บทที่ 22 เควสลับประจำเผ่าพันธุ์
“[บิน]!!”
ทักษะเสริม ซึ่งติดมากับชุดเซตนกกระจิบสีฟ้าที่จะทำให้ผู้สวมใส่สามารถบินได้5 วินาที โดยมีระยะคูลดาวน์หลังการใช้งานในแต่ละครั้งอยู่ที่ 10 วินาที
“30 เมตร”คือความสูงของกำแพงที่ล้อมรอบปราสาทสีรุ้งอยู่
จะว่าสูง...มันก็สูงเกินกว่าจะะโหรือปีนป่ายข้ามไป
จะว่าไม่สูง...มันก็ไม่ได้สูงเกินกว่าความสามารถในการบินของสิ่งมีชีวิตที่บินได้มากนัก
ทักษะ [บินใกล้] ซึ่งติดมากับชุดเซตนกกระจิบสีฟ้า แม้ว่าการทำงานของทักษะฯจะทำให้ผู้ที่ไม่มีทักษะเกี่ยวกับการบินติดตัว สามารถ “บิน/ลอยตัว” อยู่บนฟ้าได้ แต่กระนั้นกลับไม่ใช่การบินที่แท้จริงเพราะมันทำความเร็วได้เพียงแค่ 10 เมตรต่อวินาทีเท่านั้น แถมยังสามารถบินอยู่บนฟ้าไปแค่5 วินาทีเท่านั้น
แต่เมื่อมีเวลาบินอยู่บนฟ้าถึง5 วินาที...กับกำแพงรอบปราสาทฯ ซึ่งมีความสูงเพียงเท่านี้ มันก็หาได้เป็อุปสรรคสำหรับหญิงสาวอีกต่อไป
หลังจากได้เรียกใช้งานทักษะฯเวลานี้...มีนได้บินขึ้นมาเป็ระยะทางเกือบจะถึง 2 ใน 3 ของกำแพงั์แล้ว
แต่ทว่า...จู่ ๆกลับมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น
เปรี้ยง!!
เส้นสายฟ้าขนาดมหึมาโผล่ออกมาจากจุดไหนก็ไม่มีผู้ใดทราบ มันพุ่งตรงเข้าปะทะร่างของหญิงสาวในชุดขนนกสีฟ้าซึ่งพยายามลอยตัวสูงจากพื้นมาเกือบ 20 เมตร ด้วยความรุนแรงรวดเร็วอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว
ร่างของหญิงสาวที่ถูกสายฟ้าฟาดลงมาอย่างพอเหมาะพอเจาะพลันเกิดการชะงักอยู่ชั่วขณะก่อนจะร่วงหล่นลงสู่พื้นดินด้วยความเร็วสูง...
ตุบ…
แอ๊ก!
แม้จะรู้สึกทั้งเจ็บทั้งจุกในเวลาเดียวกันแต่ทว่าหญิงสาวก็ไม่มีเวลาให้โอดครวญมากนัก เมื่อกองทัพนักรบสัตว์อสูรกลุ่มใหญ่ได้มุ่งตรงเข้ามาใกล้ทุกขณะแล้ว...
เมื่อทักษะถูกขัดจังหวะการทำงานก็จำเป็ต้องรอรอบคูลดาวน์ใหม่อีกครั้ง เพราะถึงอย่างไรการใช้งานทักษะในรอบก่อนหน้า...ก็ได้ถือว่า “สำเร็จ” ไปแล้ว
มีนพยายามสลัดความเ็ปที่เป็อยู่ก่อนจะลุกขึ้นวิ่งหนีอย่างทุลักทุเล เพื่อรอเวลาเรียกใช้งานทักษะ [บินใกล้] อีกครั้ง
ในคราวนี้ มีนพยายามวิ่งอ้อมไปทางด้านหลังของปราสาทฯเพื่อให้ตัวปราสาทเป็สิ่งกีดขวางการกำหนดเป้าหมายด้วยสายตาของศัตรู นั่นก็เพราะมีนรู้แล้วว่าผู้ใด? เป็คนร่ายเวทโจมตีตนในครั้งนี้
เ้าาาหมึกั์นั่นเอง…
ระยะห่างระหว่างหญิงสาวและกองทัพสัตว์อสูรเริ่มหดเข้ามาสั้นอีกครั้งแต่อย่างไรก็ตามระยะคูลดาวน์ของทักษะบินใกล้...ก็หมดลงด้วยเช่นกัน
เมื่อเป็เช่นนี้มีนจึงเรียกใช้งานทักษะอีกครั้ง “[บิน]!!”
และในคราวนี้ระยะทางที่หญิงสาวบินไต่ระดับขึ้นไปตามแนวความสูงของกำแพงฯ เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมอีกเล็กน้อยก่อนที่จะ…
เปรี้ยง!!
เส้นสายฟ้าขนาดมหึมาที่มีแหล่งกำเนิดจากตำแหน่งแห่งไหนก็ไม่มีใครทราบได้พุ่งตรงเข้ามาโจมตีหญิงสาวที่กำลังลอยตัวอยู่บนที่สูงอีกครั้ง ก่อนร่างบางจะเกิดการหยุดชะงักและร่วงหล่นลงมากองอยู่บนพื้นด้วยความเร็วเป็ครั้งที่สอง
ตุบ!
แอ๊ก!
ความรู้สึกทั้งจุกทั้งเจ็บได้กลับมาเยือนสาวมีนอีกหนมันเป็ภาพเหตุการณ์ซ้ำ ๆ เดิม ๆ ซึ่งคล้ายกับหนังดังในอดีตที่นำกลับมารีเมคใหม่อีกครั้งเพียงแต่...เนื้อเื่ของหนังในครั้งนี้ กลับเป็เื่ราวของหนังสั้นที่มีความยาวแค่เพียง2 – 3 วินาที หนำซ้ำยังใช้นักแสดงนำคนเดียวคนเดิม เข้ามารับบทเป็ผู้ถูกกระทำถึงสองครั้งสองครา...ในเวลาที่ห่างกันไม่ถึง30 วินาที
ความรู้สึกจุกจากแรงกระแทกในครั้งแรกยังไม่ทุเลาหายดี...กลับถูกผลของการโจมตีในครั้งนี้กระหน่ำซ้ำเติม...ถาโถมสมทบเข้ามาอีกครั้ง
มีนพยายามเค้นสมองหาวิธีการเพื่อเอาตัวรอดจากสถานการณ์อันคับขันเสี่ยงตายที่เป็อยู่นี้ไปให้ได้ แต่ครั้นจะเลือกใช้วิธีเดิม...ตัวเองก็คงไม่วายต้องพบกับชะตากรรมอันโหดร้ายไม่ต่างจากเดิมอีกเป็แน่
เมื่อคิดได้ว่า ตนคงไม่อาจจะเอาชีวิตรอดไปจากสถานการณ์ตรงหน้านี้ได้มีนจึงตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวด้วยการยอม “สู้ตาย” เพราะอย่างน้อย...มันก็จะทำให้ตนได้รู้ว่าค่าสถานะของตัวเองในเวลานี้ แข็งแกร่งเพียงพอที่จะรับมือสัตว์อสูร ในระดับใดได้บ้าง?
มีนเตรียมตัวเตรียมใจที่จะตายเอาไว้แล้วแต่อย่างน้อยการตายในครั้งนี้ ก็ควรจะหาประโยชน์จากมันให้มากที่สุด
แม้อาจต้องสูญเสียหลายสิ่งซึ่งเป็ผลมาจากการตาย...แต่อย่างน้อย หากแลกมากับ “ข้อมูล”เพื่อที่จะทำให้ตนได้รู้ว่า ในครั้งหน้า...จะต้องเตรียมการรับมือพวกมันอย่างไร?มันก็คงเป็การแลกเปลี่ยนที่ถือว่า “ไม่ขาดทุนมากนัก”
มีนจัดการเปลี่ยนชุดกลับไปเป็ชุดเซตหนังงูอีกครั้งพร้อมกับผนึกเวทลงไปบนอาวุธและเครื่องป้องกันเตรียมพร้อมเอาไว้ ก่อนจะะโก้องร้องท้าทายกองทัพสัตว์อสูรที่มุ่งหน้าเข้ามาด้วยความโมโห“มา!!เรียงหน้ากันเข้ามา...”
เมื่อกองทัพสัตว์อสูรเดินเข้ามาอยู่ในระยะการโจมตีมีนจึงเรียกใช้ทักษะจู่โจมเปิดฉากก่อนในทันที
“[ฝนดาวตก][พายุอัสนี][ลำแสงแอกโซโลตล์]”
ตูม ๆ ๆ ๆ
เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ ๆ
ซูม!!
หลังจากเรียกใช้ทักษะออกไปหลายต่อหลายชุดมีนพบว่า สัตว์อสูรที่มีระดับต่ำกว่า 100 ได้กลายเป็แสงสีเทาหายไปหลังจากการแสดงผลของทักษะ[พายุอัสนี] ได้สิ้นสุดลงส่วนสัตว์อสูรที่มีระดับต่ำกว่า 120 นั้น เริ่มทยอยตายลงหลังจากถูก [ลำแสงแอกโซโลตล์] ซึ่งมีอำนาจการทำลายล้างสูงเก็บตกในตอนสุดท้าย
เมื่อเป็เช่นนี้ศัตรูตรงหน้าจึงเหลือแต่สัตว์อสูรที่มีระดับเกิน 120 จำนวนเพียงแค่ 2 ส่วน จากทั้งหมดเท่านั้น
พลังการโจมตีในขณะที่ใช้ทักษะ[ผสานร่าง] ซึ่งเพิ่มค่าสถานะพื้นฐานของตัวเองขึ้นมาถึง16 เท่าชุดนี้ พอจะทำให้หญิงสาวรู้สึกใจชื้นขึ้นมาบ้าง เพราะอย่างน้อย มันก็ทำให้สัตว์อสูรทั่วไปที่มีระดับความแข็งแกร่งสูงกว่าตนเกือบ2 เท่า ถูกสังหารลงภายในระยะเวลาอันสั้น
เสียงรายงานค่าประสบการณ์ที่เพิ่มขึ้นเด้งดังให้เ้าตัวได้ทราบอย่างต่อเนื่องจนตอนนี้ระดับของหญิงสาวได้เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 68 แล้ว
หลังจากได้เห็นพลังชีวิตอันน้อยนิดของสัตว์อสูรซึ่งเหลือรอดจากการโจมตีชุดใหญ่ของตน มีนจึงรีบพุ่งตัวและตามเข้าไปโจมตีพวกมันซ้ำ ด้วยคอมโบทักษะสายประชิดในทันที
“[พุ่งชน]!!”
ตูม!
“[คลื่นทำลาย][พายุดาบ][กังหันดาบ]”
ตูม ๆ ๆ ๆ
แต่...ยังไม่ทันที่สัตว์อสูรนักรบจะล้มตายจนหมดกลับปรากฏว่ามีบางอย่าง ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับเชือกเหนียว ๆ พุ่งมารัดคอของหญิงสาวจากด้านหลัง...ด้วยความเร็ว
เป็หนวดอันทรงพลังของ“บอสหมึกั์” นั่นเอง
“อั๊ก...” บอสหมึกั์ใช้หนวดอันเหนียวหนึบและแข็งแรงเส้นหนึ่งตวัดรัดพันลำคอของผู้บุกรุกเอาไว้ จนทำให้หญิงสาวแทบหายใจไม่ออก
มีนพยายามใช้ใบหอกในมือตัดหนวดของอีกฝ่ายซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าท่อนขาของตัวเองด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี แต่ด้วยความเหนียวและแข็งแกร่งของหนวดเส้นนี้จึงทำให้ใบหอกไม่อาจจะสร้างรอยแผลใด ๆ ให้เกิดขึ้นได้
ยังไม่จบเพียงเท่านั้นบอสหมึกั์ยังใช้หนวดของมันอีก 4 เส้น พุ่งตรงเข้ามาพันธนาการแขนขาและส่วนลำตัวของเป้าหมายเอาไว้อย่างแ่าก่อนจะยกชูร่างอีกฝ่ายลอยค้างกลางอากาศ ทำให้หญิงสาวหมดสิทธิ์ที่จะหลบหนีหรือขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวร่างกายได้อีกต่อไป
ร่างของหญิงสาวที่อยู่ในสภาพถูกขึงไว้กลางอากาศในลักษณะท่าทางราวกับเขียดตากแห้ง อ้าแขนกางขารอคอยผู้คนมาซื้อหาเพื่อนำไปทอดกินเป็กับแกล้มฯช่างเป็ภาพที่น่าเวทนายิ่งนัก
แม้ค่าสถานะและความแข็งแกร่งทางกายของมีนจะเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมอีกหลายเท่าแต่กระนั้นการดิ้นรนขัดขืนศัตรูผู้มีระดับความแข็งแกร่งมากกว่าตัวเองถึง 3 เท่า จึงไม่ใช่เื่ที่จะกระทำได้โดยง่ายหนำซ้ำศัตรูยังเป็ถึงสัตว์อสูรระดับบอส ผู้เป็เ้าของสถานที่แห่งนี้ อีกต่างหาก...
หลังจากบอสหมึกั์ได้ยกร่างของผู้บุกรุกลอยขึ้นกลางอากาศแล้วมันก็ไม่รอช้าปล่อยให้ศัตรูได้มีโอกาสดิ้นรนขัดขืน มันปลดปล่อยกระแสไฟฟ้าอันรุนแรงออกมาจากหนวดทั้ง6 ซึ่งพันธนาการร่างของเป้าหมายในทันที
กระแสไฟฟ้าหลายหมื่นโวลต์ไหลแล่นไปทั่วร่างพร้อมกับลดพลังชีวิตของมีนลงอย่างต่อเนื่อง
หากเป็ผู้อื่น...คงจบชีวิตไปั้แ่วินาทีแรกที่กระแสไฟฟ้าไหลเข้ามาในร่างแล้ว
ผู้ตกเป็เป้าหมายดิ้นรนอย่างทรมานจากความเ็ปแม้จะอยากส่งเสียงร้องออกมามากเพียงใด แต่ทว่ากลับไม่มีเสียงอันใดเล็ดลอดออกมาจากปากของหญิงสาวได้เนื่องจากส่วนของลำคอตลอดจนถึงใบหน้าของมีนถูกหนวดอันแข็งแรงของหมึกั์พันรัดเอาไว้อย่างแ่า
ก่อนที่พลังชีวิตของมีนจะหมดลงหากตนไม่ได้หูฝาดไป มีนคล้ายกลับได้ยินเ้าบอสเปล่งเสียงออกมา ซึ่งแฝงไว้ด้วยความอาฆาตว่า“แอกโซโลตล์...ต้องตาย!!”
จากคำกล่าวของบอสหมึกั์ในครั้งนี้เป็หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เผ่าพันธุ์หมึกั์ของมัน ต้องถูกหญิงสาวเข่นฆ่าสังหารซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไร้ความปรานี...จนแทบจะสูญสิ้นเผ่าพันธุ์ไปเลยทีเดียว
เมื่อพลังชีวิตหมดลง...เหยื่อผู้ไร้ทางตอบโต้ก็ได้รับข้อความแจ้งจากระบบว่า
“ผู้เล่นมนตราถูกสัตว์อสูรชั้นาา ระดับ 180 ‘าาหมึกั์’ สังหาร ผู้เล่นมนตราถูกลดระดับลง 5 ระดับค่ะ”
“ผู้เล่นมนตราเสียชีวิตจากการต่อสู้กับสัตว์อสูรระบบจะทำการสุ่มดรอปไอเทมสวมใส่ของผู้เล่นจำนวน 3 ชิ้น ค่ะ”
“ผู้เล่นมนตราสูญเสีย {ถุงมือหนังงู} ระดับ C ค่ะ”
“ผู้เล่นมนตราสูญเสีย {รองเท้าหนังงู} ระดับ C ค่ะ”
“ผู้เล่นมนตราสูญเสีย {ใบหอกทะเลดาว} ระดับ B ค่ะ”
“เนื่องจาก{ใบหอกทะเลดาว} ระดับ Bเป็ไอเทมผูกมัดของผู้เล่นมนตรา ทำให้ไม่สามารถดรอปไอเทมได้ระบบจะทำการสุ่มดรอปไอเทมใหม่ค่ะ”
“ผู้เล่นมนตราสูญเสีย {ชุดเกราะหนังงู} ระดับ C ค่ะ”
ปกติแล้ว เมื่อผู้เล่นเสียชีวิตระหว่างการต่อสู้(ยกเว้นการดวลระหว่างผู้เล่น) ผู้เล่นจะถูกบังคับให้สุ่มดรอปไอเทมที่สวมใส่ และไอเทมพกพาจำนวน1–3 ชิ้น รวมไปถึงเงินที่พกติดตัวทั้งหมด แต่เพราะหญิงสาวมี {คลังสมบัติเคลื่อนที่} ซึ่งเป็เสมือนมิติอันจำเพาะที่แยกออกไปเป็เอกเทศสำหรับใช้เก็บของฯจึงทำให้ไอเทมและเงินทั้งหมดของมีนที่อยู่ในคลังสมบัติฯ ไม่ถูกระบบฯ บังคับให้ดรอปออกจากตัวหลังจากเสียชีวิตลงด้วยเหตุนี้ หลังจากที่หญิงสาวถูกหมึกั์สังหาร ระบบจึงได้แต่บังคับให้หญิงสาวสูญเสียไอเทมสวมใส่จำนวน3 ชิ้น แทนเท่านั้น...
นอกจากนี้ เมื่อผู้เล่นเสียชีวิตจากการถูกสังหารโดยสัตว์อสูรผู้เล่นที่เสียชีวิตจะถูกลดระดับลง 1–10 ระดับ ขึ้นอยู่กับความต่างแตกต่างของระดับความแข็งแกร่งของผู้เล่นกับสัตว์อสูรที่เผชิญหน้าจากนั้นผู้เล่นจะถูกส่งไปยังห้องรอเกิด ซึ่งเป็ห้องโล่ง ๆ สีขาวเป็เวลา 1ชั่วโมง ก่อนจะจุติอีกครั้งในเมืองที่ผู้เล่นได้บันทึกจุดเกิดเอาไว้ล่าสุด...ในเวลาต่อมา
แต่ทว่าสำหรับหญิงสาวในตอนนี้...หาได้เป็เช่นนั้นไม่เมื่อมีข้อความอันแปลกประหลาดผุดเด้งขึ้นมา ก่อนที่ระบบจะได้ส่งดวงิญญาอันไร้ร่างของหญิงสาวไปนั่งทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้น...ในห้องรอเกิด
“ผู้เล่นมนตราได้รับภารกิจ [ปมในใจของจักรพรรดิแห่งเผ่าพันธุ์แอกโซโลตล์] กรุณาตรวจสอบรายละเอียดค่ะ”
วาบ...
หลังจากมีนถูกระบบตัดสินว่า“ได้เสียชีวิต” ิญญาของหญิงสาวกลับไม่ได้ถูกส่งให้ไปยังห้องรอเกิดเหมือนผู้เล่นทั่วไปแต่อย่างใดแต่ดวงิญญาของมีนกลับมาปรากฏในสถานที่แห่งหนึ่ง คล้ายกับเป็ใต้ทะเลลึกที่ตัวเองไม่มีความคุ้นเคยมาก่อนหนำซ้ำยังมาอยู่ในร่างของปลาตีนตัวเขื่อง ซึ่งมีลักษณะไม่ต่างจากปลาตีนน้อยที่เป็สัตว์อสูรในพันธสัญญาของตัวเองแม้แต่นิดเดียว
ด้วยความสงสัย...มีนจึงรีบเรียกดูรายละเอียดของภารกิจที่ได้รับในทันที
ภารกิจ: [ปมในใจของจักรพรรดิแห่งเผ่าพันธุ์แอกโซโลตล์] ภารกิจลับประจำเผ่าพันธุ์:ระดับ SSS
“แอ๊กซอล”จักรพรรดิแห่งเผ่าพันธุ์แอกโซโลตล์ าาองค์สุดท้ายแห่งเผ่าพันธุ์อันยิ่งใหญ่ใต้ท้องทะเลก่อนที่จะถูกสัตว์อสูรในท้องทะเลไล่ล่าต้องหนีหัวซุกหัวซุน จนต้องระหกระเหินมาตั้งรกรากในสถานที่แห่งใหม่อย่าง“หนองน้ำใหญ่กลางป่าโกงกาง” ซึ่งเป็จุดเริ่มต้นของสาเหตุที่ทำให้เผ่าพันธุ์แอกโซโลตล์ต้องถูกลดระดับลงในเวลาต่อมา
ด้วยความสมเพชในความอ่อนแอของตัวเองอันเป็ผลมาจากการไม่ตั้งใจฝึกฝนทักษะเผ่าพันธุ์อันแข็งแกร่ง จนทำให้ตัวมันเองไม่แข็งแกร่งพอที่จะต่อสู้กับผู้ใดได้โดยสาเหตุของความอัปยศดังกล่าว ได้สร้างให้เกิดปมในใจอันคับแค้นติดตัวมันเสมอมา
ในภายหลัง...แม้ว่าตัวของแอ๊กซอลจะได้ตายจากโลกนี้ไปแล้ว แต่ดวงิญญาของมันกลับมิอาจปล่อยวางเื่ราวดังกล่าวนี้ได้มันจึงได้แต่หวังว่า สักวันหนึ่ง...ผู้สืบทอดตำแหน่ง “าาแห่งเผ่าพันธุ์แอกโซโลตล์”จะสามารถพัฒนาทักษะเผ่าพันธุ์...จนไปถึงจุดสุดยอดได้อีกครั้ง เพื่อให้าาผู้นั้นสามารถต่อสู้และเอาชนะศัตรูผู้แข็งแกร่งได้
เงื่อนไข
-าาแห่งเผ่าพันธุ์แอกโซโลตล์
- เสียชีวิตในระหว่างที่อยู่ในทักษะ[ผสานร่าง]
- ติดอยู่ในมิติแห่งความทรงจำของ “แอ๊กซอล”
- ไม่สามารถแยกร่างได้ จนกว่าภารกิจจะสิ้นสุด
- เรียกใช้งานได้เฉพาะทักษะเผ่าพันธุ์แอกโซโลตล์เท่านั้น
- ทักษะเผ่าพันธุ์แอกโซโลตล์ทุกชนิด จะไม่ติดคูลดาวน์
- ไม่สามารถเรียกใช้ใช้ทักษะ [อำนาจาา] ได้
- สามารถเรียนรู้ทักษะเผ่าพันธุ์ได้เร็วขึ้น 5 เท่า
- กำจัดสัตว์อสูรใต้ท้องทะเลในอาณาเขตวังจ้าวสมุทร (มิติแห่งความทรงจำ) จำนวน100,000 ตัว (0/100,000)
- กำจัดาาสัตว์อสูรต่างเผ่าพันธุ์ ผู้มายึดครองวังจ้าวสมุทร (มิติแห่งความทรงจำ)จำนวน 5 ตัว (0/5)
รางวัลภารกิจ
-{แผนที่วังจ้าวสมุทร}
- {แผนที่โลกใต้ทะเล}
- ทักษะ [กลายร่าง] (แอกโซโลตล์)
บทลงโทษ
-ติดอยู่ในมิติแห่งความทรงจำของ “แอ๊กซอล” ตลอดกาล
หลังจากได้อ่านรายละเอียดเควสมีนก็เข้าใจในทันทีว่า เหตุใดตนถึงมาอยู่ที่นี่ได้? อาจเป็เพราะ...ความปรารถนาอันแรงกล้าของ“แอ๊กซอล” จักรพรรดิองค์สุดท้ายของเผ่าพันธุ์แอกโซโลตล์ก่อนจะถูกดาวน์เกรดเผ่าพันธุ์ในเวลาต่อมา
ซึ่งตัวของมีนเข้าใจว่าเื่ราวและความอัปยศที่ติดค้างอยู่ในใจของ “แอ๊กซอล” คงจะเป็ที่มาของการสร้างภารกิจที่ว่านี้...
มีนตรวจสอบค่าสถานะของตัวเองอย่างรวดเร็วก่อนจะพบว่าร่างของตนยังคงติดค้างอยู่ในสภาวะผสานร่างอยู่ สิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดก็คือระดับที่ลดลงมาจากระดับ 68 เหลือ 63 ซึ่งเป็ผลมาจากบทลงโทษจากการตาย และชุดเซตหนังงูในช่องอุปกรณ์สวมใส่หายไปเท่านั้น
นอกจากนี้ ในส่วนของทักษะฯมีนพบว่า ทักษะอื่น ๆ ทุกทักษะล้วนแต่ถูกผนึกไว้จนไม่สามารถเรียกใช้งานได้ มีเพียงทักษะเผ่าพันธุ์เท่านั้นที่ตนยังสามารถเรียกใช้งานได้ตามปกติก่อนจะเรียกข้อมูลทักษะเผ่าพันธุ์ขึ้นมาดู และพบว่า...
[ผสานร่าง][ขั้นกลาง 20/100]
-รวมร่างกับแอกโซโลตล์อื่นเพื่อเพิ่มค่าสถานะเป็ 2 เท่า จำนวน 2 ครั้ง ใช้พลังเวท100 หน่วย/ครั้ง (ทักษะเรียกใช้) ระยะเวลาของทักษะ - นาทีหลังจากหมดเวลาทักษะคูลดาวน์ - นาที
[พุ่งชน][ขั้นสูง 52/100]
-ใช้ร่างกายพุ่งชนศัตรูตรงหน้าด้วยความเร็ว เป็เส้นตรง ระยะทาง 4 เมตร พลังโจมตี 6เท่า คูลดาวน์ - วินาที (ทักษะเรียกใช้)
[ลำแสงแอกโซโลตล์][ขั้นกลาง 35/100]
-ยิงลำแสงแอกโซโลตล์เป็เส้นตรง ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1 เมตร ระยะทาง 20 เมตรพลังโจมตี 6 เท่า คูลดาวน์ - นาที (ทักษะเรียกใช้)
[อำนาจาา] [ขั้นต้น 81/100] (ไม่สามารถใช้งานได้)
หลังจากอ่านรายละเอียดในส่วนของทักษะเสร็จสิ้นมีนจึงเรียกเ้าปลาน้อยที่เหลือออกมาจากคลังสมบัติเคลื่อนที่
วาบ…
ปลาตีนน้อยทั้ง8 ตัว ออกมาเวียนว่ายอยู่รอบ ๆ ร่างของมีนในรูปลักษณ์ของปลาตีนตัวเขื่อง ด้วยท่าทางที่มึนงงสับสน...
“จะ...เ้าเป็ใคร”เอรีสกล่าวขึ้น เมื่อเห็นปลาตีนสีขาวอมชมพูที่แสนน่ารักตัวหนึ่งลอยอยู่ตรงหน้า
“ใช่ๆ ๆ ๆ เ้าเป็ใคร มาอยู่ที่นี่ได้ไง? ท่านแม่ข้าล่ะ ท่านแม่อยู่ไหน?”ทอรัสกล่าวเสริม
“แม่ก็อยู่นี่ไงจ๊ะเด็ก ๆ” ปลาตีนตัวสีขาวอมชมพูเอ่ยขึ้นมา
“ทะ...ท่านแม่หรือเ้าคะ?”เอรีสถามปลาตีนสีชมพูตรงหน้า
“ใช่จ้ะก็แม่ไง...จะใครล่ะ?” มีนตอบ
“อร๊ายๆ ๆ ๆ ท่านแม่หน้าตาเหมือนเราเลย” เจมีสกล่าวออกมาอย่างกระดี๊กระด๊า
“ท่านแม่น่ารักอ่ะ”ซาจีสเอ่ยขึ้นมาอย่างประจบ
“ช่าย ๆ ๆ ๆ”หลายเสียงสนับสนุน
“ร่างนี้ ท่านแม่น่ารักกว่าร่างมนุษย์อีกอ่ะ”ปีเชสเอ่ยขึ้นบ้างอย่างไม่รู้กาลเทศะแต่กลับเรียกเสียงสนับสนุนจากพวกพ้องที่เหลือได้เป็อย่างดี จนทำให้หญิงสาวนึกจะโกรธก็โกรธไม่ลงแต่นึกจะขำก็ขำไม่ออก
“เอาล่ะ ๆพอก่อนนะเด็ก ๆ คือตอนนี้ แม่กำลังปฏิบัติภารกิจสำคัญอยู่...เดี๋ยวถ้าหากออกไปได้พวกเราค่อยมาคุยกันนะ” มีนรีบกล่าวตัดบท เนื่องจากตนยังไม่ทราบว่า เหตุการณ์เบื้องหน้าจะมีอะไรเกิดขึ้นมาอีกดังนั้นมีนจึงต้องเตรียมตัวให้พร้อมเอาไว้ก่อน
“เด็ก ๆเตรียมตัวผสานร่างกับแม่นะ” มีนกล่าวกับปลาตีนที่เหลือ
“รับซาบ ๆ ๆ ๆ”ทุกตัวต่างขานรับอย่างว่าง่าย
“เอรีส [ผสานร่าง]”
วาบ!
“ทอรัส [ผสานร่าง]”
วาบ!
“เจมีส.............”
วาบ!
มีนผสานร่างกับเ้าปลาตีนน้อยที่เหลือทั้งหมดจนทำให้ค่าสถานะพื้นฐานของตัวเองในเวลานี้เพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 4,096 เท่า นั่นจึงทำให้พลังชีวิตและพลังเวทมนตร์ของมีนตอนนี้มีมากถึงเกือบ ๆ 8 ล้านหน่วยเลยทีเดียวในขณะที่พลังโจมตีและพลังป้องกันตอนนี้ กลับมีมากกว่า 1ล้านหน่วยเข้าไปแล้ว
ติ้ง!!
“เนื่องจากผู้เล่นมนตรามีค่าสถานะหลักทุกค่ามากกว่า 1 แสนหน่วย ผู้เล่นมนตราได้ทำการปลดล็อกเงื่อนไข ‘การตื่นของค่าสถานะ’ สำเร็จ ผู้เล่นมนตราจะได้รับโบนัสค่าสถานะ20 เปอร์เซ็นต์ จากค่าสถานะพื้นฐานของตัวละครค่ะ กรุณาตรวจสอบรายละเอียดค่ะ”
“อาห์...”
“แบบนี้ ก็ได้หรือเนี่ย...”มีนพึมพำออกมาด้วยความมึนงงสงสัย จากสิ่งที่ระบบได้รายงานแจ้งให้ตนทราบ “แต่ก็เอาเถอะ...เราก็ไม่ได้เสียหายอะไรนี่นะแถมยังได้กำไรอีกด้วย”
“เอาล่ะรีบทำเควสให้เสร็จๆ ก่อนดีกว่า”
มีนใช้ขาน้อย ๆทั้ง 4 ตะกุยน้ำ เพื่อพุ่งตัวเคลื่อนที่ไปด้านหน้า พร้อมกับใช้ครีบหางบังคับทิศทางก่อนจะนึกในใจว่า ‘ยากจังแฮะ...การว่ายน้ำแบบปลาตีนเนี่ย’
กว่าหญิงสาวจะคุ้นชินกับการว่ายน้ำในแบบฉบับของปลาตีนได้...ก็เล่นเอาเสียเวลาไปพักใหญ่
มีนมุ่งตรงไปตามทิศทางซึ่งมีเป้าหมายเป็วังจ้าวสมุทรที่เห็นอยู่ตรงหน้า ในระยะทางไกลลิบ ๆ
หลังจากแหวกว่ายในท้องน้ำมาพักใหญ่ภาพที่ปรากฏแก่สายตาของปลาตีนสาวคล้ายเป็เมืองขนาดย่อม ซึ่งประกอบไปด้วยูเาปะการังขนาดแตกต่างกันไปและอยู่เป็กลุ่มๆ พวกมันทั้งหมดเรียงตัวกันอย่างเป็ระเบียบ โดยใจกลางของกลุ่มปะการังฯ มีปราสาทขนาดใหญ่ซึ่งประดับประดาไปด้วยคริสตัลหลากสีและแซมด้วยปะการังสีสด ถือเป็ภาพสิ่งก่อสร้างที่งดงามจับตาและหาดูได้ยากยิ่งในโลกภายนอกนอกจากนี้ภายในเมืองดังกล่าวยังเต็มไปด้วยสัตว์อสูรน้อยใหญ่เผ่าพันธุ์สัตว์ทะเลจำนวนหลากหลายชนิดแหวกว่ายเคลื่อนไปมาทั่วทั้งเมือง...
มีนเคลื่อนร่างเข้ามาใกล้ตัวเมืองทีละนิด ไม่นาน...ปลาตีนสาวก็เข้ามาอยู่ในอาณาเขตของเมืองฯจากการแจ้งเตือนที่ได้ทราบจากระบบฯ และยืนยันให้ตัวเองได้ทราบว่า เมืองใต้ทะเลแห่งนี้...ก็คือ“วังจ้าวสมุทร” ซึ่งเป็เป้าหมายในภารกิจของตนนั่นเอง
หลังจากได้เข้ามาในอาณาเขตชั้นในของกำแพงเมืองฯเสียงสัญญาณเตือนภัยที่ใช้สำหรับแจ้งเตือนถึงผู้บุกรุกก็ดังขึ้นโดยอัตโนมัติ
บรรดาสัตว์อสูรน้อยใหญ่ที่แหวกว่ายอยู่รอบๆ เมือง ต่างพากันสอดส่ายสายตามองหาผู้บุกรุกในทันที ไม่นาน...เมื่อพวกมันกลุ่มหนึ่งได้พบร่างของปลาตีนสีชมพูหนึ่งในสมาชิกของสัตว์อสูรใต้ทะเลก็เรียกใช้งานทักษะหนึ่ง ซึ่งคล้ายกับพลุสัญญาณแจ้งเหตุฯเรียกระดมพลอย่างรีบเร่ง
‘แหม ๆฉลาดจังนะเ้าพวกนี้ มีส่งสัญญาณแจ้งเตือนกันด้วย’มีนคิดในใจ
“มา!!เข้ามากันเยอะ ๆ เดี๋ยวแม่จะกวาดให้เกลี้ยงเลยทีเดียว...” หญิงสาวผู้รู้สึกอินไปกับเื่ราวอันเต็มไปด้วยความคับข้องใจของ“แอ๊กซอล” และเื่ราวในอดีตของเผ่าพันธุ์ฯ เอ่ยขึ้นด้วยความโมโห
ไม่ต้องรอให้สัตว์อสูรเ่าั้เป็ฝ่ายเข้ามาหาหญิงสาวกลับชิงจังหวะเป็ฝ่ายบุก ด้วยการพุ่งร่างเข้าไปประชิดพวกมันเสียเองด้วยทักษะ[พุ่งชน] อย่างต่อเนื่อง จนทำให้ระยะห่างถูกย่นเข้ามาด้วยความเร็วอย่างชนิดที่ว่าผู้ใดมาเห็นก็ต้องตกตะลึง
‘สุดจริง!!ทักษะที่ไม่มีคูลดาวน์...ปีศาจชัด ๆ เลยปลาตีนพวกนี้’ มีนอดรู้สึกทึ่งในความโกงของทักษะไม่ได้
นั่นก็เพราะว่าด้วยระยะห่างของหญิงสาวกับสัตว์อสูรเกือบ 80 เมตร แต่มีนกลับใช้เวลาไปเพียง 4วินาทีกว่า ๆ จากการเรียกใช้ทักษะ [พุ่งชน] ขั้นสูง อย่างต่อเนื่องเป็จำนวน 20 ครั้งเท่านั้น
มีนพุ่งตัวด้วยทักษะไปข้างหน้าตรงไปยังปราสาทหลังงาม ซึ่งอยู่ใจกลางวังจ้าวสมุทร ผ่านกลุ่มสัตว์อสูรน้อยใหญ่กลุ่มแล้วกลุ่มเล่าแม้ว่าสัตว์อสูรเหล่านี้ จะมีระดับสูงกว่า 100 กันทั้งนั้น แต่พวกมันกลับไม่สามารถทานทนต่อพลังโจมตีของทักษะ[พุ่งชน] ซึ่งมีพลังทำลายรุนแรงในระดับนี้ได้ ก่อนจะสลายกลายเป็แสงสีเทาอย่างรวดเร็ว...
นอกจากจะเรียกใช้ทักษะ[พุ่งชน] โจมตีสังหารศัตรูแล้ว มีนยังสลับยิง [ลำแสงแอกโซโลตล์] โจมตีพวกมันอยู่เป็ระยะ ๆด้วยระดับความเร็วในการเรียนรู้ทักษะที่รวดเร็วขึ้นถึง 5 เท่า รวมไปถึงการเรียกใช้งานทักษะที่ไม่ติดระยะคูลดาวน์ฯเมื่อเป็เช่นนี้ จึงทำให้ระดับของทักษะเผ่าพันธุ์ฯ ซึ่งค้างเติ่งอยู่นาน กลับเพิ่มระดับขึ้นอย่างรวดเร็ว...ยิ่งกว่าติดจรวด
เมื่อปลาตีนสาวเริ่มเข้าใกล้ตัวปราสาทมากขึ้นสัตว์อสูรที่พบก็ยิ่งมีจำนวนและระดับความแข็งแกร่งมากขึ้นตามไปด้วย แต่กระนั้นความแข็งแกร่งของพวกมันกลับไม่ใช่ปัญหาสำหรับหญิงสาวในเวลานี้แต่อย่างใดเนื่องจากทักษะเผ่าพันธุ์ฯ ซึ่งมีความโกงติดอยู่ใน 5 อันดับแรกของโลกใบนี้ ความทรงพลังของทักษะย่อมมีมากตามไปด้วยเป็เื่ธรรมดาโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อการเรียกใช้งานทักษะผ่าพันธุ์ไม่ถูกจำกัดด้วยเงื่อนไขตามปกติแล้วนั้นยิ่งทำให้ตัวหญิงสาวในเวลานี้ สามารถต่อสู้รับมือกับตัวตนที่อยู่ในระนาบสูงสุดของโลกใบนี้ได้อย่างไม่ตกเป็รอง...
หลังจากได้เห็นการพัฒนาระดับทักษะเผ่าพันธุ์ฯที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวะโ มีนจึงคิดเปลี่ยนแปลงเป้าหมายและจุดประสงค์ในการปฏิบัติภารกิจจากเดิมที่ตั้งใจว่า“จะมุ่งตรงเข้าไปสังหารบอส และจบภารกิจอย่างรวดเร็ว” เป็ “การพัฒนาระดับทักษะเผ่าพันธุ์ให้สูงที่สุด”ด้วยการสังหารสัตว์อสูรที่อยู่รอบ ๆ เมืองให้หมดก่อน แล้วจึงค่อยไปเชือดบอสในภายหลัง…
จำนวนตัวเลขการสังหารสัตว์ในอาณาเขตวังจ้าวสมุทรตามเงื่อนไขฯเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จากหลักสิบเป็หลักร้อย หลักพัน และหลักหมื่นอย่างรวดเร็วในเวลานี้...มีนสังหารสัตว์อสูรตามเงื่อนไขมาได้กว่าครึ่งทางแล้ว อีกทั้งระดับทักษะเผ่าพันธุ์ของตนก็พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ สวนทางกับจำนวนของสัตว์อสูรแห่งท้องทะเลที่ลดลง…
เสียงรายงานจากระบบฯแจ้งถึงค่าประสบการณ์ที่หญิงสาวได้รับ ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง...
แต่การสังหารสัตว์อสูรในมิติแห่งความทรงจำนี้กลับไม่ได้รับเงินหรือไอเทมใด ๆ แม้แต่ชิ้นเดียว
ในที่สุดพื้นที่บริเวณปราสาทฯซึ่งตั้งอยู่ใจกลางของอาณาเขตวังจ้าวสมุทร...ก็เริ่มมีความเคลื่อนไหวแล้ว
สัตว์อสูรสายพันธุ์ต่างๆ ซึ่งสังกัดอยู่ในกองกำลังประจำเมืองฯ ต่างก็ทยอยกันออกมาตั้งแถวรอรับผู้บุกรุกจำนวนนับพันตัวพวกมันเหล่านี้ มีระดับอยู่ที่ 180-230 เลยทีเดียว
มีนเหลือบมองกลุ่มศัตรูผู้มาใหม่ด้วยหางตาในระหว่างที่พวกมันเริ่มตั้งแถวจัดรูปขบวนอย่างไม่สนใจนัก
ลำแสงโจมตีของเผ่าพันธุ์ฯถูกปลาตีนสาวยิงออกไปอย่างไร้ทิศทาง…ทักษะ [ลำแสงแอกโซโลตล์] ที่เพิ่งเลื่อนมาเป็ระดับสูงหมาดๆ ก็พุ่งออกไปเป็เส้นตรง ด้วยขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางถึง 1.5 เมตร พร้อมกับระยะทางของลำแสงที่เพิ่มขึ้นเป็40 เมตร และมีพลังโจมตีมากถึง 12 เท่า ก็ได้ทำลายทุกสิ่งที่ขวางอยู่ในเส้นทางการพาดผ่านของเส้นลำแสงนั้น...
ฝุ่นทรายอันเกิดจากการปะทะของลำแสงเข้ากับูเาปะการังน้อยใหญ่ลอยฟุ้งตลบอบอวลอยู่ในท้องน้ำทั่วทั้งบริเวณฯ จนแสงอาทิตย์ที่สาดส่องลงมาจากผิวน้ำ้าถูกบดบังทำให้เกิดความมืดขมุกขมัวอยู่นานหลายอึดใจ
หลังจากมีนเห็นว่ากองทัพสัตว์อสูร ซึ่งได้ตั้งแถวอยู่หน้าปราสาทในชุดแรกออกมากันครบแล้ว ปลาตีนสาวจึงเคลื่อนร่างอันสั้นป้อมขยับเข้าไปใกล้พวกมันอย่างใจเย็นก่อนจะเปิดฉากโจมตีด้วย [ลำแสงแอกโซโลตล์] อย่างรุนแรงและดุดัน
ลำแสงสีแดงปนดำขนาดใหญ่พุ่งเป็เส้นตรงจากปากของปลาตีนสาวโดยมีเป้าหมายเป็กองทัพสัตว์อสูรที่อยู่เบื้องหน้า อานุภาพการทำลายล้างของลำแสงฯ สำแดงฤทธิ์เดชของมันให้เห็นเป็ที่ประจักษ์ทุกสิ่งในระยะ 40 เมตร ล้วนแต่พังพินาศอย่างไม่อาจต้านทาน ไม่ว่าจะเป็สัตว์อสูรหรือสิ่งกีดขวางต่างๆ ก็ไม่อาจทานทนต่ออำนาจแห่งการทำลายล้างอันรุนแรง ราวกับเทพเ้าแห่งความพิโรธได้บันดาลโทสะต่อทุกสิ่งในยามนี้...
ปลาตีนสีชมพู ยิงลำแสงกวาดล้างกองทัพสัตว์อสูรจำนวนนับพันซึ่งตั้งแถวรอรับผู้บุกรุกอยู่ด้านหน้าของตัวปราสาท จนทำให้ร่างกายของพวกมันแหลกสลายกลายเป็ละอองแสงสีเทาไปอย่างรวดเร็ว
เสียงแจ้งเตือนถึงการเพิ่มขึ้นของระดับและทักษะเผ่าพันธุ์ฯของหญิงสาวและพวกดังขึ้นอย่างต่อเนื่องอยู่นานกว่าอึดใจ…จึงค่อยสงบลง
............