พริมโรสฟังแล้วรู้สึกว่าจะต้องรับกล่องใบนั้นมาแม้จะไม่รู้ว่าอะไรอยู่ด้านในแต่ความรู้สึกบางอย่างบอกกับเธอให้รับกล่องใบนั้นอย่างไม่ลังเล พอัักล่องไม้เธอรู้สึกเหมือนหัวใจสั่นวูบโดยไม่มีเหตุผล
“งั้น…หนูขอเปิดดูนะคะ”พริมโรสพูดขึ้นก่อนจะค่อย ๆ เปิดฝากล่องออกอย่างระมัดระวัง
ทันทีที่เปิดออก…ของที่อยู่ภายในนั้นก็สะกดสายตาเธออย่างประหลาดราวกลับกำลัง ‘เรียก’ เธออยู่
“นี่มัน...ปิ่นนิคะ...เหมือนจะเป็ลายดอกพิกุลด้วยสวยมากเลยค่ะ!” พริมโรสเพ่งมองไปยังปิ่น ที่มีทรงแปลกตาความยาวราว 6 นิ้วลวดลายดอกพิกุลที่ประณีตจนไม่อาจละสายตาได้
พอได้สติจึงนึกขึ้นได้ว่าของแบบนี้รับเปล่าไม่ได้เธอจึงล้วงมือไปในกระเป๋าและหยิบกระเป๋าสตางค์ออกมาแต่คุณยายกลับดันมือพริมโรสเป็การบอกเป็นัยว่าไม่้ารับเงิน
“ยายบอกแล้วไม่ใช่เหรอ...ว่ายายยกให้” คุณยายพูดขึ้นก่อนจะจับมือพริมโรสอย่างอ่อนโยน
“ขอบคุณนะคะคุณยาย : ) ” พริมโรสพูดขึ้นพร้อมกลับหยิบปิ่นขึ้นมาดูอีกครั้ง ก่อนจะลองเอามาปักลงบนผมตามสัญชาตญาณ…
ฟิ้ว~~ ต้นไม้ ใบไม้ต่าง ๆ ที่เคยนิ่งสงบกลับเริ่มพลิ้วไหว และร่วงโรยลงมา
“สวยไหมคะ...”พริมโรสพูดขึ้นพร้อมหันหน้าไปหาคุณยายแต่คุณยายกลับไม่อยู่อย่างกับหายตัวไปในพริบตา เพียงเสี้ยววินาทีหลังจากนั้น…
เปรี๊ยะ! เสียงฟ้าแลบดังสนั่นลมพัดแรงราวกับกำลังจะเกิดพายุ ธงผ้าของวัดสะบัดรุนแรง ธูปเทียนดับพรึ่บกลีบดอกพิกุลที่ร่วงจากต้นปลิวตลบอยู่รอบตัวเธอเหมือนอยู่ในฉากหนัง
“โอ๊ย…ลมนี่ อยู่ ๆทำไมถึงพัดแรงขึ้นเนี่ย” ฝุ่นที่อยู่รอบ ๆ คลุ้งกระจายจนเธอต้องรีบยกมือมาบัง ลมที่พัดแรงขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้เธอเริ่มทรงตัวไม่อยู่ร่างของเธอเอนไปตามแรงลมจนทรงตัวไม่อยู่…
ทั้งที่เธอจะต้องล้มลงกับพื้นแต่กลับมีอ้อมแขนอุ่นๆ รับร่างเธอไว้ ก่อนที่ทุกอย่างจะค่อย ๆ เงียบลง
พริมโรสที่เริ่มรู้สึกตัวค่อย ๆลืมตาขึ้น…พบว่าเธอกำลังนอนอยู่ในอ้อมอก ของใครบางคนเธอค่อยๆไล่สายตาขึ้นจนสบตาเข้ากับเ้าของอ้อมออกนี้
เขาเป็ชายหนุ่มมีใบหน้าคมเข้มตามแบบฉบับชายไทยดวงตาลึกคม คิ้วหนา และปากอมชมพู ทรงกระจับที่ได้รูป แสดงถึงความมั่นใจและสง่างามผมสีดําขลับถูกเซ็ตไว้เป็ทรงสวมชุดไทยโบราณสีแดงเืหมูที่เน้นความละเอียดประณีตใบหน้าเขาเหมือนหลุดออกมาจากละครพีเรียดยังไงยังงั้น
“เป็อะไรหรือไม่แม่หญิง? ”
“เอ่อ...”การพูดขึ้นของเขาคนนั้นทำให้พริมโรสได้สติขึ้นมา เธอค่อย ๆลุกขึ้นก่อนจะเกิดการเข้าใจผิด ไม่ว่าจะมองเขากี่ครั้ง ท่าทางของเขาสง่างามมาก
ซุบซิบ ซุบซิบ ...
พริมโรสเริ่มได้ยินเสียงรอบข้างดังขึ้นเลื่อย ๆ เธอจึงหันไปมองรอบ ๆ ก็พบว่านี่มันไม่ใช่ ที่ที่ตนอยู่เมื่อกี้ที่นี่ที่ไหน หรือว่าเราโดนลมพัดจนปลิว...ไม่ใช่ละไปกันใหญ่เลย นอกจากสถานที่จะเปลี่ยนเสื้อผ้าหน้าผมของคนที่นี่ก็แปลก ทุกคนต่างใส่ชุดโบราณกันหมดหรือว่าเราจะเซจนเอามาอยู่ในกองถ่ายนะ
อาจจะจริงเพราะตอนเรามาวัดตอนแรกก็ไม่มีคนอยู่ทางวัดน่าจะเคลียพื้นที่เพื่อถ่ายหนัง งั้นเราคงต้องรีบออกไปแล้ว
“เอ่อ… ขอถามหน่อยค่ะที่นี่ถ่ายหนังเื่อะไรอยู่เหรอคะ? ” แต่ก่อนไปขอถามสักหน่อยแล้วกัน
ชายหนุ่มเลิกคิ้วสูง “ถ่ายหนังหรือ? ข้ามิเข้าใจที่แม่หญิงเอ่ย” เสียงของเขานุ่มทุ้ม
“OK ค่ะถ้าบอกไม่ได้ก็บอกกันตรง ๆ สิคะ” เฮ่ยย เสียงถอนหายใจเบา ๆก่อนจะโค้งตัวเพื่อเป็การขอบคุณก่อนที่จะเดินจากมา
พริมโรสค่อยๆเดินออกมาแต่ก็ยังไม่เห็นปลายทางฉากสักทีจนเธอเริ่มท้อ แต่ไม่นานเธอก็เห็นแม่น้ำซึ่งนั่นน่าจะเป็ที่สิ้นสุดของฉากเพราะยังไม่มีหนังเื่ไหนที่จะลงทุนถึงขั้นสร้างฉากขนาดนั้น
“นี่มันอะไรกัน...”พริมโรสกวาดตามองดูรอบๆ อย่างถี่ถ้วน “นี่มันอะไรกันเนี่ย” แม่ที่น้ำกว้างใหญ่ผู้คนมากมายที่กำลังพายเรือ รวมถึงเด็กที่กำลังโดดเล่นน้ำชาวบ้านที่อาศัยในบ้านแพรที่อยู่อีกฝากฝั่งของแม่น้ำ
พริมโรสเริ่มรู้สึกใจเต้นตึก ๆเธอพยายามมองไปรอบๆตัวเธออีกครั้ง ไม่มีตากล้อง ไม่มีทีมงาน ไม่มีสายไฟ…
เธอรีบวิ่งไปรอบ ๆ ก็พบเพียงแต่บ้านเรือนไทยหลังแล้วหลังเล่าหญิงชายแต่งชุดไทยเดินผ่านไปมา และไกลออกไปคือ…แม่น้ำสายใหญ่ที่ทอดยาวสุดลูกตา
เธอเริ่มรู้สึกว่าบางอย่างรอบตัวผิดแปลกไปทุกสิ่งดูไม่เหมือนโลกที่เธอคุ้นเคยเลยสักนิด ภาพตรงหน้าค่อย ๆเบลอและหมุนวนจนเธอหายใจติดขัด หัวใจเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆความกังวลถาโถมเข้ามาไม่หยุด เธอพยายามตั้งสติและหาคำตอบ แต่ยิ่งคิดก็ยิ่งสับสนจนสุดท้ายสติของเธอค่อย ๆ เลือนหายไป…