ผมเปิดไฟล์ต้นฉบับขึ้นมาอีกครั้ง เพื่อเขียนนิยายตอนต่อไป แต่ดันมีข้อความใหม่เด้งขึ้นมา
[คุณชื่ออะไร]
“...” ผมควรตอบเขาดีไหม ถ้าผมตอบ มันจะมีอะไรเกิดขึ้นปะ ผมเริ่มกลัวว่าตัวละครอื่น ๆ ที่ผมเขียน จะโผล่ขึ้นมาเรื่อย ๆ แต่สุดท้ายก็....
? : นที
[คุณทำอาชีพอะไร]
เออ....เอาวะ! ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว
? : คนเขียนนิยาย
ตึก ตัก! ตึก ตัก! หัวใจเริ่มบีบตัวแรงขึ้นมาเรื่อย ๆ ผมไม่เคยรู้สึกตื่นเต้นกับอะไรมากเท่านี้มาก่อน ขนาดกับพี่กายก็ยังไม่เต้นแรงเท่านี้
[คล้ายกับคนเขียนบทหนัง บทละครนั่นน่ะเหรอ]
? : ประมาณนั้น
[ในเมื่อคุณมีอาชีพเป็คนเขียนนิยาย แต่ทำไมคุณถึงยังมาควบคุมพวกผมอีก]
? : ก็อาชีพคนเขียนนั่นแหละ ที่ควบคุมพวกนายอยู่ตอนนี้
เงียบ
[คุณทำไปเพื่ออะไร]
? : เพราะฉันต้องหาเงินใช้หนี้ไง
[หนี้เท่าไหร่ เดี๋ยวผมให้เงินคุณไปจ่าย แล้วหยุดควบคุมพวกผมสักที!]
จ่ายได้ก็ดีสิ! ป่านนี้ฉันคงรวยเป็เศรษฐีไปนานแล้ว
? : มันทำแบบนั้นไม่ได้ เงินในโลกของนาย มันนำมาใช้กับโลกของฉันไม่ได้
[เื่มากจริง!]
“ห๊ะ!” หลุดขำเลยผม คาแรคเตอร์ไม่หลุดจากตัวละครเลยจริง ๆ อินทรเอ๊ย อินทร
? : โลกมันก็อยู่ยากแบบนี้แหละ
เงียบ
หายไปอีกแล้ว ท่าทางจะโกรธผมมาก ที่ไปควบคุมชีวิตของพวกเขา แต่ก็เอาเถอะ! เพราะผมก็มีหน้าที่เพื่อเอาตัวรอดเหมือนกัน
นิยาย
ณ สถานีตำรวจห้วยเส้นขนาน
อินทรนั่งอยู่เพียงลำพังในห้องทำงานขณะพักเที่ยง เขาจ้องมองแฟ้มสำนวนที่เปิดกางตรงหน้า อายุของเหยื่อทั้ง 14 ศพ ที่ถูกขีดเน้นไว้ด้วยปากกาแดง อายุอยู่ระหว่าง 25 - 65 ปี ไม่มีอายุต่ำกว่านี้ หรือสูงกว่านี้ เขาพยายามคิดว่าฆาตกรมีปัญหาอะไรกับผู้หญิงอายุราว ๆ นี้หรือเปล่า
แอด...
ก้องภพเดินเข้ามาพร้อมไอแพดในมือ นั่งลงตรงข้ามกับอินทร แล้วหันหน้าจอไอแพดไปทางอินทร
“อะไร” อินทรเลิกคิ้ว
“ผู้หมวดดูเองเถอะครับ”
หน้าจอไอแพดโชว์ภาพกล้องวงจรปิดจากเมื่อคืนที่บริเวณใกล้ ๆ กับจุดที่พบศพหญิงสาวรายล่าสุด
ในภาพเป็คนใส่หมวกแก๊ปสีเข้ม แมสก์สีดำ สวมชุดสีดำกำลังเดินสำรวจบางอย่างในบริเวณนั้น
อินทรไม่ต้องใช้เวลานึกนาน เขาจำคนคนนั้นได้เป็อย่างดีว่าคนนั้นคือ...พิศาล
“ทำไมเขาต้องไปที่นั่น” ความคิดมากมายตีกันในหัวของอินทร หรือพิศาลไปหาข้อมูลเพิ่มอย่างงั้นเหรอ แต่เขาลาออกจากทีมสืบสวนไปแล้วหนิ แล้วทำไมชุดที่ใส่ถึงคล้ายกับลักษณะของฆาตกรต่อเนื่อง
พิศาลคือคนที่เตือนเขาเื่ ความระแวงในทีม แต่พิศาลไม่ใช่คนในทีม และกลายเป็คนที่น่าระแวงที่สุดในตอนนี้
“ผู้หมวดจะเอายังไงต่อครับ?” ก้องภพถามเสียงเบา
อินทรไม่ตอบในทันที เขาเพียงแค่พยักหน้าเบา ๆ แล้วบอกว่า
“ส่งไฟล์มาให้ฉันคนเดียว อย่าเพิ่งให้คนอื่นเห็น”
ก้องภพชะงักเล็กน้อย แต่ก็พยักหน้า “ครับ” อย่างเชื่อฟัง
อินทรเดินออกจากห้องนั้นด้วยหัวใจที่หนักอึ้งกว่าเดิม เขาไม่กล้าพูดเื่นี้กับใคร เพราะกลัวประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย
โลกความจริง
โอ๊ย!! ทำไมผมรู้สึกปวดหัวตึบ ๆ ขึ้นมาแบบนี้ ่นี้อากาศก็ยิ่งร้อน ๆ อยู่ด้วย ผมดึงลิ้นชักข้างโต๊ะออกมาเพื่อหายาพารากิน แต่...ว่างเปล่า
อ้าว!! แล้วมาหมดอะไรตอนนี้ ยิ่งปวดหัวอยู่ด้วย ผมจำใจต้องลากสังขารของตัวเองออกจากห้องพัก เพื่อไปซื้อยาที่หน้าปากซอย
ผมก้าวเท้าออกไปอย่างยากลำบาก ไม่เคยรู้สึกว่าร้านขายยามันอยู่ไกลเท่านี้มาก่อน อาการปวดก็ยิ่งหนักขึ้นมาเรื่อย ๆ เรื่อย ๆ จนภาพตรงหน้าเริ่มซ้อนทับกัน แล้วก็...
ผึ่บ!!!
“...”
มืด...ทุกอย่างมืดไปหมด ที่นี่คือไหน?
‘นที ฟื้นขึ้นมาสิลูก’
นั่นเสียงแม่ผมหนิ!!!
“แม่!!!” ผมะโออกไปสุดเสียงท่ามกลางความมืด
“...”
ไม่มีเสียงตอบกลับ ความกลัวเริ่มครอบงำ ผมไม่รู้ว่าตอนนี้ผมอยู่ที่ไหน ทุกอย่างมันมืดสนิท แม้แต่ร่างกายของผม ผมก็ยังมองไม่เห็น
ครืดดดดดดดด
สะดุ้งตื่นจากเสียงโทรศัพท์ที่ดังสนั่นไปทั่วทั้งห้อง ผมค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมา มองไปที่ต้นเสียงที่วางอยู่หัวเตียง
เอ๋!!!...นี่ไม่ใช่ห้องของผมหนิ มันเหมือนโรงแรมเลย!
ครืดดดดดด
นั่นโทรศัพท์ใครอะ ผมจ้องอยู่อย่างนั้น แต่เสียงก็ยังดังไม่หยุด ผมมองซ้ายที ขวาที ก็ไม่เจอใคร จึงวิสาสะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา
สายเรียกเข้า
สารวัตรเมฆา
00-xxxx-xxxx
ทำไมชื่อคุ้น ๆ ผมกดรับสาย
นที: ส..สวัสดีครับ
สารวัตรเมฆา: นที พรุ่งนี้มารายงานตัวแต่เช้าหน่อยนะ เพราะมีประชุมเช้า
นที: รายงานตัว? รายงานตัวอะไรครับ
สารวัตรเมฆา: นายนี่ตลกเหมือนกันนะ เอาละ พรุ่งนี้เจอกัน ห้องประชุม 3 นะ
ติ๊ด!!! ถูกตัดสาย
เฮ้ยเดี๋ยวดิ! ยังคุยกันไม่รู้เื่เลย รายงานตัวอะไร? แต่เอะ? วิทยุเปเปอร์โทรศัพท์
สิบตำรวจตรี นที
เริ่มงาน 21/04/2568
สถานีตำรวจห้วยเส้นขนาน
สถานีตำรวจห้วยเส้นขนาน เดี๋ยวนะ? ชื่อมันเหมือนในนิยายเลยหนิ ผมลุกพรวดออกจากเตียง กะจะไปส่องกระจกในห้องน้ำ แต่หันไปเห็นชุดตำรวจครบยศห้อยอยู่ในตู้เสื้อผ้าที่เปิดค้างไว้อยู่เสียก่อน แปลก ๆ แล้ว ผมรีบสาวเท้าเข้าไปในห้องน้ำทันที
“...” ผมจริง ๆ ด้วย แต่ทำไมทรงผมถึงเกรียนแบบนี้ล่ะ นี่มันทรงผมตำรวจชัด ๆ ใครมาแอบตัดผมของผมเนี่ย! บ้าชะมัด! ผมต้องรีบกลับห้อง เดี๋ยวเขียนนิยายไม่เสร็จ
ผมสาวเท้ากลับมาที่เตียง หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ตำรวจในคาบโจรจับผมมาขังไว้เหรอ ไหน ๆ มันก็ลืมโทรศัพท์ไว้แล้ว ขอเลยแล้วกัน ถือว่าหายกันนะ แต่เดี๋ยว! เงิน! ใช่! ผมต้องเอาเงินไปด้วย เดี๋ยวไม่มีค่ารถ ผมมองหากระเป๋า และเห็นว่ามันวางที่หน้าตู้เสื้อผ้า ผมวิสาสะเปิดดูข้างใน
นี่ไงเป๋าตังค์ ผมเปิดพับออก บัตรข้าราชการตำรวจ
“...” รูปในบัตรคือผม และชื่อในบัตร นที ภิฤทัย
วัน...เดือน....ปีเกิด...
เฮ้ย!!! ตรงทุกตัว แต่นามสกุลไม่ใช่
นี่มันอะไรกัน? ผมไม่เคยสอบตำรวจ ไม่เคยเปลี่ยนนามสกุล และที่สำคัญ ผมไม่เคยมีบัตรนี้ด้วยซ้ำ
ผมแง้มช่องเก็บธนบัตร….เอ๋!…ทำไมรูปหน้าธนบัตรถึงเป็แบบนี้ล่ะ สกุลไหนเนี่ย แต่ตัวอักษรเป็ภาษาไทยนะ แค่ภาพไม่เหมือนที่เคยใช้ แบงก์ปลอมเหรอ อะไรวะเนี่ย!!!
ผมต้องรีบกลับ ผมรีบเสิร์ทบ้านพักของผม บน google อยากรู้ว่าไกลจากที่นี่เยอะไหม
ไม่ขึ้นแฮะ? ผมเลื่อนหน้าจอลงมาเรื่อย ๆ กดไปกี่หน้า ๆ ก็ไม่ขึ้น มันเป็ไปได้ไง โทรศัพท์อาจจะรวน งั้นลองพิมพ์อันนี้
กรุงเทพมหานคร
ไม่ขึ้นเหมือนกัน นี่เราไม่ได้อยู่ที่ประเทศไทยเหรอ แต่ตำแหน่งปัจจุบันมันขึ้นว่าไทย แต่....เอะ?
เขตห้วยเส้นขนาน,นครมหาเทพกรุง
ในไทยมันมีจังหวัดนี้ด้วยหรอ ทำไมไม่คุ้นเลย?
ผมลองเสิร์ชชื่อจังหวัดอื่น ๆ ดู
การปราสมุทร
นีธาปทุม
ใหม่เชียง
ภูมิชัย
เก็ตภู
คำสลับตำแหน่งกันหมดเลย นี่มันเื่บ้าอะไรกัน!! นี่ผมกำลังฝันว่าตัวเองเป็ตำรวจอยู่ใช่ไหม ผมบิดแก้มตัวเองแรง ๆ
“โอ๊ย!!! ก็เจ็บนี่หว่า..นี่ไม่ใช่ฝันเหรอ”
วันต่อมา
ณ สถานีตำรวจห้วยเส้นขนาน
ผมเดินขึ้นบันไดมาที่ชั้น 3 ในชุดเครื่องแบบสิบตรีใหม่เอี่ยม ที่ผมไม่เคยใส่มาก่อนในชีวิต
ห้องประชุม 3
ผมไม่แน่ใจว่าควรทำสีหน้ายังไง ไม่รู้ว่าควรกลัว หรือควรตื่นเต้น ผมค่อย ๆ ผลักประตูเข้าไป
แอด...
ทุกคนภายในห้องหันมามองผมอย่างพร้อมเพียงกัน โต๊ะประชุมรูปวงรีวางอยู่กลางห้อง ในห้องนั้นมีทั้งหมด 5 คน
ชายคนหนึ่งท่าทางสุขุม ใส่ชุดเครื่องแบบที่บ่งบอกว่ายศสูงสุดในห้อง เขายิ้มบาง ๆ มาที่ผม
“มาแล้วเหรอ นั่งสิ”
ผมเดินมานั่งลงข้าง ๆ ชายคนหนึ่งซึ่งในมือกำลังถือไอแพดอยู่
ชายคนเดิมเอ่ยต่อ
“ผมขอแนะนำตัวก่อน ผมคือสารวัตรเมฆา เป็หัวหน้าทีมนี้”
“...”
ชื่อเหมือนตัวละครในนิยายของผมเลย ผมกลืนน้ำลายเฮือกใหญ่ ฝืนยิ้มให้ดูเป็ธรรมชาติที่สุด
แล้วผายมือไปยังคนในห้อง เพื่อแนะนำผมให้รู้จัก
“นี่ผู้หมวดอินทร ผู้หมวดฝ่ายสืบสวนของเรา”
“...” อินทร คงไม่ใช่หรอกมั้ง! อะไรมันจะบังเอิญขนาดนั้น แต่หล่อนะ หล่อเลยแหละ
“สาวสวยคนนี้คือภัทราวดี ฝ่ายตำรวจพิสูจน์หลักฐาน” เธอยิ้มให้ผมเบา ๆ เดี๋ยวนะ ชื่อตรงมา 3 คนแล้ว คนต่อไปคงจะไม่ใช่...
“นั่นคุณธนาธิป ทนายความประจำทีมเรา” เขายิ้มให้ผมนิดหน่อย เฮ้ย! แปลก ๆ แล้ว
“และคนที่นั่งข้าง ๆ คือก้องภพ ฝ่ายไอที” ชัด!! ชัดกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว
ชื่อและตำแหน่งคือ ตัวละครที่ผมเขียนขึ้นในนิยาย แต่ตอนนี้พวกเขาอยู่ต่อหน้าผมแบบมีชีวิต และมีเสียงพูดคุยเหมือนคนจริง ๆ
“เมื่อมาครบกันแล้ว ก็เริ่มประชุมกันเลย” เมฆาเอ่ยขึ้น
ทุกคนพยักหน้า
ภาพปรากฏบนหน้าจอ LED เป็ภาพที่น่าสยดสยอง คือศพของผู้หญิง 14 คน เรียงรายกันอยู่ บนอกข้างซ้ายมีรอยแผลยาวไม่มาก และมีวงสีแดงวงไว้รอบบริเวณแผลนั้น
“...” มือผมเย็นเฉียบ หัวใจเต้นถี่
ผู้หมวดอินทรเอ่ย “วันนี้เราเพิ่งได้เบาะแสใหม่เกี่ยวกับคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง รายที่ 14”
ทั้งหมดนี่คือสิ่งที่ผมเขียนไว้ในนิยาย แต่ตอนนี้มันอยู่ตรงหน้า ในโลกที่ทุกคนมองว่ามัน จริง
แล้วผมมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง…