“ฉัน...ไม่มีวันตาย! ฮ่าๆ...ฮ่าๆ...เราชนชาติยามาโตะ...นักมายากลไม่...ตายหรอกเพราะทุกอย่างที่เราสร้างขึ้นล้วนเป็ภาพมายาแม้แต่...ตัวของฉันเอง...ชีวิตล้วนเป็มายา...” โอริทามาชิหัวเราะอย่างยากเย็น “ปืนร้อยกระบอก...ต่อให้มีพันกระบอกในมือแล้วจะฆ่าภาพมายาที่ไม่อาจฆ่าตายได้งั้นหรือ...ชีวิตคนเหมือนบทละครชีวิตนักมายากลคือบทละครที่นับไม่ถ้วน...ต่อให้คุณฆ่าฉันพันครั้งฉันก็จะมีชีวิตใหม่ครั้งที่หนึ่งพันหนึ่ง...ฮ่าๆ...ฮ่าๆ...”
เธอไม่อาจหัวเราะต่อเนื่องได้แล้วหมีั์และปีศาจร้ายที่เมื่อกี้ท่าทางดุร้ายพากันยืนนิ่งรอบตัวเธอต่างมองไปที่เยียนเกอสิงบนยอดเสา
“คุณเยียน เมื่อชนะข้าศึกผู้รุกรานแล้วไยไม่หยุดผลาญชีวิต” ถังหว่านะโบอก
เธอไม่อยากเห็นโอริทามาชิถูกยิงตายต่อหน้าต่อตาประเทศจีนในศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดเป็สังคมที่ปกครองด้วยกฎหมายกฎหมายคุ้มครองชาวจีนทุกคน ยังคุ้มครองชาวต่างชาติทุกคนด้วย ในยุคโลกาภิวัฒน์ในสภาพโดยรวมที่โลกเป็หนึ่งเดียวกันนั้น การฆ่าฟันกันแบบตาต่อตาฟันต่อฟันสังหารคนมากเกินไป จะทำให้สภาพแวดล้อมในการดำรงอยู่ของชาวโลกย่ำแย่ลงทุกทีถ้าจะเปลี่ยนแนวโน้มที่ชั่วร้ายนี้ก็ต้องเริ่มต้นที่แต่ละคนก่อน รักและหวงแหนชีวิตนึกถึงชีวิตศัตรูด้วย แสวงหาการสยบคนโดยไม่ต้องต่อสู้ซึ่งเป็ขอบเขตที่สวยงามสมบูรณ์แบบ
“ก็จริง เมื่อชนะข้าศึกผู้รุกรานแล้วไยไม่หยุดผลาญชีวิต แม้แต่คนโบราณก็เข้าใจหลักเหตุผลนี้ คนสมัยนี้จะลืมได้อย่างไรโอริทามาชิ ผมไม่ฆ่าคุณ กลับไปเขาฟูจิเถอะ อีกอย่างโปรดเรียนอาจารย์คุณด้วยที่ญี่ปุ่นเรียกว่านักมายากลและนักเชิดหุ่นล้วนเป็ผลผลิตของการปิดประตูสร้างรถและก้าวย่ำอยู่กับที่ต้องเงยหน้ามองโลกบ้าง มีนักไสยเวทฝ่ายธรรมะรุ่นใหม่เกิดขึ้นนับไม่ถ้วนกำลังเติบโตอย่างเข้มแข็ง แม้เขาฟูจิจะเป็สถานที่ที่ดีแต่ก็เหมาะกับการเร้นกายในวัยชราเท่านั้นอย่าฝืนออกมาอวดเก่งเพราะความทะเยอทะยานเล็กน้อยเลย คราวนี้ผมยอมใจกว้างต่อคุณ ให้อภัยคุณแต่คราวหน้าคงไม่ง่ายอย่างนี้หรอก” เยียนเกอสิงเห็นแก่หน้าถังหว่าน เขาชูผ้าเช็ดหน้าด้วยมือซ้ายโบกไปมาเป็สัญญาณให้หยุดยิง
โอริทามาชิยืนนิ่งอยู่กับที่ไม่รู้ว่าจะรุกหรือถอย ด้วยพลังฝีมือของเธอดูเหมือนเฉพาะหน้านี้ถ้าบุ่มบ่ามบุกโจมตีเป็การตัดสินใจที่ไม่ชาญฉลาดแต่ดูเหมือนเธอจะยังทำใจไม่ได้ ไม่อาจยอมรับความพ่ายแพ้ในคืนนี้
ถังหว่านร้อนใจ “ยังไม่ไปอีกหรืออย่าให้คุณเยียนเปลี่ยนใจ!”
โอริทามาชิผิวปากยาวแล้วะโลงจากศาลาประหลาด หายเข้าไปในส่วนลึกของซากปรักหักพัง ผ่านไปสิบกว่าวินาทีบรรดาศาลาตึกและหอบนสระไป่ฮวาล้วนอันตรธานไปเหลือเพียงระลอกคลื่นบนผิวน้ำ
ถังหว่านเดินมาที่ริมสระ ก้มลงมองดูน้ำปลาคาร์ปที่ไม่รู้จักเหนื่อยว่ายไปมาในความมืด พ่นฟองอากาศออกมาระหว่างพืชน้ำ
“ที่แท้ทุกอย่างเป็ภาพลวงตา...”เธอรู้สึกนับถือโอริทามาชิที่สามารถสร้างซากปรักหักพังของศาลเ้าไมซุรุขึ้นมาได้ วิชาควบคุมิญญาแบบนี้เหนือกว่าที่นักไสยเวทจีนสร้างผีบังตามากเหมือนที่เยียนเกอสิงพูด ข้างหลังเธอยังมีอาจารย์น่าจะเป็นักมายากลที่เก่งกาจกว่า
โคมไฟริมถนนข้างสระน้ำสว่างขึ้นใหม่แสงไฟส่องลงบนน้ำ กลายเป็แถบแสงสลัวคดโค้ง
ทัศนียภาพเช่นนี้จึงจะเป็สิ่งที่ชาวจี่หนานดั้งเดิมคุ้นเคยดีขณะที่การต่อสู้อันระทึกใจระหว่างเยียนเกอสิงกับโอริทามาชินั้นอยู่ไกลเกินไปจากโลกของคนทั่วไปอย่าให้พวกเขารู้ย่อมดีที่สุด เลี่ยงไม่ให้เกิดการตื่นตระหนกส่งผลต่อชีวิตตามปกติของคนเหล่านี้
ถังหว่านเงยหน้าขึ้น มองหาเงาของเยียนเกอสิงบนผิวน้ำ
ไม่รู้ว่าั้แ่เมื่อไหร่ที่ภาพมายาหายไปเยียนเกอสิงก็หายไปด้วยและไม่รู้ั้แ่เมื่อไหร่ที่รถหรูที่จอดอยู่ริมถนนแล่นจากไปแล้ว
ทุกอย่างเหมือนไม่เคยเกิดขึ้นเหมือนหมอกยามเช้าในฤดูหนาว ที่หายไปบนยอดไม้เพราะแสงตะวัน
พอผมฟังที่ถังหว่านเล่าจบ ก็บอกเธอด้วยความมั่นใจว่า“เยียนเกอสิงไม่ได้ตั้งใจปล่อยนักมายากลหญิงชาวญี่ปุ่นโอริทามาชิแต่เพราะเขาได้รับาเ็อยู่ก่อน ไม่สามารไล่ตามสังหารศัตรูได้”
ผมเห็นคราบเืที่มุมปากเยียนเกอสิงด้วยตาตัวเองถ้าเขายังมีพละกำลังเหลืออยู่ ย่อมไม่ปล่อยหญิงญี่ปุ่นที่เพิ่งปรากฏตัวที่บ้านเก่า
เมื่อคำนวณตามลำดับเวลาก่อนหลัง เยียนเกอสิงมาที่สระไป่ฮวาโจวกลางดึกเพื่อมาพบกับค่ายกลผีขยาดของโอริทามาชิตามนัด เมื่อปะทะกับโอริทามาชิเขาไม่ได้เหนือกว่าอย่างสิ้นเชิง ทั้งคู่ไม่เพียงสู้กันอย่างเอาเป็เอาตายด้วยไสยเวทยังมีการหลอกล่อเอาชนะกันด้านจิตใจ ในที่สุดเขาก็ใช้กลยุทธ์ต่อเนื่องด้วยการแกล้งแพ้ถอยตั้งหลัก ลอบโจมตีและข่มขู่ ไล่ให้โอริทามาชิหนีไปสำเร็จ
กล่าวในความหมายบางแง่แล้วเยียนเกอสิงกับโอริทามาชิมีพลังฝีมือทัดเทียมกัน
ถังหว่านพยักหน้า “ฉันคิดทบทวนระหว่างทางที่กลับมาเป็อย่างนี้จริง ที่จริงที่กล่าวว่าเมื่อชนะข้าศึกผู้รุกรานไยไม่หยุดผลาญชีวิตเป็อุดมการณ์ที่สวยงามของกวีโบราณ ในสนามรบใดๆ ก็ตาม สิ่งที่แต่ละฝ่าย้าคือแิด้านยุทธวิธีที่ควรฉวยโอกาสไล่ล่าข้าศึกที่กำลังพ่ายแพ้อย่าปล่อยให้หนีรอดไป ทัศนะที่ยาวไกลของบุคคลที่ยิ่งใหญ่ไม่ใช่สิ่งที่คนโบราณจะเทียบได้”
ที่คนปัจจุบันเคารพยกย่องบุคคลที่ยิ่งใหญ่[1]เป็สิ่งที่มีมาั้แ่เกิด ในอดีตท่านนำกองทัพประชาชนบุกข้ามแม่น้ำฉางเจียงตลอดแนวรบพลังสู้รบของกองทัพยิ่งใหญ่เข้มแข็งไม่มีอะไรต้านได้ขับไล่ข้าศึกจนหนีไปอยู่บนเกาะกลางทะเลบรรลุภารกิจยิ่งใหญ่ในการยึดครองแผ่นดินใหญ่อย่างรวดเร็ว นี่เป็เื่อัศจรรย์ในประวัติศาสตร์าของเอเชียยังเป็ศึกที่เป็แบบฉบับของการที่น้อยชนะมากอ่อนแอชนะเข้มแข็งในประวัติศาสตร์ห้าพันปีของจีนทำให้นักการทหารและนักการเมืองทั่วโลกเกือบพันคนต่างยอมรับ ท่านมีความเข้าใจต่อาและความเป็มนุษย์เหนือคนทั่วไปนับหมื่นเท่าดังนั้นผู้คนจึงเคารพและเอาอย่าง สติปัญญาของคนพันกว่าล้านล้วนไม่สามารมองเห็นได้ทั้งหมด
“ศึกวันนี้นั้นเยียนเกอสิงพยายามเต็มกำลังแล้ว เมื่อหมดเรี่ยวแรงย่อมไม่สามารถไล่ตามศัตรูได้”ผมตอบ
ถังหว่านถอนหายใจ“นึกไม่ถึงว่าจะทำให้เกิดเื่มากมายอย่างนี้ หวังว่าพรุ่งนี้...”
เธอมองดูท้องฟ้า ที่แท้ฟ้าสว่างจ้าแล้วไม่ใช่วันพรุ่งนี้แต่เป็วันนี้แล้ว
“หวังว่าวันนี้พิธีฝังศพปู่จะดำเนินไปอย่างราบรื่น”เธอพูดต่อ
เจ็ดโมงเช้ามีคนแปลกหน้าสามคนทยอยกันมาที่บ้านแนะนำตัวเองว่าเป็เ้าหน้าที่ของฌาปนสถาน สุสานและภัตตาคารเวยซานหู พวกเขาจัดเตรียมเื่การเผาศพการฝังและจัดเลี้ยงแขกหลังพิธีเรียบร้อยแล้ว ค่าใช้จ่ายนั้นคนแซ่เยียนชำระไว้ก่อนแล้ว
เจ็ดโมงครึ่งมีเ้าหน้าที่ของบริษัททำความสะอาดอี้เหอยี่สิบคนมาที่บ้านทั้งหมดสวมเครื่องแบบ ทำความสะอาดทั้งในและนอกบ้านจนสะอาดเรียบร้อยนอกจากนี้ยังมีเ้าหน้าที่หญิงของบริษัทประกอบพิธีศพหงเต๋อมาที่บ้านทุกคนสวมเครื่องแบบพิธีการสีดำ หน้าอกติดดอกไม้สีขาวยืนเรียงแถวจากหน้าประตูถึงเพิงพิธีศพ ทำหน้าที่ต้อนรับแขก ทั้งสองรายการดังกล่าวก็เป็ยียนเกอสิงที่ชำระค่าใช้จ่าย
“เยียนเกอสิงจัดการทั้งหมด” ถังหว่านพูด
เราต่างขมวดคิ้วโดยไม่ได้นัดหมาย
ถ้าเป็เวลาปกติมีคนยื่นมือเข้ามาช่วยขณะที่ผมเหนื่อยล้าหมดเรี่ยวแรง ช่วยจัดการแทนผมทุกขั้นตอนทำให้ไม่ผิดแบบแผน...ผมควรสำนึกในบุญคุณจึงจะถูกแต่ครั้งนี้ผมกลับรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ
“คุณเองก็รู้สึกผิดปกติใช่ไหม” ผมถาม
ถังหว่านพยักหน้า แล้วส่ายหน้าเธอยิ้มเจื่อนๆ แล้วพูดว่า “ฉันเองก็บอกไม่ถูก แต่ก่อนที่ปู่จะเสียชีวิตท่านอยู่ในสภาพที่ยากจนอยู่ในเมืองใหญ่ไม่มีใครสนใจ พอปู่ตายศัตรูและเพื่อนโผล่มามากมายอย่างนี้ ราวกับนัดกันไว้ จนไม่รู้จะรับมืออย่างไรเห็นได้ชัดว่าทั้งศัตรูและเพื่อนล้วนเล็งไปที่เป้าหมายเดียวกัน ในสภาพแบบนี้ย่อมไม่กล้าไว้ใจเพื่อนเพราะเพื่อผลประโยชน์ พวกเขาอาจกลายเป็ศัตรู อาจโเี้ยิ่งกว่าศัตรู”
ผมยืนอยู่ที่หน้าต่าง มองดูเ้าหน้าที่หญิงที่แต่งตัวเป็ระเบียบและผ่านการฝึกฝนเป็อย่างดีแล้วมีภาพเยียนเกอสิงท่าทางหยิ่งผยองผุดขึ้นตรงหน้า
ใน่สิบปีที่ปู่สติฟั่นเฟือนและพี่ใหญ่เสียชีวิตไปแล้วเป็ความจริงที่ไม่มีคนใส่ใจชีวิตครอบครัวผมอย่างจริงจังดังนั้นทุกเช้าเมื่อผมตื่นขึ้นต้องวุ่นวายกับเื่กินเื่อยู่ของปู่กับผมแม้ว่าจะทำจนสิ้นกำลังแล้วก็ยังคงชักหน้าไม่ถึงหลัง ตอนนี้ดีแล้วเฒ่าซายอดนักมวยมอบทองแท่งให้ เงินสดที่เยียนเกอสิงให้ยังเก็บไว้ในตู้พอให้ผมแก้ความแร้นแค้นของชีวิตได้ทันที
การตายของปู่กลายเป็จุดเปลี่ยนที่ประหลาดทำให้ฟันเฟืองที่ไร้รูปชุดหนึ่งเคลื่อนหมุนขึ้นมาอย่างรวดเร็วขับเคลื่อนประสานกันอย่างไร้เสียง ขณะที่ผมซึ่งเป็คนเดียวที่เหลืออยู่ของตระกูลเซี่ยกลายเป็ฟันเฟืองที่เป็ปมเงื่อนสำคัญที่สุดนักไสยเวทที่จี่หนานอย่างท่านอินเก้ากับพวก เยียนเกอสิงจากเมืองหลวง หญิงญี่ปุ่นที่เลี้ยงผีสมิงิญญามากมายที่ซ่อนอยู่ในตัวปู่และป้ากวน ทั้งหมดล้วนเคลื่อนไหวล้อมรอบตัวผมกลายเป็ลมมืดดำสายหนึ่งซึ่งมองไม่เห็นและจับต้องไม่ได้แต่มีอยู่จริง
ผมไม่อาจมองเห็นลม แต่เห็นความมุ่งร้ายถึงชีวิตในลมสายนี้อย่างชัดเจน
“ชะตากรรมผมจะเป็ยังไง...” ผมก้มหน้ากางฝ่ามือสองข้างออก มองดูเส้นลายมือที่พาดไปมาบนฝ่ามือ
ในสายตาคนทั่วไปนั้นเส้นลายมือคือดวงชะตาชีวิตคนเป็การเดินไปข้างหน้าตามเส้นลายมือเดินไปตามเส้นลายมือที่เหมือนเขาวงกตจนจบ ชีวิตก็สิ้นสุดลง
“ดูอะไรอยู่คะ” ถังหว่านเดินมา
ผมยื่นฝ่ามือให้เธอดู เธอกวาดตามองเล็กน้อยไม่วิจารณ์อะไร ได้แต่ถอนหายใจเบาๆ
“ในฐานะที่เป็คนสกุลเซี่ยเดิมผมคิดว่าตนเองไม่ควรมีเส้นลายมือพื้นๆ อย่างนี้ แต่เส้นลายมือผมกลับธรรมดาสามัญไม่มีอะไรแปลกไม่ต่างไปจากเส้นลายมือของคนขายผักที่ตลาด คนนั่งตกปลาฆ่าเวลาที่สระไป่ฮวาโจวหรือแม้แต่บรรดาป้าที่กวาดถนนบนถนนต้าิหู” ผมยิ้มอย่างขมขื่นเป็การเยาะเย้ยตัวเอง
พ่อค้าย่อย คนรับจ้างและคนขายน้ำชาเป็คนระดับล่างสุดของสังคมคนเหล่านี้ส่วนใหญ่ไม่ได้รับการศึกษาสูงไม่มีทั้งฐานะของครอบครัวและมรดกจากบรรพบุรุษ ชีวิตเริ่มต้นจากมือเปล่าทำมาหากินอย่างเหนื่อยยาก แต่ทำได้เพียงเลี้ยงปากเลี้ยงท้องเท่านั้นผมเคยดูเส้นลายมือของคนประเภทนี้ไม่ต่ำกว่าพันราย ไม่มีเส้นแบบมีดตัดตรงที่ชีวิตรุ่งโรจน์ไม่มีเส้นครึ่งวงกลมที่คลุมความร่ำรวยสูงศักดิ์ไม่มีเส้นสี่เหลี่ยมที่รากฐานมั่นคง ไม่มีเส้นชี้ขึ้นที่เหมือนงูทิพย์ผงาด...พูดได้ว่าไม่มีเส้นลายมือที่ดีพอที่จะเปลี่ยนชะตาชีวิตได้แม้แต่เส้นเดียวเหลือเพียงลายเส้นสับสนที่ไม่อาจพื้นไปกว่านี้แล้ว
เส้นลายมือแบบนี้ทำให้ชะตาชีวิตของคนเหล่านี้ทุกข์ทรมานอยู่ในเขาวงกตเดี่ยวที่คับแคบเล็ก อุดตันและขรุขระ ชั่วชีวิตจึงก้าวหน้า ถอยหลังหรือขยับไปไหนยาก อยู่อย่างลุ่มๆดอนๆ ในเขาวงกตนี้จนกว่าจะจบชีวิต เพราะเป็เขาวงกตเดี่ยว ดังนั้นการดำรงอยู่ของพวกเขาจึงไม่ส่งผละเืต่อคนอื่นต่อสังคมและต่อประเทศชาติแม้แต่น้อย การเกิดและตายของพวกเขาเหมือนแมลงชีปะขาวที่เกิดเช้าตายค่ำมาอย่างไร้สุ้มเสียง ไม่ทันไรก็ตายจากไป ส่วนท่าทีของสังคมเราต่อคนเหล่านี้คือมากขึ้นหมื่นคนก็ไม่มากน้อยลงหมื่นคนก็ไม่น้อย ไม่มีใครใส่ใจเื่เหล่านี้
ที่น่ากลัวก็คือขณะนี้ผมเห็นชัดเจนแล้วว่าหัตถลักษณ์ของผมเป็เช่นนี้
“อย่าท้อเลยนะ เื่พวกนั้นเป็ของตายแต่คนมีชีวิต” ถังหว่านพูด
ผมกำหมัดช้าๆ หลับตาลงพยายามสลัดให้หลุดจากความรู้สึกหดหู่
“เทียนสือ ลักษณ์เกิดจากใจ ชะตาชีวิตและรูปลักษณ์เปลี่ยนได้”เธอพูดอีก
ผมพยักหน้าเงียบๆ ผมเข้าใจเหตุผลเ่าั้ในประวัติศาสตร์เคยปรากฏตัวอย่างแบบนั้นมากมาย
“ลืมตามองฉันสิ เข้มแข็งหน่อย”ถังหว่านกุมกำปั้นผมไว้
ผมหายใจเข้าลึกๆ สามครั้ง กัดริมฝีปากแน่นแล้วลืมตาขึ้น
สภาพจิตใจของถังหว่านไม่ได้ดีกว่าผมนักขณะที่เธอมองผม แววตาเผยให้เห็นความปวดร้าวใจอย่างไม่อาจปิดบังได้
“ผมไม่เป็ไรยังไงก็ต้องจัดการงานวันนี้ให้ผ่านไปก่อนแล้วค่อยว่า” ผมพูด
“กางมือออก” เธอบอก
ผมคลายมือออกตามที่เธอสั่ง มือสองคู่ของเรากุมกันแน่น
“ที่จริงการเป็คนธรรมดาสามัญก็ไม่ใช่จะไม่ดีโลกนี้คนส่วนใหญ่ก็เป็คนธรรมดา มีกี่คนที่เก่งเป็คนยิ่งใหญ่โดดเด่นเหนือคนอื่นะเืฟ้าะเืดิน ห้าพันปีมานี้มีท่านคนเดียวไม่ใช่หรือ ใช้ชีวิตต่อไปดีๆอยู่อย่างสงบจนแก่เฒ่า ดีกว่าทุกอย่างไม่ใช่หรือ” เสียงถังหว่านแหบพร่า ดวงตาค่อยๆเปียกรื้น
เวลาที่สาวสวยหลั่งน้ำตามักดูน่าสงสารเป็พิเศษเสียงและสีหน้าเธอเวลานี้เหมือนหนามแหลมที่ทิ่มแทงหัวใจผม
“ผมไม่เป็ไร คุณวางใจเถอะไม่เป็ไรจริงๆ” ผมได้แต่ปลอบใจเธอ
ถังหว่านถอนหายใจหยิบห่อกระดาษเช็ดหน้าออกมา หยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาซับน้ำตา
เ้าหน้าที่ของภัตตาคารมาถึงเปลี่ยนเครื่องเซ่นไหว้ทั้งหมดในเพิงพิธีศพ ผลไม้หลายอย่างเป็ของนำเข้าที่ห่อกระดาษอย่างประณีตราคาไม่ถูกแน่
“จะยังไงก็ตาม ครั้งนี้ต้องขอบคุณเยียนเกอสิง”ผมอยากเปลี่ยนเื่พูด
ถังหว่านเหลือบมองผมแววตาแฝงด้วยความรู้สึกล้ำลึก
“ผมพูดถึงเื่การเคลื่อนศพปู่ไปฝังเท่านั้น...”ผมพยายามอธิบาย ที่จริงเป็เหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น เพราะเมื่อรวมสิ่งที่ถังหว่านและผมได้ยินได้เห็นแล้วนั้นเราได้ข้อสรุปว่าที่เยียนเกอสิงต่อสู้กับหญิงญี่ปุ่นที่เลี้ยงผีสมิงนั้นเห็นได้ชัดว่าเป็การแย่งชิงของสิ่งเดียวกันจากปากของหลายคนที่ล้วนเอ่ยถึงกระจกวารีโหรเทพ
เห็นได้ชัดว่าที่เขามาที่นี่ไม่ใช่เพราะปู่เท่านั้นขณะเดียวกันยังเพื่อทำให้ผมไว้ใจ ชิงเบาะแสของกระจกวารีโหรเทพให้ได้ก่อนใคร
ถังหว่านขยับมุมปากเหมือนจะยิ้มแต่ก็ไม่เชิง “ฉันคิดว่าคุณคงไม่รู้จริงๆ ว่ากระจกวารีโหรเทพอยู่ที่ไหนเยียนเกอสิงทุ่มเทมากขนาดนี้ ไล่พวกญี่ปุ่นไป ยังใช้เงินก้อนโตซื้อใจคุณเกรงว่าคงสูญเปล่า”
ผมกระแอม แล้วตอบอย่างจริงจัง“ผมไม่รู้จริงๆ ต่อให้จงใจปิดบังคนอื่น ก็จะไม่ปิดบังคุณเด็ดขาด”
ถังหว่านหน้าแดงแล้ว แต่ยังคงถามอีก“เพราะอะไร คุณไม่กลัวหรือว่าฉันจะมาเพราะกระจกวารีโหรเทพเช่นกัน”
ผมแตะที่อกข้างซ้ายเบาๆ “ตรงนี้รู้ััที่หกไม่โกหกผมหรอก”
ถังหว่านเป็เด็กสาวคนแรกที่เข้ามาลึกในหัวใจผมหลายวันมานี้เธอกลายเป็ที่พึ่งทางจิติญญาที่ผมห่างไม่ได้ ดังนั้นถ้าหากที่เธอ้าคือกระจกวารีโหรเทพผมยินดีเปิดหน้าต่างหัวใจ เปิดเผยทุกอย่างต่อเธอ
ถังหว่านสั่นหัว “เทียนสือไม่ควรมีเจตนาร้ายต่อคนอื่น แต่ก็ต้องรู้จักระวังตัว คุณต้องจำไว้วันหน้าอย่าไว้ใจใครง่ายๆ โดยเฉพาะหญิงสาว”
ผมฟังออกแล้วในคำพูดเธอเหมือนจะบอกอะไรบางอย่าง ผมจึงเลิกคิ้วขึ้น บอกเป็นัยให้เธอพูดให้ชัด
“เทียนสือ ภาพมายาที่โอริทามาชินักมายากลญี่ปุ่นแสดงให้เห็นที่สระไป่ฮวาโจวทำให้ฉันใมากภาพที่นักมายากลสร้างขึ้นลอยๆในโลกทางจิตใจและโลกแห่งความจริงเหนือจินตนาการของคุณและฉันทันทีที่ตกเข้าไปในภาพมายา จะมีภาพนับไม่ถ้วนผุดขึ้นในสมอง ถูกไสยเวทของอีกฝ่ายบงการค่อยๆ ก้าวลงไปในเหวลึก นักมายากลรุ่นแล้วรุ่นเล่าถูกสืบทอดด้วยผู้หญิงเวลาที่อาจารย์รุ่นก่อนเลือกศิษย์ จะใช้ความสวยเป็เงื่อนไขข้อแรกในการคัดเลือกดังนั้นต่อไปนี้เมื่อเจอสาวสวยแปลกหน้า ล้วนอาจเป็นักมายากลเ้าเล่ห์ วิธีเดียวที่จะป้องกันได้อย่างเฉียบขาดก็คืออย่าไว้ใจเด็กสาวทุกคน”ถังหว่านอธิบายยืดยาว
ผมผงกหัวช้าๆ เข้าใจที่เธออธิบาย
“ผมจำได้แล้ว วางใจเถอะ”ผมพูดอย่างมีความหมายสองชั้น
ความจริงแล้วผมรับประกันกับถังหว่านอ้อมๆนอกจากเธอแล้ว จะไม่ไว้ใจผู้หญิงอื่น และไม่เป็ฝ่ายไปใกล้ชิดพวกเธอ
ถังหว่านเฉลียวฉลาด เข้าใจที่ผมพูดทันทีสองแก้มเธอแดงเรื่อขึ้น แล้วพูดเบาๆ ว่า “คุณขยับเข้ามาหน่อยฉันมีคำพูดที่อยากกระซิบบอกคุณ...”
ผมหันหน้าไป เอียงหูไปใกล้ริมฝีปากเธอ
“คุณรู้สึกไหมในบ้านถูกศัตรูวางค่ายกลไว้แล้ว แปลกพิสดารเหมือนค่ายกลผีขยาดที่โอริทามาชิวางไว้ที่สระไป่ฮวาโจว”
[1]บุคคลที่ยิ่งใหญ่ในที่นี้ผู้เขียนหมายถึงเหมาเจ๋อตง อดีตประธานพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศจีนผู้นำกองทัพปลกแอกประชาชนรบชนะกองทัพของก๊กมินตั๋ง เมื่อปี 1949 – ผู้แปล