“ไม่ใช่ว่าผมไม่เคยสงสัยครอบครัวของตัวเองหรอกนะครับ ในเมื่อพ่อไม่ต้องการบอกผม ผมก็ไม่อยากจะไปรบเร้าท่านให้บอก” เอกถอนหายใจและบอกตาสีตามตรง
จริงๆ เขาก็สงสัยเรื่องนี้ตั้งแต่เด็กๆ แล้วนอกจากบ้านที่ใหญ่โตกับมีที่ดินเป็นของตัวเองมากหน่อยแต่นอกจากนั้นครอบครัวเขาก็ไม่ได้วิเศษวิโสไปต่างจากคนอื่นเลย ทำให้เขาจึงเลิกคิดและสงสัยไปเอง
“ที่เขาไม่บอกเองนั้นก็เพราะเองยังไม่พร้อมนะสิ ก่อนที่พวกเขาจะจากเองไปเขาไหว้วานให้ฉันเก็บสิ่งนี้ให้” ตาสีหยิบกล่องขึ้นมาและยื่นให้เอกส่วนเอกก็รับมาแบบงงๆ เขาสงสัยว่าข้างในนี้จะมีอะไรให้กับเขา“แล้วตาสีพอจะบอกผมได้รึยังครับว่าปู่กับพ่อของผมปิดบังอะไรไว้” เอกรีบถามตาสีทันทีหลังจากได้รับของ“ใจเย็นๆ สิวะ ข้ากำลังบอกเองอยู่เนี่ย” ตาสีถมึงมองหน้าเอก ในใจของตาสีกำลังคิดว่าออกจะเร่งอะไรกับคนแก่นักหนา“แฮะๆ ขอโทษครับพอดีผมอยากรู้มากไปหน่อยขอโทษด้วยครับ” เอกยิ้มแห้งๆ ขอโทษ“เออๆ ช่างมันเถอะ” ตาสีโบกมือเชิงบอกไม่สนใจ
“เอาละมาเข้าเรื่องกันซะที ก่อนอื่นต้องมาเล่าประวัติครอบครัวเองก่อน เองรู้ใช่ไหมว่าครอบครัวของเองมีมาตั้งแต่ประเทศนี้ยังไม่ได้ก่อตั้ง” เอกพยักหน้าตอบรับ“แล้วเองรู้ไหมว่าครอบครัวของเองไม่ได้มีกันแค่นี้”“หมายความว่าไงครับ ที่ครอบครัวผมไม่ได้มีกันแค่นี้” เอกทำหน้าสับสน“เหอะ ครอบครัวเองออกจะใหญ่โตแต่ว่าตระกูลของเองก็ไม่ค่อยจะออกมาภายนอกสักเท่าไรหรือจะให้พูดว่าตระกูลของเองเป็นพวกตระกูลนักรบไม่ว่าจะศาสตร์เวทหรือกำลังภายในตระกูลของเองนั้นชำนาญนักแต่ว่า” ตาสีพูดอย่างมีอารมณ์หลังจากพูดไปสักพักก็หยุดพูดช่วงหนึ่งเพื่อให้เอกเข้าใจ แต่ดูเหมือนว่าจะทำให้เอกสิ่งสงสัยในตระกูลของตัวเองมากกว่าเดิม
“แต่ว่าอะไรครับ อย่าพูดให้ผมคาใจสิครับ” เอกทำหน้าโอดครวญ ทำไมคนแก่ถึงชอบแกล้งอะไรแบบนี้นะ เหมือนกับปู่ของเขาไม่มีผิด
“ฮ่าๆ ได้ๆ ข้าไม่แกล้งเองแล้วพอดีเห็นสีหน้าเหลอหลาแบบเองมันสนุกดีวะ เอาละสิ่งที่ข้าจะบอกก็คือปู่ของเองมันไม่สามารถใช้ทั้งเวทหรือกำลังภายในได้ทำให้ปู่ของเองต้องโดนพวกคนในตระกูลเอกะไล่ปู่ของเองออกจากตระกูลไปทำให้เจ้านั้นโกรธแค้นไม่น้อย แต่พวกมันไม่รู้เลยว่าพวกมันได้ทิ้งสมบัติล้ำค่าของตระกูลไป เพราะปู่ของเองมีดีกว่านั้นซึ่งข้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันคืออะไรแต่ที่ข้าเห็นพลังลึกลับจากปู่เองมันทรงพลังกว่าทั้งพลังเวทหรือกำลังภายในที่พวกนักล่าใช้กันอยู่ และแน่นอนมันต้องดีกว่าระบบไอที่เรียกระบบนักผจญภัยอะไรนั้นอีก” ตาสีกล่าวอย่างภูมิใจในความสามารถของเพื่อนเขา
เมื่อเอกได้ฟังเอกก็รู้สึกสับสนเขาไปอีกปู่ของเขาเนี่ยนะที่มีพลังเหนือกว่าคนพวกนั้นเทียบไม่ติด ตอนนี้เอกเหมือนไม่ใช้ตัวของตัวเองแล้วการที่ตระกูลของเขาที่มีคำว่าพิชิตนำหน้าเอกะ ก็คงมาจากการที่ปู่ของเขามีความแค้นกับคนพวกนั้นสินะ ก็เล่นซะเอาคำว่าพิชิตมาไว้นำหน้าคำว่าเอกะ ถ้าจะให้แปลความหมายก็คือปู่เขาต้องการสยบคนทั้งตระกูลเอกะนั้นแหละเลยเติมคำว่าพิชิตไว้นำหน้าเอกะ
“ปู่นะปู่เล่นเอาแบบนี้เลยเหรอ ถ้าเจ้าพวกนั้นมันเห็นชื่อผมมันไม่คิดจะตามมารังควานผมรึไง” เอกส่ายหน้ายิ้มๆ ไม่ใช่ว่าเขาโกรธปู่ของเขาที่นำเรื่องปวดหัวพวกนี้มาให้ แต่เขากับภูมิใจในตัวปู่ของเขาซะมากกว่าการที่ตัวเองโดนคนในตระกูลไล่ออกมาแบบนี้แล้วมันย่อมทำให้คนคนนั้นแค้นเคืองก็ไม่ใช่เรื่องแปลก การที่ปู่เขาจะเอาคืนเล็กน้อยแค่นี้ถือว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรออกจะเล็กน้อยไปซะด้วยซ้ำสำหรับเขา
“ฮ่าๆ เอาน่าเจ้าเสือมันก็เป็นนี้แหละใครมาทำอะไรให้มัน มันไม่คิดจะปล่อยใครไปง่ายๆ หรอก” ตาสีหัวเราะออกมาหลังจากได้เห็นสีหน้าเอือมระอาของเอก“ผมขอบคุณตาสีมากนะครับที่มาบอกเรื่องนี้ให้กับผม ไม่อย่างนั้นแล้วผมคงไม่รู้อะไรเกี่ยวกับตระกูลตัวเองเลย” เอกยกมือไหว้ขอบคุณตาสี“ไม่ต้องไปขอบคงขอบใจตาเฒ่านี้หรอกจริงๆ แล้วมันเป็นคำขอของเสือนะ ที่ขอร้องให้พวกเรามาบอกเรื่องนี้” ยายนากล่าวยิ้มๆ หลังจากตัวเองนั่งฟังมานาน“ว่าแต่ ตระกูลเอกะนั้นยิ่งใหญ่ขนาดไหนกันครับถึงสามารถอยู่รอดได้ตั้งแต่ประเทศนี้ยังไม่ก่อตั้ง” เอกถามเรื่องนี้อย่างสงสัย
“เฮ้อ เรื่องนี้ข้าก็ไม่รู้หรอกนะแต่ที่ข้ารู้นั้นตระกูลนี้แม้แต่ราชาของประเทศนี้ก็ไม่กล้าขัดพวกเขาอย่างน้อยพวกเขาก็มีความเกรงใจคนพวกนี้อยู่ เจ็ดส่วน แต่ถ้าไอราชาอะไรนั้นรู้ว่าเองเป็นหลานของเจ้าเสือละก็มันคงจะรีบมาหาเองถึงที่นี่แน่นอน แม้ตอนนี้เองจะใช้นามสกุลปลอมอยู่ก็เถอะ” ตาสีถอนหายใจและกล่าวอย่างไม่เห็นหัวราชาของประเทศนี้เลย
อย่างว่าโลกนี้มันปลาใหญ่กินปลาเล็กใครมีพลังก็สามารถรังแกคนอ่อนแอได้เสมอ ดูอย่างที่เขาทำงานให้กับที่ทำงานเก่าสิเงินเดือนก็ไม่ได้เยอะ แต่เขาต้องมานั่งทำงานแทนหัวหน้าแผนกของเขาซะอย่างนั้นเพราะพวกเขามีอำนาจในมือการจะเลิกจ้างเขาเมื่อไรก็ขึ้นอยู่กับเวลาถ้าเราไปขัดใจเขา เขาก็ไล่เราออกตอนไหนก็ได้ ทำให้เมื่อก่อนเขาต้องอดทนกับงานที่ไม่ใช้ของเขามาโดยตลอด นั้นก็เพื่อครอบครัวของเขายัไงละเขาถึงทนมาตลอด
“อย่างนั้นเหรอครับ ถ้าอย่างนั้นมันก็ช่วยไม่ได้” เอกถอนหายใจ เรื่องอะไรจะเกิดก็ขอให้มันเกิดละนะ“คุณพ่อค่าหนูหิวข้าวแล้วค่าๆ” น้ำทิพย์วิ่งมาหาเอกหลังจากที่เธออาบน้ำเสร็จ โดยที่เธอไม่สังเกตเห็นเลยว่ามีใครอยู่กับพ่อของเธอ“นี้อย่าวิ่งสิน้ำทิพย์ เดียวก็หกล้มหรอก” เอกลุกจากที่นั่งและยกเจ้าตัวแสบขึ้นมาอุ้มไว้ที่อกของเขา ดูเหมือนน้ำทิพย์ยังคงชอบที่จะสบหน้าอกเขาบ่อยๆ จนกลายเป็นนิสัยของเธอไปแล้ว“แล้วไมค์ไปไหนละ ฮืม” เอกถามน้ำทิพย์และพลางเอามือของเขาบีบจมูกน้อยๆ ของเธอ“งื้อ..พี่ไมค์มัวแต่แช่น้ำในอ่างไม่ยอมขึ้นมาซะที่ หนูก็เลยออกมาก่อน” น้ำทิพย์ส่ายหน้าหลบมือของพ่อเธอและตอบคำถามของเอก“โอ๋ นี้นะเหรอลูกสาวของเอกน่ารักน่าชังจริงๆ หนูชื่ออะไรพอบอกยายได้ไหมคะ” ยายนาถามหลังจากได้เห็นความน่ารักของเธอยิ่งเธอเป็นพวกชอบเด็กด้วยแล้ว ยิ่งเธอมาเห็นอย่างนี้ยายนายิ่งหลงในความน่ารักของน้ำทิพย์แบบโงหัวไม่ขึ้นเลยทีเดียว“อ่ะ..คุณพ่อค่ะนี้คุณยายจากที่ไหนเหรอ” น้ำทิพย์ตกใจหลังจากที่เธอเห็นว่ามีแขกของพ่อเธอมา“นี้เดี๋ยวเถอะ เมื่อกี้คุณยายเขาถามว่าอะไร ยายเขาถามชื่อน้ำทิพย์ หนูจะไม่แนะนำตัวให้ยายรู้หน่อยเหรอ” เอกพูดเสียงดุน้ำทิพย์ในเรื่องมารยาทของเธอเมื่อน้ำทิพย์เห็นเอกดุเธอ เธอก็รู้ทันทีว่าเธอเสียมารยาทต่อผู้ใหญ่เข้าแล้วเธอจึงรีบเข้ามาขอโทษทันที“หนูขอโทษค่ะคุณยาย” น้ำทิพย์ยกมือไหว้ขอโทษตามที่พ่อของเธอเคยสอนว่าเวลาทำอะไรผิดต้องยกมือไหว้ขอโทษคนนั้น“ไม่เป็นไรจร๊ะ แล้วที่นี้ยายจะรู้ได้รึยังว่าหนูชื่ออะไรเอ่ย” ยายนาไม่ถือสาเรื่องเล็กน้อยแค่นี้หรอก แล้วยิ่งเห็นว่าเด็กน้อยตรงหน้ารู้สึกผิดเธอก็ยิ่งรู้สึกชอบเข้าไปใหญ่
“ขอบคุณค่ะ หนูมีชื่อว่าน้ำทิพย์ ชื่อนี้เป็นชื่อที่คุณพ่อของหนูตั้งใจให้ชื่อของหนูคล้องจองกับชื่อของคุณแม่เลยนะคะ” น้ำทิพย์ตั้งใจอวดชื่อของตัวเองเพราะคุณพ่อของเธอตั้งใจตั้งชื่อนี้ให้กับเธอเลยนะ
แต่เธอจะรู้ไหมว่าตอนนี้ยิ่งพ่อของเธอได้ยินลูกสาวพูดออกมาอย่างภูมิใจมากเท่าไรยิ่งทำให้คนเป็นพ่ออย่างเขารู้สึกผิดต่อเธอ ถ้าเขาไม่ตั้งใจให้ชื่อของเธอคล้องจองกับอดีตภรรยาของเขาน้ำทิพย์ก็คงไม่ต้องไปยึดติดกับอดีตภรรยาของเขา“โอ๋..อย่างนั้นเองเหรอถ้าอย่างนั้นหนูก็ชอบชื่อของหนูที่คุณพ่อตั้งให้มากเลยนะสิ” ยายนาตามน้ำเพื่อให้เด็กรู้สึกดีกับเธอ“ใช้แล้วละคะคุณยาย” น้ำทิพย์พยักหน้า หงึกๆ พร้อมกับรอยยิ้มที่สดใสของเธอ
ทำให้ในสายตาของตาสีและยายนามีประกายขึ้นมาตั้งแต่พวกเขาเกิดมายังไม่เคยเห็นเด็กน้อยน่ารักขนาดนี้มาก่อน ขนาดตาสีที่ไม่ชอบเด็กยังเกิดหลงรักน้ำทิพย์ขึ้นมาเลย“เฮ้อ ในเมื่อมันเป็นอย่างนี้แล้วเราก็คงไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรมันได้” เอกกล่าวในใจอย่างปลงๆ“คุณพ่อคร้าบไมค์หิวแล้วทำอะไรให้ผมกินหน่อย” จากนั้นไม่นานก็เป็นไมค์ที่วิ่งมาหาเขา“หืม นี้ก็เป็นลูกชายคนโตของเองสินะ” ตาสีมองไมค์ที่กำลังวิ่งมาหาเอกอีกคน
“ใช้แล้วครับนี่ลูกชายคนโตของผมเองเอาละเราแนะนำตัวให้คุณตาและคุณยายหน่อยสิ” เอกกล่าวสั่งไมค์ที่กำลังทำสีหน้าไม่รู้สีรู้สาอะไร
“ครับผม สวัสดีครับคุณตาคุณยายผมชื่อไมค์ครับผม” ไมค์แนะนำตัวให้กับคุณตาและคุณยายอย่างสดใส ดูเหมือนไมค์จะเรียนรู้เรื่องมารยาทดีพอสมควรทำให้ตาสีชื่นชอบในตัวไมค์เป็นอย่างมาก“ฮ่าๆ ดูเหมือนลูกๆ ของเองจะเป็นเด็กดีทุกคนเลยนะถือว่าเองเลี้ยงเขามาดี” ตาสีพยักน่าชื่นชม“ใช้จร๊ะ ถึงยายจะชอบเด็กๆ ก็จริงแต่พอมาเจอลูกๆ ของเอกแล้วยิ่งทำให้ยายชอบเด็กพวกนี้เข้าไปอีก” ยายนายิ้มอย่างอบอุ่น“มาๆ เด็กๆ ยายมีขนมมาฝากเยอะแยะเลยนี้รู้ไหมถ้าพ่อของเราบอกยายก่อนหน้านี้ยายจะเอาขนมที่ยายทำเองมาให้แล้ว” ยายนายังคงทำสีหน้ายิ้มอบอุ่นเหมือนเดิมว้าว-!พอเด็กๆ ได้ยินว่ามีขนมมาให้พวกเขาก็รู้สึกตื่นเต้นทันทีเอกมองดูภาพตรงหน้าที่พวกเด็กๆ ร่าเริงแจ่มใส มันก็ทำให้คนเป็นพ่ออย่างเขาพลอยมีความสุขไปด้วยเอกก้มมองดูกล่องในมือ เขาอยากจะรู้จริงว่าความลับของครอบครัวเขาที่เหลือมันคืออะไร“ช่างเถอะ จะดีหรือร้ายเราเชื่อว่าชักวันมันคงผ่านไปได้เอง”