บัดนี้ความเปลี่ยนแปลงในแคว้นเหอฉีได้เกิดขึ้นแล้ว คุณชายชิงอวิ้นในฐานะองค์รัชทายาทมีแิที่จะปฏิรูประบบการบริหารราชการ เพื่อปรับปรุงให้ทันสมัยมากขึ้นเหล่าขุนนางต่างเห็นพ้องต้องกันว่านี่คือสิ่งที่ควรจะกระทำมาตั้งนานแล้ว
ตำแหน่งต่างๆของบรรดาขุนนางได้ถูกกระจายกันออกไปให้กับคนใกล้ชิดของใต้เท้าลี่ซื่อ ที่บัดนี้คนของเขาได้เข้าไปกุมอำนาจอยู่ในกรมต่างๆเกือบหมดแล้ว
ท่านอ๋องดูจะพอใจกับการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้เป็อย่างมากแม้จะมีความคิดเห็นที่ขัดแย้งอยู่บ้างจากเหล่าขุนนางาุโแต่ก็ไม่ได้ทำให้พระองค์เปลี่ยนใจ เพราะในใจของพระองค์นั้นหวังเพียงส่งต่ออำนาจให้กับองค์รัชทายาทเท่านั้น
จะมีก็เพียงแต่ขุนนางาุโทั้งสองท่านเท่านั้นที่มองความเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ด้วยความไม่สบายใจยิ่งนัก
“ใต้เท้า สีหน้าของท่านทั้งสองในยามนี้ดูไม่ดีเอาซะเลยนะ” ลี่ซื่อเอ่ยทักทายราชครูและอัครมหาเสนาบดี ในขณะที่กำลังเดินออกจากท้องพระโรงตอนเลิกประชุมขุนนาง
“ในยามนี้จะมีใครเล่าที่จะสุขใจได้เหมือนอย่างกับท่าน”ราชครูตอบกลับไปอย่างเลี่ยงไม่ได้
“ฮ่าๆๆ ท่านราชครูก็พูดเกินไปแล้วข้าเองก็ไม่ได้สุขใจอะไรหรอก ข้าเพียงแต่ดีใจ ที่วันนี้เป็วันแรกที่คุณชายออกนั่งบัลลังก์แทนท่านอ๋อง และการประชุมในเช้านี้สามารถผ่านไปอย่างราบรื่น บัดนี้ท่านอ๋องปรารถนาที่จะเห็นคุณชายขึ้นมาทำหน้าที่แทนท่านอ๋องเหล่าขุนนางน้อยใหญ่ต่างก็พร้อมสนองพระประสงค์เพื่อเห็นแก่บ้านเมือง ท่านเห็นด้วยกับข้าหรือไม่”แม้จะออกตัวว่าไม่มีอะไร แต่น้ำเสียงของลี่ซื่อก็แสดงออกมาอย่างชัดเจนว่า้าจะข่มท่านราชครู
“พวกเราทุกคนก็ล้วนแต่หวังทำเพื่อบ้านเมืองกันทั้งนั้น” อัครมหาเสนาบดีแทรกขึ้นมา
“เช่นนั้นพวกท่านก็น่าจะรับฟังความเห็นของคุณชายมากกว่านี้ไม่ใช่จะค้านไปซะทุกอย่าง” เสนาบดีกลาโหมเฟยฉีที่ยืนอยู่ข้างๆ กล่าวขึ้นมาลอยๆทำเอาราชครูระงับอารมณ์ไม่ไหว
“ใต้เท้าก็เห็นอยู่แล้วสำหรับข้านั้น ไม่ว่าจะเป็ท่านอ๋องหรือรัชทายาทหากเพื่อบ้านเมืองแล้วข้ายินดีทำทุกอย่าง ข้าไม่ใช่ขุนนางมีความสุขอยู่บนทุกข์ของประชาชน หากให้ข้าทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้องสู้ให้ข้ากลับไปอยู่บ้านนอกเสียยังจะดีกว่า ทุกอย่างที่ข้ากราบทูลก็เพื่อเห็นแก่บ้านเมืองทั้งสิ้น .....”อัครมหาเสนาบดีทำท่าจะพูดต่อไป แต่ถูกราชครูห้ามไว้ก่อน
“เอาละๆ อย่าเถียงกันอยู่เลยคุณชายเดินมาทางนี้แล้ว”
คุณชายชิงอวิ้น เดินตรงมายังพวกเขาพร้อมกับเสนาบดีฝ่ายขุนนางเจียวลู่
“เช้านี้อากาศดีเป็พิเศษข้าออกว่าราชการครั้งแรก ท่านราชครู ท่านคิดเห็นเป็เช่นไร”คุณชายเอ่ยถามขึ้นเมื่อเดินมาถึง
“พระองค์ทรงทำได้ดีมากพะยะค่ะ”ราชครูตอบกลับไป
“ดีบัดนี้เสด็จพ่อไว้วางพระทัยให้ข้าปฏิบัติหน้าที่แทนแล้ว ต่อไป ข้าก็หวังว่าพวกท่านทั้งหลายจะจงรักภักดีต่อข้า เหมือนที่พวกท่านจงรักภักดีกับเสด็จพ่อข้ามั่นใจเหลือเกินว่า บ้านเมืองนี้จะเจริญรุ่งเรืองเป็แน่”
คุณชายเดินจากไปพร้อมกับใต้เท้าลี่ซื่อและใต้เท้าเฟยฉี ทิ้งให้ใต้เท้าเจียวลู่ อยู่กับ่ขุนนางผู้ใหญ่ทั้งสองคน
“ข้าละเป็ห่วงใต้เท้าจริงๆ” เจียวลู่เอ่ยขึ้นเมื่อคุณชายเดินจากไปแล้ว “เราก็รู้กันดีไม่ช้าก็เร็วเื่แบบนี้มันต้องเกิดขึ้นแน่ ใต้เท้าทั้งสองก็ผ่านร้อนผ่านหนาวมาหลายปีทำไมยังไม่เข้าใจอีก”
“ใครบอกละว่าข้าไม่เข้าใจข้าเข้าใจทุกอย่างแจ่มแจ้งดีแล้ว เพียงแต่ใต้เท้าคิดว่า ปล่อยให้เป็แบบนี้ต่อไปมันจะดีกับบ้านเมืองจริงเหรอ” ราชครูเอ่ยขึ้นมาเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายพยายามชักจูงให้คล้อยตาม
“ข้าเองก็ห่วงบ้านเมืองไม่น้อยไปกว่าใต้เท้าแต่เราจะปล่อยให้ขุนนางเ่าั้ใกล้ชิดกับคุณชายเพียงลำพังจริงๆ หรือ ทำไมเราไม่ยอมโอนอ่อนเพื่อให้เราได้เข้าไปอยู่ตรงนั้นบ้างเล่าอย่างน้อย มีใต้เท้ามีข้าอยู่ตรงนั้น คนเ่าั้ก็เกรงใจกันบ้างคุณชายเองพวกท่านก็รู้ ว่ายิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ ยิ่งพวกท่านคัดค้านคุณชายก็ยิ่งต่อต้าน ครั้นจะไปกราบทูลท่านอ๋อง ก็แทบจะไร้ผล ท่านอ๋องเวลานี้เชื่อใจคุณชายมากกว่าสิ่งใด ถ้าไร้ซึ่งใต้เท้าทั้งสองข้าเป็ห่วงบ้านเมืองจริงๆ”
“ข้าคิดว่าใต้เท้าจะเป็อย่างคนพวกนั้นซะอีก”อัครมหาเสนาบดีถามหยั่งเชิง
“ หามิได้ ถ้าเป็เช่นนั้นมีหรือที่ข้าจะมาคุยกับใต้เท้าแบบนี้ เราทุกคนรู้ดีว่าคุณชายยังไม่พร้อมแล้วจะนิ่งเฉยกระนั้นหรือ ข้าอาจจะมีวิธีไม่เหมือนกับใต้เท้าทั้งสองแต่เราก็ยังร่วมมือกันได้ ข้าหวังว่า ใต้เท้าทั้งสองจะเห็นด้วยกับข้า”
“เพื่อบ้านเมืองแล้ว พวกเรายินดี” ราชครูตอบรับด้วยความยินดี
“เช่นนั้น ข้าขอตัวก่อน” เจียวลู่เอ่ยคำลาแล้วเดินจากไป
“เจียวลู่ผู้นี้ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ” ราชครูเอ่ยกับอัครมหาเสนาบดีในทันทีที่เจียวลู่เดินจากไป “เห็นทีเวลาของพวกเราใกล้จะหมดลงแล้ว”
...............................................
“ข้าชักจะทนไม่ไหวแล้วกับพฤติกรรมของสองตาเฒ่านั้น เห็นได้ชัดเลยว่า พวกนั้นไม่ให้เกียรติกับท่านเลยนี่ท่านเป็ถึงรัชทายาทนะ แถมตอนนี้ท่านก็เป็ผู้สำเร็จราชการแทนท่านอ๋องอีกแต่ดูที่สองคนนั่นกับท่านสิ” หลี่ซื่อบ่นออกมาด้วยความไม่พอ เขาเป็เพื่อนเล่นกันมาั้แ่เด็กๆกับรัชทายาท จึงไม่แปลกที่เขามักจะเป็เดือดเป็แค้นแทนคุณชายเสมอต่างกับคุณชายที่แม้จะเป็คนหยิ่งทะนงและอารมณ์ร้อน แต่กับเื่นี้เขากลับดูสงบเสงี่ยมเป็พิเศษ
“เ้าจะกังวลไปทำไมข้าไม่เห็นมีอะไรต้องเป็กังวลเลย” คุณชายชิงอวิ้นยังคงนั่งจิบชาสบายใจ ไม่มีวี่แววความกังวลใดๆ อยู่เลย
เห็นได้ชัดว่าั้แ่กลับมารอบนี้ คุณชายชิงอวิ้นดูสุขุมขึ้นเยอะ ถ้าเป็เมื่อก่อนการถูกหักหน้าในที่ประชุมแบบนี้ ไม่มีทางเลยที่คุณชายจะยอมง่ายๆแต่กลับกลายเป็ว่า คนที่เป็เดือดเป็แค้นแทนกลับเป็หลี่ซื่อที่ปกติจะเป็คอยห้ามปรามซะมากกว่า
“ถ้าสองคนนั้นยังอยู่เกรงว่าจะเป็ปัญหากับเ้าในอนาคต” หลี่ซื่อยังไม่คลายกังวล
“เพราะเหตุนี้ไงเราจึงต้องปล่อยให้สองคนนั้นพูด”
“ข้าไม่เข้าใจ”
“เ้าลองคิดดูว่า ยิ่งพวกเขาพูดมากเท่าไหร่ก็ยิ่งแสดงให้เห็นว่าพวกเขาไม่ยอมโอนอ่อนผ่อนให้กับข้าเลย ทำเหมือนพวกเขาจ้องเล่นงานข้า เป็แบบนี้ แทนที่ข้าจะเสียเปรียบ กลับเป็พวกเขาเองนั่นแหละที่จะถูกเหล่าขุนนางทั้งหลายหลีกห่างเพราะขุนนางพวกนี้หวังเพียงแค่เสวยสุขอยู่ในตำแหน่งเท่านั้นการเลือกฝั่งก็ไม่ใช่เื่ยากที่พวกเขาจะตัดสินใจ เช่นนั้นแล้ว สิ่งที่เราควรทำก็คืออยู่เฉยๆ แล้วปล่อยให้การประชุมฆ่าพวกเขาไปเอง ”
“แผนการของท่านช่างล้ำลึกยิ่งนักข้าคิดไม่ถึงจริง” หลี่ซื่อเข้าใจแจ่มแจ้งแล้วถึงความคิดของคุณชาย ถึงตอนนี้ไม่มีเหตุผลใดๆที่จะไปเผชิญหน้ากับราชครูและอัครมหาเสนาบดี เพราะถ้าเป็แบบนั้นแน่นอนท่านอ๋องจะต้องลงมาจัดการ แต่ถ้าเป็ความขัดแย้งของเหล่าขุนนางแล้วนั้น ทั้งหมดก็อยู่ในอำนาจของรัชทายาทที่จะจัดการตามพระประสงค์
“สิ่งที่ข้าเป็กังวลกลับเป็เื่อื่นมากกว่า”
หลี่ซื่อหันกลับมามองด้วยความแปลกใจที่อยู่ดีดีน้ำเสียงของคุณชายดูมีความเคร่งเครียดมากขึ้น ทั้งๆ ที่เมื่อกี้ยังอารมณ์ดีอยู่เลย
“มีอะไรที่ท่านต้องกังวลอีกทั้งขุนนางและกำลังทหารล้วนอยู่ในควบคุมของท่านหมดแล้ว”
“เป็น้องหญิงของข้า” คุณชายชิงอวิ้นเอ่ยออกมาเบาๆ ทำเอาหลีซื่อแทบไม่เชื่อหูตัวเอง
“องค์หญิงหนิงอันเนี่ยนะที่จะเป็ปัญหาต่อท่าน”
คุณชายชิงอวิ้นพยักหน้าเบาๆพลางจ้องไปยังจอกน้ำชาอย่างครุ่นคิด
“ตอนนี้น้องหญิงของข้าโตเป็สาวแล้วข้าได้ยินมาว่า เสด็จพ่อกำลังมองหาคู่ครองให้นางอยู่ เหล่าคุณชายจากแคว้นต่างๆล้วนเสนอตัวเข้ามาไม่ขาดสาย ใครๆ ก็อยากจะหัวใจของนาง ถ้าเราไม่ช่วยกันคัดเลือกให้เขาผู้นั้นเป็คนของเรา ข้าเกรงว่าอนาคตจะต้องมีปัญหาแน่นอน”
“ข้ายังมองไม่เห็นปัญหาอยู่ดี” หลีซือตีสีหน้างงเพราะเขาคิดไม่ออกว่าคู่ครองขององค์หญิงจะเป็ปัญหายังไง
“เ้าเชื่อจริงๆ หรือว่าข้ามีความสามารถพอที่จะเป็อ๋องคนต่อไป” คุณชายชิงอวิ้นถามออกไปตรงๆ เมื่อเห็นว่าหลีซื่อก้มหน้าไม่ยอมตอบเขาก็เอ่ยต่อไปทันที
“แล้วถ้าน้องหญิงได้คู่ครองเป็คุณชายต่างเมืองที่เพียบพร้อมละเ้าไม่คิดหรือว่า ตำแหน่งของข้าจะสั่นคลอน ใครๆ ก็รู้ว่าเสด็จพ่อรักน้องหญิงมากแค่ไหน ถ้าไม่ได้เสด็จแม่ที่คอยหนุนหลังข้าข้าเชื่อว่าป่านนี้ เราสองคนยังคงเร่ร่อนอยู่ในเมืองอยู่เป็แน่”
“งั้นเราก็ต้องรีบเฟ้นหาคนของเรามาสู่ขอองค์หญิง” หลีซื่อรีบเสนอความคิด
“แต่จะเป็ใครละข้าแทบไม่รู้จักกับใครเลย สหายคุณชายชายต่างเมืองก็แทบจะไม่มี สหายของเราที่มีอยู่ ก็มีแต่พวกนักเลงอันธพาลกับพวกไร้หัวนอนปลายเท้า ไม่มีทางที่เสด็จพ่อจะยอมรับ”
“เช่นนั้น” หลีซื่อมีแผนการใหญ่อยู่ในใจ เขาเชื่อว่าความคิดนี้ไม่มีทางที่คุณชายจะปฏิเสธได้ และเป็สิ่งที่เขาเองก็หวังเช่นนั้นมานานแล้ว “เป็ข้าดีมั้ย”
สิ้นคำของหลีซื่อ หน้าแข้งของคุณชายก็พุ่งตรงเข้าชายโครงของเขาเต็มแรง ทำเอาหลีซื่อลงไปนอนจุกอยู่กับพื้น
“อย่าแม้แต่จะคิด น้องหญิงของข้ามีดีกว่าที่เ้าจะหวังได้ อีกอย่าง ข้าเองก็เป็น้องเขยของเ้าข้าไม่อยากได้คนอย่างเ้ามาเป็น้องเขยหรอก”
คุณชายชิงอวิ้นจ้องมองหลีซื่อที่นอนเอามือกุมน้องร้องโอดโอยเสียงดังลั่นห้อง แม้จะเป็คุณชายสูงศักดิ์แต่หามิตรที่ดีไม่ได้เลย ด้วยความเป็คนอารมณ์ร้อนมาั้แ่เด็กๆทำให้เหล่าคุณชายต่างๆ ไม่มีใครยอมจะคบหาสมาคมด้วย จะมีก็แต่หลีซื่อผู้นี้แหละ เป็มิตรสหายใกล้ชิดที่ติดสอยห้อยตามเขามาตลอดแม้แต่่เวลาที่ลำบากอยู่ในเมืองหลวง ก็เป็หลีซื่อผู้นี้ที่คอยช่วยเหลือดูแลจนสามารถผ่านพ้นเื่ราวร้ายๆ มาได้ บางทีนี่อาจจะถึงเวลาแล้วที่เขาจะต้องตอบแทนบุญคุณของหลีซื่อแล้ว
คุณชายชิงอวิ้นเดินเข้าไปหาหลีซื่อที่ตอนนี้ยังคงนอนกองอยู่กับพื้น อีกฝ่ายเมื่อเห็นคุณชายเดินตรงเข้ามาก็รู้ชะตากรรมตัวเองดี ได้แต่ยกมือขึ้นปกป้องตัวเอง แต่เขาก็คาดการณ์ผิดกลับเป็คุณชายที่ยื่นมือออกมาช่วยดึงเขาให้ลุกขึ้น
หลีซื่อยิ่งแปลกใจเข้าไปอีกเมื่อคุณชายใช้มือปัดฝุ่นที่เปรอะเปื้อนตามเสื้อผ้าจัดแต่งเสื้อผ้าของเขาให้เข้าที่ และไม่ลืมที่จะเอามือตบไหล่ของเขาก่อนจะเดินออกจากห้องไป
หลีซื่อยืนมองคุณชายเดินออกจากห้องไปด้วยความโล่งอกที่เขาไม่ถูกลงไม้ลงมือมากไปกว่านี้แต่กลับต้องใยิ่งกว่า เมื่อคุณชายหันมาพูดกับเขาก่อนจะก้าวพ้นประตูไป
“บางทีข้าอาจจะนำข้อเสนอของเ้ากลับไปคิดดูอีกสักครั้ง”