แต่ไม่รู้ว่าเพราะอารมณ์โกรธหรืออะไร เขาจึงใช้แรงมากไปจนทำให้ร่างของผู้เป็แม่ของวรรณชัยล้มลงไปกับพื้น ยังดีที่เธอใช้มือดันพื้นไว้ทันก่อนที่ใบหน้าของเธอจะถูกพื้นที่มีเศษจานแตกอยู่
แต่มันก็ไม่ได้โชคดีอะไรขนาดนั้น เศษจานที่แตกกระจายเต็มพื้น บาดมือทั้งสองของเธอจนเือาบย้อมไปทั้งฝ่ามือ
วรรณที่เห็นดังนั้นจึงร้องไห้ออกมาด้วยความหวานกลัว พร้อมกับวิ่งเข้าไปกอดผู้เป็แม่
ส่วนทางด้านเ้าของร้านเมื่อเห็นแบบนั้น ความเดือดดาลที่สุมอยู่ในอกก็พลั้นมลายหายไปจนสิ้น ก่อนจะเข้ามาดูอาการผู้เป็แม่ของวรรณชัย
" อึ้ก…" วรรณชัยสะอื้นเล็กน้อยก่อนที่น้ำตาจะไหลออกมาจากดวงตาน้อยๆทั้งสองข้าง
" ไม่เอาแล้ว… ผมจะไม่ดื้อแล้ว.." วรรณชัยโผลเข้ากอดผู้เป็แม่พร้อมกับร้องไห้โฮออกมา
ที่เขาร้องนั้นไม่ใช่เพราะกลัวเ้าของร้าน แต่เขากลัวว่าผู้เป็แม่จะได้รับาเ็เหมือนกับครั้งก่อนอีก
" โอ๋ๆ ~ ไม่เป็ไรนะ ลูกชายแม่เป็คนเก่งและเป็เด็กดี เพราะฉะนั้นเ้าของร้านก็คงไม่ว่าอะไรหรอกนะ "
ผู้เป็แม่ใช้มือลูปหัววรรณชัยเพื่อปลอบประโลมให้เด็กน้อยหยุดร้องไห้
เมื่อเห็นว่าเด็กน้อยหยุดร้องไห้แล้ว เธอก็ใช้มือทั้งสองข้างบีบแก้มจ้ำม้ำของเด็กน้อยไปมาอย่างอ่อนโยน พร้อมกับลูบหัวของเขาก่อนกล่าว
" เป็เด็กดีนั่งคอยแม่อยู่ตรงนี้นะ"
ผู้เป็แม่ยิ้มให้เด็กน้อยวรรณชัยก่อนจะกลับไปล้างจานที่ค้างเอาไว้ต่ออีก
วรรณชัยที่โดนบีบแก้มนั้นนิ่งค้างไปแล้ว เพราะเขาััได้ว่ามีบางอย่างไม่เหมือนกับเมื่อหนึ่งปีที่แล้ว แต่เขาก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไรเพราะเขายังเด็กอยู่แตาเขสก็รู้สึกได้ว่าบางอย่างมันต่างออกไป
จนกระทั่งเวลาได้ล่วงเลยผ่านไปอีก3ปี วรรณชัยก็อายุได้9ขวบพอดี และในวันนั้นเองเขาก็รับรู้ได้เสียทีว่าอะไรในตัวของผู้เป็แม่ที่เปลี่ยนไป
มันไม่ใช่ทั้งความรู้สึก หรือนิสัยของผู้เป็แม่ที่เปลี่ยนไป แต่มันคือิัตรงฝ่ามือของเธอที่เปลี่ยนไป จากหญิงสาวที่เคยมมีฝ่ามืออันอ่อนนุ่ม
ตอนนี้กลายเป็แข็งกระด้างแลพหยาบสากไปเพราะการโหมใช้งานหนัก มือที่เคยใช้ลูปหัวและบีบแก้มของเขาอยู่บ่อยๆเธอก็ไม่ค่อยได้ทำอีกหลังจาก1-2ปีมานี้
เพราะผิวบนมือที่เคยอ่อนนุ่มมันหยาบและสากมากกว่าส่วนอื่นๆนั่นเอง
วรรณชัยในวัย9ขวบที่รู้สึกได้และตอนนี้กำลังนั่งรอแม่ล้างจานอยู่ก็ลุกขึ้นก่อนจะไปนั่งข้างๆผู้เป็แม่และช่วยเธอล้างจาน
" หืม ? อารมณ์ไหนหอบมาเนี้ย" ผู้เป็แม่หันมายิ้มให้วรรณชัย ก่อนจะเช็ดมือกับผ้ากันเปื้อนแล้วนำมาลูบหัวของเขาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
แม้ว่าจะมีผมบังอยู่เล็กน้อยแต่เขาก็รู้สึกได้ว่าเนื้อหนังตรงมือของผู้เป็แม่นั้นมันหยาบและแข็งกระด้างไปแล้วอย่างสมบูรณ์ จสกการใช้งานหนักไม่ว่าจะซักผ้าหรือล้างจาน
วรรณชัยที่รับรู้แบบนั้นแล้วน้ำตาของเขาก็ค่อยไหลรินออกมา
เขาสัญญาว่าเมื่อเขาโตขึ้นเขาจะตั้งใจทำงานอย่างหนัก เพื่อให้ผู้เป็แม่ได้พักผ่อน และจะต้องหายามารักษาผิวบนมือทั้งสองของผู้เป็แม่ให้ได้ !
นั่นคือความคิดอะนมถ่งมั่นของวรรณชัยในตอนนั้น แต่ทุกสิ่งทุกอย่างก็ต้องพังทลายลงเมื่อวรรณชัยอายุได้10ขวบ หลังจากที่เขากลับมาจากโรงเรียน เหมือนกับทุกทีเขากลับรู้สึกอ้างว้างอยู่ภายในอก
และั้แ่นั้นมาเขาก็ไม่เคยพบกับผู้เป็แม่อีกเลย ไม่ว่าเขาจะหายังไง มีเพียงวัตถุดิบทำอาหารในห้องครัวเท่านั้นที่ถูกเตรียเอาไว้ เหมือนกับว่าเธอหายไปทั้งๆที่กำลังเตรียมอาหารอยู่…
วรรณชัยที่หาผู้เป็แม่ทั่วทั้งบ้านและที่ทำงานก็ไม่พบ เขาหาจนพลบค่ำแล้วก็ไม่เห็นผู้เป็แม่แม้แต่เงา ตอนนั้นเองน้ำตาของเด็กน้อยอายุ10ขวบก็ไหลริน
" แม่ครับ… แม่อยู่ไหน… อึ่ก ! ผมสัญญาว่าผมจะเป็เด็กดีเชื่อฟังแม่ทุกอย่าง ! เพราะงั้นแม่แม่เลิกซ่อนตัวเถอะนะ ! ฮึก ! ผมกลัว ฮื้ออ…"
เด็กน้อยวรรณชัยนั่งกอดเข่าอยู่ในห้องครัวอันมืดสลัวรอผู้เป็แม่กลับมา พร้อมด้วยเสียงสะอื้นไห้แทบขาดใจ
แต่ไม่ว่าจะรอวันแล้ววันเล่า และขอร้องจนเสียงแทบแหบแห้ง แต่ผู้เป็แม่ก็ไม่เคยกลับมาหาเขาอีกเลย…
.
.
.
หญิงสาววิ่งเข้ามาสวมกอดวรรณชัยด้วยท่าทางห่วงใย ก่อนจะรีบสำรวจร่างกายทุกส่วนของวรรณชัยอย่างละเอียดเท่าที่สามารถมองดูในตอนนี้ได้ " พงไพรลูกแม่ ! ลูกไม่ได้าเ็ตรงใช่หรือไม่ !"
" เ้าทำแม่เป็ห่วงแทบแย่ ! เมื่อแม่รู้ว่าเ้าแอบออกไปพร้อมกับกองทหาร แม่ก็กินไม่ได้นอนไม่หลับอีกเลย ! ์ทรงโปรดที่ทำให้ลูกของข้ากลับมาอย่างปลอยภัยเช่นนี้ !"
น้ำเสียงของหญิงสาวกระเส่า ขาดห้วงและเต็มไปด้วยความแตกตื่น บ่งบอกได้ว่าเธอเป็กังวลกับเื่ของลูกชายมากแค่ไหน
พรึ่บ ~
ในตอนนั้นเองวรรณชัยก็ได้สติกลับมาจากเื่ราวในอดีตที่ผุดขึ้นมาในหัวของเขา หญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าของเขานี้เหมือนกับผู้เป็แม่ที่หายตัวไปนานแล้วของเขาจริงๆ
ผมยาวสีดำสรวย นัยตาสีดำอมแดง ที่มองมาทางเขานั้นทำให้เขาหวนคิดถึงผู้เป็แม่ ใบหน้า ผิวพรรณ และนิ้วมืออันอ่อนนุ่มอ่อนเยาว์ของเธอชวนให้คิดถึงตอนที่ผู้เป็แม่ของเขายังไม่โหมงานหนัก
" แม่…" วรรณชัยเผลอเรียกเธอออกไปว่าแม่ เสียงของเขาสั่นเครือ แต่เขาก็อดกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ให้มันไหลออกมา
จากนั้นวรรณชัยก็ค่อยๆเอื้อมมือของเขาไปกุมมือทั้งสองข้างของหญิงสาวขึ้นมา ก่อนจะนำมันมาเตะที่ศีรษะของเขา เปลือกตาทั้งสองของวรรณขัยปิดลง พร้อมกับหวนนึกไปถึงความรู้สึกที่ผู้เป็แม่เคยลูบศีรษะของเขาเมื่อตอนที่เขายังเด็กๆ ช่างเป็ความรู้สึกที่น่าคิดถึง..
แต่อยู่ในท่านี้ได้ไม่นานนักวรรณชัยก็นึกขึ้นได้ว่าตนเองได้ลืมตัวไปอีกครั้งแล้ว ดังนั้นเขาจึงค่อยๆนำมือของผู้เป็แม่ของชายที่ชื่อพงไพรออกจากศีรษะของเขา
" ขออภัย ข้าเผลอไป.." วรรณาชัยกล่าวอย่างช้าๆด้วยท่าทางไม่เต็มใจนัก เขายังอยากัักับความรู้สึกอบอุ่นแบบนั้นอีก แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะเธอคนนี้ไม่ใช่แม่ของเขาจริงๆ แต่เป็แม่ของคนที่เขากำลังสวมรอยอยู่
" หืม ? ไม่เป็ไร แม่เพิ่งจะรู้ว่าลูกเองก็ชอบให้แม่ลูบหัว ?" ผู้เป็แม่เอียงหัวถามวรรณชัย บ่งบอกว่าเขาไม่เคยแสดงอาการแบบนี้ให้ผู้เป็แม่เห็นมาก่อน
" ข ข้าเองก็ไม่แน่ใจเช่นกัน ความรู้สึกมันบอกข้ามาเช่นนี้…" วรรณชัยทำได้เพียงพูดแบบนั้นออกไป เพราะในตอนนี้เขาไม่สามารถพูดอะไรได้มากนัก ได้ เพราะเขาไม่รู้เื่อะไรเกี่ยวกับคนที่เขาเข้ามาสวมรอยเลย
" ความรู้สึก ?" ผู้เป็แม่พูดพลางเอียงคอ เป็เชิงถามว่ามันคืออะไร แต่ในขณะที่วรรณชัยกำลังจะตอบกลับไป นพเก้าที่อยู่ข้างๆก็พูดแทรกขึ้นมาเสียก่อน
" ท่านหญิง มันมีเื่ราวมากมายเกิดขึ้นกับนายน้อย เอาไว้เราค่อยเข้าไปคุยกันข้างในเถิด พูดคุยข้างนอกนี้อาจดูไม่งามตานัก"
ได้ยินที่นพเก้าพูด ท่านหญิงก็พยักหน้าเข้าใจ เธอก็พอจะเดาความคิดของนพเก้าได้ว่า เื่นี้ไม่สามารถให้คนนอกรับรู้ได้ จึงต้องไปคุยกันส่วนตัวทีหลัง " เช่นนั้นเราเข้าไปในคฤหาสน์แล้วค่อยพูดคุยกัน"
ได้ยินดังนั้นวิษณุก็เดินนำวรรณชัย แม่ของเขา และนพเก้าเข้าไปในคฤหาสน์ ส่วนทหารคนอื่นก็ถูกส่งตัวไปรักษาและพักผ่อนตามลำดับ
เมื่อเข้ามาในห้องหนึ่งภายในคฤหาสน์แล้ว นพเก้าก็เริ่มเล่าเื่ที่พวกเขาไปพบเจอมาให้กับวิษณุและธิดาฟัง ได้ยินเื่ที่นพเก้าเล่ามา คิ้วของวิษณุก็ขมวดเข้าหากัน บ้างก็กระตุกไม่หยุดสลับกันไปมา
ส่วนทางด้านธิดานั้นเธอทำได้เพียงใช้มือปิดปากตนเองเอาไว้เพื่อไม่ให้ตนเองกรีดร้องออกมา บ้างก็มองไปที่วรรณชัยด้วยสายตาเศร้าสร้อยและเห็นใจ
สิ่งที่นพเก้าเล่าให้ทั้งสองฟังนั้นเกี่ยวกับเื่ที่อยู่ในป่า เริ่มจากพวกเขาถูกคลื่นอสูรจู่โจมอย่างกระทันหัน ในตอนที่พวกเขาตั้งค่ายอยู่ แต่ก็โชคดีที่อสูรมันไม่บุกเข้ามาทำลายค่ายของพวกเขาจนพังพินาศไปในครั้งเดียว
แต่หัวหน้าผู้สั่งการคลื่นอสูรนั้น้าที่จะค่อยๆเล่นสนุกกับพวกเขาและทรมาณพวกเขาจนตาย วรรณชัยเองก็ได้รับาเ็จากการบุกโจมตีในครั้งนั้นด้วย
ดังนั้นพวกเขาจึง้าที่จะลักลอบส่งวรรณชัยหนีออกมาจากวงล้อมของคลื่นอสูรเ่าั้ออกไป และกลับเมืองมาให้เร็วที่สุดเพื่อที่จะทำการรักษาโดยด่วน
แต่พวกเขาก็โชคร้าย ทันทีที่ออกไปได้ไม่กี่ชั่วโมงกลุ่มของวรรณชัยก็ถูกล้อมรอบไปด้วยกลุ่มหมาป่าวายุ ขณะที่พวกเขากำลังจะเข้าปะทะกันนั้น ไม่รู้ว่าเป็ปาฏิหาริย์หรืออะไร
วรรณชัยที่ครู่ก่อนยังาเ็สาหัสอยู่ก็ฟื้นขึ้นมา พร้อมกับาแทุกอย่างได้ถูกรักษาไปจนหมดสิ้น และเขาก็ได้อัญเชิญตัวตนอันยิ่งใหญ่ออกมาช่วยเหลือทหารทั้ง10นายที่คุ้มกันเขาอยู่
แต่การฟื้นกลับมาและสามารถอัญเชิญสิ่งที่ยิ่งใหญ่นี้ได้นั้น วรรณชัยต้องแลกกับพลังสายเืและความทรงจำของตนเองที่หายไป
หลังจากนั้นวรรณชัยก็นำทีมกลับมาช่วยเหลือพวกนพเก้า และได้ต่อสู้กับผู้นำคลื่นอสูรที่บุกโจมตีค่ายพวกเขา แต่สิ่งที่วรรณชัยอัญเชิญออกมาก็สามารถเอาชนะพวกมันได้ โดยที่ไม่มีใครได้รับาเ็เลย
จากนั้นพวกเขาก็ออกเดินทางตามหาผลเืัที่เป็เป้าหมายของพวกเขา เมื่อพบกับผลเืัแล้วพวกเขาก็วางแผนในการแย่งชิงผลเืัมา
แต่พวกเขาก็ไม่คาดคิดว่าสิ่งมีชีวิตอันยิ่งใหญ่ทั้ง4ตนจะต่อสู้กันเอง จนมีตนหนึ่งตกตายไป การต่อสู้ครั้งนั้นยังฝังอยู่ในหัวของนพเก้าไม่เคยลืมเลือน
มันคล้ายกับวันสิ้นโลกสำหรับเขาเลยก็ว่าได้ และด้วยการต่อสู้ของเหล่าตัวตนอันยิ่งใหญ่นี้เอง ทำให้พวกเขาสามารถลอบขโมยผลเืัมาได้ และได้หลอกล่อให้เหล่าอสูรที่ตามมาต่อสู้กันเอง
สุดท้ายพวกเขาจึงได้รับผลเืัมาทั้งหมดสามผลด้วยกัน ซึ่งถือว่าเป็กำไรอันยิ่งใหญ่เลยสำหรับพวกเขาทั้ง100คน แม้ความจริงวรรณลัยจะเป็คนทำเื่ทั้งหมดเแงก็นามที
" ลูกแม่…" ธิดาเดินเข้ามาโอบศีรษะของวรรณชัยเพื่อปลอบประโลมเขา เธอไม่คิดว่าลูกชายจะเสียสละตนเองโดยที่แลกกับพลังสายเืและความทรงจำของเขาไปเช่นนี้
วรรณชัยที่นั่งฟังอยู่ก็รู้สึกพึงพอใจกับเื่เล่าของนพเก้า เื่นี้เขาไม่ได้คุยกับนพเก้าเลย เป็นพเก้าที่เล่าเื่ทั้งหมดเองตามความคิดของเขส
วรรณชัยคิดว่านพเก้าคงได้ไปถามส่วนอื่นๆจากไตรวิทย์มาและนำเื่ทั้งหมดมาประติดประต่อกันอย่างแน่นอน และวรรณชัยเองก็ไม่คิดแก้ข่าวอะไร เพราะเื่ที่นพเก้าเล่ามามันสมบูรณ์แบบมากสำหรับวรรณชัย
" เช่นนั้นสีผมและสีนัยตาของเ้าจึงเป็เช่นนี้สินะ มันกลับกลายมาเป็เหมือนกับข้า ข้าที่ไร้สายเืเช่นกัน.." เมื่อพูดถึงเื่ของสายเื น้ำเสียงของธิดาก็กลายเป็เบาลงและเศร้าสร้อย
นี่คงจะเป็เหมือนจุอ่อนในชีวิตของเธอเลยก็ว่าได้ เพราะคนไร้สายเืนั้นอ่อนแอและไร้พลัง เป็เหมือนชนชั้นล่างของสังคนในตอนนี้ที่ผู้มีสายเืเป็ทุกอย่าง
" ข้าไม่เป็ไรท่านแม่.. มันคุ้มแล้วกับการนำผลเืัมารักษาท่านพ่อได้.." วรรณชัยส่ายหน้าไปมาบ่งบอกว่าตนไม่คิดอะไรมากกับเื่นี้
" ใช่ ! ผลเืั !" เมื่อได้ยินผลเืั ดวงตาของธิดาก็สว่างขึ้น เหมือนมีความหวังก่อเกิดขึ้นในจิตใจของเธอ
" ใช่แล้วเรามีผลเืั ! เรารีบไปช่วยท่านพี่พิรุณกันเถอะ !" ธิดากล่าวด้วยความตื่นเต้น พร้อมกับคะยั้นคะยอให้พวกวรรณชัยเข้าไปในห้องที่พิรุณหรือเ้าเมืองกำลังพักรักษาตัวอยู่
เมื่อเห็นท่าทางของธิดา วิษณุจึงจำใจหยุดทุกอย่าง พาวรรณชัยและนพเก้าเข้าไปในห้อง ที่ที่พิรุณกำลังรักษาตัวอยู่
ในตอนนั้นเองขณะที่ธิดากำลังจะเดินตามเข้าไปนั้น เธอก็เผอิญมองไปที่แผ่นหลังของวรรณชัย แต่แผ่นหลังของคนผู้หนึ่งก็ทับซ้อนร่างของวรรณชัย
ร่างนั้นมีผมเป็สีดำ นัยตาก็เป็สีแดงอมดำเช่นกัน แต่เขากลับตัวเล็กกว่าวรรณชัย และมักจะมีรอยยิ้มสดใสส่งมาให้กับเธอเสมอๆ " วรรณชัย…"
เหมือนความทรงจำในอดีตจะมารบกวนจิตใจของเธอ เธอจึงส่ายหน้าไปมาเพื่อที่จะไล่ความคิดฟุ้งซ่านนั้นให้หายไป ก่อนจะพูดพึมพำกับตนเองเบาๆ
" ลูกอยู่ที่นั่นจะเป็ยังไงบ้างนะ ?..." ไม่รู้ว่าสิ่งที่เธอพูดออกมานั้นกำลังหมายถึงสิ่งใด พูดเสร็จธิดาก็มองออกไปยังนอกหน้าต่างที่มีเพียงท้องฟ้ากว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตาเท่านั้น
ภายในห้องนอนอันแสนหรูหรา มีเตียงขนาดใหญ่วางอยู่ ภายในห้องตกแต่งด้วยแจกันดอกไม้สวยงาม ดูแล้วรู้สึกสบายตาและสดชื่น
บนเตียงมีร่างใหญ่นอนไม่ได้สติอยู่ ร่างกายของเขาขาวซีดและมีจุดเขียวอยู่ตามร่าง บ่งบอกว่าเขามีอาการาเ็ภายในอย่างหนักและอาจติดพิษด้วยเช่นกัน
*
ชื่อ : พิรุณ าาสุวรรณ
สายเื : พฤกษาทองคำ
ระดับ : D
เลเวล : 45 (60)
ความแข็งแกร่ง : 38 (50)
ความทนทาน : 62 (74)
ความเร็ว : 37 (49)
ความอึด : 55 (67)
มานา : 47 (59)
แต้มิญญา : 0
สกิลใช้งาน : เกราะทองพฤกษา ,
สกิลติดตัว : กายเยียวยา
สถานะ : าเ็ภายในสาหัส , กระดูกส่วนมากแตกหัก , ถูกพิษ , สภาพร่างกายถดถอย เนื่องจากอาการาเ็
*
มองดูข้อมูลของร่างที่นอนอยู่ คิ้วของวรรณชัยก็ขมวดเข้ามากัน เมื่อเห็นอาการาเ็ของร่างตรงหน้า อาการาเ็ของคนตรงหน้าเรียกได้ว่าเหมือนคนที่ตายไปแล้วก็ว่าได้
และสิ่งที่เตะตาวรรณชัยมากที่สุดคือ แต้มิญญาของเขาถูกใช้จนหมด นั่นคือสิ่งที่วรรณชัยไม่เคยเห็นจากทหารคนไหนมาก่อน อย่างมากก็ถูกใช้ไป20-90แต้มเท่านั้น แต่ก็ไม่เคยเห็นใครใช้จนหมดแบบนี้