บทที่ 48 หลิน เยว่
ชิว หลิงซี ในตอนนี้นางเริ่มรู้สึกเกร็งนิดหน่อยแล้วเนื่องจากได้เห็นรูปลักษ์ที่แท้จริงของประตูเมืองบานนี้ ตอนโดนพระอาทิตย์สาดส่องทำให้เหมือนมีบางอย่างถูกแผดเผาออกมาจนเกิดเป็นประกายไฟลุกโชนเลยก็ว่าได้ นางจึงหลุดปากพูดออกมา“นี่มัน...เหมือนกับลวดลายภายในของปราสาท!” ชิว หลิงซี ได้คิดย้อนไปถึงในปราสาทตอนนางได้เจอกับมังกรแดงที่ทรงพลังเป็นอย่างมาก และมันก็คงอยู่มาหลายล้านปีแล้วอีกด้วย
จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามที่ได้ยินเสียงของ ชิว หลิงซี ก็ได้กล่าวออกมา “ต่อให้เป็นภายในปราสาทของข้า ก็ยังไม่งดงามเท่ากับประตูบานนี้อย่างแน่นอนข้าว่าแม่นางเข้าใจอะไรผิดแล้ว ส่วนคนที่จะสามารถสร้างของแบบนั้นขึ้นมาได้ ข้าคิดว่าคงจะมีแต่ท่านชิว ซานฟู่ เท่านั้นล่ะที่ทำแบบนี้ได้”จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามเขาได้คิดว่าอาวุธระดับพิเศษขั้นสูงสุดที่ตนเองได้รับไปก่อนหน้านี้ จะเป็นฝีมือของชิว ซานฟู่ ที่เป็นคนสร้างขึ้นมา เพราะว่าเขาหยิบมันออกมาจากในกระเป๋าของตนเองตามที่องครักษ์ได้มารายงาน
ทุกคนภายในกลุ่มตอนนี้ เมื่อได้ยินที่จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามกล่าวออกมาอย่างนั้นก็หันไปมอง ชิว ซานฟู่ กันหมด
ชิว ซานฟู่จึงรีบตอบอย่างรวดเร็วเพื่อที่จะไม่ทำให้เกิดปัญหา “ข้าขอบอกตามตรง จริงๆแล้วอาวุธที่ข้ามอบให้ท่านพี่ไปไม่ใช่ข้าที่เป็นคนสร้างมัน แต่ว่าเป็น ชิว เหวินเจี้ยน ต่างหาก ที่สร้างมันขึ้นมาและประตูเมืองบานนี้ก็เช่นกัน ข้าคิดว่า เขาน่าจะเป็นคนจัดการสร้างมันด้วยตนเองทั้งหมดเลย”
ทุกคนที่รู้อยู่ก่อนแล้วจึงไม่แปลกใจที่ชิวเหวินเจี้ยน เป็นคนสร้างประตูบานนั้นขึ้นมา แต่ที่พวกเขาแปลกใจก็เพราะว่า ทำไมจักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามถึงได้คิดว่า ชิว ซานฟู่ เป็นผู้สร้างกัน แต่ทว่าในตอนนี้ทุกคนก็เข้าใจเหตุผลกันหมดแล้วว่าทำไมที่แท้จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามก็เข้าใจผิดมาโดยตลอดนี่เอง
จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามที่ทำสีหน้าไม่อยากจะเชื่อเรื่องที่ ชิว ซานฟู่ เล่ามาสักเท่าไรเขาก็ได้กล่าวออกมาว่า “อย่าล้อเล่นหน่าน้องข้า ถึงเขาจะมีพรสวรรค์ที่อายุเพียงแค่12ปีแต่กลับมีพลังถึงเขตแดนนักสู้ขั้นที่9ได้ แต่ก็ไม่น่าจะสามารถสร้างสิ่งของอันทรงคุณค่าอย่างเช่นอาวุธระดับพิเศษขั้นสูงสุดอันนั้นขึ้นมาได้อย่างแน่นอนแล้วประตูบานนี้ยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่เลย ที่เด็กหนุ่มธรรมดาจะสามารถสร้างมันขึ้นมาได้”
ชิว ซานฟู่ ที่ไม่อยากจะอธิบายแล้วก็ได้กล่าวออกไปว่า “เอ่อ...มันอาจจะอธิบายยากนิดหน่อยเพราะข้าเองก็เคยคิดแบบท่านมาก่อน จนกระทั่งข้าได้ลองต่อสู้กับเขาด้วยตนเองถึงได้รู้พลังที่แท้จริงของเจ้าลูกชายคนนี้นี่เอง ไว้รอ เจี้ยนเอ๋อ กลับมาข้าจะลองขอให้เขาสู้กับท่านเอง เป็นอย่างไร ”
“โฮ่วโฮ่ว... เป็นความคิดที่ดี ข้าก็อยากจะลองต่อสู้กับลูกชายของท่านเหมือนกัน ว่าจะแข็งแกร่งจริงๆหรือไม่” จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามกล่าวตอบกลับไปแบบอยากรู้อยากเห็น
ชิว หลิงซี ที่อุตส่าห์รอคอยที่จะทำลายประตูบานนี้มาเนิ่นนานนางจึงได้กล่าวขึ้นมาว่า “ข้าว่า มันก็อาจจะสวยงามอยู่หรอกแต่ความแข็งแกร่งจะสามารถเทียบเทียมได้กับของเดิมที่จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามเป็นคนสร้างมาได้หรือไม่ข้าชักอยากจะลองซะแล้วสิ”
ทุกคนก็อยากจะรู้เช่นกันว่ามันแข็งแกร่งเหมือนอย่างรูปลักษ์ภายนอกหรือไม่
เสียงของจักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามก็ได้ดังขึ้นมา“ข้าเองก็อยากรู้เหมือนกัน ถ้าอย่างนั้นพวกเราไปยังหน้าประตูเมืองกันเลย ดีหรือไม่”
“ตกลง...”ทุกคนพยักหน้าตอบอย่างพร้อมเพรียง
ระหว่างทางที่จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามเดินผ่านจะมีเหล่าประชาชนคอยก้มหัวให้ตลอด เพราะว่าพวกเขามีความเคารพต่อจักรพรรดิของตนเองเป็นอย่างมาก ไม่ว่าอย่างไรในใจของพวกประชาชน จักรพรรดิคือผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด!
แต่ทว่าระหว่างทางก็ได้มีเด็กน้อยคนหนึ่งนำก้อนหินมาปาใส่จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามที่กำลังเดินอยู่ในใจกลางเมือง “เจ้ามารร้าย เจ้าเป็นใครกันแน่ ทำไม ท่านพ่อ กับท่านแม่ ของข้าถึงจะต้องยอมก้มหัวให้กับเจ้าด้วย” เด็กน้อยที่ดูไปอายุ 7-8ปี ยังไม่ค่อยรู้เรื่องสักเท่าไหร่
จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามได้มองไปยังเด็กและพ่อแม่ของเด็กคนนั้นโดยทันที
พ่อแม่ของเด็กเมื่อเห็นดังนั้นจึงรีบกล่าวออกมาอย่างรวดเร็วเพราะว่ากลัวว่าจะโดนลงโทษสถานหนัก “พวกเราจะต้องขอโทษท่านด้วยที่ดูแลลูกมาได้ไม่ดีพวกเราจะกลับไปทำโทษและสั่งสอนมันเองเจ้าค่ะ ท่านได้โปรดลงโทษพวกเราแทนด้วย”
จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามที่ไม่ได้มีสีหน้าโกรธตั้งแต่แรกเขาจึงกล่าวด้วยเสียงอันดังลั่นออกมา “พวกท่านไม่จำเป็นที่จะต้องมาก้มหัวเคารพข้าก็ได้นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปขอเพียงพวกท่านยังเชื่อมั่นว่าข้าจะยังดูแลทุกคนก็พอแล้วพวกท่านไม่จำเป็นที่จะต้องมากพิธีอีกต่อไป...”
ถึงจักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามจะกล่าวออกไปเช่นนั้นแต่ทุกคนก็ยังทำความเคารพอยู่ดี ไม่มีใครสักคนเดียวที่หยุดทำความเคารพเขาในตอนนี้
จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามเมื่อกล่าวจบ ก็หันมากล่าวกับเด็กน้อยที่ดูอายุประมาณ7-8ปีคนนั้น “ทีนี้พ่อแม่ของหนูก็ไม่ต้องมาก้มหัวให้ข้าแล้วเห็นไหม โฮ่ว โฮ่ว โฮ่ว... เจ้าหนู เจ้ามีชื่อว่าอะไรหรือ”
เด็กน้อยที่มีอายุ7-8ปีได้ตอบกลับไปอย่างไม่มีความเกรงกลัว“ข้ามีนามว่า หลิน เยว่เป็นชื่อที่ท่านพ่อและท่านแม่ตั้งให้ข้า ไพเราะใช่ไหมหละ”
เสียงที่ทรงพลังของจักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามก็ได้ดังขึ้นมา “โฮ่ว โฮ่ว โฮ่ว... เป็นชื่อที่ดี หลิน เยว่ข้าจะจำชื่อนี้เอาไว้”