เฟลิกซ์แบกเ้าหญิงยูแอนาเข้ามายังห้องโถงกว้างใหญ่ในคฤหาสน์ พื้นเป็พื้นหินอ่อนสีขาวสะอาดตา ที่สุดของห้องโถงเป็บันไดสีน้ำตาลตัดกันกับพรมสีน้ำเงินที่ปูทับบันไดหลายสิบขั้นเป็อย่างดี ตรงกลางเป็โซฟาหนังสัตว์ที่นั่งสำหรับแขก เขาเดินตรงไปแล้วหยุดตรงที่โซฟา เฟลิกซ์วางเ้าหญิงลงอย่างเบามือ เขาเอามือัันวดๆ กับไหล่ของตัวเองพลางบ่นความในใจออกมา
“หนักจัง”
เ้าหญิงเมื่อได้ยินเช่นนั้นเธอถึงกับหัวเสียกับชายที่ทำท่านวดไหล่ตัวเอง หล่อนใช้เท้าข้างที่พลิกถีบเต็มแรงที่ขาของชายหนุ่มผมสีเงินที่ยืนอยู่ข้างๆ โซฟาจนเขากระเด็น ในจังหวะนั้นดยุกคริสโตเฟอร์เดินเข้ามาเห็นเหตุการณ์พอดี เขาเห็นลูกชายของเขาเซแทบล้มลงกับพื้น
ด้วยความที่อยากจะจัดการเฟลิกซ์แต่เ้าหญิงกับใช้เท้าข้างที่ยังเจ็บอยู่ นั้นจึงทำให้ความเ็ปที่มีอยู่แล้ว ทวีคูณขึ้น เธอส่งเสียงร้องคร่ำครวญ
“โอ๊ย!!!”
“หมอรีบดูอาการเธอเร็ว” เสียงชายวัยคนออกคำสั่งกับหมอให้ไปดูแลเ้าหญิง
หมอบรรเทาอาการปวดข้อเท้าของเ้าหญิงได้อย่างชำนาญ ตอนนี้ขาของเธอข้างที่เท้าพลิกถูกพันด้วยผ้าพันแผลหนาหลายชั้น เ้าหญิงเดินได้ไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่นัก หมอบอกกับเธอว่าต้องรอเป็อาทิตย์ข้อเท้าจึงจะหายดีแล้วจะเอาผ้าพันแผลออกได้
“เฟลิกซ์ ช่วยพยุงคุณยูแอนาไปที่ห้องที” ดยุกบอกกับลูกชาย
“ครับ” เฟลิกซ์ตอบรับผู้เป็พ่อ เขาหันหน้าไปมองเ้าหญิงก่อนที่ยื่นมือออกมาเพื่อให้เ้าหญิงจับ
เ้าหญิงไม่ได้สนใจเฟลิกซ์เลย เธอหันไปมองเวนิสสาวรับใช้ที่เอาแต่ก้มหน้าลงกับพื้น เธอกลัวว่าดยุกจะทำโทษสาวใช้ หล่อนไม่อยากให้เกิดเื่แบบนั้นขึ้น เพราะหล่อนได้สัญญากับเธอเอาไว้แล้วว่าจะช่วยไม่ให้ดยุกลงโทษเวนิส
“เดี๋ยวก่อนค่ะ ท่านดยุก” เ้าหญิงหน้าไปมองชายหัวขาว
“เวนิสไม่ผิดนะคะ ฉันไม่อยากให้ท่านลงโทษเธอ ฉันเป็คนชวนเวนิสออกไปข้างนอกแล้วก็ดื้อเองจนกลับมาดึกแบบนี้ค่ะ”
“แต่ถึงอย่างนั้นกฎก็ต้องเป็ไปตามกฎนะครับ” ดยุกเ็า เ้าหญิงเริ่มใจเต้นรัวเธอกลัวว่าเขาจะไม่ฟังที่เธอพูด
“ถ้าเช่นนั้นได้โปรดลงโทษฉันด้วยค่ะ”
“เฟลิกซ์ นายรีบพาเธอไปพักเสีย” ดยุกพูดอย่างใจเย็น แต่เฟลิกซ์ไม่กล้าแตะเนื้อต้องตัวเ้าหญิงโดยไม่ได้รับอนุญาตอีกครั้ง เขาจึงยืนนิ่งอยู่ก่อน
“ไม่ค่ะ ฉันจะอยู่ที่นี่รอรับการลงโทษค่ะ” เ้าหญิงดื้อดึง
“คุณยูแอนาไม่ต้องทำแบบนั้นหรอกค่ะ เวนิสผิดเองค่ะ ฮือๆ ” สาวใช้ผมสีน้ำตาลร้องไห้สะอึกสะอื้น
“เฟลิกซ์...” ดยุกเรียกลูกชายที่ยืนนิ่งราวกับหินให้พาตัวเ้าหญิงไปได้แล้ว
“เฟลิกซ์!!!” เ้าหญิงพูดเชิงขู่ลูกชายท่านดยุก
ชายหนุ่มผมสีเงินเขาไม่รู้ว่าควรจะฟังใครดี ถ้าทำตามที่คนนั้นบอกก็จะขัดใจคนนี้ อีกคนก็พ่อ อีกคนก็เป็เ้าหญิงองค์รัชทายาท ไม่มีทางใดที่เขาจะสามารถเลือกได้เลย ดยุกเห็นลูกชายตัวเองกำลังลำบากใจ เขาจึงเอามือกุมขมับ ปกติแล้วการลงโทษข้ารับใช้ที่อยู่ใต้ชายคาของดยุกมันไม่เคยจะเป็เื่ยากแบบนี้ แต่ครั้งนี้มันไม่เหมือนกันเพราะมีคนที่ดยุกไม่อาจก้าวล่วงได้นั่นก็คือ เ้าหญิง
ดยุกเลือกที่จะยอมแพ้ให้กับเ้าหญิงที่ดื้อรั้น แต่เขาก็สร้างเงื่อนไขหนึ่งขึ้นมาเพื่อไม่ให้ข้ารับใช้เคยตัว
“ได้ ผมจะไม่ลงโทษเวนิส แต่...” ดยุกเงียบไปสักพัก เขาดูปฏิกิริยาของเ้าหญิง ใบหน้าเธอพอใจอย่างมากกับสิ่งที่ดยุกพูด แต่เขายังพูดไม่จบ แล้วเขาเริ่มพูดอีกครั้ง
“เวนิสจะต้องไปเป็ลูกมือในครัวสองอาทิตย์ และไม่มีข้อแม้ใดๆ” ดยุกมองไปที่เ้าหญิงและมองสลับมาที่เวนิสที่เอาแต่ร้องไห้
“ถ้าเช่นนั้นใครจะดูแลฉันคะ?” เ้าหญิงถาม
“เวนิส...เพียงแต่เธอมีหน้าที่งานในครัวต้องรับผิดชอบครับ” ดยุกตอบคำถามเ้าหญิงผู้ดื้อรั้น
“โอเค ได้เวลานอนแล้วครับ ผมคิดว่าคุณคงต้องพักผ่อนได้แล้ว” ดยุกยิ้มร่าให้กับเ้าหญิง เธอมองเขา แล้วหันมองหนุ่มผมสีเงินที่ตอนนี้เหมือนเขากำลังเอาูเาออกจากอกงั้นละ เธอยื่นไปจับแขนของเขา ชายหนุ่มรู้หน้าที่ เขาพยุงตัวเ้าหญิงให้ลุกขึ้น เขาพาเธอเดินขึ้นบันไดค่อยๆ เดินอย่างระวัง ตามมาด้วยเวนิสสาวใช้ เดินไปจนสุดทางแล้วหยุดที่หน้าห้องห้องหนึ่ง
ชายหนุ่มเปิดประตู เขาส่งต่อหน้าที่ให้กับเวนิสเพื่อพาเ้าหญิงเข้านอน ทันทีที่เขาหันหลังให้กับพวกเธอ เสียงหนึ่งดังขึ้น
“เฟลิกซ์......ขอบคุณนะ สำหรับวันนี้” เ้าหญิงยิ้มให้เขา เฟลิกซ์เหมือนโดนมนต์สะกด เขายืนนิ่งไปสักพักก่อนที่จะตอบกลับผู้ที่ยืนยิ้มให้กับเขา
“ครับ” เขายิ้มหน้าบานให้เ้าหญิงอย่างกับเด็กน้อยที่ได้รับขนมจากคนแปลกหน้า เวนิสที่รำคาญหน้ายิ้มโง่ๆ ของเขา เธอจึงรีบปิดประตูใส่หน้าเขา จนเธอเพิ่งมานึกขึ้นได้ว่าเธอไม่ควรทำเช่นนั้นกับลูกชายท่านดยุก
เวนิสอาบน้ำให้เ้าหญิงแล้วพาเ้าหญิงเข้านอน เธอจึงออกจากห้องไป ไปยังห้องนอนของตัวเองจัดการอาบน้ำอาบท่าให้เรียบร้อย เตรียมตัวรับบทเป็ผู้ช่วยแม่ครัวแม่ครัว ใครๆ ก็รู้ว่างานในครัวมันหนักหนาสาหัสมากขนาดไหน แต่เวนิสคิดว่ามันก็ยังดีเสียกว่าการโดนเฆี่ยนตีเสียอีก เธอเคยโดนไปครั้งหนึ่ง จนตอนนี้แผลที่ถูกแส้ฟาดที่หลังของเธอยังไม่หายไปไหนเลย
...
เวนิสตื่นขึ้นมาทำหน้าที่ของตัวเองแต่เช้า เธอรีบมาที่ห้องของเ้าหญิงและพาเธอไปอาบน้ำ และหลังจากนั้นก็ขอตัวไปทำหน้าที่ที่ห้องครัวต่อ ทิ้งเ้าหญิงให้อยู่ในห้องสี่เหลี่ยมสีม่วงอ่อนคนเดียว เธอนั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง นี่ก็วันที่สองแล้วที่เธอมาอยู่ที่นี่ ไม่รู้เลยว่าทางฝั่งอาณาจักรบาเมลตอนนี้สถานการณ์จะเป็อย่างไร ดยุกอาเรสคงกุมอำนาจสูงสุดอยู่ เขายังไม่สามารถขึ้นครองราชย์แทนเธอได้ การลอบสังหารพระาาและพระราชินีแห่งอาณาจักรบาเมลไม่ใช่เื่ที่ใครจะปล่อยผ่าน
จะต้องเกิดเื่วุ่นวายขึ้นแน่ เธอมั่นใจ มีการแบ่งพรรคแบ่งพวก แล้วยิ่งองค์รัชทายาทหายตัวไปด้วยแบบนี้ยิ่งไม่ใช่ผลดีแน่ บางทีเ้าหญิงคงต้องหารือกับท่านดยุกให้วางแผนอะไรสักอย่าง หาวิธีที่จะทำให้เธอขึ้นครองราชย์ได้ การตายของท่านพ่อและท่านแม่จะต้องไม่สูญเปล่า
ในระหว่างที่เธอกำลังคิดอะไรอยู่นั้น สายตาได้จับจ้องกับอะไรบางอย่างโดยไม่ได้ตั้งใจ ผมสีเงินที่พลิ้วไหวไปกับสายลม ร่างผอมสูงในเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ชายเสื้อออกมานอกกางเกงดูไม่เรียบร้อย เหมือนเขากำลังมองอะไรอยู่
เ้าหญิงพยายามมองว่าเขากำลังยืนมองอะไรอยู่ ทำไมถึงได้ยืนสงบราวกับรูปปั้นเช่นนั้น เมื่อเธอเห็นเขาสิ่งหนึ่งที่เข้ามาอยู่ในความคิดเธอคือ การปรากฏของเขาเมื่อคืน หลังจากนั้นคำถามต่างๆ ก็ตามมา เขาไปทำอะไรที่นั่น เขามายืนข้างเธอั้แ่เมื่อไหร่ทำไมเ้าหญิงถึงไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าก่อนหน้านั้นเลย ดวงตาของเธอยังคงมองชายผมเงินที่ยืนนิ่งตรงนั้นอยู่ แต่ใจเธอหลุดลอยไปกับคำถามมากมายในหัว
ร่างผอมสูงรู้สึกตัว เขามองมายังสายตาที่กำลังจับจ้องเขา เ้าหญิงใที่อยู่ๆ เขาก็หันหน้ามามองเธอ เธอสะดุ้งเล็กน้อยก่อนที่จะโบกมือทักทายเขาเพื่อซ่อนความประหม่าของเธอ เขาเห็นเช่นนั้นก็โบกมือให้กับเ้าหญิงเช่นกัน ใบหน้าเขายิ้มแย้มดูสดใส เหมือนสุนัขตัวน้อยที่เห็นเ้าของ
เมื่อครั้งที่เธอเจอเขาครั้งแรกที่ห้องรับประทานอาหาร เขายังมีสีหน้าที่เรียบเฉยกับเธออยู่เลย ไม่รู้ว่าไปกินอะไรผิดสำแดงมาถึงได้ร่าเริงแบบนั้น เ้าหญิงเห็นเช่นนั้นเธอก็รู้สึกเอ็นดูการกระทำของเขา เธอสังเกตเห็นว่าเ้าสิ่งที่เฟลิกซ์กำลังจ้องมองอยู่เมื่อครู่คือ ดอกกุหลาบสีขาว มันมีอยู่ต้นเดียวเสียด้วย บางทีเขาคงเป็ผู้ชายโรแมนติกเ้าหญิงคิดในใจ
เขาชี้ไปที่ดอกกุหลาบสีขาวต้นนั้น แต่เ้าหญิงไม่เข้าใจว่าเขา้าจะสื่ออะไร เธอเบื่อที่จะดูเขาเล่นละครใบ้เธอจึงทำท่าโบกไม้โบกมือ แล้วก็หายเข้าไปในห้อง
เฟลิกซ์ก็ไม่เข้าใจว่าเ้าหญิงจะบอกอะไรแก่เขา ชายหนุ่มมองเ้าดอกกุหลาบขาวนั่นอีกครั้ง เขาคิดว่ามันดูเหมือนกับผิวขาวเ้าหญิง สีของดอกกุหลาบไม่ได้ขาวไปเสียทีเดียว มันปนสีชมพูอ่อนๆ ยิ่งมองก็ยิ่งทำให้นึกเ้าหญิง เขาตัดสินใจตัดดอกกุหลาบสีขาวเพื่อจะนำเป็ของขวัญให้กับเ้าหญิง
มันก็ไม่เชิงว่าเป็ของขวัญหรอก เป็ของแทนคำขอโทษจากเขามากกว่า เฟลิกซ์รู้ตัวดีว่าเขานั้นล่วงเกินเ้าหญิง เขาไม่มีสิทธิ์ไปจับตัวเธอแบบนั้นเลย ฐานะของเธอและเขาต่างกันราวกับฟ้ากับเหว และที่สำคัญเธอเป็เ้าหญิงที่ดุร้ายแบบสุดๆ
“ก๊อก ก๊อก”
มีเสียงเคาะประตูที่หน้าห้องของเ้าหญิง เธอพยายามเดินด้วยขาที่บวมข้างหนึ่งไปที่ประตูเพื่อที่จะเปิดประตู ร่างที่ยืนอยู่หน้าประตูไม่ใช่เวนิส แต่เป็เฟลิกซ์มือของเขาถือดอกกุหลาบสีขาวมาด้วย ไม่ต้องเดาเลยว่าเขาไปเอาดอกกุหลาบนั่นมาจากที่ไหน เขายื่นดอกไม้ให้เ้าหญิง
“อา...ขอบคุณ” เ้าหญิงมองไปที่ดอกกุหลาบสีขาวที่ชายหนุ่มยื่นมาให้ เธอเอื้อมมือไปรับดอกไม้ที่เขาให้
“ขา เป็อย่างไรบ้างครับ” เฟลิกซ์ชวนเธอคุย
“ก็ยังปวดๆ อยู่นะ” เ้าหญิงก้มหน้าลง เธอดมกลิ่นเ้ากุหลาบสีขาวที่ตอนนี้อยู่มือเธอ กลิ่นมันยากเกินที่เ้าหญิงจะต้านทานได้ มันช่างหอมและยั่วยวนเหลือเกิน
เขามองเ้าหญิงหลงใหลในดอกกุหลาบที่เขาได้ให้เธอไป เ้าหญิงรู้สึกตัวว่าทำไมเฟลิกซ์ถึงเงียบไปเธอเลยเงยหน้าขึ้นเพื่อดูเขา เมื่อทั้งสองสบตากัน เฟลิกซ์มีท่าทางประหม่า เขาหลบหน้าเ้าหญิง เธอไม่เข้าว่าเฟลิกซ์จะแอบมองเธอทำไม เ้าหญิงนึกเื่หนึ่งขึ้นได้แต่คิดว่ามันคงไม่ดีถ้าจะยืนคุยกันอยู่อย่างนี้
“เข้ามาข้างในก่อนสิ”
“หา...คะ ครับ!!!”
เ้าหญิงเชิญให้ลูกชายของดยุกเข้ามาในห้อง เฟลิกซ์ยื่นแขนออกมาเพื่อให้เ้าหญิงจับแขนเขาจะได้เดินได้สะดวกขึ้น ทั้งสองนั่งลงที่โซฟา
“เื่เมื่อคืน คุณไปทำอะไรนั่นหรือ?” เ้าหญิงถามในสิ่งที่เธออยากรู้ พลางมองไปที่ดอกกุหลาบสีขาวช่อนั้น
“ผม...ไปทำธุระให้ท่านพ่อครับ” เขาหลบตาขณะที่ตอบ เ้าหญิงยูแอนาไม่ใช่คนโง่ เธอเป็ผู้หญิงที่รอบรู้มากคนหนึ่งเลย เธอรู้สึกว่าเขาปิดบังอะไรเธอ
“ตอนที่คุณมา ฉันไม่เห็นได้ยินเสียงคุณเลย” เ้าหญิงสบตาเขา
“ผมเห็นคุณนั่งเหม่ออยู่ อาจจะเป็เพราะคุณเหม่อเลยไม่ทันได้สังเกตนะครับ” เขาพยายามอธิบาย
เ้าหญิงนึกไม่ออกแล้วว่าจะคุยอะไรกับเขาต่อไป เธอหมดข้อสงสัยในตัวเฟลิกซ์แล้ว แต่ดูเหมือนเฟลิกซ์จะมีเื่บางอย่างที่เขาสงสัยอยู่
“ช่วยเล่าเื่ในคืนนั้นให้ฟังหน่อยได้มั้ยครับ?”
เ้าหญิงมองหน้าเขา เธอรีบหลบตาเธอรู้สึกไม่สะดวกใจเลยที่จะต้องบอกเื่คืนที่แสนเ็ปนั้นให้เฟลิกซ์ฟัง
“ฉันคิดว่า ฉันควรจะเล่าเื่นั้นเมื่อมีท่านดยุกอยู่ด้วย” ชายหนุ่มผมสีเงินนิ่งไปสักพักเขาทำท่าครุ่นคิด
“ครับ ผมขอโทษที่เสียมารยาท ไม่นานท่านพ่อคงจะคุยเื่นี้กับเ้าหญิงสักวัน” เขาตอบ เมื่อมองใกล้แบบนี้แล้ว เฟลิกซ์เป็ชายหนุ่มที่หน้าตาหล่อเหลาเอามากๆ ดวงตาสีฟ้าอ่อน ผมสีเงิน และผิวที่ขาวซีดอย่างกับแป้งสาลี จมูกโด่งเป็สัน เขาดูหล่อแบบหน้าหวานเหมือนผู้หญิง บุคลิกเงียบขรึมทำให้เขาดูมีความน่าเกรงขาม
แสงส่องกระทบใบหน้าของเขา มันยิ่งทำให้เขานั้นดูขาวและสว่างขึ้นไปอีก นั่นจึงทำให้เ้าหญิงสงสัยในตัวเขาอีกแล้ว ผิวที่ขาวซีดเหมือนกับว่าทั้งชีวิตเขาไม่เคยโดนแดด หรือไม่เคยได้รับความลำบากอะไร ทำไมเขาถึงเป็ผู้ไปช่วยเธอจากการตามล่าของทหารได้
“คุณต่อสู้เป็มั้ยคะ?” เ้าหญิงถามเขาอีกครั้ง
“ได้นิดหน่อยครับ” เขาหลบเธออีกแล้ว เ้าหญิงยิ่งสงสัยมากขึ้น
“ฉันเห็นว่าคุณมีผิวที่ขาวซีด แล้วบ้านเมืองนี้ก็ไม่มีทหารก็เลยคิดว่าคุณคงไม่ได้รับการฝึกการต่อสู้แบบผู้ชายอาณาจักรอื่น”
เฟลิกซ์มองหน้าเ้าหญิงตัวแสบ เธอกำลังเหน็บแนมเขาอย่างสุภาพ
“มันเป็แค่ฉากหน้าเท่านั้นล่ะครับ เราไม่มีทหารไม่ได้แปลว่าเราต่อสู้ไม่เป็” เขาสงวนท่าที
“ฉันอยากเห็นฝีมือการใช้ดาบของคุณค่ะ” เ้าหญิงดูตื่นเต้น เธอเริ่มสนใจชายหนุ่มผีดิบที่อยู่ตรงหน้าเธอ
“ไม่ได้หรอกครับ” เขาปฏิเสธอย่างราบเฉย
“ทำไมคะ?”
“ผมจะชักดาบจากฝักต่อเมื่อมันจำเป็ครับ”
เมื่อเ้าหญิงได้ยินสิ่งที่ชายร่างขาวซีดพูดออกมา เธอก็เริ่มจะหมั่นไส้คำพูดของเขา ทางท่าเก่งจริงๆ เ้าผีดิบ เ้าหญิงสบถเขาในใจ
“ผมต้องไปแล้วครับ ขอบคุณที่เชิญเข้ามาครับ” ชายหนุ่มลุกขึ้น เขาบอกกับเ้าหญิงว่าไม่ต้องส่งเขาก็ได้ หลังจากที่เขาเดินออกจากห้องไป เ้าหญิงแลบลิ้นใส่เขา ให้ตายเถอะ ขัดหูขัดตาชะมัด
เ้าผีดิบนั่น เ้าหญิงหันกลับมามองดอกกุหลาบขาวที่เขาให้เธอไว้ เธอจึงมันขึ้นมา แล้วลุกขึ้นเดินที่แจกันที่อยู่หัวเตียง เธอค่อยๆ จัดเรียงดอกกุหลาบใส่แจกันอย่างเบามือ เ้าหญิงมองแจกันที่มีดอกกุหลาบขาวประทับแทนที่ความว่างเปล่าอย่างเอ็นดู ก่อนจะอารมณ์เสียเมื่อนึกถึงคนที่เอามันมาให้เธอ