เมื่อใบไม้เริ่มเปลี่ยนสี น้ำในลำน้ำเหอเย็นจัดเย็นลงซือคงก็ไม่อนุญาตให้จูซื่อไปซักผ้าที่ท่าน้ำอีก ซือเฟิงหลงจึงอาสาไปซักผ้าแทนมารดาทุกสองวันเด็กชายจะหิ้วถังใส่ผ้าเดินเลาะเลียบไปตามริมน้ำหายเข้าไปในป่าต้นน้ำเป็เวลานาน
ชาวบ้านเกรงว่าชนวนแค้นระหว่างจูเจิ้นกับซือเฟิงหลงจะนำความเดือดร้อนมาให้จึงไม่้าให้ลูกๆ ข้องแวะกับเด็กจากครอบครัวสุกลซืออีกทำให้ซือเฟิงหลงถูกห่างเหิน หากมาใช้ท่าน้ำร่วมกันทุกคนก็จะพากันหลีกห่างพอหลายครั้งเข้าเหมือนเด็กน้อยจะรู้ตัว จึงปลีกตัวไปตักน้ำจากท่าอื่นชาวบ้านจึงไม่ได้ทักท้วงหรือห้ามปรามยามที่เขาเดินลับหายไปทางป่าต้นน้ำ
แท้จริงแล้ว ซือเฟิงหลงใช้โอกาสนี้แอบขึ้นเขาฝึกตนอยู่ในถ้ำเซียนเสมอมา
นับั้แ่เริ่มฝึกฝนเขาก็มีััไวต่อน้ำเป็พิเศษสามารถรับรู้ถึงไอน้ำรอบตัว ััได้ว่ามีแหล่งน้ำอยู่ทิศทางใด แต่บางคราวก็มักมีความรู้สึกว่าการรับรู้ธาตุอื่นๆ ของตนเองก็ไวขึ้นด้วย แต่ซือเฟิงหลงไม่ใส่ใจความเปลี่ยนแปลงนี้นักเขาเพียงใช้ประโยชน์จากปฏิกิริยาร่างกายที่ฉับไวขึ้นของตนเองแอบขึ้นไปบนยอดเขาตามลำพัง
ทันใดนั้นซือเฟิงหลงก็ััได้ถึงแรงสั่นะเืและกลิ่นอายประหลาดที่โชยมากับสายลมกลิ่นดิน กลิ่นหญ้า หรือแมกไม้ในรัศมีสิบห้าจั้งล้วนััรับรู้จนจดจำได้ทุกอณูตลอดระยะเวลาหนึ่งเดือนมานี้ทว่ายามนี้กลับมีกลิ่นอายที่แตกต่างกำลังเคลื่อนไหวใกล้เข้ามา
อาจเป็ชาวบ้านที่ขึ้นเขามาล่าสัตว์อาจเป็นักเดินทางต่างถิ่น หรืออาจเป็สัตว์ร้ายก็ได้เช่นกัน
แต่ไม่ว่าจะเป็ตัวอะไรซือเฟิงหลงก็ไม่้าให้ตนเองถูกพบเห็น จึงเร่งฝีเท้าเร็วขึ้นขณะเคลื่อนไหวก็โคจรพลังปราณไปด้วย ทำให้การเดินของเขารวดเร็วราวกับเหาะ
พริบตาต่อมาเส้นเอ็นหัวใจพลันหดเกร็ง สังหรณ์อันตรายพลุ่งพล่านจึงรีบเร่งความเร็วขึ้นไม่นานก็มีเสียงอุ้งเท้าดังขึ้นจากเื้ัเสียงกิ่งไม้หักโค่นโครมครามตามมาไม่ไกล
หัวใจดวงน้อยโลดแรงอย่างตื่นตระหนกอดหันไปมองด้านหลังไม่ได้ ภาพที่เห็นคือหัวใหญ่โตเท่าโอ่งน้ำพุ่งพรวดออกมาจากพุ่มไม้หนาเสียงคำรามดังลั่นป่า รูปลักษณ์ของมันคล้ายหมีูเาแต่ใหญ่กว่ามากปากสีแดงอ้ากว้าง เขี้ยวดำเป็มันเงา วาววับดุจดังมีดแหลมคมจากเหล็กนิล
ซือเฟิงหลงอุทานลั่น เย็นวาบั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้าแต่ขาไม่ยอมหยุดวิ่ง “หมีบ้าอะไรตัวใหญ่เพียงนี้!”
เด็กชายกัดฟันแน่นเร่งความเร็วทะยานไปข้างหน้า ทว่านี่คือขีดจำกัดของเขาในเวลานี้แล้ว!
เสียงคำรามกึกก้องสะท้านหุบเขาหมีอสูรเขี้ยวดำ พุ่งกระโจนมาด้านหลัง เพียงลมหายใจเดียวก็ตามทันร่างมหึมาสีดำทะมึนบดบังแสงอาทิตย์เงาของมันทาบทับร่างเล็กที่กำลังวิ่งหนีสุดชีวิต
เสียงลมหวีดของกรงเล็บดังเสียดหูไอเย็นแล่นวาบจากกลางศีรษะ ซือเฟิงหลงพุ่งตัวไปด้านข้างเสียงตูมดังขึ้นจากเื้ั พลังสะท้อนมาตัวให้ร่างของเขากลิ้งไปหลายตลบซือเฟิงหลงไม่สนใจความเ็ปดีดตัวขึ้นแล้ววิ่งต่อแต่กรงเล็บที่สองก็พุ่งตามมาติดๆ ยามจวนตัวร่างเล็กพลันพลิกกลับใช้กำปั้นเล็กต้านรับลมหมุนพลันะเิเปรี้ยง ส่งร่างน้อยปลิวละลิ่วแหวกกิ่งไม้ไปตลอดทางก่อนจะชนเข้ากับต้นไม้ใหญ่แล้วร่วงลงมากระอักเือยู่บนพื้น
“แข็งแกร่งเกินไปแล้ว!”
สิ่งที่ทำได้มีเพียงการอาศัยลมที่เกิดขึ้นจากแรงปะทะพาตัวเองพุ่งหนีจากกรงเล็บนั้นมาเท่านั้นแม้เ็ปราวกับถูกเลาะกระดูก ซือเฟิงหลงก็ยังรีบลุกขึ้นมาวิ่งต่อ การจู่โจมเมื่อครู่ทำให้พลังบางอย่างในร่างปั่นป่วนราวกับมีัคลั่งกำลังอาระวาดอยู่ภายในเขาต้องคอยแบ่งสมาธิมาประคับประคองทำให้มันสงบ
ซือเฟิงหลงพ่นเลือกที่คั่งอยู่ในอกออกไปหัวใจเต้นระรัว เืลมเดือดพล่านจนหูอื้อ ร่างกายแทบแตกสลาย ลมหายใจแต่ละครั้งทั้งร้อนผ่าวและเ็ป
เสียงคำรามของหมีอสูรดังกึกก้องมันไล่ตามมาทันแล้ว
“เร็วอีก…ข้าต้องเร็วขึ้นอีก! หมัดข้าไม่ระคายผิวมั้นด้วยซ้ำ”
ทันใดนั้น เส้นปราณที่เล็กบางประหนึ่งสายน้ำเส้นเล็กก็ไม่อาจต้านทานัคลั่งที่พุ่งชนทุกสิ่งดุจดังน้ำไหลเชี่ยวเอาไว้ได้จู่ๆ มันก็ขยายออกจากคลองใส่ไก่มาเป็แม่น้ำสายเล็ก ทะลักทลายหินขวางทางไปตลอดแนวร่างกายพลันสั่นะเืแทบะเิ ความร้อนแล่นพล่านจากตันเถียน แผ่ขยายไปทั่วร่างร้อนจัดจนแทบแผดเผาอวัยวะภายใน แต่ในความร้อนนั้นกลับมีความเย็นละมุนแฝงอยู่คล้ายสายน้ำที่ไหลชโลมเปลวเพลิง
ปราณที่เคยคั่งค้างจำต้องหาทางระบายออกกลับไหลเวียนอย่างบ้าคลั่งจากหยดเล็กๆ กลายเป็กระแสน้ำเชี่ยวกราก ไหลวนรอบตันเถียน ก่อเกิดเป็วงแหวนปราณแรกเริ่ม
ดวงตาเด็กหนุ่มเบิกโพลงร่างกายที่เมื่อครู่หนักอึ้งพลันเบาดุจขนนก กล้ามเนื้อกระชับแน่นเส้นเอ็นทุกเส้นสะท้านด้วยพละกำลังที่ไม่เคยััมาก่อน
ก้าวต่อไปที่เหยียบลงบนพื้นดินหนักแน่นแรงะเิจากฝ่าเท้าพุ่งออกมาจนพื้นดินแตกร้าว ร่างของเขาพลันทะยานออกไปข้างหน้ารวดเร็วเกินกว่าที่หมีอสูรจะคาดคิดกรงเล็บแหลมเฉียดแค่ชายเสื้อ!
“นี่คือ…!”
ลมหายใจที่เคยแ่สั้นกลับมั่นคงพลังปราณหมุนเวียนสม่ำเสมอในร่าง แม้เพิ่งทะลวงเข้าสู่ขั้นแรกแต่ความแตกต่างระหว่าง ‘มนุษย์ธรรมดา’ กับ ‘ผู้ฝึกตน’ นั้นใหญ่หลวงจนไม่อาจเทียบกันได้
ซือเฟิงหลงเลื่อนสู่ขั้นเลี่ยนชี่ทั้งอย่างนี้
ยามนี้ทิวทัศน์ที่ผ่านตาราวกับเคลื่อนที่ช้าลงแทบจะเห็นหยดน้ำค้างถูกลมกระแทกดีดขึ้นจากยอดหญ้าข้างทางลอยคว้างอยู่กลางอากาศทั้งที่กำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วเหนือกว่าอดีตอย่างสิ้นเชิง
ลมหายใจที่ถูกพ่นออกมาราวกับหมอกควันจางๆพลังปราณโคจรทั่วร่างไม่ขาดตอนอย่างผิดธรรมชาติเสียงคำรามของหมีอสูรเขี้ยวดำยังตามติด กระท่อมร้างปรากฏขึ้นบนครองจักษุ
แต่แล้วเด็กชายก็เกิดความลังเลใจหากหมีตามเข้าไปในถ้ำเซียนของอาจารย์ได้นั่นคงเป็หายนะที่ไม่เล็กอย่างแน่นอน
ร่างเล็กๆ พลันหมุนกลับอย่างฉับพลับดวงตาเปล่งประกายกล้า พลังปราณจากภายในถ้ำหลังไหลเข้าสู่ร่างอย่างต่อเนื่องเขาเริ่มโคจรลมปราณ สองมือประคองเหนือหน้าอกไอน้ำในอากาศและแหล่งน้ำบริเวณใกล้เคียงมารวมกันกลั่นขึ้นเป็หยดเล็กๆ
ฝ่ามือน้อยที่ประคองหยดน้ำพยายามพลิกไปมาราวกับกำลังปั้นน้ำให้เป็อาวุธอย่างสุดความสามารถ เหงื่อเม็ดเล็กค่อยๆซึมออกมาจากจอนผม ไหลมาตามคาง
ดวงตาจับจ้องแน่วนิ่งไปที่หมีสีดำซึ่งกำลังพุ่งเข้ามาระยะห้าจั้ง!
ยังไม่ทันที่เด็กชายจะปล่อยลูกดอกน้ำของตนออกไปหมีอสูรตัวใหญ่ก็กระเด็นกลับไปเหมือนชนเข้ากับกำแพงที่มองไม่เห็น
ซือเฟิงหลงเหมือนคนน้าวคันธนูพร้อมยิงอย่างเต็มกำลังแต่แล้วกลับต้องรั้งมือกลับเพราะข้าศึกถอนทัพกลางครันเขาได้แต่เบิกตามองด้วยความรู้สึกหลากหลายปนเป
แม้จะรู้ดีลูกศรน้ำของตนเองคงไม่อาจทำอันตรายหมีอสูรหนังเหนียวตัวนี้ได้จึงได้จงใจรอให้มันเข้ามาในระยะที่จะยิงโดยไม่พลาด หวังให้โดนดวงตาของมันจากนั้นอาศัยจังหวะที่มันมองไม่เห็นชั่วพริบตานั้นแอบหนีเข้าไปในถ้ำเซียน
หมีอสูรตะกายลุกขึ้นมันเดินวนเวียนและใช้กรงเล็บทุบความว่างเปล่าราวกับว่าตรงนั้นมีบางสิ่งขวางกั้นไม่ให้มันผ่านมาได้
ซือเฟิงหลงหอบหายใจแรงภาพตรงหน้าเริ่มพร่าเลือน เมื่อไม่มีพลังงานหล่อเลี้ยงลูกดอกน้ำก็ละลายหายไปเขาเพิ่งเลื่อนระดับ พลังปราณยังไม่มั่นคง หากไม่รีบเข้าฌานเดินลมปราณปรับสมดุลผีเท่านั้นที่จะรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
เด็กชายไม่มีเวลามาสนใจหมีตัวนั้นอีกพาร่างโผเผหายวับเข้าไปหลังประตูบานเก่า
หากผู้เฒ่าเคราขาวยังมีชีวิตอยู่ได้เห็นปราณหนาแน่นภายในถ้ำถูกดูดเข้าสู่ร่างเด็กชายอย่างต่อเนื่องประหนึ่งเทน้ำลงสู่พื้นทรายเช่นนี้คงใจนมรรคาถดถอยเต๋าไม่มั่นคงเป็แน่ไม่มีผู้ฝึกตนคนใดสูบปราณเข้าร่างอย่างไม่ยั้งคิดราวกับผีหิวโหยหากมากเกินไปจนโคจรไม่ทัน เส้นลมปราณอาจฉีกขาด หรือถึงขั้นร่างะเิก็เป็ได้