ณที่ประทับของฝ่าา
“เ้าน่ะหรือคือลูกศิษย์ของอาจารย์เิ่เสียน” ฝ่าาทรงสงสัยเพราะคนตรงหน้าเป็เพียงผู้หญิงทั่วไปมากกว่าผู้คงแก่เรียน
“ใช่แล้วเพคะ” หว่านชิงกล่าว
“เอาล่ะ เราขอชี้แจงก่อน เรานั้นได้ปลดองค์ชายหนึ่งจากตำแหน่งองค์รัชทายาทแล้วเนื่องจากเขานั้นอ่อนแอเกินไป ทำอะไรก็ไม่มีความมั่นใจต้องคอยถามขุนนางที่ให้การสนับสนุนเขาตลอดคราวนี้เราจะต้องคัดเลือกองค์รัชทายาทใหม่จากบรรดาองค์ชายที่เหลืออีกห้าพระองค์วิชาด้านปรัชญาเป็หนึ่งในหัวข้อประเมิน เราจะประเมินสอบวิชานี้เป็วิชาแรกดังนั้นหลังจากเ้าให้การศึกษาพวกเขาจนจบหลักสูตรแล้วเ้าจะต้องประเมินคะแนนให้ด้วย” ฝ่าาตรัส
“หม่อมฉันมีข้อแม้สองข้อเพคะขอให้หม่อมฉันเป็ผู้กำหนดกระบวนการสอบเองทุกอย่างและอีกข้อก็คือหลังจากที่หม่อมฉันให้การศึกษาเชื้อพระวงศ์จนจบแล้ว หม่อมฉันสามารถจากที่นี่ไปเมื่อไหร่ก็ได้โดยไม่จำเป็ต้องทูลลาเพคะ”หว่านชิงวางแผนไว้ก่อน
“เ้าคงกลัวสินะ” ฝ่าาตรัสอย่างเข้าพระทัย
“เป็ปกติที่หม่อมฉันจำเป็ต้องรักษาชีวิตไว้ไม่ใช่หรือเพคะ” หว่านชิงจำเป็ต้องหาทางเอาตัวรอด
“ได้! เราอนุญาตตามที่เ้าขอ” ฝ่าาตรัส
“ขอบพระทัยเพคะ” หว่านชิงรู้สึกโล่งอก
“เ้ากลับที่พักเถอะ” ฝ่าาทรงทราบดีว่าหว่านชิงนั้นเดินทางมาไกลมาถึงก็เข้าเฝ้าทันที นางจึงยังไม่ได้พักเลยสักนิด
“หม่อมฉันทูลลาเพคะ” หว่านชิงทำท่าคารวะและเดินออกไปจากที่ประทับทันที
***************************
สามวันต่อมาณ ห้องอบรมองค์ชายในเขตพระราชฐาน
เนื่องจากอาจารย์หว่านชิงยังคงสาวอายุก็คงไม่ต่างจากองค์ชายมากนัก ทำให้ดูไม่น่าเคารพนับถือดังนั้นองค์ชายทั้งห้าพระองค์จึงทรงไม่ค่อยตั้งพระทัยศึกษาเล่าเรียน บ้างก็สนทนาบ้างก็อ่านตำราพิชัยยุทธ บ้างก็เหม่อลอย
แต่หว่านชิงก็ยังคงอดทนพร่ำสอนตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจนกระทั่งหมดเวลาเรียนสำหรับวันนี้
“เอาล่ะ ต่อไปหม่อมฉันจะทำการประเมินเก็บคะแนนเพคะ” หว่านชิงกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“อะไรนะ! ไม่เห็นเ้าบอกก่อนนี่” องค์ชายสามตรัสอย่างไม่พอพระทัย
“ฝ่าาทรงอนุญาตให้หม่อมฉันกำหนดการสอบเมื่อไหร่ก็ได้นี่เพคะหรือพระองค์ทรงกล้าขัดรับสั่งของฝ่าา” หว่านชิงกล่าวอ้าง
“เ้าจงใจแกล้งพวกเราน่ะสิ” องค์ชายสี่ตรัส
“หากพระองค์ทรงตั้งพระทัยศึกษาั้แ่แรก พระองค์คงไม่ตรัสเช่นนี้ใช่มั้ยเพคะ” หว่านชิงจำเป็ต้องใช้วิธีนี้
“ก็ได้! พวกเรายอมแพ้ ค่อยประเมินในวันพรุ่งนี้เถิดคะแนนสอบมีความสำคัญต่อพวกเรามาก” องค์ชายสามตรัส
“ก็ได้เพคะ แต่ทรงอย่าลืมว่าวัตถุประสงค์ของวิชานี้คือการเข้าใจปรัชญาและนำไปปรับใช้เป็แนวทางการใช้ชีวิตหาใช่การสอบให้ได้คะแนนสูงไม่” หว่านชิงเตือน
“พวกเราเข้าใจ งั้นพวกเราขอลา” องค์ชายห้าทรงตัดบท
หว่านชิงส่ายหน้าแต่ก็ต้องทำใจเพราะลูกศิษย์ของนางล้วนเป็ถึงองค์ชายเื่อะไรที่พวกเขาจะเคารพหญิงชาวบ้านอย่างนาง
แม้ว่าบรรดาองค์ชายทรงไม่ได้นับถือหว่านชิงเป็อาจารย์ของพวกเขาแต่อย่างน้อยทั้งห้าพระองค์ก็ทรงตั้งพระทัยศึกษามากขึ้นเพื่อที่ว่าจะได้สอบได้คะแนนสูงๆ
การเรียนการสอนดำเนินต่อไปเรื่อยๆจนกระทั่งครบกำหนดสามเดือน
***************************
ณห้องตำราของอาจารย์หว่านชิง
“ถวายบังคมเพคะพระสนมชุ่ยเหรียนดึกดื่นป่านนี้มีอะไรให้หม่อมฉันรับใช้งั้นหรือเพคะ” หว่านชิงแปลกใจที่เห็นพระมารดาขององค์ชายสี่มาพบนางถึงที่นี่
“อีกสองวันก็จะเป็การประเมินครั้งสุดท้ายแล้ว นี่คือกล่องเพชรนิลจินดาหวังว่าเ้าจะช่วยให้องค์ชายสี่มีคะแนนสูงๆ นะ” พระสนมชุ่ยเหรียนยื่นกล่องสมบัติให้
“พระองค์ทรงกำลังติดสินบนหม่อมฉันอยู่นะเพคะ” หว่านชิงเตือน
“หรือว่า กล่องเดียวไม่พองั้นหรือ” พระสนมทรงกำลังจะไปสั่งให้นางกำนัลไปนำมาเพิ่ม
“กล่องเดียวก็พอเพคะ” หว่านชิงรีบพูด
“นั่นไง! เราว่าแล้วว่าเ้าเป็คนฉลาด เอาล่ะ ฝากด้วยนะ เราไปล่ะ” พระสนมทรงเสด็จกลับตำหนักทันที
อาจารย์หว่านชิงส่ายหน้าและเดินไปเก็บกล่องสมบัตินั้น
***************************
และแล้วก็ถึงวันสอบวิชาปรัชญาองค์ชายทั้งห้าทรงรับกระดาษคำถามจากอาจารย์หว่านชิง จากนั้นทรงนำไปอ่านและค่อยๆเขียนคำตอบลงไปในกระดาษคำตอบ ผ่านไปสามชั่วยามทุกพระองค์ก็ทรงนำกระดาษคำตอบไปให้อาจารย์หว่านชิงที่นั่งอยู่หน้าห้องสอบ
ฝ่าาเสด็จมาด้วยความพิโรธ
“ถวายบังคมเพคะฝ่าา” อาจารย์หว่านชิงถวายความเคารพ
“เ้านี่ช่างบังอาจยิ่งนัก! เ้ากล้ารับสินบนอย่างนั้นหรือ อาจารย์หว่านชิง”ฝ่าาทรงกริ้ว
“เอ่อ คือ…” อาจารย์หว่านชิงพูดอะไรไม่ออก
“ทหารองครักษ์ของเราจับตาดูเ้าตลอดเวลา มีอะไรจะพูดอีกมั้ย” ฝ่าาทรงสั่งให้องครักษ์จับตาดูอาจารย์หว่านชิงทุกฝีก้าว
“ฟังหม่อมฉันก่อนนะเพคะ หม่อมฉันมีคำอธิบายเพคะ” หว่านชิงคุกเข่าขอร้อง
“ทหาร! จงจับนางไปขังในคุกหลวงเดี๋ยวนี้” ฝ่าาทรงไม่รับฟัง
“พะย่ะค่ะ” ทหารองครักษ์รับคำ
“ช้าก่อนเพคะ” อาจารย์หว่านชิงกล่าว
“มีอะไรจะแก้ตัวอีก” ฝ่าาทรงตะคอก
อาจารย์หว่านชิงที่กำลังคุกเข่าอยู่นางค่อยๆ แกะหน้ากากออกแล้วกลายเป็ องค์หญิงฉู่หลาน
“ทำไมถึงเป็เ้า ฉู่หลาน แล้วหว่านชิงอยู่ที่ไหน” ฝ่าาทรงตกพระทัย
“ตอนนี้อาจารย์หว่านชิงได้เดินทางไปที่เมืองอื่นชั่วคราวแล้วฝากให้หม่อมฉันช่วยดำเนินการสอบให้เพคะ” องค์หญิงฉู่หลานทรงอธิบาย
“ทำไมนางถึงกล้าละทิ้งหน้าที่แบบนี้” ฝ่าาทรงไม่เข้าพระทัย
“นาง้าแก้ปัญหาเื่ติดสินบนเพคะ นางไม่อยากอยู่ในวังใน่ก่อนสอบนางก็เลยขอร้องให้ลูกช่วยนางบอกว่าหากมีการติดสินบนยิ่งมากเท่าไหร่ก็ยิ่งหักคะแนนมากขึ้นเท่านั้น นั่นไงเพคะลูกได้วางทรัพย์สินที่ได้จากการติดสินบนไว้บนโต๊ะเรียบร้อยแล้วเสด็จพ่อทรงทอดพระเนตรได้เลยเพคะ” องค์หญิงฉู่หลานเสด็จนำทาง
ฝ่าาเสด็จตามไปก็ทรงทอดพระเนตรเห็นกล่องสมบัติติดทั้งชื่อและติดคะแนนที่จะหักซึ่งเป็จริงดังที่องค์หญิงฉู่หลานตรัสทุกประการแต่พอทรงทอดพระเนตรเห็นตะกร้าที่ติดว่าองค์ชายสามและบวกคะแนนเพิ่มพระองค์จึงตรัสถามว่า “นี่คืออะไร”
“เสด็จพี่สามเสด็จมาหาลูกที่ปลอมเป็หว่านชิงอยู่เสด็จพี่ทรงไม่ได้มอบของติดสินบนใดๆแต่มาเพียงเพื่อตรัสถามว่าทำยังไงถึงได้คะแนนสูงเพคะ” องค์หญิงทรงอธิบาย
“แล้วเ้าตอบว่ายังไง” ฝ่าาทรงสงสัย
“อาจารย์หว่านชิงบอกว่าหากใครมาถามถึงหนทางที่ทำให้ได้คะแนนสูงนางให้บอกไปว่าให้ไปค้นตำราหลักปรัชญาในห้องตำรา ตำราวิชาปรัชญาแม้ต่างที่มาแต่หลักการล้วนเหมือนกันเพคะ” องค์หญิงตรัสตามที่อาจารย์หว่านชิงบอก
“แล้วใครจะเป็ผู้ประเมินผลล่ะ ในเมื่อนางไม่ได้อยู่ในวัง” ฝ่าาทรงสงสัยเช่นเคย
“นางบอกว่าให้นำกระดาษคำตอบมาคัดลอกใหม่โดยปกปิดชื่อไว้แล้วส่งให้นางตรวจประเมิน นาง้าให้คะแนนอย่างเป็ธรรมโดยไร้อคติใดๆนั่นจะทำให้นางไม่ลำเอียงมอบคะแนนให้พระองค์ใดพระองค์หนึ่งเพคะ” องค์หญิงตรัส
“เอาล่ะ พ่อเข้าใจแล้ว เ้าไปดำเนินการตามที่อาจารย์หว่านชิงบอกเถิดส่วนใครที่ถูกหักคะแนนเพราะติดสินบน ให้ไปคุกเข่าสำนึกผิดในห้องบรรพชน” ฝ่าาทรงลงโทษ
“พะย่ะค่ะ” องค์ชายตรัสพร้อมกัน
ดังนั้นบรรดาองค์ชายยกเว้นองค์ชายสองและองค์ชายสามต่างพากันเสด็จเข้าไปในห้องบรรพชนตามรับสั่งของฝ่าา
***************************
ณศาลาริมน้ำ ในเมืองถังสือ
“จะดีหรือที่มาตรวจข้อสอบที่นี่ ฝ่าาทรงไม่กริ้วแน่นะ” ซูเฉินนั่งเป็เพื่อนในระหว่างที่ฮูหยินกำลังนั่งตรวจข้อสอบ
“ฝ่าาทรงอนุญาตแล้ว อย่ากังวลเลยเ้าค่ะท่านพี่ อีกอย่างท่านพี่จะได้ไม่ต้องเหนื่อยไงเ้าคะ”หว่านชิงตอบโดยยังคงก้มอ่านคำตอบขององค์ชายอยู่
“เหนื่อยยังไง” สามีสงสัย
“หากข้าอยู่ในวัง ต้องมีคนไม่พอใจข้าเป็อย่างมากทั้งเื่ที่ข้าไม่รับสินบนและเื่ที่ไปเปิดโปงคนที่ให้สินบนนั้นแบบนี้ท่านพี่ได้ต่อสู้กับนักฆ่าจนเหนื่อยเป็แน่เ้าค่ะ” หว่านชิงคาดการณ์ไว้
“อยู่ในวังนี้ช่างอันตรายจริงๆ” สามีไม่อยากให้ฮูหยินอยู่ในวังต่อไป
“ข้าตรวจข้อสอบเสร็จแล้วอีกหน่อยท่านองครักษ์หลี่ซื่อิ่ก็จะมาถึงแล้วเ้าค่ะ” หว่านชิงนัดเวลาไว้ตอนเที่ยงของวันนี้
“ข้ามารับผลคะแนนขอรับ ทุกอย่างเรียบร้อยดีหรือไม่” องครักษ์หลี่ซื่อิ่มาตรงเวลา
“ทุกอย่างอยู่ในห่อนี้หมดแล้ว” หว่านชิงยื่นห่อที่บรรจุผลสอบและกระดาษคำตอบที่คัดลอกมาโดยไม่รู้ว่ากระดาษคำตอบเ่าั้เป็ของผู้ใด
“ว่าแต่ ท่านจะไม่กลับเข้าไปในวังอย่างนั้นหรือ” องครักษ์สงสัย
“ข้ากับสามีจะกลับเชียงหนาน ต้องฝากขอประทานอภัยด้วย” หว่านชิงรู้ดีว่าหากนางกลับไปนักฆ่าที่ทำงานให้เหล่าเชื้อพระวงศ์ต้องต้อนรับนางอย่างล้นหลามเป็แน่
“นี่คือป้ายทองพร้อมกับพระราชโองการฝากให้ท่านมอบให้กับท่านผู้ว่าเมืองเชียงหนานเขาจะได้จัดการเื่ฝากให้ท่านเข้าไปสอนในสำนักบัณฑิตได้ขอรับ” องครักษ์มอบห่อของสำคัญให้กับอาจารย์หว่านชิง
“ขอบคุณมาก งั้นพวกข้าขอลา” หว่านชิงกล่าวและรอให้องครักษ์เดินจากไปก่อนหลังจากนั้นนางก็ขึ้นไปบนรถม้าพร้อมกับสามีเพื่อกลับเมืองเชียงหนานทันที
***************************
ณที่ประทับของฝ่าา
องค์ชายทั้งห้าทรงยืนรอฟังผลคะแนนอย่างใจจดใจจ่อ
ฝ่าาทรงทอดพระเนตรดูผลคะแนนที่อาจารย์หว่านชิงประเมินด้วยตัวเองจากนั้นก็หักลบการทุจริตติดสินบน จึงประเมินได้ว่า “องค์ชายสองได้คะแนนสูงสุดในวิชานี้ นั่นคือเก้าคะแนนส่วนองค์ชายองค์อื่นได้หนึ่งคะแนนเท่านั้น”
“หมายความว่ายังไงพะย่ะค่ะ พวกเราตั้งใจเรียนและตั้งใจเขียนตำตอบแล้วทำไมพวกเราถึงได้แค่หนึ่งคะแนนเท่านั้น” องค์ชายสามทรงไม่เข้าพระทัย
“อาจารย์หว่านชิงบอกว่า วิชานี้เน้นหลักปรัชญาและหลักคุณธรรมพวกเ้ามีคุณธรรมในใจแล้วหรือยัง มีความอ่อนน้อมถ่อมตน เคารพให้เกียรติผู้อื่นซื่อสัตย์สุจริต มีเมตตากรุณา และคุณธรรมอื่นๆ บ้างแล้วหรือยังนางบอกว่าแม้จะตอบคำถามได้อย่างถูกต้องแต่พวกเ้าจะต้องนำหลักธรรมเหล่านี้ไปปฏิบัติด้วยไม่ใช่เอาแต่ท่องจำเพื่อให้ได้คะแนนสูงๆเท่านั้นดังนั้นนางจึงประเมินจากข้อสอบและความประพฤติในระยะสามเดือนของพวกเ้า” ฝ่าาทรงอธิบายตามจดหมายของหว่านชิง
“แล้วทำไมเสด็จพี่สองถึงได้คะแนนสูงสุดล่ะพะย่ะค่ะในเมื่อเสด็จพี่สองก็ไม่เคารพอาจารย์หว่านชิงเช่นกัน” องค์ชายหกทรงไม่เข้าพระทัย
“เขาจึงไม่ได้คะแนนเต็มไงล่ะแต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังไม่คิดติดสินบนและไม่มาสอบถามเพื่อหาหนทางให้ได้คะแนนสูงๆสิ่งที่เขาตอบมาล้วนมาจากหลักปรัชญาที่เขาร่ำเรียนมาและยึดถือปฏิบัติมาทั้งสิ้น”ฝ่าาทรงอธิบาย
และแล้วสุดท้ายองค์ชายสองก็ได้คะแนนส่วนของวิชาปรัชญานำทุกคนไปก่อนและจากนี้ทุกพระองค์ทรงยังคงต้องถูกประเมินในวิชาและศาสตร์อื่นๆ ต่อไป
***************************
ณบ้านตระกูลซู
“หว่านชิงเป็ลมขอรับ” ซูเฉินอุ้มหว่านชิงเข้ามาในบ้านด้วยความใ
“ท่านพ่อบ้านจงรีบไปตามหมอเดี๋ยวนี้” แม่สามีรีบสั่งและรีบตามไปดูอาการลูกสะใภ้ในห้องนอนของทั้งสอง
“ขอรับ” ท่านพ่อบ้านรีบดำเนินการทันที