แกร๊ก...
ลูกบิดประตูหมุนส่งเสียงคลิกเบาๆ ก่อนที่บานประตูไม้หนักจะเปิดออกช้าๆ ร่างสง่างามในชุดนักบุญสีขาวของมทินาก้าวเข้ามาในห้อง แววตาเรียบเฉยแต่คมกริบกวาดมองสำรวจภายในห้องอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหยุดนิ่งเมื่อเห็น 'ณิชา' ยืนตัวแข็งทื่ออยู่กลางห้อง ข้างโต๊ะทำงานของนาง
ในเสี้ยววินาทีที่มทินาปรากฏตัว 'นิชา' ก็สวมบทบาทอย่างสมบูรณ์แบบ ดวงตาสีนิลเปลี่ยนเป็นสีฟ้าใสที่เบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ (ที่เสแสร้ง) และความเคารพยำเกรง (ที่ดึงมาจากความทรงจำของร่าง) นางรีบปิดตำราปกดำลงบนโต๊ะอย่างแผ่วเบาที่สุดราวกับไม่ได้ตั้งใจแตะต้องมันมาก่อน พร้อมกับยืดตัวตรง ก้าวถอยหลังเล็กน้อย และก้มศีรษะลงทำความเคารพอย่างนอบน้อม ท่วงท่าอ่อนช้อยงดงามตามแบบฉบับกุลสตรีที่ฝึกฝนมานั้นไหลลื่นออกมาโดยอัตโนมัติราวกับเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายนี้มาแต่เดิม
'ทำเช่นนี้ ง่ายดายอย่างน่ารำคาญ' นิชา คิดในใจ แต่ภายนอกยังคงรักษาท่าทีสงบเสงี่ยม กลั้นหายใจ เก็บงำพลังและจิตสังหารของตนไว้อย่างมิดชิด
มทินาปิดประตูลงอย่างเงียบเชียบ บรรยากาศภายในห้องพลันกดดันขึ้นทันตาเห็น นางเดินเข้ามาอย่างเชื่องช้า สายตาไม่ได้จับจ้องที่ใดเป็นพิเศษ แต่ 'นิชา' รู้สึกเหมือนทุกการเคลื่อนไหวของตนเองกำลังถูกจับตามองอย่างละเอียดถี่ถ้วน
"ณิชา?" เสียงนุ่มนวลดังขึ้น ทำลายความเงียบ แต่กลับไม่ได้ให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนเคย
"อาจารย์นึกว่าเจ้ากลับไปพักผ่อนที่ห้องแล้ว มีเรื่องอันใด หรือเพียงแค่..." นางเว้นจังหวะ สายตาเหลือบมองตำราปกดำบนโต๊ะแวบหนึ่ง ก่อนจะมองตรงมาที่ 'ศิษย์' ของตน
"...มาเดินชมห้องทำงานของอาจารย์ตามลำพังในยามวิกาลเช่นนี้?"
คำถามเรียบๆ แต่แฝงความนัยนั้น ทำให้ 'นิชา' ต้องรีบตอบสนอง นางเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย สบตามทินาด้วยแววตาที่พยายามสื่อถึงความรู้สึกผิดและความประหม่า
"ทะ...ท่านอาวุโสนักบุญเจ้าคะ!" เสียงที่เปล่งออกมาสั่นเครือเล็กน้อยอย่างพอดิบพอดี
"ข้าน้อย...ข้าน้อยต้องขออภัยอย่างสูงที่ล่วงเกินเข้ามาโดยพลการเจ้าค่ะ คือ...ข้าน้อยนอนไม่หลับ ยังคงครุ่นคิดถึงข้อสงสัยเรื่องการฝึก 'วิชาดาบสายธารา' ที่ท่านอาจารย์เพิ่งเมตตามอบให้..."
นางก้มหน้าลงอีกครั้ง ทำทีเป็นรวบรวมความกล้า
"ข้าน้อยตั้งใจจะมาเรียนถามท่านอาจารย์ แต่พอมาถึงหน้าห้องแล้วไม่พบท่าน และ...เอ่อ...เห็นประตูไม่ได้ล็อก ข้าน้อยก็เลย...เผลอตัว...เดินเข้ามาดูตำราต่างๆ ด้วยความสนใจเจ้าค่ะ ตำราของท่านอาจารย์น่าทึ่งมากจริงๆ..." นางพยายามชี้นำสายตาไปยังชั้นหนังสือ ไม่ใช่โต๊ะทำงาน
"...ข้าน้อยไม่ได้มีเจตนาจะรบกวนหรือล่วงเกินเลยนะเจ้าคะ! โปรดอภัยให้ข้าน้อยด้วย!"
'นิชา' แอบลอบสังเกตมทินา นางดูยังคงเรียบเฉย แต่ 'นิชา' สัมผัสได้ถึงพลังที่นิ่งสงบแต่พร้อมจะปะทุได้ทุกเมื่อของคนตรงหน้า
มทินาเดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานมากขึ้น นางไม่ได้ตอบรับคำขอโทษนั้นโดยตรง แต่กลับยื่นมือเรียวไปสัมผัสปกตำราสีดำเล่มนั้นเบาๆ
"ตำราโบราณเหล่านี้มีความรู้ที่ลึกซึ้ง...และอันตราย" มทินากล่าว น้ำเสียงยังคงเรียบ แต่แฝงคำเตือน
"บางครั้ง ความอยากรู้ก็อาจนำไปสู่สิ่งที่เจ้ายังไม่พร้อมจะรับมือ
" นางเงยหน้าขึ้น สบตากับ 'ณิชา' ตรงๆ
"ข้อสงสัยเรื่อง 'วิชาดาบสายธารา' ของเจ้าคือสิ่งใดกันแน่? ใช่สิ่งที่อยู่ในตำราเล่มนี้...หรือไม่?"
สายตาของมทินาคมกริบราวกับจะมองทะลุเข้าไปในจิตใจ 'นิชา' รู้สึกถึงแรงกดดันที่เพิ่มสูงขึ้น นี่คือการทดสอบโดยตรง! นางต้องตอบอย่างระมัดระวังที่สุด เพื่อไม่ให้ความลับแตกออกมา...
คำถามที่ตรงไปตรงมาและสายตาคมกริบของมทินา ทำให้ 'ณิชา' (ที่สวมบทบาทอยู่) สะดุ้งเล็กน้อย นางรีบส่ายหน้าปฏิเสธ ดวงตาหลุบต่ำลงมองพื้น น้ำเสียงที่ตอบกลับมายิ่งสั่นเครือและแฝงความหวาดหวั่นมากขึ้น
"มะ...มิใช่เจ้าค่ะ ท่านอาวุโสนักบุญ" นางปฏิเสธเรื่องตำราก่อนเป็นอันดับแรก
"ข้อสงสัยของข้าน้อยไม่ได้มาจากตำราเล่มนี้เลยเจ้าค่ะ ขะ...ข้าน้อยเพียงแค่..." นางเงียบไปครู่หนึ่ง เงยหน้าขึ้นมองมทินาด้วยแววตาที่เหมือนจะใกล้ร้องไห้
"คือ...ข้าน้อยรู้ตัวดีเจ้าค่ะว่าวรยุทธ์ของข้าน้อยยังอ่อนด้อยนัก วิชาดาบสายธาราที่ท่านอาจารย์เมตตามอบให้...แม้จะดีเยี่ยม แต่ก็เป็นเพียงพื้นฐาน ข้าน้อยรู้สึกว่ามันยังไม่เพียงพอที่จะปกป้องตัวเองได้เลยเจ้าค่ะ"น้ำเสียงของนางแฝงความขมขื่นและหวาดกลัว
"ช่วงที่ข้าออกไปทำภารกิจในป่า...ข้า...ข้าถูกกลุ่มศิษย์...น่าจะเป็นศิษย์ในสังกัดของท่านอาวุโสนักบุญสาธิตา... พวกนางมารุมรังแกข้าเจ้าค่ะ!"นางยกมือขึ้นกุมหน้าอก ทำท่าเหมือนยังหายใจไม่ทั่วท้อง
"พวกนางหาว่าข้าทำตัวเด่นเกินหน้าเกินตา... ข้าพยายามต่อสู้ ป้องกันตัวแล้ว แต่...แต่ข้าสู้พวกนางไม่ได้เลยแม้แต่น้อย... ข้าเกือบจะ...เกือบจะตายอยู่ในป่าแล้วเจ้าค่ะ โชคดีที่พอหาจังหวะหนีออกมาได้ทัน"ดวงตาของนางช้อนมองมทินาอย่างมีความหวังระคนละอายใจ
"ข้าน้อยจดจำคำของท่านอาจารย์ได้ขึ้นใจ พยายามอย่างที่สุดที่จะไม่ใช้พลังจาก 'ดาบจำแลง' ที่ท่านอาจารย์เตือนไว้ เพราะท่านบอกว่ามันอันตรายและไม่ควรเปิดเผย... ข้าจึงต้องหนีหัวซุกหัวซุนกลับมา" นางเบนสายตาไปยังตำราปกดำบนโต๊ะแวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับมามองมทินาด้วยแววตาอ้อนวอน
"พอข้ากลับมาถึง ข้าก็รู้สึกหวาดกลัวและไร้ทางสู้เหลือเกินเจ้าค่ะ ข้าต้องการพลัง...ต้องการความแข็งแกร่งเพื่อปกป้องตัวเอง ข้าเดินมาหาท่านอาจารย์ แต่เมื่อไม่พบ...ข้าก็เผลอเข้ามาในนี้ พอเห็นตำราเล่มนั้นตั้งอยู่ มันดู...ดูลึกลับและเหมือนจะแข็งแกร่ง ข้าก็เลย...แค่อยากจะดู...เผื่อว่ามันจะมีหนทาง... ข้าน้อยต้องการความแข็งแกร่งจริงๆ เจ้าค่ะ ท่านอาวุโสนักบุญ! โปรดชี้แนะข้าน้อยด้วย!"
'นิชา' จบคำพูดด้วยท่าทีอ้อนวอนอย่างสุดซึ้ง ก้มหน้าลงรอคอยปฏิกิริยาของมทินา นางใช้ทั้งความอ่อนแอ ความหวาดกลัว การอ้างถึงศัตรูร่วม (ศิษย์ของสาธิตา) และความพยายามที่จะเชื่อฟังคำสั่ง (ไม่ใช้ดาบจำแลง) มาเป็นข้ออ้างในการกระทำของตนเองทั้งหมด หวังว่ามทินาจะเชื่อ หรืออย่างน้อยก็เบนความสนใจไปจากประเด็นที่นางแอบอ่านตำราต้องห้ามได้
มทินายังคงยืนนิ่ง จ้องมอง 'ศิษย์' ผู้อ่อนแอที่กำลังก้มหน้าตัวสั่นอยู่เบื้องหน้าด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก นางเงียบไปครู่ใหญ่ ราวกับกำลังประเมินคำพูดและท่าทีทั้งหมดอย่างละเอียดถี่ถ้วน บรรยากาศในห้องยังคงกดดันและเงียบสงัด มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วๆ ของ 'ณิชา' เท่านั้น
ในที่สุด ริมฝีปากของมทินาก็ขยับ เปล่งเสียงที่นุ่มนวลแต่แฝงความหนักแน่นออกมา
"อาจารย์พอจะเข้าใจความกังวลของเจ้าเรื่องความปลอดภัย" นางกล่าวเรียบๆ
"และความขัดแย้งระหว่างศิษย์ต่างสังกัดนั้นก็มีอยู่จริง การที่เจ้าต้องการแข็งแกร่งขึ้นเพื่อปกป้องตนเองนับเป็นเรื่องที่สมควร"
คำพูดนั้นทำให้ 'ณิชา' แอบผ่อนลมหายใจในใจ ดูเหมือนมทินาจะคล้อยตามเรื่องราวส่วนหนึ่ง
"แต่ถึงกระนั้น..." น้ำเสียงของมทินาเข้มขึ้นเล็กน้อย แต่ยังคงความราบเรียบไว้
"...การถือวิสาสะเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวของอาจารย์โดยไม่ได้รับอนุญาตเช่นนี้ เป็นสิ่งที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง ณิชา" นี่คือการตำหนิโดยตรง แต่ก็ไม่ได้เกรี้ยวกราด
"โดยเฉพาะการแตะต้องตำราที่เจ้ายังไม่มีความรู้ความเข้าใจเพียงพอ อาจนำภัยมาสู่ตัวได้ง่ายๆ" นางเหลือบมองตำราปกดำบนโต๊ะแวบหนึ่ง
"เรื่องข้อสงสัยในการฝึกฝน หรือเรื่องที่เจ้าประสบมา เอาไว้พรุ่งนี้เช้าค่อยมาว่ากันอีกครั้ง" มทินาตัดบท
"ตอนนี้ดึกมากแล้ว ทั้งเจ้าก็ดูเหนื่อยล้า กลับไปพักผ่อนที่ห้องเสียเถิด และจำไว้... อย่าได้เข้ามาในห้องส่วนตัวของอาจารย์โดยไม่ได้รับอนุญาตอีก"
"ขะ...เจ้าค่ะ ท่านอาวุโสนักบุญ ข้าน้อยขออภัยอีกครั้งเจ้าค่ะ" 'นิชา' รีบตอบรับ ก้มศีรษะลงต่ำ แสดงความสำนึกผิดอย่างสุดซึ้ง นางค่อยๆ ถอยหลังอย่างนอบน้อม เปิดประตู แล้วรีบก้าวออกจากห้องไปอย่างรวดเร็วแต่ยังคงกิริยาเรียบร้อย จนกระทั่งลับสายตาไป
เมื่อประตูห้องทำงานปิดลงอย่างสนิท รอยยิ้มจางๆ ที่เคยประดับใบหน้ามทินาก็เลือนหายไปทันที แววตาของนางแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาและครุ่นคิดอย่างลึกล้ำ นางไม่ได้เดินไปพักผ่อน แต่กลับหันไปที่โต๊ะทำงานทันที
มือเรียวหยิบตำราปกดำเล่มนั้นขึ้นมาอย่างแผ่วเบา นิ้วไล้ไปตามปกหนังที่ไร้ชื่อเรื่องอย่างช้าๆ ดวงตาคมกริบจ้องมองมันนิ่งราวกับจะค้นหาความลับที่ซ่อนอยู่ นางพลิกเปิดหน้าหนังสืออย่างรวดเร็ว สายตาไล่ไปตามอักขระโบราณที่ 'ณิชา' เพิ่งอ่านค้างไว้เกี่ยวกับ 'การย้ายวิญญาณ'...
มทินาขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะปิดหนังสือลง วางมันกลับที่เดิมอย่างแม่นยำ นางยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง กวาดสายตามองไปรอบๆ ห้องทำงานของตนอีกครั้ง ราวกับกำลังตรวจสอบว่ามีสิ่งใดผิดปกติหรือเปลี่ยนไปจากเดิมหรือไม่... ความสงสัยระลอกใหม่เริ่มก่อตัวขึ้นในใจของนางอย่างเงียบเชียบ