Deadline Writer เขียนฆ่า

    ตอนที่ 7 ชัด! ชัดกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว

    ผมเปิดไฟล์ต้นฉบับขึ้นมาอีกครั้ง เพื่อเขียนนิยายตอนต่อไป แต่ดันมีข้อความใหม่เด้งขึ้นมา

    [คุณชื่ออะไร]

    “...” ผมควรตอบเขาดีไหม ถ้าผมตอบ มันจะมีอะไรเกิดขึ้นปะ ผมเริ่มกลัวว่าตัวละครอื่น ๆ ที่ผมเขียน จะโผล่ขึ้นมาเรื่อย ๆ แต่สุดท้ายก็....

    ? : นที

    [คุณทำอาชีพอะไร]

    เออ....เอาวะ! ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว

    ? : คนเขียนนิยาย

    ตึก ตัก! ตึก ตัก! หัวใจเริ่มบีบตัวแรงขึ้นมาเรื่อย ๆ ผมไม่เคยรู้สึกตื่นเต้นกับอะไรมากเท่านี้มาก่อน ขนาดกับพี่กายก็ยังไม่เต้นแรงเท่านี้

    [คล้ายกับคนเขียนบทหนัง บทละครนั่นน่ะเหรอ]

    ? : ประมาณนั้น

    [ในเมื่อคุณมีอาชีพเป็๲คนเขียนนิยาย แต่ทำไมคุณถึงยังมาควบคุมพวกผมอีก]

    ? : ก็อาชีพคนเขียนนั่นแหละ ที่ควบคุมพวกนายอยู่ตอนนี้

    เงียบ

    [คุณทำไปเพื่ออะไร]

    ? : เพราะฉันต้องหาเงินใช้หนี้ไง

    [หนี้เท่าไหร่ เดี๋ยวผมให้เงินคุณไปจ่าย แล้วหยุดควบคุมพวกผมสักที!]

    จ่ายได้ก็ดีสิ! ป่านนี้ฉันคงรวยเป็๲เศรษฐีไปนานแล้ว

    ? : มันทำแบบนั้นไม่ได้ เงินในโลกของนาย มันนำมาใช้กับโลกของฉันไม่ได้

    [เ๱ื่๵๹มากจริง!]

    “ห๊ะ!” หลุดขำเลยผม คาแรคเตอร์ไม่หลุดจากตัวละครเลยจริง ๆ อินทรเอ๊ย อินทร

    ? : โลกมันก็อยู่ยากแบบนี้แหละ

    เงียบ

    หายไปอีกแล้ว ท่าทางจะโกรธผมมาก ที่ไปควบคุมชีวิตของพวกเขา แต่ก็เอาเถอะ! เพราะผมก็มีหน้าที่เพื่อเอาตัวรอดเหมือนกัน

     

    นิยาย

    ณ สถานีตำรวจห้วยเส้นขนาน

    อินทรนั่งอยู่เพียงลำพังในห้องทำงานขณะพักเที่ยง เขาจ้องมองแฟ้มสำนวนที่เปิดกางตรงหน้า อายุของเหยื่อทั้ง 14 ศพ ที่ถูกขีดเน้นไว้ด้วยปากกาแดง อายุอยู่ระหว่าง 25 - 65 ปี ไม่มีอายุต่ำกว่านี้ หรือสูงกว่านี้ เขาพยายามคิดว่าฆาตกรมีปัญหาอะไรกับผู้หญิงอายุราว ๆ นี้หรือเปล่า

    แอด...

    ก้องภพเดินเข้ามาพร้อมไอแพดในมือ นั่งลงตรงข้ามกับอินทร แล้วหันหน้าจอไอแพดไปทางอินทร

    “อะไร” อินทรเลิกคิ้ว

    “ผู้หมวดดูเองเถอะครับ”

    หน้าจอไอแพดโชว์ภาพกล้องวงจรปิดจากเมื่อคืนที่บริเวณใกล้ ๆ กับจุดที่พบศพหญิงสาวรายล่าสุด

    ในภาพเป็๲คนใส่หมวกแก๊ปสีเข้ม แมสก์สีดำ สวมชุดสีดำกำลังเดินสำรวจบางอย่างในบริเวณนั้น 

    อินทรไม่ต้องใช้เวลานึกนาน เขาจำคนคนนั้นได้เป็๞อย่างดีว่าคนนั้นคือ...พิศาล

    “ทำไมเขาต้องไปที่นั่น” ความคิดมากมายตีกันในหัวของอินทร หรือพิศาลไปหาข้อมูลเพิ่มอย่างงั้นเหรอ แต่เขาลาออกจากทีมสืบสวนไปแล้วหนิ แล้วทำไมชุดที่ใส่ถึงคล้ายกับลักษณะของฆาตกรต่อเนื่อง

    พิศาลคือคนที่เตือนเขาเ๹ื่๪๫ ความระแวงในทีม แต่พิศาลไม่ใช่คนในทีม และกลายเป็๞คนที่น่าระแวงที่สุดในตอนนี้

    “ผู้หมวดจะเอายังไงต่อครับ?” ก้องภพถามเสียงเบา

    อินทรไม่ตอบในทันที เขาเพียงแค่พยักหน้าเบา ๆ แล้วบอกว่า

    “ส่งไฟล์มาให้ฉันคนเดียว อย่าเพิ่งให้คนอื่นเห็น”

    ก้องภพชะงักเล็กน้อย แต่ก็พยักหน้า “ครับ” อย่างเชื่อฟัง

    อินทรเดินออกจากห้องนั้นด้วยหัวใจที่หนักอึ้งกว่าเดิม เขาไม่กล้าพูดเ๱ื่๵๹นี้กับใคร เพราะกลัวประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย

     

    โลกความจริง

    โอ๊ย!! ทำไมผมรู้สึกปวดหัวตึบ ๆ ขึ้นมาแบบนี้ ๰่๭๫นี้อากาศก็ยิ่งร้อน ๆ อยู่ด้วย ผมดึงลิ้นชักข้างโต๊ะออกมาเพื่อหายาพารากิน แต่...ว่างเปล่า

    อ้าว!! แล้วมาหมดอะไรตอนนี้ ยิ่งปวดหัวอยู่ด้วย ผมจำใจต้องลากสังขารของตัวเองออกจากห้องพัก เพื่อไปซื้อยาที่หน้าปากซอย

    ผมก้าวเท้าออกไปอย่างยากลำบาก ไม่เคยรู้สึกว่าร้านขายยามันอยู่ไกลเท่านี้มาก่อน อาการปวดก็ยิ่งหนักขึ้นมาเรื่อย ๆ เรื่อย ๆ จนภาพตรงหน้าเริ่มซ้อนทับกัน แล้วก็...

    ผึ่บ!!!

    “...”

    มืด...ทุกอย่างมืดไปหมด ที่นี่คือไหน?

    ‘นที ฟื้นขึ้นมาสิลูก’

    นั่นเสียงแม่ผมหนิ!!!

    “แม่!!!” ผม๻ะโ๷๞ออกไปสุดเสียงท่ามกลางความมืด

    “...”

    ไม่มีเสียงตอบกลับ ความกลัวเริ่มครอบงำ ผมไม่รู้ว่าตอนนี้ผมอยู่ที่ไหน ทุกอย่างมันมืดสนิท แม้แต่ร่างกายของผม ผมก็ยังมองไม่เห็น

     

    ครืดดดดดดดด

    สะดุ้งตื่นจากเสียงโทรศัพท์ที่ดังสนั่นไปทั่วทั้งห้อง ผมค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมา มองไปที่ต้นเสียงที่วางอยู่หัวเตียง

    เอ๋!!!...นี่ไม่ใช่ห้องของผมหนิ มันเหมือนโรงแรมเลย!

    ครืดดดดดด

    นั่นโทรศัพท์ใครอะ ผมจ้องอยู่อย่างนั้น แต่เสียงก็ยังดังไม่หยุด ผมมองซ้ายที ขวาที ก็ไม่เจอใคร จึงวิสาสะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา

    สายเรียกเข้า
    สารวัตรเมฆา
    00-xxxx-xxxx

    ทำไมชื่อคุ้น ๆ ผมกดรับสาย

    นที: ส..สวัสดีครับ

    สารวัตรเมฆา: นที พรุ่งนี้มารายงานตัวแต่เช้าหน่อยนะ เพราะมีประชุมเช้า

    นที: รายงานตัว? รายงานตัวอะไรครับ

    สารวัตรเมฆา: นายนี่ตลกเหมือนกันนะ เอาละ พรุ่งนี้เจอกัน ห้องประชุม 3 นะ

    ติ๊ด!!! ถูกตัดสาย

    เฮ้ยเดี๋ยวดิ! ยังคุยกันไม่รู้เ๹ื่๪๫เลย รายงานตัวอะไร? แต่เอะ? วิทยุเปเปอร์โทรศัพท์


     

    สิบตำรวจตรี นที

    เริ่มงาน 21/04/2568

    สถานีตำรวจห้วยเส้นขนาน

    สถานีตำรวจห้วยเส้นขนาน เดี๋ยวนะ? ชื่อมันเหมือนในนิยายเลยหนิ ผมลุกพรวดออกจากเตียง กะจะไปส่องกระจกในห้องน้ำ แต่หันไปเห็นชุดตำรวจครบยศห้อยอยู่ในตู้เสื้อผ้าที่เปิดค้างไว้อยู่เสียก่อน แปลก ๆ แล้ว ผมรีบสาวเท้าเข้าไปในห้องน้ำทันที

    “...” ผมจริง ๆ ด้วย แต่ทำไมทรงผมถึงเกรียนแบบนี้ล่ะ นี่มันทรงผมตำรวจชัด ๆ ใครมาแอบตัดผมของผมเนี่ย! บ้าชะมัด! ผมต้องรีบกลับห้อง เดี๋ยวเขียนนิยายไม่เสร็จ

    ผมสาวเท้ากลับมาที่เตียง หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ตำรวจในคาบโจรจับผมมาขังไว้เหรอ ไหน ๆ มันก็ลืมโทรศัพท์ไว้แล้ว ขอเลยแล้วกัน ถือว่าหายกันนะ แต่เดี๋ยว! เงิน! ใช่! ผมต้องเอาเงินไปด้วย เดี๋ยวไม่มีค่ารถ ผมมองหากระเป๋า และเห็นว่ามันวางที่หน้าตู้เสื้อผ้า ผมวิสาสะเปิดดูข้างใน

    นี่ไงเป๋าตังค์ ผมเปิดพับออก บัตรข้าราชการตำรวจ

    “...” รูปในบัตรคือผม และชื่อในบัตร นที ภิฤทัย

    วัน...เดือน....ปีเกิด...

    เฮ้ย!!! ตรงทุกตัว แต่นามสกุลไม่ใช่

    นี่มันอะไรกัน? ผมไม่เคยสอบตำรวจ ไม่เคยเปลี่ยนนามสกุล และที่สำคัญ ผมไม่เคยมีบัตรนี้ด้วยซ้ำ

    ผมแง้มช่องเก็บธนบัตร….เอ๋!…ทำไมรูปหน้าธนบัตรถึงเป็๲แบบนี้ล่ะ สกุลไหนเนี่ย แต่ตัวอักษรเป็๲ภาษาไทยนะ แค่ภาพไม่เหมือนที่เคยใช้ แบงก์ปลอมเหรอ อะไรวะเนี่ย!!!

    ผมต้องรีบกลับ ผมรีบเสิร์ทบ้านพักของผม บน google อยากรู้ว่าไกลจากที่นี่เยอะไหม

    ไม่ขึ้นแฮะ? ผมเลื่อนหน้าจอลงมาเรื่อย ๆ กดไปกี่หน้า ๆ ก็ไม่ขึ้น มันเป็๲ไปได้ไง โทรศัพท์อาจจะรวน งั้นลองพิมพ์อันนี้

    กรุงเทพมหานคร

    ไม่ขึ้นเหมือนกัน นี่เราไม่ได้อยู่ที่ประเทศไทยเหรอ แต่ตำแหน่งปัจจุบันมันขึ้นว่าไทย แต่....เอะ?

    เขตห้วยเส้นขนาน,นครมหาเทพกรุง

    ในไทยมันมีจังหวัดนี้ด้วยหรอ ทำไมไม่คุ้นเลย?

    ผมลองเสิร์ชชื่อจังหวัดอื่น ๆ ดู

    การปราสมุทร

    นีธาปทุม

    ใหม่เชียง

    ภูมิชัย

    เก็ตภู

    คำสลับตำแหน่งกันหมดเลย นี่มันเ๹ื่๪๫บ้าอะไรกัน!! นี่ผมกำลังฝันว่าตัวเองเป็๞ตำรวจอยู่ใช่ไหม ผมบิดแก้มตัวเองแรง ๆ

    “โอ๊ย!!! ก็เจ็บนี่หว่า..นี่ไม่ใช่ฝันเหรอ”

     

    วันต่อมา

    ณ สถานีตำรวจห้วยเส้นขนาน

    ผมเดินขึ้นบันไดมาที่ชั้น 3 ในชุดเครื่องแบบสิบตรีใหม่เอี่ยม ที่ผมไม่เคยใส่มาก่อนในชีวิต

    ห้องประชุม 3

    ผมไม่แน่ใจว่าควรทำสีหน้ายังไง ไม่รู้ว่าควรกลัว หรือควรตื่นเต้น ผมค่อย ๆ ผลักประตูเข้าไป

    แอด...

    ทุกคนภายในห้องหันมามองผมอย่างพร้อมเพียงกัน โต๊ะประชุมรูปวงรีวางอยู่กลางห้อง ในห้องนั้นมีทั้งหมด 5 คน

    ชายคนหนึ่งท่าทางสุขุม ใส่ชุดเครื่องแบบที่บ่งบอกว่ายศสูงสุดในห้อง เขายิ้มบาง ๆ มาที่ผม

    “มาแล้วเหรอ นั่งสิ”

    ผมเดินมานั่งลงข้าง ๆ ชายคนหนึ่งซึ่งในมือกำลังถือไอแพดอยู่

    ชายคนเดิมเอ่ยต่อ

    “ผมขอแนะนำตัวก่อน ผมคือสารวัตรเมฆา เป็๞หัวหน้าทีมนี้”

    “...”

    ชื่อเหมือนตัวละครในนิยายของผมเลย ผมกลืนน้ำลายเฮือกใหญ่ ฝืนยิ้มให้ดูเป็๞ธรรมชาติที่สุด

    แล้วผายมือไปยังคนในห้อง เพื่อแนะนำผมให้รู้จัก

    “นี่ผู้หมวดอินทร ผู้หมวดฝ่ายสืบสวนของเรา”

    “...” อินทร คงไม่ใช่หรอกมั้ง! อะไรมันจะบังเอิญขนาดนั้น แต่หล่อนะ หล่อเลยแหละ

    “สาวสวยคนนี้คือภัทราวดี ฝ่ายตำรวจพิสูจน์หลักฐาน” เธอยิ้มให้ผมเบา ๆ เดี๋ยวนะ ชื่อตรงมา 3 คนแล้ว คนต่อไปคงจะไม่ใช่...

    “นั่นคุณธนาธิป ทนายความประจำทีมเรา” เขายิ้มให้ผมนิดหน่อย เฮ้ย! แปลก ๆ แล้ว

    “และคนที่นั่งข้าง ๆ คือก้องภพ ฝ่ายไอที” ชัด!! ชัดกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว

    ชื่อและตำแหน่งคือ ตัวละครที่ผมเขียนขึ้นในนิยาย แต่ตอนนี้พวกเขาอยู่ต่อหน้าผมแบบมีชีวิต และมีเสียงพูดคุยเหมือนคนจริง ๆ

    “เมื่อมาครบกันแล้ว ก็เริ่มประชุมกันเลย” เมฆาเอ่ยขึ้น

    ทุกคนพยักหน้า

    ภาพปรากฏบนหน้าจอ LED เป็๞ภาพที่น่าสยดสยอง คือศพของผู้หญิง 14 คน เรียงรายกันอยู่ บนอกข้างซ้ายมีรอยแผลยาวไม่มาก และมีวงสีแดงวงไว้รอบบริเวณแผลนั้น

    “...” มือผมเย็นเฉียบ หัวใจเต้นถี่

    ผู้หมวดอินทรเอ่ย “วันนี้เราเพิ่งได้เบาะแสใหม่เกี่ยวกับคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง รายที่ 14” 

    ทั้งหมดนี่คือสิ่งที่ผมเขียนไว้ในนิยาย แต่ตอนนี้มันอยู่ตรงหน้า ในโลกที่ทุกคนมองว่ามัน จริง

    แล้วผมมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง…