมปลอกคอเท่านั้นเเหละ ไม่อย่างนั้นก็เข้าไม่ได้หรอกนะ นอกจากพวกเธอจะเป็นทาสเเค่ในบ้านฉัน”ผมอธิบายไปตามความจริง สองสาวมองหน้ากันพลางทำหน้าครุ่นคิดหนัก
หรือว่าพวกเธอไม่คิดว่าการเป็นทาสจะต้องสวมปลอกคอแบบนี้กันนะ?
“กะ ก็ได้..”เซเลียเอ่ยขึ้นในที่สุด
การสวมปลอกคอที่ทารันสอนมานั้นง่ายมาก ทาสจะสวมปลอกคอได้เมื่อยินยอมจะสวมเท่านั้น ซึ่งส่วนตัวผมว่าเกิดจากการบังคับให้ยินยอมมากกว่า
“งั้นเซเลีย เธอจะยอมเป็นทาสของฉันไหม?”ผมเปิดใช้งานปลอกคอ ก่อนปลอกคอจะปรากฏตัวอักษรเรืองเเสงที่ผมอ่านไม่ออกขึ้นรายล้อมไปทั่ว
“ข้าเซเลีย..จะขอรับใช้บาร็อค..เป็นนายของข้า..”เซเลียพูดอึกอัก
หลังพูดประโยคที่ว่าเสร็จปลอกคอก็หายจากมือผมเเละไปปรากฏอยู่ที่คอของเธอ ผมเห็นคำอธิบายขึ้นข้างตัวของเซเลียด้วย
< เซเลีย : นักดาบระดับ 10 ทาสในการปกครองของบาร็อค ––ยังไม่มีคำสั่งเฉพาะตน >
“ขะ..ข้า..นาเทียร์..ขอรับใช้บาร็อค..เป็นนายของข้า”
< นาเทียร์ : นักดาบระดับ 10 ทาสในการปกครองของบาร็อค ––ยังไม่มีคำสั่งเฉพาะตน >
“เท่านี้ก็เรียบร้อย งั้นฉันขอสั่งพวกเธอเลยก็เเล้วกันนะ ว่าถ้าเข้าไปในเมืองปิศาจไม่ว่าจะที่ไหนก็ตาม ห้ามบอกข้อมูลหรือเล่าอะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับเผ่าปิศาจให้คนอื่นฟังเด็ดขาด เข้าใจไหม?”ผมออกคำสั่งตามที่ลุงทารันกำชับเอาไว้
“รับทราบค่ะ!”ทั้งสองพูดขึ้นพร้อมกันทันทีเหมือนโดนพลังจากปลอกคอบีบให้พูดโดยไม่ต้องคิด
“เอาล่ะ เสร็จเรื่องวันนี้สักที พวกเธอก็ทนนอนบนโซฟาไปก่อนเเล้วกันนะ”ผมกล่าว ก่อนจะขอตัวกลับเข้าไปในห้อง มีบางอย่างที่ผมอยากรู้เกี่ยวกับเเสงเเห่งจิตวิญญาณ
ผมปิดประตูลงกลอนอย่างดีกลัวพวกเธอจะเข้ามา ก่อนเปิดหน้าต่างเรืองเเสง เลื่อนนิ้วไปหน้าช่องเก็บของเเละเรียกเเสงเเห่งจิตวิญญาณขึ้นมา มันส่องสว่างเรืองอยู่ในมือผม ไม่ร้อนเเละไม่เย็น เเต่รู้สึกได้ว่ามีอะไรที่บางเบาอยู่ในมือ
< สามารถนำเเสงเเห่งจิตวิญญาณ 10 ชิ้น (ในระดับพลังของเเสงไม่น้อยกว่าระดับของผู้ฆ่า 5 ระดับ) แปลงเป็นผลึกเเห่งจิตวิญญาณ 1 ชิ้น สำหรับเสริมพลังอาวุธได้ >
“อืมม..”ไม่รู้ทำไมผมกลับเข้าใจว่าหมายถึงอะไรเเละไม่คิดว่ามันซับซ้อน เเต่การเสริมพลังมันต้องไปที่ร้านทำอาวุธไม่ใช่เหรอ เเล้วทำไมผมถึงมีคำสั่งให้กดเสริมพลังได้ล่ะ
หรือว่านี่คือพลังต้องห้ามที่ว่าหว่า?
ถึงอยากจะลองแต่ผมก็ยังมีไม่ถึงสิบชิ้นเลยยังลองไม่ได้ เลยพับหน้าต่างเรืองเเสงไปจากตรงหน้าตัวเอง เเต่พอจะทิ้งตัวลงนอนก็ดันนึกขึ้นได้ว่าเกือบลืมอาบน้ำซะเเล้ว
ผมเด้งตัวลุกพรวด เปิดประตูออกมาเเละเดินตรงดิ่งมายังห้องน้ำ และทันทีที่ผลักบานประตูไม้เข้าไป ผมก็พบเรือนร่างบางที่เผยส่วนเว้าโค้งเด่นชัดของนาเทียร์เด่นหราอยู่ตรงหน้า
แผ่นหลังที่เปียกปอนด้วยหยดน้ำที่ค่อยๆ ไหลจากหลังคอลงมายันก้นงอนสวย เรือนผมสีดำขลับถูกมัดรวบเป็นจุดไว้บนหัว ไหนจะเอวคอดกิ่วนั่น และหน้าอกทรงโตที่เห็นด้านข้างได้แบบวับแวมจากด้านหลัง
“กรี๊ดด––”นาเทียร์ร้องตกใจเมื่อหันมาเห็นผมยืนมองอยู่ ผมเองก็ตกใจไม่ต่างกันที่ดันเผลอมองจนลืมตัว
เดี๋ยวสิ ทำไมผมต้องตกใจเเละทำเหมือนตัวเองผิดด้วยล่ะ ในเมื่อนี่มันบ้านผมเเละเธอเป็นทาสของผมเเล้วนะ ถึงจะชั่วคราวก็เถอะ
“นะ นายเข้ามาได้ไง”นาเทียร์เอ่ย เซเลียได้ยินเสียงร้องของเพื่อนก็รีบวิ่งมา ผมยกมือขึ้นเป็นทีให้เธอหยุดอยู่ตรงทางเดิน และโบกมือเบาๆ ให้เธอกลับไปที่ห้องนั่งเล่นตามเดิม
“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ ไหนๆ ก็เข้ามาแล้วเธอก็อาบน้ำให้ฉันหน่อยสินาเทียร์”ผมเอ่ย การมีอำนาจสั่งการมันเป็นแบบนี้เองสินะ รู้สึกดีจริงๆ ถึงจะแอบรู้สึกผิดลึกๆ ไม่หาย แต่พวกเธอก็ดูจะชอบเรื่องลามกอยู่เเล้วนี่ คงไม่ใช่เรื่องแปลกถ้าผมจะทำแบบนี้
“..ได้สิ”เธอเอ่ย ใบหน้าเเดงเรื่อของเธอช่างดูน่ารัก คืนนี้ผมตัดสินใจเเล้วว่าจะเลือกเธอมานอนด้วย เพราะไงซะเตียงนอนมันก็เป็นเตียงเดี่ยว หรือจะเอาทั้งสองคนเลยดี อืม ลำบากใจจริงๆ วุ้ย!
(จบตอน)