ไม่ได้ผล
คฤหาสน์ตระกูลหวาง เซี่ยงไฮ้ ภายในห้องนอนห้องหนึ่งในคฤหาสน์ ฉู่หว่านเอ๋อร์ได้เดินเข้ามาในห้อง เห็นได้ชัดว่า หลังจากที่เธอไปส่งหลินเฉินแล้ว เธอก็มาที่นี่ต่อในทันที
“คุณหนูหว่านเอ๋อร์” หญิงสาวในชุดพยายาลเห็นฉู่หว่านเอ๋อร์เดินเข้ามา จึงเอ่ยปากทักทาย
ฉู่หว่านเอ๋อร์พยักหน้าให้ “พยาบาลลี่ อาการของน้องโหรวเป็นยังไงบ้าง?”
“เหมือนเดิมทุกอย่าง คุณหนูจี้โหรว ยังคงไม่มีการตอบสนองอะไรเลยค่ะ” นางพยาบาลลี่ถอนหายใจออกมา เธอถูกจ้างมาดูแลหวางจี้โหรว คุณหนูของตระกูลหวางเมื่อสามปีก่อน
ผ่านมาสามปีแล้ว อาการของหวางจี้โหรวก็ยังคงเดิม ไม่มีทีท่าว่าจะฟื้นขึ้นมาเลย
“ขอฉันอยู่กับน้องโหรวตามลำพัง” ฉู่หว่านเอ๋อร์พูด
นางพยาบาลลี่พยักหน้า ก่อนเดินออกจากห้องไป พร้อมกับปิดประตูลง
หลังจากที่นางพยาบาลลี่ออกไปแล้ว ฉู่หว่านเอ๋อร์ก็เดินมาข้างเตียง เธอมองดูหญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียงด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสาร “จี้โหรว ถ้าเธอเชื่อฟังพี่สาวคนนี้ตั้งแต่ตอนนั้น เธอก็คงไม่ต้องมาเป็นแบบนี้”
หวางจี้โหรวอายุน้อยกว่าเธอสามปี เธอกับหวางจี้โหรวสนิทกันมาตั้งแต่เด็ก จึงเปรียบดั่งพี่น้องแท้ๆ แม้ว่าจะไม่ใช่สายเลือดเดียวกันก็ตาม
แต่นิสัยก็แตกต่างกันมาก หวางจี้โหรวมีนิสัยกล้าหาญ เธอจึงเข้าร่วมกับกองทัพออกไปรบกับพวกก่อการร้ายต่างชาติที่ชายแดน แต่โชคไม่ดีนัก เธอเผลอไปเหยียบกับระเบิดเขา
แม้สุดท้ายจะโชคดีรอดชีวิต แต่ก็กลายเป็นเจ้าหญิงนิทราไป ไม่มีการตอบสนองใดๆ มาสามปีแล้ว นอกจากนี้ ทั่วร่างยังเต็มไปด้วยแผลเป็นน่าเกลียดน่ากลัว
“แต่ไม่ต้องห่วงนะ พี่สาวได้ยันต์วิเศษมา แม้แต่ขาของคุณพ่อยังหายได้ ไม่แน่ว่าน้องโหรวอาจจะตื่นขึ้นมาก็ได้” ฉู่หว่านเอ๋อร์พึมพำกับตัวเอง ลูบใบหน้าของหวางจี้โหรวอย่างอ่อนโยน
เธอมองอุปกรณ์ทางการแพทย์หลายอย่างที่ช่วยยื้อชีวิตหวางจี้โหรว ยิ่งรู้สึกสงสาร เธอนำยันต์รักษาออกมาจากกระเป๋า จากนั้นวางลงที่หน้าอกของหวางจี้โหรว
“ปลดปล่อย”
ทันใดนั้นยันต์ก็เปล่งแสงสีฟ้าอ่อนออกมา ค่อยๆ จมลงไปในร่างกายของหวางจี้โหรว แผลเป็นต่างๆ ที่น่าเกลียดน่ากลัวบนร่างกายของเธอค่อยๆ เลือนหายกลับคืนสู่ปกติ ราวกับไม่เคยมีแผลเป็นที่น่าเกลียดน่ากลัวมาก่อนอย่างไรอย่างนั้น
ฉู่หว่านเอ๋อร์ดวงตาเป็นประการเมื่อเห็นภาพนี้ เธอเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อว่าหวางจี้โหรวจะฟื้นขึ้นมา
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเวลาจะผ่านไปหลายนาที หวางจี้โหรวก็ยังคงไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใด หรือมีทีท่าว่าจะฟื้นขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย
ฉู่หว่านเอ๋อร์ขมวดคิ้วด้วยความกังวลในทันที ยันต์รักษาไม่มีปัญหาแน่นอน เพราะมันสามารถรักษาแผลเป็นทั่วร่างกายของหวางจี้โหรวได้ อย่างนั้นที่เป็นไปได้ก็คือสภาวะที่หวางจี้โหรวเป็นอยู่ ร้ายแรงเกินกว่าที่ยันต์รักษา จะรักษาได้!
“ทำไมเป็นแบบนี้?” ฉู่หว่านเอ๋อร์รู้สึกหดหู่อย่างช่วยไม่ได้ จากเดิมที่มีความหวังว่ายันต์รักษาจะช่วยให้หวางจี้โหรวฟื้นขึ้นมาได้
เธอพลันคิดที่จะใช้ยันต์รักษาอีกแผ่นหนึ่ง แต่คิดไปคิดมา เธอก็เลือกที่จะไม่ใช้แทน ถ้าเกิดว่ามันไม่ได้ผล อย่างนั้นยันต์รักษาก็คงจะเสียเปล่า
“ใช่แล้ว เราต้องโทรไปถามคุณหลินเฉิน” ฉู่หว่านเอ๋อร์พลันคิดขึ้นมาได้ หลินเฉินที่มียันต์วิเศษอยู่กับตัวแบบนี้ ไม่แน่ว่าอาจจะมีวิธีทำให้หวางจี้โหรวฟื้นขึ้นมาก็ได้
ไม่ใช่ว่าเขาบอกว่าติดหนี้เธอครั้งหนึ่งรึไง การโทรไปถามก็คงจะไม่เป็นการรบกวนเขาหรอก เธอคิดแบบนี้ รีบหยิบโทรศัทพ์ออกมาจากกระเป๋า กดค้นหาเบอร์โทรของหลินเฉิน ซึ่งเธอได้บันทึกไว้แล้ว ตั้งแต่ตอนที่ซื้อโทรศัทพ์เครื่องที่มอบให้เขามา จากนั้นก็กดโทรออกไป
รอสายอยู่ไม่นานก็มีคนรับสาย คนที่รับสาย แน่นอนว่าเป็นหลินเฉิน ดูเหมือนว่าเขาจะเปิดกล่องและใส่ซิม รวมถึงเปิดเครื่องแล้ว
“ฮัลโหล”
“คุณหลินเฉิน นี่ฉันเองฉู่หว่านเอ๋อร์” เมื่อหลินเฉินรับสาย ฉู่หว่านเอ๋อร์ก็รีบพูด
“คุณฉู่มีธุระอะไร?” หลินเฉินถามอย่างสงสัย คิดไม่ถึงว่าแยกจากกันไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง ฉู่หว่านเอ๋อร์จะโทรมาหาเขาแล้ว
“คืออย่างนี้คุณหลินเฉิน ฉันมีเรื่องจะถาม คุณพอจะรู้ไหมว่าจะทำให้คนที่อยู่ในสภาพเจ้าหญิงนิทราฟื้นขึ้นมาได้ยังไง?”
“สภาพเจ้าหญิงนิทรา คุณหมายถึงสภาพที่นอนเป็นผัก?”
“ใช่” ฉู่หว่านเอ๋อร์ตอบอย่างรวดเร็ว “คุณพอจะรู้ไหม?”
หลินเฉินเงียบลงไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบ “ผมรู้”
“จริงเหรอ!” ฉู่หว่านเอ๋อร์ตื่นเต้นขึ้นมาในทันที “ฉันขอร้อง คุณช่วยฉันหน่อยได้ไหม น้องสาวที่สนิทกันมากๆ คนหนึ่งของฉันอยู่ในสภาพนี้มาสามปีแล้ว”
“ผมช่วยคุณได้ แต่หนี้ที่ผมติดค้างคุณจะหายไป คุณแน่ใจนะ” หลินเฉินพูด
“แน่ใจ” ฉู่หว่านเอ๋อร์ตอบออกมาอย่างไม่ลังเล ขอเพียงหวางจี้โหรวฟื้นขึ้นมา อะไรเธอก็ยอมทั้งนั้น
“ได้ คุณส่งคนมารับผม ตอนนี้ผมว่างอยู่พอดี”
“เข้าใจแล้ว ขอบคุณคุณมาก” ฉู่หว่านเอ๋อร์ขอบคุณหลินเฉินอย่างซาบซึ้งใจ หลังจากวางสายเขา เธอก็รีบโทรไปบอกให้คนขับรถไปรับหลินเฉินในทันที
เมื่อโทรไปบอกคนขับรถเรียบร้อยแล้ว ฉู่หว่านเอ๋อร์ก็มองใบหน้าซูบผอมและขาวซีดของหวางจี้โหรว ลูบผมเธอครั้งหนึ่ง
เป็นเวลาเดียวกันที่ประตูห้องเปิดออก ชายวัยกลางคนและหญิงวัยกลางคนได้เดินเข้ามา ทั้งสองคนแต่งกายในชุดดูดี ใบหน้ามีภูมิฐานอย่างมาก
“คุณลุง คุณป้า” ฉู่หว่านเอ๋อร์รู้จักคนทั้งสองดี พวกเขาไม่ใช่ใครที่ไหนเลย นอกจากพ่อและแม่ของหวางจี้โหรว หวางจงฟู่กับหวางซิ่น หวางจงฟู่มีสถานะในตระกูลหวางสูงมาก เนื่องจากเขาเป็นหัวหน้าตระกูลคนปัจจุบัน
“หว่านเอ๋อร์ วันนี้มาเยี่ยมจี้โหรวเหรอ ถ้าจี้โหรวรู้ว่าหนูมาเยี่ยมแทบจะทุกวัน ต้องมีความสุขมากแน่” หวางจงฟู่ยิ้ม มองไปที่ฉู่หว่านเอ๋อร์อย่างขอบคุณ
แต่ทันใดนั้น รอยยิ้มของเขาต้องชะงัก เมื่อเข้ามองเห็นใบหน้าและร่างกายของลูกสาว ไม่มีรอยแผลเป็นน่าเกลียดน่ากลัวแล้ว
“นะ...นี่!” ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้นมาด้วยความตกใจ
อย่าว่าแต่เขาที่เป็นแบบนี้ หวางซิ่นภรรยาของเขาก็เป็นเช่นเดียวกัน
“นี่..นี่มันเกิดอะไรขึ้นหว่านเอ๋อร์ ทำไมแผลเป็นของจี้โหรวถึงได้หายไป” หลังพยายามระงับความตกใจลง หวางจงฟู่ก็สูดลมหายใจเข้าลึก ถามออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
ฉู่หว่านเอ๋อร์ไม่แปลกใจที่ทั้งสองคนจะตกใจ เธอพลันเล่าเรื่องยันต์วิเศษให้กับคนทั้งสองฟัง รวมถึงเรื่องที่มีคนรู้วิธีจะทำให้หวางจี้โหรวตื่นขึ้นมาด้วย
“ที่พูดมา เป็นเรื่องจริงใช่ไหมหว่านเอ๋อร์?” หวางซิ่นถามอย่างมีความหวัง
ฉู่หว่านเอ๋อร์ยิ้ม “เป็นความจริงแน่นอนค่ะคุณป้า”
ทางด้านหวางจงฟู่ก้มหน้าลง ราวกับจะครุ่นคิดบางอย่าง เขาเชื่อเรื่องยันต์ที่ฉู่หว่านเอ๋อร์พูดมาอย่างแน่นอน เพราะที่ตระกูลของเขาก็พอมียันต์ที่มีความพิเศษอยู่บ้าง
ถ้าจะถามว่าทำไมที่ตระกูลของเขาถึงได้พอมียันต์ที่มีความพิเศษอยู่บ้างนั้น คำตอบมีเพียงที่ตระกูลของเขา มีผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่งอยู่ ซึ่งผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่งที่ว่าก็คือบรรพบุรุษตระกูลหวางของเขาเอง
จบบทที่ 21