ต้าเป่ากินจนอิ่มหนำสำราญ สีหน้าท่าทางจึงดูผ่อนคลายขึ้นมาก
เมื่อได้กินจนอิ่มหนำก็อดไม่ได้ที่จะมองเจียงเหลียนจูด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น
ในตอนนั้นเอง หนานหนานตัวน้อยได้กลิ่นหอมของเนื้อจึงตื่นขึ้นมาอย่างสะลึมสะลือ นางคลำทางมาจนถึงห้องครัว เมื่อเห็นเนื้อดวงตาก็เป็ประกาย แล้วก็ 'โฮก!' พุ่งเข้าใส่กัดกินอย่างมูมมาม...
ราวกับสัตว์ป่าตัวน้อยที่หิวโหยมาเป็เวลานาน
เจียงเหลียนจูคิดจะเข้าไปช่วยฉีกเนื้อให้ เพื่อให้นางค่อย ๆ กิน แต่หนานเป่าตัวน้อยกลับหวงอาหาร นางกอดชามเนื้อไว้แนบอก เมื่อพูดไม่ได้จึงส่งเสียง 'แง่ก ๆ ' ใส่นางอย่างดุเดือดตามประสาเด็ก
เจียงเหลียนจูเห็นดังนั้นก็น้ำตาคลอเบ้า
เจียงซื่อเลี้ยงลูกจนกลายเป็เช่นนี้จิตใจคงต้องบอบช้ำเพียงใดถึงได้ทำให้เด็กน้อยกลายเป็แบบนี้ไปได้
ในเวลานี้ เพื่อนบ้านรอบข้างต่างก็ได้กลิ่นหอม จึงพากันมามุงดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น และพบว่าเจียงซื่อกับลูก ๆ กำลังกินเนื้อกันอยู่ในบ้าน พอสอบถามดูก็พบว่าพวกเขาล่าหมาป่ามาได้ตัวหนึ่ง!
บางคนไม่เชื่อว่าสตรีตัวเล็ก ๆ จะสามารถต่อสู้กับหมาป่าได้อย่างไร ต้าเป่าจึงออกมาอธิบาย
บอกว่าหมาป่าถูกฟ้าผ่าในป่าเสียก่อน พวกเขาแม่ลูกจึงฉวยโอกาสเก็บเกี่ยวผลประโยชน์นี้มาได้
คราวนี้ทุกคนต่างพากันอิจฉาที่เจียงซื่อดวงดีเหลือเกิน!
มีบางคนที่คิดไม่ซื่ออยากจะหาเื่ แต่พอนึกถึงตอนที่เจียงเหลียนจูต่อกรกับยายเฒ่าจ้าวก่อนหน้านี้ว่าเด็ดขาดเพียงใด ก็ไม่กล้าขยับเขยื้อนทำอะไรบุ่มบ่ามได้แต่จ้องมองด้วยความอิจฉาจนตาแดงก่ำ
เมื่อเห็นหนานเป่าตัวน้อยกินเนื้อหมาป่าที่ส่งกลิ่นหอมฟุ้งก็ทำให้เด็ก ๆ บ้านข้าง ๆ หิวจนร้องไห้ หากเป็เมื่อก่อน พวกเขาคงพุ่งเข้ามาแย่งชิงไปแล้ว เพราะเป็แม่ม่ายลูกกำพร้า แถมแม่ม่ายยังเป็แม่เลี้ยงใจั์ที่ไม่เอาไหน แย่งไปก็คงไม่มีใครว่า แต่ตอนนี้ทุกคนทำได้เพียงยืนมองอยู่ข้าง ๆ และน้ำลายไหล
เมื่อหนานเป่ากินเนื้อจนอิ่ม เจียงเหลียนจูก็ให้เอ้อร์เป่าคอยดูแลหนานหนานอยู่ในบ้าน พร้อมกับเฝ้าเนื้อหมาป่าไว้ ส่วนนางกับต้าเป่าก็นำหนังหมาป่าไปหาหัวหน้าหมู่บ้านเพื่อรับรางวัล
หมู่บ้านหวังเจียตั้งอยู่เชิงเขามักจะถูกสัตว์ป่าโจมตีบ่อยครั้ง ดังนั้นในหมู่บ้านจึงมีกฎว่า หากใครสามารถล่าสัตว์ป่าที่ทำร้ายคนได้ ทางหมู่บ้านจะมีรางวัลให้ ถือเป็ผู้ทำคุณประโยชน์ให้แก่หมู่บ้าน ส่วนรางวัลจะมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับความดุร้ายของสัตว์ที่ล่าได้
สองแม่ลูกเดินทางมาถึงบ้านของหัวหน้าหมู่บ้าน ซึ่งประจวบเหมาะกับที่หัวหน้าหมู่บ้านพักผ่อนอยู่ที่บ้านพอดี
หัวหน้าหมู่บ้านอายุห้าสิบกว่าปี ในปากคาบกล้องยาสูบ ใบหน้าเต็มไปด้วยร่องรอยแห่งประสบการณ์ชีวิต
ต้าเป่าเอ่ยขึ้นว่า "ท่านปู่ผู้นำหมู่บ้าน ข้ากับท่านแม่ล่าหมาป่าได้ตัวหนึ่งบนูเาจึงมาแจ้งให้ท่านปู่ผู้นำหมู่บ้านทราบขอรับ"
"หมาป่ารึ! นี่ไม่ใช่เื่ธรรมดาเลย! ดีมาก ดีมาก เอามาให้ปู่ดูซิ..." ท่านผู้นำหมู่บ้านอุทานด้วยความประหลาดใจ
เจียงเหลียนจูนำหนังหมาป่าออกจากตะกร้าแล้วกางออก "ท่านปู่ผู้นำหมู่บ้านดูสิเ้าคะเป็หมาป่าตัวเต็มวัยที่ดุร้าย... พวกเราโชคดีจึงล่ามันได้..."
หัวหน้าหมู่บ้านเคาะกล้องยาสูบด้วยความดีใจ เพราะเมื่อสัตว์ร้ายลดลงไปตัวหนึ่งชาวบ้านก็ปลอดภัยขึ้นอีกแรง
"ดี ดี ดี! ทำได้ดีมาก! ต้าเป่าเอ๋ย พวกเ้าอยากได้รางวัลอะไรจากปู่รึ?" เขาถามต้าเป่า โดยไม่ได้ถามเจียงเหลียนจูอีกทั้งท่าทีที่เขามีต่อนางก็ไม่ค่อยเป็มิตรนัก
อาจเป็เพราะสิ่งที่เจียงซื่อเ้าของร่างเดิมเคยทำไว้ ทำให้ท่านหัวหน้าหมู่บ้านไม่ชอบใจ
เจียงเหลียนจูไม่ได้ใส่ใจเื่นี้
ต้าเป่าตอบว่า "ท่านปู่ ท่านเห็นสมควรอย่างไรก็ให้ตามนั้นขอรับ"
หมู่บ้านหวังเจียเป็หมู่บ้านเล็ก ๆ รางวัลจึงอยู่ในขอบเขตที่พอจะหาได้ ก่อนหน้านี้เคยมีคนล่าสัตว์ป่าได้ รางวัลมีั้แ่ไข่ไก่ เหรียญทองแดง ข้าวสาร แป้ง น้ำมัน หรือเสื้อผ้าผ้าหยาบ ล้วนมีทั้งสิ้น
บอกได้เพียงว่า มีก็ยังดีกว่าไม่มี
หนังหมาป่านี้เพียงแค่ให้ผู้ใหญ่บ้านตรวจสอบเท่านั้น ไม่ได้ถูกยึดไป พวกเขาสามารถนำกลับไปจัดการขายเองได้
หัวหน้าหมู่บ้านนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ทันใดนั้นก็เอ่ยว่า "เจียงซื่อ ได้ยินว่าวันนี้เ้าหนีตามนักเลงนอกหมู่บ้านไปรึ?"
เจียงเหลียนจูรีบปรับสีหน้าให้จริงจังแล้วตอบว่า "ไม่มีเื่เช่นนั้นเ้าค่ะ ข้าเพียงแต่พลัดตกน้ำโดยไม่ระวัง ถูกน้ำพัดไปจนคนเข้าใจผิด ลูกทั้งสามของข้ายังเล็ก ตราบใดที่ข้าเป็แม่ของพวกเขา ข้าจะเป็แม่ตลอดไป ข้าไม่มีทางทอดทิ้งพวกเขาเด็ดขาดเ้าค่ะ"
ลูกทั้งสามตัวน่ารักขนาดนี้!
ในเมื่อมีวาสนาได้มาเป็แม่ของเด็ก ๆ นางก็มีหน้าที่ต้องเลี้ยงดูพวกเขาให้เติบโต
อย่างไรเสียนี่ก็เป็ชีวิตใหม่ที่์ประทานมาให้ ไม่เหมือนกับชีวิตที่เต็มไปด้วยการเข่นฆ่าในชาติก่อน การได้มาปลูกผัก เลี้ยงลูกที่นี่ก็นับว่าดีมากแล้ว
หัวหน้าหมู่บ้านจ้องมองนางตาไม่กะพริบราวกับกำลังแยกแยะว่าคำพูดของนางเป็จริงหรือเท็จ
"ดี เจียงซื่อ จำคำที่เ้าพูดในวันนี้ไว้ ลูกทั้งสามของเ้าเป็เด็กฉลาดและดี หากเ้าดีต่อพวกเขา เมื่อพวกเขาเติบโตขึ้นจะตอบแทนเ้าเอง อย่าได้คิดฟุ้งซ่านไปไกลอีกอย่างหวังเหล่าอู่เพียงแค่หายตัวไป ไม่แน่ว่าอาจจะยังไม่ตาย เชื่อเถอะว่าหากเขายังมีชีวิตอยู่ สักวันเขาจะกลับมา ต่อให้เขาไม่มีความรู้สึกต่อเ้า แต่เขาก็คงไม่ทิ้งลูก ๆ หรอก"
เจียงซื่อพยักหน้า "ขอบพระคุณท่านที่ชี้แนะ ข้าทราบแล้วเ้าค่ะ"
จากนั้น ท่านหัวหน้าหมู่บ้านจึงกล่าวว่า "เอาอย่างนี้แล้วกัน ที่ท้ายหมู่บ้านมีบ้านดินว่างอยู่หลังหนึ่ง ข้าจะให้พวกเ้าแม่ลูกย้ายไปอยู่ชั่วคราวสักสองสามปีถือเป็รางวัลในครั้งนี้แล้วกัน"
เจียงเหลียนจูดีใจเป็อย่างยิ่ง "ขอบพระคุณท่านมากเ้าค่ะ"
นี่เป็เื่ดีอย่างยิ่ง นางกำลังกลุ้มใจว่ากระท่อมมุงหญ้านั่นแทบจะใช้การไม่ได้ มันผุพังถึงเพียงนั้นเกรงว่าหากฝนตกจะรั่วไปทั่ว หรือหากลมแรงก็กลัวว่าจะพังครืนลงมา
ในเพิงนั้นไม่มีแม้แต่เตียงนอน พอฝนตกนอกจากหลังคาจะรั่วแล้วพื้นดินยังแฉะจนไม่มีที่ให้ยืน อย่าว่าแต่เื่นอนเลย
บ้านดินแม้จะเก่าและทรุดโทรม แต่มันก็คือบ้าน ย่อมดีกว่าเพิงหญ้าแน่นอน
ใบหน้าของต้าเป่าก็ปรากฏรอยยิ้ม "ขอบพระคุณท่านปู่ขอรับ"
รางวัลนี้เกินกว่าที่สองแม่ลูกคาดคิดไว้มาก
สองแม่ลูกแบกหนังหมาป่ากลับบ้านด้วยความดีใจ และสิ่งแรกที่ทำหลังจากกลับถึงบ้านคือการย้ายบ้าน
แต่ก็ไม่มีอะไรให้ขนย้ายมากนัก
บ้านยากจนข้นแค้น เจียงเหลียนจูไม่เคยเห็นบ้านที่จนขนาดนี้มาก่อนในชาติที่แล้ว
ตามความทรงจำของเ้าของร่างเดิมหลังจากหวังเหล่าอู่หายตัวไปได้ไม่นานตระกูลหวังก็ใช้เื่การแยกบ้านมาเป็ข้ออ้างเพื่อขับไล่เจียงเหลียนจูและลูกทั้งสามออกไป โดยอ้างว่าเจียงเหลียนจูเป็ตัวซวยไม่ยอมให้นางอยู่ในตระกูลใหญ่ต่อไป ส่วนเด็กทั้งสามคนตระกูลหวังก็ไม่อยากเลี้ยง โดยบอกว่าเมื่อเจียงเหลียนจูแต่งเข้าบ้านมาคือนางเป็แม่ของเด็ก ๆ เป็แม่วันเดียวก็เป็แม่ตลอดไป จึงให้เจียงเหลียนจูนําลูก ๆ ไปเลี้ยงดูเอง
ตอนที่ถูกไล่ออกมาได้รับแบ่งเพียงเพิงหญ้าหลังหนึ่ง และธัญพืชหยาบ ๆ อีกสองกระสอบ ตลอดปีเศษที่ผ่านมา แม่ลูกคู่นี้รอดชีวิตมาได้ก็เพราะต้าเป่าและเอ้อร์เป่าคอยเข้าป่าหาของป่ามาประทังชีวิต หรือไม่ก็ได้รับอาหารจากชาวบ้านผู้ใจดีที่สงสาร
ตอนนี้จะย้ายบ้าน ทรัพย์สินทั้งหมดสามารถใส่ลงในตะกร้าผุ ๆ ใบเดียวได้หมด
เสื้อผ้าก็มีเพียงชุดที่สวมใส่อยู่ ไม่มีชุดสำหรับเปลี่ยนแม้แต่ชุดเดียว หม้อไหจานชามล้วนแตกหักและมีจำนวนน้อย สิ่งที่มีค่าที่สุดในบ้านคือเกลือถุงเล็ก ๆ ซึ่งเอ้อร์เป่าเก็บไข่ป่าในเขาไปขายเพื่อนำเงินมาซื้อเมื่อไม่กี่วันก่อน
เนื้อหมาป่าและหนังหมาป่าที่เจียงเหลียนจูล่ามาได้ในวันนี้ ถือเป็สิ่งที่มีมูลค่ามากที่สุดแล้ว
ด้วยเหตุนี้ เจียงเหลียนจูจึงแบกเนื้อและหนังหมาป่า ต้าเป่าถือตะกร้าที่ใส่ข้าวของเครื่องใช้เก่า ๆ ของทั้งบ้าน ส่วนเอ้อร์เป่าจูงมือน้องสาวย้ายบ้านเสร็จสิ้นภายในรอบเดียว
เมื่อชาวบ้านทราบว่าเจียงเหลียนจูและลูก ๆ ย้ายบ้านใหม่ตามความประสงค์ของผู้ใหญ่บ้าน ต่างก็พากันมามุงดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ยายเฒ่าจ้าวเอ่ยด้วยน้ำเสียงอิจฉาริษยาว่า "ไอ้หยา นังแพศยาจิตใจต่ำแถมยังดวงกุดทำผัวตายหัวหน้าหมู่บ้านคงจะเลอะเลือนไปแล้วจริง ๆ ถึงได้ให้พวกนางไปอยู่ในบ้านดี ๆ เช่นนั้น!"