“นี่เราหลับยาวขนาดนี้เลยเหรอ” วานิกาบ่นคนเดียวในใจแสงแดดที่สาดส่องเป็ทางยาวผ่านผ้าม่านทำให้รู้ว่าเข้าสู่เช้าวันใหม่มองนาฬิกาหัวเตียงเพิ่งเจ็ดโมง ยังมีเวลาถมเถ เอื้อมไปคว้าโทรศัพท์มาดู ยังไม่มีความเคลื่อนไหวอะไรเหมือนเมื่อวานไม่ผิดเพี้ยน ไหนบอกว่าจะโทรหากัน
เมื่อจัดการตนเองเรียบร้อยจึงทานอาหารเช้าๆง่ายๆที่มีเพียงกาแฟกับขนมปังสำเร็จรูปที่ซื้อติดครัวไว้ อดที่คว้าโทรศัพท์มาเปิดดูอีกครั้งไม่ได้กดเข้าไปใน IGของทินภัทร เธอติดตามมานานหลายปี แต่ทินภัทรไม่เคยรู้เลย มือเธอสั่นนิดๆเมื่อเห็นภาพที่เพื่อนของทินภัทรแท็กมาเมื่อคืนที่ผับดัง
“ใครนะ” วานิกาเพ่งมองสาวสวยที่ติดเลนส์กล้องหญิงสาวในรูปนั่งแนบชิดทินภัทรแบบถึงเนื้อถึงตัว ชุดแดงเพลิงโดดเด่นและที่สำคัญมือหนาของทินภัทรโอบกอดเธอไว้ ไม่มีใครบอกเธอก็รู้ได้ทันทีว่าทั้งสองมีความสัมพันธ์กันไปถึงไหน
น้ำตาคลอเบ้าปริ่มๆว่าจะไหลรินออกมา ความรู้สึกจริงๆที่ให้ไปเต็มร้อยกลับกลายเป็ความน้อยใจเข้ามาแทนกว่าจะทำใจให้สงบลงได้ไม่ใช่เื่ง่ายๆ ไม่ชอบความรู้สึกนี้เลยถ้าเป็ไปได้อยากย้อนเวลาไม่ต้องเป็แบบนี้ เป็แค่คนแอบรักคงจะดีกว่า
“Rrrrrrrrr” เสียงโทรศัพท์ดังระรัวหลายนาทีเธอเอื้อมมือไปรับ รายชื่อที่ปรากฏขึ้นมาทำเธอโหวงในอก
“คะพี่ทิน” เธอพยายามปรับเสียงให้เป็ปกติ ถึงแม้ในใจจะเต็มไปด้วยคำถามมากมายที่อยากรู้จากปากของเขา
“อยู่ที่ไหนวา”ปลายเสียงไม่ได้รู้ว่าหญิงสาวกำลังอยู่ในอารมณ์เช่นไรเขาถามไปและสนใจในสิ่งที่เขาอยากรู้มากกว่า
“ห้องคะ”โทรมาถามแค่นี้จริงๆเหรอ ไม่ได้บอกว่าเป็ห่วงหรือว่าแคร์อย่างที่เธอนึกอยากให้เป็
“ไม่ไปเรียนเหรอ”ชายหนุ่มโล่งใจที่รู้ว่าเธอยังไม่ไปไหน
“เรียน 10 โมงคะ พี่ทินมีอะไรหรือเปล่าคะ”เธอภาวนาให้เขาเป็ห่วงเธอแค่นิดเดียวก็ยังดี
“อ้อยังมีเวลาเดี๋ยวพี่ไปหา ”เสียงโทรศัพท์ขาดหายเพราะชายหนุ่มกำลังขับรถเมื่อรู้ว่าเธออยู่ไหน เขาจึงเร่งความเร็ว อีกไม่ถึง 10นาทีก็ถึงหน้าคอนโดของเธอ
เขารอจนผู้พักอาศัยที่ส่วนใหญ่เป็นักศึกษาเดินลงมาจึงรีบแทรกตัวเองขึ้นไป สองเท้าพาตัวเองมาอยู่หน้าห้องเมื่อวานิกาเปิดประตูเธอจึงมีสีหน้าแปลกใจ
“มาถึงเร็ว” วานิกาหลบสายตาของทินภัทรที่จ้องสำรวจทั่วเรือนร่างหญิงสาวใส่กางเกงขาสั้นอยู่บ้านและเสื้อกล้ามสีขาวเนื้อดีที่ทำให้รูปร่างเธอโดดเด่น กลิ่นสบู่อ่อนๆผสมกลิ่นตัวสาวลอยมากระทบจมูกโด่งเป็สันใบหน้าหล่อเหลายิ้มแพรวพราว ทันทีที่ประตูปิดลง เขารวบร่างบางมากอดไว้ใบหน้าคมเข้มคลอเคลียซอกคอขาวผ่อง
“อย่าคะพี่ทิน” วานิกาดันทินภัทรและจับมือหนาที่ยุ่มย่ามกับร่างกายของเธอแต่ทุกครั้งที่ริมฝีปากหนาแนบชิดส่วนใด ใจเธอก็อ่อนลงไป ร่างกายไร้เรี่ยวแรงที่จะต้านทาน
เขาอุ้มหญิงสาวไว้ในอ้อมแขนพาเธอไปที่เตียงนุ่ม และขึ้นคร่อมเธอทันที สายตาสองคู่สบกันหญิงสาวมีท่าทางตื่นกลัวกับการจู่โจมครั้งนี้
“พี่ทิน” วานิกาเรียกเขาเสียงสั่นเมื่อเห็นประกายตาจากดวงตาคู่คมชายหนุ่มสื่อออกมาชัดเจนว่าเขา้าอะไรจากหญิงสาวใต้ร่าง
“วารีบไปเรียน” เธอบอกเขาตะกุกตะกักหลบสายตาของพัลวัน
“ก็เมื่อกี้ใครบอกพี่น๊าว่าเรียนสิบโมง ”
“วาต้องใช้เวลาแต่งตัวและเดินทางนี่คะ”
“เดี๋ยวพี่ช่วยแต่คนโกหกต้องโดนลงโทษก่อน นะครับ” เขาพูดเสียงกระเส่ามองริมฝีปากแดงสดที่ขยับขึ้นลง เขากดปากหนาลงไปทันที จูบเล็มฝีปากเล็กๆ ขบเม้มเบาๆจนวานิกายอมเปิดปากหวานให้เข้าไปในโพรงปาก เขาดูดความหวานนั้นอย่างช้าๆแล้วค่อยร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ
ฝ่ามือหนาซุกซนลูบวนเข้าไปในเสื้อจัดการปลดตะขอชั้นในอย่างคล่องแคล่ว ถลกเสื้อกล้ามจนมากองรวมกันที่ข้างบนหน้าอกอวบใหญ่โผล่ขึ้นมาขาวผ่อง ปลายยอดถันสีชมพูน่าดูด เขาก้มลงไปอย่างอดไม่ไหวปากร้อนเม้นรับความหวาน ทันทีที่ลิ้นชื้นัั ปานิกาแทบจะกลั้นเสียงครางไม่ไหวหน้าอกเขาถูกด้วยปากและมือของเขา เต้าอวบสองข้างโดนดูดสลับกันนิ้วเท้าของเธอจิกไปที่ผ้าปูอย่างเสียวซ่าน
“ครางออกมาวา พี่อยากฟัง” เขาเหลือบมองใบหน้าสวยที่พยายามกลั้นอารมณ์เขาใช้ความช่ำช่องลงลิ้นที่ปลายอก ไม่นานวานิกาจึงทนไม่ไหว ครางเสียงกระเส่าเรียกรอยยิ้มจากชายหนุ่ม
ไม่ถึงนาทีเนื้อตัวของหญิงสาวเปลื่อยเปล่าล่อนจ้อน ชายหนุ่มมองอย่างหิวกระหายสายตาหื่นของเขาแทบไม่ได้ปกปิดตัวตน มองเธอเหมือนมองกวางน้อยที่พร้อมจะขย้ำ
ท่อนเอ็นใหญ่ที่ขยายใหญ่เส้นเืปูดโปนเด้งออกมาทันทีหลังจากเ้าของรูดกางเกงยีนส์ราคาแพงออกจากตัว วานิกามองอย่างตกตะลึงเพราะห้องสว่างจ้า หัวหยักบานเหมือนโคนเห็ดที่มีน้ำหวานเคลือบจนมันวาวบอกได้ดีถึงอารมณ์ของชายหนุ่ม
“ซี๊ด พี่ทิน” หญิงสาวสูดปากด้วยความเสียว เมื่อพี่ทินคว้าตัวเธอมาพร้อมบังคับท่อนเขาเรียวให้แยกออกจากกันเขากำลังดันท่อนเอ็นเขื่องลงไปตรงร่องรักสีแดง
เขาดันเข้าไปช้าๆมองหน้าหวานที่กำลังสูดปากหลับตาพริ้ม ดันแรงเข้าไปอีกนิดท่อนเอ็นเขื่องก็เข้าไปได้จนสุด เขาแช่ไว้นิ่งๆให้หญิงสาวได้ปรับตัววานิกาดิ้นพล่านและลุกนั่งดันตัวชายหนุ่มให้ออกไป เพราะมันเจ็บแปลบ
“พี่ทิน วาเจ็บเอาออกไป ”ถึงแม้จะเคยกับของเขามาก่อนแต่ตอนนั้นเขาทำให้เธอมีอารมณ์สุดๆมาก่อนที่จะเอาเข้ามา แต่นี้เธอยังไม่ทันปรับตัวชายหนุ่มกับแทงเข้ามาเหมือนรอไม่ไหว
“เดี๋ยวก็เสียว” เขาขยับสะโพกช้าๆเข้าออกเน้นๆมือข้างหนึ่งล็อกแขนวานิกาไว้ทั้งสองข้างไม่ให้ผลักไสอีกข้างหนึ่งก็บี้ไปที่จุดอ่อนไหว พร้อมๆกับการกระแทกสะโพกเข้าออกเร็วขึ้นและเริ่มร้อนแรงขึ้น เขาอัดสะโพกถี่ๆติดกันวานิกาแทบจะหายใจไม่ทันที่โดนแบบนี้ ความเจ็บปนความเสียวที่เพิ่มขึ้นทำเธอมือไม้อ่อน
ทินภัทรอัดกระแทกสะโพกสอบรัวเร็วมืออีกข้างก็เค้นเต้านมอวบใหญ่ที่แดงเป็เถือกด้วยมือและปากประสาทััของเขาทำงานอย่างประสานกันทั้งบนและล่างไม่ได้ปล่อยให้ร่างบอบบางได้หยุดพักแม้สักเสี้ยวนาที เวลาเขามีจำกัดเพราะต้องรีบไปส่งงานอาจารย์เก้าโมง
“วา ทำไมฟิตอย่างนี้”แม้เขาจะเธอหลายๆต่อหลายครั้งในคืนเดียวกันแต่เมื่อลองใหม่อีกครั้งวานิกาทั้งรัดทั้งบีบจนทำให้เขาแทบจะเสร็จเลยทีเดียว อดที่จะชมร่องฟิตของเธอไม่ได้ยิ่งแรงยิ่งถึงใจเขาที่สุด เขาหมุนบดสะโพกเน้นๆก่อนที่จะกระแทกอย่างเมามันเรียกเสียงครางของวานิกาดังลั่น เธอปฏิเสธเขาไม่ได้ยอมรับว่าเสียวซ่านกับััจนต้องเปล่งเสียงครางทั้งมือที่ฟอนเฟ้นเต้าอวบใหญ่และสะโพกสอบที่ทำงานเข้าขากันเป็จังหวะทั่วห้องเล็ก
“พั่บ พั่บ พั่บ”
“อ๊ะ อ๊ะ” วานิกาครางกระเส่าทุกส่วนของร่างกายโดนเขาดูดลูบคลำจนร้อนฉ่าไปทั่วร่างร่องรักโดนเขากระแทกกระทั้นเหมือนโกรธเคืองกันมาทั้งชาติเธอเด้งสะโพกรับท่อนเอ็นที่โหมกระหน่ำใส่ไม่ยั้ง ไม่ถึงนาทีเขาก็ปลดปล่อยลาวาแต่ดึงมาปล่อยข้างนอกวานิกานอนหมดแรงแต่ไม่ลืมจะดึงผ้าห่มมาคลุมตัวไว้
“อาบน้ำเถอะ” ชายหนุ่มดึงแขนเธอให้ลุกขึ้นยืน แต่หญิงสาวขืนตัวไว้ใบหน้ายังมีเหงื่อชื้นเต็มกรอบหน้า เขาปัดปอยผมเบาๆ มองเข้าไปในตาคู่สวย
“ก็พี่สัญญาแล้วว่าจะช่วยแต่งตัวให้จะให้พี่ผิดคำพูดเหรอ”
“ไม่เป็ไรคะวาจัดการตัวเองได้ พี่ทินเรียนเก้าโมงไม่ใช่เหรอคะ เหลือเวลาไม่ถึงยี่สิบนาที” ชายหนุ่มสงสัยว่าเธอรู้ได้ยังไง แต่ตอนนี้ไม่มีเวลาที่จะซักไซ้เมื่อเธอบอกเขาแบบนี้เขาก็โล่งใจ จึงแทบจะวิ่งเข้าห้องน้ำ จัดการตัวเองไม่ถึงห้านาทีก็ออกมาพร้อมกับร่างกายสะอาดเอี่ยม เขาหยิบเสื้อผ้าที่วานิกาเก็บมาวางตรงปลายเตียงขึ้นมาสวมใส่อย่างเร่งรีบ
“ตอนเย็นพี่พาไปช็อปปิ้ง” เขาบอกเธอทิ้งท้ายก่อนจะรีบสวมรองเท้าและเดินออกห้องไปอย่างรวดเร็ว
คล้อยหลังชายหนุ่มวานิกาน้ำตาคลอใบหน้างาม และไหลรินลงช้าๆเหมือนทำนบแตก เขามีอารมณ์ก็มาหาเธอเพราะเสร็จสมก็เดินจากไป ทิ้งไว้แต่ร่องรอยความเสียใจ
“มึงเป็ไรวา” หยงกับบัวสังเกตเพื่อนั้แ่เดินเข้ามาในห้องเธอมีสายตาที่เศร้าและดูเหมือนว่าน้ำตาจะคลอใบหน้าเนียนตลอดเวลาวานิกาเมื่อโดนเพื่อนทัก เธอพยายามปรับสีหน้าให้ดีขึ้นแต่ความรู้สึกในใจมันทำให้เธอแสร้งทำมันไม่ไหวได้แต่ยิ้มให้เพื่อนและบอกกลับไปว่าไม่เป็ไร
“มีไรก็โทรหาได้ตลอดนะโว้ย” หยงกับบัวส่งยิ้มให้เพื่อนก่อนจะแยกย้ายกันกลับบัวจอดรถไว้ใต้ต้นไม้ใหญ่ร่มรื่นห่างไกลจากตึกที่เรียน เธอเดินทอดน่องไปเรื่อยๆอย่างไม่รีบวันนี้ทั้งวันโทรศัพท์เงียบกริบ ต่างจากคำพูดที่บอกเธอไว้
“ไม่ไดสนใจเลยสินะ” เธอแวะนั่งบริเวณริมสร้างกว้างบรรยากาศยามเย็นพลบค่ำและด้วยสายลมริมแม่น้ำที่พัดพาเย็นๆทำให้ความร้อนรุ่มในในคลายลงได้บ้าง เหลือบตามองรอบๆ นักศึกษาชายหญิงนั่งเล่น นั่งคุยบ้างก็อ่านหนังสือ อยู่ห่างจากเธอไปพอสมควร
ม้านั่งริมสระว่างพอดี เธอไม่รอช้าลมพัดแรงจนเส้นผมปลิว คงคิดอะไรเรื่อยเปื่อยแต่ไม่พ้นเื่ของใครคนนั้นคนที่เข้ามาหาและทำให้รู้สึกดี แต่ความสัมพันธ์ระหว่างเรามีแต่เธอที่คิดไปไกล
หินก้อนเล็กๆโดนเธอโยนทิ้งลงไปในน้ำอย่างไม่ใยดี เพียงแค่คิดถึงความจริงกลับทำให้เธอหงุดหงิดขึ้น
“ระวังก้อนหินมันจะถามว่าทำมันทำไม” ใครคนหนึ่งปรากฏตัวให้เธอเห็นพร้อมกับรอยยิ้มอบอุ่นเขาเดินตามเธอมาเงียบๆและแอบมองการกระทำทั้งหมดของเธอ ดูเหมือนว่าเธอกำลังมีเื่ในใจ
#ผูกพันธ์แค่เพียงกาย แต่ไม่อาจได้หัวใจไปครอง น้องวาจะอดทนได้นานแค่ไหนคงต้องลุ้นไปพร้อมกัน #