เกิดใหม่มาเติมเต็มท้องนาอันอุดมสมบูรณ์ ท่านอ๋องของข้าหล่อล้ำดั่งบุปผา 【จบ】

    เล่มที่ 2 บทที่ 52 ฉีกหน้าอย่างไม่ปรานี

            เมิ่งเจียนเจียถูกบังคับให้เงยหน้าขึ้นเผชิญหน้ากับชาวบ้านทั้งหมดหนังศีรษะของนางเจ็บแปลบราวกับถูกเข็มทิ่มแทงนางหน้าซีดขาวและกรีดร้องโหยหวนอย่างอดไม่ได้

            นางเย่โกรธจัด"เมิ่งอู่!"

            เมิ่งอู่เหลือบมองนางเย่ด้วยสายตาเย็นชาก่อนกล่าว"ท่านป้าสะใภ้ใหญ่อย่าตระหนก ดูคล้ายหนังศีรษะนี่จะเป็นของจริง"

            จากนั้นเมิ่งอู่ก็เอื้อมมือไปบีบกรามของเมิ่งเจียนเจียบีบจนกรามของนางแทบหลุด เมิ่งเจียนเจียเจ็บปวดจนพูดไม่ออก น้ำตาไหลจากหางตา

            เมิ่งอู่บิดมือทั้งสองข้างของนางไพล่หลังควบคุมนางไว้ด้วยมือเดียว ออกแรงมากจนเมิ่งเจียนเจียขัดขืนไม่ได้ได้แต่ต้องทนรับเท่านั้น

            เมิ่งอู่ตรวจสอบใบหน้าเมิ่งเจียนเจียอย่างละเอียดดุจกำลังพิสูจน์หน้ากากหนังมนุษย์จริงๆนางลูบไล้ไปตามไรผมของอีกฝ่าย ไม่รู้ว่าดึงผมของนางหลุดไปกี่เส้นแล้วจากนั้นเมิ่งอู่ก็ออกแรงดึง

            เมิ่งเจียนเจียกรีดร้องลั่นซ้ำแล้วซ้ำเล่า

            นางเย่สั่นเทิ้มไปทั้งตัวไม่ว่าอย่างไรก็จะพุ่งเข้ามาหา

            เมิ่งอู่กล่าวเนิบช้า"ท่านป้าสะใภ้ใหญ่ใจเย็นๆ เดิมข้าแค่อยากจะตรวจสอบแต่หากท่านพุ่งเข้ามา แล้วข้าตกใจ มือข้าอาจจะพลาดไปฉีกหน้าของนางออกเป็นชิ้นๆก็เป็นได้เจ้าค่ะ”

            นางเย่จำต้องหยุดกัดฟันกรอดก่อนเอ่ย “เจ้าดูสิ นางเจ็บปวดขนาดนั้นไหนเลยจะเป็นหน้ากากหนังมนุษย์! เมิ่งอู่ หยุดประเดี๋ยวนี้!”

            เมิ่งอู่มีสีหน้าท่าทางสงบมากเอ่ยว่า“ยามที่ข้ากรีดแขน ข้ายังไม่เจ็บด้วยซ้ำ นางแค่โดนดึงผมยังไม่ทันเห็นเลือด แล้วจะนับเป็นอันใด”

            พวกชาวบ้านโน้มน้าว “อดทนหน่อย อดทนหน่อย ประเดี๋ยวก็เสร็จแล้ว”

            ดังนั้นเมิ่งอู่จึงดึงผมของเมิ่งเจียนเจียจากซ้ายไปขวาจากขวาไปซ้าย ท่ามกลางเสียงกรีดร้องของเมิ่งเจียนเจียเมิ่งอู่โน้มตัวเข้าไปกระซิบข้างหูนาง หัวเราะเบาๆ ก่อนเอ่ย “เรื่องฉีกหน้านี่อย่าได้หวังว่าข้าจะปรานีใบหน้าของเจ้าไม่ได้งดงามอะไรนักหนา”

            เมิ่งเจียนเจียขนลุกซู่เสียงกรีดร้องของนางเปี่ยมไปด้วยความหวาดกลัว

            จากนั้นใบหน้าของเมิ่งเจียนเจียเปลี่ยนเป็นสีแดงและปรากฏรอยนิ้วมือบวมนูนขึ้นตามแนวไรผมมีเลือดซึมออกมานิดๆ

            เมิ่งอู่ปล่อยมือจากเมิ่งเจียนเจียก่อนโยนกระจุกเส้นผมที่ดึงออกมาจากหนังศีรษะของอีกฝ่ายลงพื้นอย่างตั้งใจก่อนกล่าวกับทุกคนว่า “ตรวจสอบเรียบร้อยแล้วนี่คือพี่สาวเจียนเจียของข้าจริงๆ”

            เมิ่งเจียนเจียที่เคยอ่อนโยนและมีน้ำใจในอดีตยามนี้กลับคลุ้มคลั่งดั่งคนเสียสติ นางกุมหน้าตนเองไว้พลางกรีดร้องอย่างเศร้ารันทด “หน้าข้ายังอยู่หรือไม่? หน้าข้ายังอยู่หรือไม่?!”

            บรรดาชายหนุ่มในหมู่บ้านต่างทนมองตรงๆไม่ได้

            เมิ่งเจียนเจียที่ต้องทนทุกข์ต่อแรงยั่วยุวิ่งหนีออกไปพร้อมกับกรีดร้องตลอดทาง แม้นางเย่จะเคียดแค้นยิ่งนักแต่ยามนี้ก็ไม่สนใจที่นี่แล้ว รีบหันหลังวิ่งไล่ตามเมิ่งเจียนเจียไป

            สุดท้ายเรื่องตลกนี้ก็ยุติลง

            อินเหิงประคองแขนเมิ่งอู่ไว้สีหน้าไม่สู้ดีนัก นางเซี่ยเองก็ย่ำแย่ รีบเข้าห้องไปค้นหาสมุนไพรทั้งหมดออกมานางถาม“ยาตัวไหนใช้รักษาบาดแผลภายนอก?”

            ก่อนหน้านี้ยามที่เมิ่งอู่เปลี่ยนยาให้อินเหิงเขาจดจำส่วนประกอบของยาได้จึงเลือกออกมาบางส่วนให้นางเซี่ยรีบนำไปบดก่อนพอกแผลภายนอกให้เมิ่งอู่ส่วนอินเหิงทำความสะอาดคราบเลือดที่ไหลออกมา

            นี่เป็นครั้งแรกที่เมิ่งอู่เห็นอินเหิงกับนางเซี่ยร่วมมือกันนางอดรู้สึกผิดไม่ได้ กล่าวว่า “แท้จริงข้าลงมืออย่างมีขอบเขตถลอกนิดหน่อย… ยามนี้เลือดหยุดไหลแล้ว…”

            อินเหิงกับนางเซี่ยต่างจ้องมองเมิ่งอู่ทั้งสีหน้ามืดครึ้มและกังวลโดยไม่ได้นัดหมาย

            เมิ่งอู่หดคอกล่าวว่า“แสร้งทำเป็นว่าข้าไม่ได้พูดอันใดก็แล้วกัน”

            หลังพอกยาแล้วอินเหิงก็พันแผลให้ เนื่องจากอากาศเริ่มร้อนขึ้น จึงพันแน่นเกินไปไม่ได้ขอเพียงไม่ให้ยาหลุดออกมาก็พอ

            แม้เสียงของอินเหิงเบาทว่าหนักแน่นไม่ให้ปฏิเสธ “ต่อไปห้ามใช้วิธีศัตรูสูญเสียหนึ่งพัน ตนเองสูญเสียแปดร้อย[1] เช่นนี้อีก เจ้าคือเจ้า หากผู้อื่นไม่ยอมรับเจ้า ก็แค่ทำให้พวกเขากลัว”

            อินเหิงกล่าวต่อ “เจ้ากังวลว่าพวกเขาจะมองเจ้าเป็นคนเลวกระมัง? คนดีแล้วอย่างไรคนเลวแล้วอย่างไร? หากเจ้าไม่พิสูจน์ตนเองว่าเป็นคนดีผู้อื่นก็จะมองว่าเจ้าเป็นคนเลว นั่นนับเป็นปัญหาของพวกเขาแล้วคนเลวมิจำเป็นต้องพิสูจน์ว่าตนชั่วร้ายแล้วเหตุใดคนดีจึงต้องพิสูจน์ว่าตนเองดีงามด้วยเล่า?”

            เมิ่งอู่นิ่งงันนางเซี่ยที่อยู่ใต้ชายคาเรือนก็ตะลึงเช่นกัน

            ชาวบ้านไม่เอาเรื่องหวังสี่ซุ่นที่รังแกผู้คนในหมู่บ้านและไม่เอาผิดกับกลุ่มอันธพาลที่ก่ออาชญากรรมในเวลากลางวันแสกๆนั่นก็ไม่มีอันใดมากไปกว่าไม่กล้ายั่วยุ

            ที่นี่การจะเป็นคนดีต้องคอยระแวดระวังเพื่อนบ้านอยู่เสมอแต่การเป็นคนเลวกลับไม่ต้องจ่ายค่าตอบแทนใดๆ

            ฟังแล้วน่าขบขันนักคนซื่อสัตย์มักถูกผู้อื่นรังแกง่ายๆแต่ผู้ที่คนซื่อสัตย์กล้ารังแกก็มีแต่คนซื่อสัตย์ด้วยกันเท่านั้น

            เมิ่งอู่ฉวยโอกาสแตะมือของอินเหิงกล่าวว่า“อาเหิง ข้าไม่เคยบอกว่าข้าเป็นคนดี”

            นางเซี่ยกล่าว “พวกเราไม่ทำเรื่องที่ขัดต่อสวรรค์และเหตุผลแต่ผู้ใดก็ห้ามทำร้ายอาอู่ของข้าเด็ดขาด!”

            เหล่าเซินล้มป่วยสะใภ้สกุลเซินต้องการมาเอาเรื่องกับเมิ่งอู่ แต่สุดท้ายต้องกลับไปมือเปล่า

            มนุษย์ที่กินธัญพืชห้าอย่างและพืชไร่อื่นๆย่อมต้องเจ็บป่วยแต่สะใภ้สกุลเซินต้องการหาผู้ใดสักคนมารับผิดชอบอาการเจ็บป่วยของเหล่าเซิน

            เช่นนี้นางจะได้ไม่ต้องเสียเงินค่ารักษา

            ยามนี้ความหวังนั้นภินท์พังเหล่าเซินยังนอนป่วยอยู่บนเตียงด้วยความไม่สบายใจสะใภ้สกุลเซินไม่มีทางเลือกจึงได้แต่ไปเชิญหมอหยางในหมู่บ้านมาตรวจรักษา

            หมอหยางผู้นี้ปกติมักหวังว่าชาวบ้านจะเจ็บป่วยเช่นนี้ยาของเขาถึงจะขายออกมิใช่หรือ?

            เวลานี้หมอหยางนั่งลงข้างเตียงคนป่วยทำทีเป็นจับชีพจร แล้วกล่าวว่า “ไม่มีอันใดร้ายแรงข้าจะสั่งยาให้ พักผ่อนสองวันก็หายแล้ว”

            แน่นอนว่าสภาพจิตใจของคนป่วยส่วนใหญ่มักมีร่องรอยให้ติดตามตราบใดที่ดื่มยา ในใจก็จะมั่นคงขึ้นบ้าง ไม่ว่าอาการจะดีขึ้นจริงหรือไม่ขอเพียงในใจคิดว่าดีขึ้นแล้ว นั่นก็นับว่าดีขึ้นแล้ว

            หมอหยางเป็นหมอในหมู่บ้านมานานหลายปีโดยอาศัยหลักจิตวิทยาของคนไข้แบบนี้เอง

            ทว่าเมื่อหมอหยางหยิบยาออกจากล่วมยาแล้วมอบให้สะใภ้สกุลเซิน สะใภ้สกุลเซินมือหนึ่งจะจ่ายเงิน มือหนึ่งจะรับยาจังหวะนั้นจู่ๆ ก็มีเสียงแผ่วเบาดังขึ้นโดยไม่ทันให้ตั้งตัว “รากหญ้าเน่าๆที่ตากแดดให้แห้งมีไว้หลอกลวงสตรีและเด็กที่โง่เขลาในชนบทเท่านั้น”

            หมอหยางหน้าพลันเปลี่ยนสีเขาและสะใภ้สกุลเซินต่างหันมองไปทางประตู

            เห็นเพียงเมิ่งอู่ก้าวเท้าข้ามธรณีประตูเรือนสกุลเซินอย่างไม่รีบเร่งแสงอาทิตย์สาดส่องกระทบแผ่นหลังของนาง ทำให้ดวงตานางสงบนิ่งและเยือกเย็นเป็นพิเศษ

            นางพับแขนเสื้อขึ้นเผยให้เห็นผ้าพันแผลสีขาวสะอาดที่พันอยู่บนแขน

            ก่อนหน้านี้สะใภ้สกุลเซินไปหาเรื่องถึงเรือนเมิ่งอู่ยามนี้เมิ่งอู่มาหาถึงเรือนของตนบ้าง นางจึงหวาดกลัวไม่รู้ว่าสมควรมีปฏิกิริยาเช่นไร

            หมอหยางที่ขาดความมั่นใจกลับตะโกนเสียงดังด้วยความไม่พอใจ “เมิ่งอู่ เจ้าไม่รู้อันใดก็อย่าพูดมาก! ภรรยาของเหล่าเซิน! เร็วไล่เด็กคนนี้ออกไป จะได้ไม่กระทบต่อการรักษาของข้า!”

            สะใภ้สกุลเซินได้ยินดังนั้นยังไม่ทันก้าวเท้าขึ้นหน้าเมิ่งอู่ก็เดินเข้ามาคว้า “ยา” จากมือหมอหยางแล้วจ่อที่จมูก ดมกลิ่นก่อนโยนลงบนโต๊ะ นางยิ้มกล่าว “เมื่อครู่ยามข้าเดินผ่านมาเห็นหญ้าแบบนี้อยู่ข้างทางหน้าเรือนสกุลเซินหลายต้น ท่านไปถอนบางส่วนกลับมาแล้วลองเปรียบเทียบรากดูว่าเหมือนกันหรือไม่”

            สะใภ้สกุลเซินรู้สึกแคลงใจ

            ส่วนหมอหยางใช้ความโกรธกลบเกลื่อนความตื่นตระหนกกล่าวว่า“เด็กน้อย พูดจาเหลวไหล! ในเมื่อไม่เชื่อถือข้าข้าก็ไม่รักษาชายคนนี้ให้แล้ว!”

            กล่าวอย่างนั้นแล้วก็หยิบ “ยา” ของตนเองขึ้นมา แล้วรีบร้อนจากไปสะใภ้สกุลเซินร้องเรียก “ท่านหมอหยาง! ท่านหมอหยาง!ท่านจากไปเช่นนี้ แล้วเหล่าเซินของข้าจะทำอย่างไร!”

            ……….

            [1] หมายถึง เหมือนจะทำให้ฝ่ายตรงข้ามเสียหายหนักแต่ฝ่ายตนก็เสียหายไม่น้อยเหมือนกัน


             

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่มาเติมเต็มท้องนาอันอุดมสมบูรณ์ ท่านอ๋องของข้าหล่อล้ำดั่งบุปผา 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185