“เฮ่ย เล่าได้หรือยัง ตอนนี้แกก็ได้รับการรักษาแล้วยังจะเล่นตัวอีก”
หนึ่งในนักเรียนร้องะโโจมตีแอนเดอร์สัน แม้ตอนนี้แอนเดอร์สันจะยังคงอยู่ในกระบวนการรักษานักเรียนหลายคนกลับ้าให้เขาเล่าข้อมูลให้ฟัง เขาจึงเปิดปากเล่าสิ่งที่เห็นและทำให้นักเรียนรอบตัวได้รับรู้
“เมื่อวานใน่ที่ฉันล่า ฉันเกิดสงสัยว่าวิทยาลัยเฟลิกซ์กำลังวางแผนทำอะไรถึงมีคนของพวกเขาอยู่ใกล้ค่ายของพวกเรา”
“เฮ่ยเข้าเื่สักทีสิวะ!” เสียงร้องขัดจังหวะส่งผลให้การเล่าของแอนเดอร์สันหยุดลงไป ทันใดนั้นมือข้างขวาของแอนเดอร์สันก็ได้ชักปืนเล็งไปยังชายที่ร้องะโจนทำให้หลายคนกลืนน้ำลายเพราะดวงตาของแอนเดอร์สันตอนนี้เต็มไปด้วยความ้าฆ่า
“ถ้าอยู่เงียบๆไม่เป็ การออกจากบททดสอบก็เป็อีกหนทางที่ทำให้แกเงียบได้ แกอยากจะลองไหม”
จากพลังเวทย์ที่ปลดปล่อยออกมาแม้ร่างกายของแอนเดอร์สันจะเป็เพียงนักเวทย์ 6 ปีทว่าพลังเวทย์ที่อยู่ปลายกระบอกปืนกลับน่ากลัวกว่านั้น มันมีความทรงพลังที่มากพอจะฆ่านักเวทย์ 10 ปีได้อย่างง่ายดายจึงทำให้นักเรียนที่ร้องะโเมื่อครู่เงียบปาก มันไม่คิดว่าแอนเดอร์สันจะมีท่าทางและแววตาน่ากลัวมากขนาดนี้ ทั้งที่ทุกทีมันเห็นเพียงแค่แววตาโง่ๆบนใบหน้าหล่อๆของเขาเท่านั้น
“แอนเดอร์สัน” โซเดียร์เรียกชื่อแอนเดอร์สันเบาๆ ถึงอย่างนั้นปืนในมือของแอนเดอร์สันยังคงร่ายเวทย์ค้างไว้เช่นเดิม ก่อนจะเริ่มเล่าต่อ
“หลังจากฉันสงสัยว่าเฟลิกซ์กำลังทำอะไร จึงได้ออกเดินทางไปสำรวจค่ายวิทยาลัยทั้งหมด ปรากฎว่าทุกค่ายมีคนของเฟลิกซ์ไปป่วน โดยเฉพาะค่ายกฤติน พวกเขาถูกป่วนหนักกว่าที่อื่น แต่เมื่อคืนในตอนที่ฉันกำลังจะกลับค่ายหลังจากสำรวจค่ายกฤตินเป็ค่ายสุดท้ายก็เกิดเื่ไม่คาดคิดขึ้น”
แอนเดอร์สันกลืนน้ำลายแล้วเล่าต่อ
“นักเรียนภายในค่ายเฟลิกซ์พากันออกมาจากค่ายในตอนกลางคืนแล้วใช้เส้นทางเดินผ่านค่ายโดมินิค ค่ายคริสโตเฟอร์ สุดท้ายก็ไปหยุดตรงที่กฤติน จากนั้นพวกเขาก็เริ่มลงมือล่าใน่กลางคืนเพื่อเก็บทรัพยากรทางฝั่งกฤตินหายไปในคืนเดียว ไม่เพียงเท่านั้นก่อนจะเดินทางกลับใน่ตีสาม วิทยาลัยกฤตินได้ทิ้งเศษชุดเกราะของวิทยาลัยโดมินิคเอาไว้ด้วยเพื่อใส่ร้าย ทั้งหมดคือที่ฉันเห็น”
“เฮ่ย แล้วมันเกี่ยวอะไรกับค่ายของเรา” หนึ่งในนักเรียนร้องะโออกมาด้วยความโกรธ ข้อมูลของแอนเดอร์สันไม่เกี่ยวข้องกับพวกเขาเลยสักนิดเดียว เื่ที่เกิดขึ้นเป็เื่ของเฟลิกซ์ โดมินิค คริสโตเฟอร์ และกฤตินเท่านั้น หลังจากที่ชายคนแรกร้องะโนักเรียนอีกหลายคนก็ร้องะโด้วยความไม่พอใจเช่นกัน ทันทีที่ลูกธนูบนหัวไหล่หลุดออกมาหลังจากเวทย์รักษาดันมันออกจากร่าง แอนเดอร์สันได้ฉีกยิ้มกว้างให้กับความโง่ของนักเรียนหลายๆคน
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า”
เสียงหัวเราะอย่างกับคนบ้าส่งออกมาจากร่างแอนเดอร์สัน สั่นะเือากาศดังก้องไปทั่วค่าย ยิ่งแอนเดอร์สันหัวเราะนักเรียนก็ยิ่งโกรธเขามากกว่าเดิมเพราะคิดว่าแอนเดอร์สันหลอกเื่ข้อมูลเพื่อให้ได้รับการรักษา ทันใดนั้นปืนในมือของแอนเดอร์สันได้ยิงขึ้นไปบนท้องฟ้า ส่งผลให้เสียงทั้งหมดหยุดลง
“ไอ้พวกโง่ เดิมทีฉันนึกว่าตัวเองโง่ แต่ไม่คิดว่าพวกแกจะโง่มากกว่าฉันอีก ไอ้โง่ ไอ้โง่ ไอ้โง่!!!”
แอนเดอร์สันชี้หน้าด่าทุกๆคนที่อยู่ใกล้ โซเดียร์ที่เห็นว่าเื่มันกำลังเลยเถิดไปไกลเธอจึงบอกให้แอนเดอร์สันหยุดและสั่งให้ทุกคนเงียบเสียง หากเธอไม่เล่ารายละเอียดต่อเติมจากเื่ที่แอนเดอร์สันเล่า คงมีหลายคนไม่เข้าใจเหตุการณ์ในตอนนี้
“ทุกคนเงียบ ข้อมูลนี้สำคัญมากและมันเกี่ยวข้องกับเราโดยตรง”
“คุณโซเดียร์ คุณเป็คนดีจริงๆที่ช่วยปกป้องมัน แต่คุณไม่ต้องแก้ต่างให้มันหรอกนะครับ ยิ่งช่วยมันก็ยิ่งได้ใจ”
“ไม่ใช่ ฉันไม่ได้แก้ต่าง แต่ฉันเห็นบางอย่างในเนื้อหาที่เขาพูดออกมา”
“ฉันก็เห็นเช่นเดียวกัน” จอร์จพูดเสริมโซเดียร์ จากเื่ที่แอนเดอร์สันเล่ามีข้อมูลที่น่ากลัวซ่อนอยู่ ดังนั้นพวกเขาจึงต้องรีบประกาศความจริงให้ทุกคนรู้เพื่อเตรียมตัวกับเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดต่อจากนี้ เหล่านักเรียนเห็นจอร์จและโซเดียร์ออกหน้า จึงหยุดเพื่อรอฟังว่าข้อมูลของแอนเดอร์สันมันมีอะไรต่างจากที่พวกเขารู้
“สิ่งที่แอนเดอร์สันเห็นมามีผลกับทางเราด้วยเช่นกัน”
“มีผลยังไงเหรอครับคุณโซเดียร์” นักเรียนทุกคนรอฟัง
“ทางฝั่งซ้ายของเราเป็ค่ายเฟลิกซ์ ทางฝั่งขวาของเราเป็กฤติน เมื่อคืนเฟลิกซ์เดินทางไปกฤตินเพื่อขโมยทรัพยากรไปจนหมด ดังนั้นั้แ่วันนี้เป็ต้นไปนักเรียนกฤตินจะเดินทางออกจากเขตของพวกเขาเข้ามาในเขตของพวกเรา”
“งั้นก็หมายความว่าเราต้องปะทะกับพวกเขา” ทุกคนเบิกตากว้าง หลังจากตามทันเื่ราว เมื่อรู้ว่าตอนนี้พวกเขาตกอยู่ในอันตรายต่างคนต่างกลัวที่ต้องเผชิญหน้ากับวิทยาลัยอื่นเร็วเกินกว่ากำหนด
“เพราะงั้นข้อมูลของแอนเดอร์สันจึงสำคัญกับพวกเราเพราะเขาเตือนถึงการต่อสู้ที่เกิดขึ้นเร็วกว่ากำหนด ดังนั้นใครก็ตามที่จะออกล่าในวันนี้ให้จับกลุ่มใหญ่กว่าเดิมเพราะอาจจะต้องเผชิญหน้ากับคนของวิทยาลัยกฤตินก็ได้” จอร์จกล่าวเตือนทุกๆคนที่จะออกล่าในวันนี้ หลังจากทุกคนรู้ว่าการทดสอบเริ่มอันตรายขึ้นมากจึงจับกลุ่มกัน กลุ่มที่ต้องเฝ้าค่ายต่างก็จัดเวรยามให้ดีกว่าเดิม ระหว่างที่นักเรียนพากันทำหน้าที่ของตัวเอง แอนเดอร์สันก็ได้หันไปขอบคุณคนที่รักษาเขาจนตอนนี้าแทั้งหมดหายดีแล้ว
“แอนเดอร์สัน มากับฉันหน่อย”
แอนเดอร์สันเดินตามหลังโซเดียร์เข้าไปในบ้าน เขารู้ว่าเธอยังอยากจะถามหลายสิ่งหลายอย่าง ทันทีที่เขาเข้ามาในบ้านหลังที่นักเรียนใช้ประชุมวางแผนแอนเดอร์สันก็พบว่าภายในนี้มีนักเรียนอยู่ 10 คน ทุกคนกำลังนั่งประจำการรอสั่งการหากมีเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้น
“แอนเดอร์สัน นายไม่ได้เห็นเพียงแค่นี้ใช่ไหม”
ทุกคนหันมองแอนเดอร์สันที่เดินเข้ามา แต่ไม่มีใครกล้าถามเพราะโซเดียร์กำลังถามแอนเดอร์สันทุกคนจึงรอฟังเพียงเท่านั้น
“ใช่ ฉันไม่ได้เห็นเท่านี้ ฉันพอจะรู้อีกด้วยว่าวิทยาลัยเฟลิกซ์้าจะทำอะไร”
“ถ้าอย่างนั้นเล่าให้ฟังหน่อย”
“มันต้องมีข้อแลกเปลี่ยน”
“นายอยากได้อะไรล่ะ”
“ฉันอยากได้หน้า เธอให้ฉันได้ไหม” โซเดียร์มองหน้าแอนเดอร์สัน เธอไม่ได้ใกับคำขอของแอนเดอร์สันเพราะรู้อยู่แล้วว่าตระกูลสกอร์เปี้ยนส์้าสร้างกองกำลังเสริมของตัวเอง จากการลงมือของแอนเดอร์สันเธอจึงรู้ว่าเขาทำไปเพราะ้าชื่อเสียง
“ขึ้นอยู่กับข้อมูล”
“ได้ งั้นฉันจะเล่าทั้งหมดที่รู้ เธอจะตัดสินใจอย่างไรก็แล้วแต่ เื่ที่ฉันรู้มาก็คือ วิทยาลัยเฟลิกซ์้าจัดการกับปีแอร์และวิทยาลัยกฤตินโดยใช้วิทยาลัยของเราและวิทยาลัยคริสโตเฟอร์รับมือ แต่ฉันมีทางออกของเื่นี้”
“เล่าต่อ”
“เมื่อคืนฉันได้ทำบางอย่าง เราจึงอาจจะเป็เพียงแค่ทางผ่านเท่านั้น”
“หมายความว่ายังไง” โซเดียร์ย่นคิ้ว เธออยากรู้ว่าแอนเดอร์สันได้ทำอะไรลงไปใน่ดึกของคืนที่ผ่านมา
“เมื่อคืน เฟลิกซ์บุกไปปล้น พวกเขาได้ทิ้งหลักฐานเอาไว้ในจุดเกิดเหตุเพื่อใส่ร้ายว่าวิทยาลัยโดมินิคเป็คนลงมือ แต่ฉันได้เก็บหลักฐานพวกนั้นมาหมดแล้วเปลี่ยนให้เป็ของเฟลิกซ์”
“งี้นี่เอง พอจะเข้าใจแล้ว กฤตินจะแย่งทรัพยากรกับอาร์เดลและคริสโตเฟอร์ แต่เป้าหมายในการจัดการของพวกเขาคือเฟลิกซ์ ทว่ามันคงไม่ง่ายขนาดนั้น เฟลิกซ์คงไม่ได้วางแผนแค่ให้เรากับกฤตินทะเลาะกันเพราะทรัพยากร”
“ใช่ แผนของเธอจะต้องมีมากกว่านั้นแน่ เวียร์น่าจากตระกูล โทรฟ่าไม่เคยวางแผนเอาไว้ 1 หรือ 2 แผน ฉันจึงคิดว่าจะลงมือก่อนที่แผนต่อไปของเธอจะเกิดขึ้น”
“นายวางแผนจะทำอะไร”
“ตอนนี้เฟลิกซ์ติดกับเราและโดมินิค และพวกเขามีปัญหากับกฤตินที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ฉันเลยคิดว่าเราควรจะทำให้โดมินิคโกรธแล้วไปเล่นงานเฟลิกซ์ ส่วนเราก็อาศัย่ที่กฤตินและโดมินิคเล่นงานเฟลิกซ์ช่วยพวกเขาอีกแรงเพื่อจัดการ เพียงเท่านี้เฟลิกซ์ก็น่าจะหลุดออกจากการทดสอบ”
“แต่เราก็ยังเหลือปีแอร์จากกฤติน”
“มันไม่ยากที่จะจัดการกับผู้ทรงพลัง หากเราจัดการผู้ที่มีความน่ากลัวในการวางแผนอย่างเวียร์น่าออกไปได้ วิทยาลัยอื่นก็จะไม่น่ากลัวอีกต่อไป”
“นั่นสินะ เป็คนก็มีขีดจำกัดเื่พลังเวทย์ ฉันจะเรียกทุกคนให้ประชุมในเที่ยงวัน นายอยู่นี่แหละ”
แอนเดอร์สันฉีกยิ้มกว้าง ตอนนี้เขาเข้ามาอยู่ในบ้านพักสำหรับวางแผนได้แล้วไม่จำเป็ต้องใช้วิธีล่ามอนสเตอร์หลายสิบปีมาวางเอาไว้ใกล้ค่ายอีกต่อไป คนอื่นที่อยู่ในบ้านก่อนแล้วหลังจากเห็นท่าทางของแอนเดอร์สันพวกเขาก็รู้ได้ในทันทีเลยว่าเขาไม่ใช่คนโง่ ด้วยความคิดและการวางแผนเมื่อครู่แม้มันจะฟังดูง่าย แต่การขัดขวางเฟลิกซ์เมื่อคืนที่ผ่านมาพวกเขาคิดว่าหากเป็ตัวเอง ไม่มีความกล้าที่จะทำแบบแอนเดอร์สันแน่นอน
—--------------------------
“คุณเวียร์น่า เกิดเื่ใหญ่แล้วครับ”
นักเรียนที่ถูกส่งไปสอดแนมเขตวิทยาลัยกฤตินกลับมารายงานใน่เที่ยงวัน ด้วยใบหน้าใของเขาทำให้เวียร์น่ารอฟัง
“แผนของเราดูเหมือนว่าจะไม่ได้ผล”
“แผนไหน”
“แผนเมื่อคืนที่เราบุกไปปล้นทรัพยากรทางฝั่งกฤติน ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ผล ทางฝั่งกฤตินรู้ว่าเราเป็คนลงมือทำ”
“เป็ไปได้ยังไง” เวียร์น่าไม่ใมากนัก เธอเตรียมใจกับแผนการทุกอย่าง แต่เธออยากรู้มากกว่าว่าเกิดอะไรขึ้นแผนถึงได้ล้มเหลว
“ผมไม่รู้ว่าใครเป็คนลงมือ แต่เมื่อเช้านักเรียนของกฤตินพูดกันว่าฝีมือทั้งหมดเป็ของเรา หลักฐานที่ทำให้ทุกคนคิดว่าเป็เรามาจากชิ้นส่วนชุดเกราะของนักเรียน 5 คนที่หายไปเมื่อคืนนี้ครับ”
“มีคนซ้อนแผนของเราสินะ ไม่เป็ไร เรายังพอมีทางแก้ บอกคนของเราให้ลดการล่าเปลี่ยนมาเป็พัก อีก 2 วันเราจะเริ่มแผนใหม่ จำเอาไว้ว่าทุกคนต้องมีพลังเวทย์เหลือเกิน 80 %”
“ผมเข้าใจแล้วครับ”
การบุกไปเก็บทรัพยากรเมื่อคืนและยังแบ่งคนออกไปล่าทรัพยากรในเขตตัวเองใน่เช้าทำเหมือนกับว่าเฟลิกซ์ล่าปกติเพื่อปกปิดเื่เมื่อคืน ส่งผลให้นักเรียนหลายคนเกิดความเมื่อยล้า อย่างไรก็ตาม่นี้ยังถือว่าอยู่ใน่สงบจึงพอมีเวลาให้พวกเขาได้พักก่อนจะเริ่มแผนถัดไป
—------------------------------
“เป็อย่างข้อมูลที่แอนเดอร์สันพูด วันนี้เราเจอคนของกฤตินในพื้นที่ล่าของเรา”
จอร์จที่กลับมาจากการล่าพูดคุยในที่ประชุมเื่การพบเจอนักเรียนกฤติน อย่างไรก็ตามเื่นี้กลับถูกหยุดไว้ก่อนเพราะมีเื่สำคัญกว่าในการพูดคุย เมื่อ่เที่ยงกลุ่มของโซเดียร์ได้ประชุมกันเรียบร้อยเกี่ยวกับแผน ดังนั้นคืนนี้พวกเขาจึงต้องคุยแผนให้กลุ่มของจอร์จได้รับรู้และลงความคิดเห็นกับมัน อย่างไรก็ตามผู้ที่มีความสามารถเป็แนวหน้าของนักเรียนวิทยาลัยอาร์เดลและเป็ตัวหลักในการออกความคิดในที่ประชุมที่พึ่งกลับมากลับจอร์จล้วนแล้วหันมองแอนเดอร์สันที่กลายเป็หนึ่งในผู้ที่สามารถออกความคิดเห็นใน่ที่พวกเขาทดสอบได้ ทว่าพวกเขากลับไม่กล้าพูดเื่แอนเดอร์สันเพราะเื่ค่ายสำคัญกว่า
“โซเดียร์ แน่ใจนะว่าเราจะลงมือ”
“ใช่ หากเราไม่ทำแบบนี้เราจะเสียหายหนัก ดังนั้นการชักจูงให้โดมินิคเข้ามาในหมากกระดานนี้คือหนทางที่ดีที่สุดแล้ว”
ทุกคนเท้าคางคิด แต่ก็ไม่มีใครแย้งเนื่องจากทางออกนี้เป็ทางออกที่ดีที่สุด หากพวกเขาไม่เคลื่อนไหวชักจูงให้โดมินิคเข้าร่วม หลังจากเฟลิกซ์ปะทะกับกฤตินพวกเขาอาจจะเป็รายต่อไปจึงต้องดึงโดมินิคเข้าร่วมในครั้งนี้
ปล.รูปที่ตั้งค่ายเผื่องงครับ